<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
  <channel>
    <title>VRITIMES Rss Feeds</title>
    <link>https://vritimes.com</link>
    <description>Latest Press Releases from VRITIMES</description>
    <managingEditor>marketing@vritimes.com (VRITIMES.Inc)</managingEditor>
    <pubDate>Wed, 09 Sep 2026 10:41:13 +0000</pubDate>
    <item>
      <title>Pet Fair South East Asia 2026 ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับภูมิภาค</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/279b77a1-3596-11ee-b6f6-0a58a9feac02/fb20bff5-d8b3-47cb-a1e5-0e872032d3b6</link>
      <description>กรุงเทพฯ ประเทศไทย — Pet Fair South East Asia 2026 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับภูมิภาคและเป็นงาน B2B เต็มรูปแบบแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมจัดงานครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจและการค้าสัตว์เลี้ยงระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;br/&gt;งาน Pet Fair South East Asia 2026 จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง VNU Exhibitions Asia Pacific และ Globus Events ผู้จัดงาน Pet Fair Asia ณ นครเซี่ยงไฮ้ และเจ้าของ Pet Fair Network เครือข่ายงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงชั้นนำในเอเชีย โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้แสดงสินค้ากว่า 450 รายจาก 40 ประเทศ และผู้เข้าชมงานจากภาคธุรกิจกว่า 12,500 รายจากมากกว่า 80 ประเทศ เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Johannes Kraus, Senior Project Manager ของ Pet Fair South East Asia กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;“&lt;i&gt;Pet Fair South East Asia เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากงานแสดงสินค้าชั้นนำของภูมิภาค สู่การเป็นจุดนัดพบระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง การรวมตัวของผู้แสดงสินค้าและผู้ซื้อจากกว่า 80 ประเทศในกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การจัดหา และการสร้างพันธมิตรใหม่ ๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากจากแพลตฟอร์มอื่นในภูมิภาค&lt;/i&gt;”&amp;nbsp;&lt;br/&gt;รวมผู้นำในอุตสาหกรรม ครบทุกมิติของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;Pet Fair South East Asia 2026 ครอบคลุมตั้งแต่แบรนด์สินค้า ผู้ผลิต OEM และ Private Label ไปจนถึงวัตถุดิบ เทคโนโลยี บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร และโซลูชันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดว่าผู้แสดงสินค้าประมาณ 70% จะเป็นบริษัทจากต่างประเทศ และ 30% เป็นบริษัทในประเทศไทย สะท้อนถึงความเป็นนานาชาติของงานและบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มด้านการจัดหาและขยายธุรกิจในภูมิภาค&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ภายในงานยังมี Country Pavilions จากประเทศชั้นนำ อาทิ สหรัฐอเมริกา อิตาลี สเปน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้พบกับสินค้า เทคโนโลยี และศักยภาพของผู้ประกอบการจากหลากหลายตลาดภายในงานเดียว&amp;nbsp;&lt;br/&gt;นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์และบริษัทชั้นนำจากประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดง อาทิ Sea Value, i-Tail, Thai Awesome, Absolute Nutrition และ Kaniva จากประเทศไทย รวมถึง Animonda จากเยอรมนี และ Gimborn และ My Family จากอิตาลี พร้อมด้วยผู้ประกอบการอีกมากมาย ครอบคลุมตั้งแต่อาหารสัตว์เลี้ยง สุขภาพและ Wellness อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง เทคโนโลยี ไปจนถึง OEM และ Private Label&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5928a6ee-dd51-4025-86e5-1b9f8c8b7610/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;เจาะตลาด B2B พบผู้ซื้อคุณภาพจากกว่า 80 ประเทศ&lt;br/&gt;ภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงธุรกิจกับธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ Pet Fair South East Asia มุ่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจากภาคธุรกิจกว่า 12,500 รายจากมากกว่า 80 ประเทศ&amp;nbsp;&lt;br/&gt;กลุ่มผู้เข้าชมหลักประกอบด้วย ผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ผู้ซื้อ Private Label ผู้ผลิต และสัตวแพทย์ ซึ่งเข้าร่วมงานเพื่อค้นหาสินค้าใหม่ เจรจาธุรกิจ หาแหล่งจัดหา พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดใหม่&amp;nbsp;&lt;br/&gt;จากการจัดงานในปี 2568 Pet Fair South East Asia มีผู้เข้าชมจาก 80 ประเทศ โดยได้รับความสนใจอย่างแข็งแกร่งจากเอเชียตะวันออก โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง ยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ด้วยการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงและการใช้จ่ายด้าน Pet Care ทั่วภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงกลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยง ขณะที่กรุงเทพฯ มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อทางอากาศ ทำให้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดใหม่หรือขยายธุรกิจในภูมิภาค&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b7702ba5-0e96-45c0-b993-4bbe1f4a0640/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ครบทั้งแบรนด์ สินค้า และโซลูชันตลอดห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจสัตว์เลี้ยง&lt;br/&gt;ในด้านโครงสร้างผู้แสดงสินค้า Pet Brands มีสัดส่วนสูงสุด 44% ตามด้วย OEM และ Private Label Manufacturers 42% สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของงานที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการค้นหาแบรนด์และสินค้ารายใหม่ รวมถึงผู้ซื้อที่มองหาโอกาสด้าน OEM และ Private Label&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ผลิตและผู้จัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร และโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมเข้าร่วมอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;br/&gt;สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Pet Food และ Pet Treats &amp;amp; Snacks ยังคงเป็นกลุ่มหลักของงาน ตามด้วยผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและ Wellness อาทิ Pet Hygiene และ Pet Healthcare รวมถึง Pet Accessories, Grooming, Toys, Pet Technology, Furniture และ Apparel&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ความหลากหลายดังกล่าวทำให้ Pet Fair South East Asia เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ ค้นหาสินค้าใหม่ หาแหล่งผลิต เจรจา OEM/Private Label และขยายช่องทางธุรกิจ ภายในงานเดียว&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e77709af-0ad6-4861-8798-d1c58c220385/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ยกระดับโอกาสทางธุรกิจด้วย Matchmaking และ Conference&lt;br/&gt;นอกจากพื้นที่จัดแสดงสินค้าแล้ว Pet Fair South East Asia 2026 ยังจัด Online และ On-site Matchmaking Program เพื่อเชื่อมโยงผู้แสดงสินค้ากับผู้ซื้อที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานไปจนถึงตลอดระยะเวลาการจัดงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนัดหมายและสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบตัวต่อตัว&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ภายในงานยังมี Conference 2 เวที ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ เพื่อร่วมแบ่งปันเทรนด์ นวัตกรรม และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ทั้ง Exhibition, Matchmaking และ Conference จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ ขยายตลาด ค้นหาแหล่งจัดซื้อ สร้างพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย และติดตามเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.petfair-sea.com&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมงานฟรี&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ผู้ประกอบการและผู้สนใจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงสามารถ ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมงานฟรี ได้ที่:&amp;nbsp;&lt;a href=&#34;https://eventpassinsight.co/el/to/pfsea6-08&#34;&gt;https://eventpassinsight.co/el/to/pfsea6-08 &lt;/a&gt;&lt;br/&gt;หรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานผ่านเวบไซต์&amp;nbsp;&#xA;&#xA;&lt;a href=&#34;https://www.petfair-sea.com/&#34; target=&#34;_blank&#34;&gt;www.petfair-sea.com&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;รับชมภาพบรรยากาศและไฮไลต์ของงานผ่านวิดีโอ &lt;a href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=sCOT0318iGE&#34; target=&#34;_blank&#34;&gt;Pet Fair South East Asia 2026 Show Preview&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงแบบ B2B เต็มรูปแบบแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมต้อนรับผู้แสดงสินค้า 450 รายจาก 40 ประเทศ และผู้ซื้อจากภาคธุรกิจกว่า 12,500 รายจากมากกว่า 80 ประเทศ ณ BITEC กรุงเทพฯ วันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 </p> <p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย — Pet Fair South East Asia 2026 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับภูมิภาคและเป็นงาน B2B เต็มรูปแบบแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมจัดงานครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจและการค้าสัตว์เลี้ยงระดับนานาชาติ&nbsp;</p><p>งาน Pet Fair South East Asia 2026 จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง VNU Exhibitions Asia Pacific และ Globus Events ผู้จัดงาน Pet Fair Asia ณ นครเซี่ยงไฮ้ และเจ้าของ Pet Fair Network เครือข่ายงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงชั้นนำในเอเชีย โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้แสดงสินค้ากว่า 450 รายจาก 40 ประเทศ และผู้เข้าชมงานจากภาคธุรกิจกว่า 12,500 รายจากมากกว่า 80 ประเทศ เข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><b>Johannes Kraus, Senior Project Manager ของ Pet Fair South East Asia กล่าวว่า&nbsp;</b></p><p>“<i>Pet Fair South East Asia เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากงานแสดงสินค้าชั้นนำของภูมิภาค สู่การเป็นจุดนัดพบระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง การรวมตัวของผู้แสดงสินค้าและผู้ซื้อจากกว่า 80 ประเทศในกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การจัดหา และการสร้างพันธมิตรใหม่ ๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากจากแพลตฟอร์มอื่นในภูมิภาค</i>”&nbsp;</p><h2>รวมผู้นำในอุตสาหกรรม ครบทุกมิติของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง&nbsp;&nbsp;</h2><p>Pet Fair South East Asia 2026 ครอบคลุมตั้งแต่แบรนด์สินค้า ผู้ผลิต OEM และ Private Label ไปจนถึงวัตถุดิบ เทคโนโลยี บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร และโซลูชันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดว่าผู้แสดงสินค้าประมาณ 70% จะเป็นบริษัทจากต่างประเทศ และ 30% เป็นบริษัทในประเทศไทย สะท้อนถึงความเป็นนานาชาติของงานและบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มด้านการจัดหาและขยายธุรกิจในภูมิภาค&nbsp;</p><p>ภายในงานยังมี Country Pavilions จากประเทศชั้นนำ อาทิ สหรัฐอเมริกา อิตาลี สเปน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ไทย และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้พบกับสินค้า เทคโนโลยี และศักยภาพของผู้ประกอบการจากหลากหลายตลาดภายในงานเดียว&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์และบริษัทชั้นนำจากประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดง อาทิ Sea Value, i-Tail, Thai Awesome, Absolute Nutrition และ Kaniva จากประเทศไทย รวมถึง Animonda จากเยอรมนี และ Gimborn และ My Family จากอิตาลี พร้อมด้วยผู้ประกอบการอีกมากมาย ครอบคลุมตั้งแต่อาหารสัตว์เลี้ยง สุขภาพและ Wellness อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง เทคโนโลยี ไปจนถึง OEM และ Private Label</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5928a6ee-dd51-4025-86e5-1b9f8c8b7610/public" alt="Image" /><h2>เจาะตลาด B2B พบผู้ซื้อคุณภาพจากกว่า 80 ประเทศ</h2><p>ภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงธุรกิจกับธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ Pet Fair South East Asia มุ่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจากภาคธุรกิจกว่า 12,500 รายจากมากกว่า 80 ประเทศ&nbsp;</p><p>กลุ่มผู้เข้าชมหลักประกอบด้วย ผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ผู้ซื้อ Private Label ผู้ผลิต และสัตวแพทย์ ซึ่งเข้าร่วมงานเพื่อค้นหาสินค้าใหม่ เจรจาธุรกิจ หาแหล่งจัดหา พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดใหม่&nbsp;</p><p>จากการจัดงานในปี 2568 Pet Fair South East Asia มีผู้เข้าชมจาก 80 ประเทศ โดยได้รับความสนใจอย่างแข็งแกร่งจากเอเชียตะวันออก โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง ยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;</p><p>ด้วยการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงและการใช้จ่ายด้าน Pet Care ทั่วภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงกลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยง ขณะที่กรุงเทพฯ มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อทางอากาศ ทำให้เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดใหม่หรือขยายธุรกิจในภูมิภาค&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b7702ba5-0e96-45c0-b993-4bbe1f4a0640/public" alt="Image" /><h2>ครบทั้งแบรนด์ สินค้า และโซลูชันตลอดห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจสัตว์เลี้ยง</h2><p>ในด้านโครงสร้างผู้แสดงสินค้า Pet Brands มีสัดส่วนสูงสุด 44% ตามด้วย OEM และ Private Label Manufacturers 42% สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของงานที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการค้นหาแบรนด์และสินค้ารายใหม่ รวมถึงผู้ซื้อที่มองหาโอกาสด้าน OEM และ Private Label&nbsp;</p><p>ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ผลิตและผู้จัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร และโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมเข้าร่วมอย่างครบถ้วน&nbsp;</p><p>สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Pet Food และ Pet Treats &amp; Snacks ยังคงเป็นกลุ่มหลักของงาน ตามด้วยผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและ Wellness อาทิ Pet Hygiene และ Pet Healthcare รวมถึง Pet Accessories, Grooming, Toys, Pet Technology, Furniture และ Apparel&nbsp;</p><p>ความหลากหลายดังกล่าวทำให้ Pet Fair South East Asia เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ ค้นหาสินค้าใหม่ หาแหล่งผลิต เจรจา OEM/Private Label และขยายช่องทางธุรกิจ ภายในงานเดียว&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e77709af-0ad6-4861-8798-d1c58c220385/public" alt="Image" /><h2>ยกระดับโอกาสทางธุรกิจด้วย Matchmaking และ Conference</h2><p>นอกจากพื้นที่จัดแสดงสินค้าแล้ว Pet Fair South East Asia 2026 ยังจัด Online และ On-site Matchmaking Program เพื่อเชื่อมโยงผู้แสดงสินค้ากับผู้ซื้อที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานไปจนถึงตลอดระยะเวลาการจัดงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนัดหมายและสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบตัวต่อตัว&nbsp;</p><p>ภายในงานยังมี Conference 2 เวที ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ เพื่อร่วมแบ่งปันเทรนด์ นวัตกรรม และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงทั่วโลก&nbsp;</p><p>ทั้ง Exhibition, Matchmaking และ Conference จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ ขยายตลาด ค้นหาแหล่งจัดซื้อ สร้างพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย และติดตามเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง&nbsp;</p><p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.petfair-sea.com&nbsp;</p><p><b>ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมงานฟรี&nbsp;</b></p><p>ผู้ประกอบการและผู้สนใจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงสามารถ ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมงานฟรี ได้ที่:&nbsp;<a href="https://eventpassinsight.co/el/to/pfsea6-08">https://eventpassinsight.co/el/to/pfsea6-08 </a></p><p>หรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานผ่านเวบไซต์&nbsp;

<a href="https://www.petfair-sea.com/" target="_blank">www.petfair-sea.com</a></p><p>รับชมภาพบรรยากาศและไฮไลต์ของงานผ่านวิดีโอ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=sCOT0318iGE" target="_blank">Pet Fair South East Asia 2026 Show Preview</a>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d9b538ec-f7bc-4a3a-8d6d-eaf7fe6cc709/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/279b77a1-3596-11ee-b6f6-0a58a9feac02/fb20bff5-d8b3-47cb-a1e5-0e872032d3b6</guid>
      <pubDate>Tue, 08 Sep 2026 02:30:44 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>LA TRỊNH atelier นำ “Gods Within Her” สู่มิลาน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นหญิงและวัฒนธรรมเวียดนาม</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/d4ef952a-b9e2-48ee-a5a1-af4fd95d66d6</link>
      <description>ก่อนเข้าสู่ช่วง Milan Fashion Week LA TRỊNH atelier เตรียมนำเสนอคอลเลกชันใหม่ “Gods Within Her” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สานต่อแนวทางการนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรม ความเป็นหญิง และงานหัตถศิลป์เวียดนามสู่ชุมชนสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ&lt;br/&gt;ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 LA TRỊNH atelier พัฒนาแนวทางสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงแนวคิดด้านการออกแบบจากมิลานเข้ากับศักยภาพด้านงานฝีมือและการผลิตที่ประณีตของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์แฟชั่นที่มีรากฐานจากอัตลักษณ์เวียดนามและสามารถสื่อสารผ่านภาษาการออกแบบในระดับสากล&lt;br/&gt;สำหรับ LA TRỊNH atelier แฟชั่นไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตน แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้คุณค่าดั้งเดิมของเวียดนามได้รับการตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยและส่งต่อสู่ผู้ชมทั่วโลก&lt;br/&gt;แบรนด์ให้ความสำคัญกับงานออกแบบที่มีคุณค่าทางความคิดสร้างสรรค์ในระยะยาวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมให้ความสำคัญกับโครงสร้างเสื้อผ้า ความประณีตในการตัดเย็บ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างผลงานกับผู้สวมใส่&lt;br/&gt;จากมิลาน สู่เส้นทางสร้างสรรค์ที่มีเวียดนามเป็นรากฐาน&lt;br/&gt;เบื้องหลังทิศทางสร้างสรรค์ของ LA TRỊNH atelier คือ Namie Trịnh ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นที่ Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) และทำงานเป็นนักออกแบบแฟชั่นและสไตลิสต์ในมิลาน&lt;br/&gt;Namie Trịnh พัฒนาภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์จากแนวทางเซอร์เรียลลิสม์ โดยผสมผสานงาน Ready-to-Wear และ Couture เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างรูปทรงที่ชัดเจนกับการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของร่างกายและเนื้อผ้า&lt;br/&gt;คอลเลกชันแรก “Ám Hoa – Cenere Fiorità” ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของแนวทางสร้างสรรค์ดังกล่าว โดยนำงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของเวียดนามมาผสานกับภาษาการออกแบบร่วมสมัยในระดับสากล&lt;br/&gt;คอลเลกชันได้รับแรงบันดาลใจหลักจากผลงานจิตรกรรม “หญิงสาวกับดอกลิลลี่” (Thiếu nữ bên hoa huệ) ของศิลปินชื่อดังชาวเวียดนาม Tô Ngọc Vân ถ่ายทอดภาพความงดงามและความสง่างามของผู้หญิงเวียดนามผ่านเสื้อผ้าที่มีโครงสร้างแบบสถาปัตยกรรมเรียบง่ายและวัสดุที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน&lt;br/&gt;ผลงานแต่ละชิ้นสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างเรขาคณิตที่ชัดเจนกับความนุ่มนวลตามธรรมชาติของรูปทรง ทุกชิ้นสะท้อนการทดลองด้านงานฝีมืออย่างละเอียดอ่อน พร้อมถ่ายทอดลายเซ็นของนักออกแบบและรักษาความสง่างามของศาสตร์แห่งการตัดเย็บแบบดั้งเดิม&lt;br/&gt;จากรากฐานดังกล่าว LA TRỊNH atelier เดินหน้าสู่บทใหม่ด้วยคอลเลกชัน “Gods Within Her” ซึ่งจะเปิดตัวที่มิลานในเดือนกันยายน 2026&lt;br/&gt;“Gods Within Her” เมื่อความเป็นหญิงกลายเป็นภาษาที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม&lt;br/&gt;“Gods Within Her” หรือ “เทพเจ้าภายในตัวเธอ” คือบทใหม่ในเส้นทางสร้างสรรค์ของ LA TRỊNH atelier ที่สำรวจการตื่นขึ้นของตัวตนแห่งเทพธิดาและความงดงามของความเป็นหญิงที่ก้าวข้ามกาลเวลา&lt;br/&gt;หญิงสาวในคอลเลกชันเดินทางผ่านวิหารโบราณ ภูเขาในตำนาน และภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตะวันออกสู่ตะวันตก การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนผ่านพื้นที่ หากแต่เป็นการเดินทางผ่านชั้นของสัญลักษณ์ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม&lt;br/&gt;คอลเลกชันประกอบด้วย 30 ผลงาน ที่สำรวจ ความเป็นหญิงและพลังของผู้หญิงร่วมสมัย พร้อมนำงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมมาสนทนากับแนวคิดการออกแบบร่วมสมัย&lt;br/&gt;บนรันเวย์มิลาน สัญลักษณ์จากโลกตะวันออกและตะวันตกถูกแปรเปลี่ยนเป็นภาษาของแฟชั่น โดยมีความงาม ความลึกลับ และความเป็นหญิงเป็นพื้นที่ร่วมระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;ผ่าน “Gods Within Her” LA TRỊNH atelier ต้องการนำสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเวียดนามและเอเชียเข้าใกล้ชุมชนสร้างสรรค์ระดับนานาชาติมากขึ้น พร้อมสานต่อความตั้งใจในการอนุรักษ์และยกระดับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมผ่านภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์&lt;br/&gt;คอลเลกชันยังสะท้อนแนวคิดของ แฟชั่นที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าในระยะยาวของการออกแบบ วัสดุ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ&lt;br/&gt;ผู้ร่วมเดินทางในการนำเรื่องราวเวียดนามสู่เวทีโลก&lt;br/&gt;เส้นทางสู่เวทีนานาชาติของแบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจากผลงานบนรันเวย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากความร่วมมือระหว่างแบรนด์ พันธมิตร และเครือข่ายต่าง ๆ ที่มีความมุ่งหมายร่วมกันในการนำคุณค่าและเรื่องราวจากเวียดนามสู่ระดับสากล&lt;br/&gt;พันธมิตรระดับ Diamond – Nguyên Xuân&lt;br/&gt;หนึ่งในผู้สนับสนุนสำคัญของการนำเสนอ “Gods Within Her” ที่มิลานคือ Nguyên Xuân แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรเวียดนาม ในบทบาท พันธมิตรระดับ Diamond&lt;br/&gt;ความร่วมมือระหว่าง Nguyên Xuân และ LA TRỊNH atelier สะท้อนความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์เวียดนามที่ให้ความสำคัญกับการสืบสานและส่งต่อคุณค่าที่มีรากฐานจากอัตลักษณ์เวียดนามในบริบทร่วมสมัย&lt;br/&gt;สำหรับ LA TRỊNH atelier การสนับสนุนจาก พันธมิตรระดับ Diamond อย่าง Nguyên Xuân มีส่วนสำคัญในการเสริมทรัพยากรสำหรับการนำคอลเลกชันสู่มิลาน และสะท้อนถึงแนวทางร่วมในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ของเวียดนามให้สามารถสร้างตัวตนและนำเสนอผลงานบนเวทีนานาชาติ&lt;br/&gt;พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ – Italian Atelier&lt;br/&gt;Italian Atelier ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในการขยายเครือข่ายไปยังพันธมิตร ภาคธุรกิจ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนช่วยเปิดโอกาสด้านความร่วมมือและนำเรื่องราวของแบรนด์เวียดนามเข้าสู่เครือข่ายนานาชาติในแวดวงแฟชั่น ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์&lt;br/&gt;การมีส่วนร่วมของ Italian Atelier ยังช่วยเชื่อมโยง LA TRỊNH atelier เข้ากับความสนใจและโอกาสความร่วมมือที่เหมาะสม ขณะที่แบรนด์กำลังค่อย ๆ สร้างตำแหน่งของตนเองในยุโรป&lt;br/&gt;พันธมิตรด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ – CjC Marketing Agency&lt;br/&gt;CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในด้านการสื่อสารและการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ พร้อมช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับเครือข่ายสื่อ ชุมชน และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ&lt;br/&gt;บทบาทดังกล่าวมีส่วนช่วยให้เรื่องราวของ “Gods Within Her” รวมถึงเรื่องราวของ Namie Trịnh และเส้นทางของแบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากเวียดนามในมิลาน เข้าถึงผู้ชมและชุมชนสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติมากขึ้น&lt;br/&gt;จากปรากสู่มิลาน: การเชื่อมโยงที่เปิดโอกาสใหม่&lt;br/&gt;ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมสำหรับแฟชั่นโชว์ที่มิลาน LA TRỊNH atelier กำลังขยายเครือข่ายความร่วมมือในยุโรปอย่างต่อเนื่อง&lt;br/&gt;หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือความร่วมมือกับ Cinexia Productions &amp;amp; Beauty Tech World ซึ่งได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการภายในงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก&lt;br/&gt;ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการขยายเครือข่ายระดับนานาชาติของ LA TRỊNH atelier และสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างแฟชั่น ศิลปะ ความงาม สื่อ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์&lt;br/&gt;สำหรับแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามที่กำลังศึกษาและทำงานอยู่ในมิลาน การเชื่อมโยงข้ามพรมแดนเหล่านี้เปิดโอกาสให้เรื่องราวความคิดสร้างสรรค์จากเวียดนามได้รับการนำเสนอ แลกเปลี่ยน และพัฒนาภายในบริบทนานาชาติ&lt;br/&gt;และ “Gods Within Her” ที่มิลาน คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้&lt;br/&gt;พลังจากชุมชนชาวเวียดนามหลายรุ่นในยุโรป&lt;br/&gt;เส้นทางของ LA TRỊNH atelier ยังได้รับความสนใจและการสนับสนุนจาก ชุมชนชาวเวียดนามหลายรุ่นในอิตาลีและยุโรป ทั้งกลุ่มนักวิชาการ นักธุรกิจรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างชาติ และชาวเวียดนามรุ่นที่สองที่อาศัย ศึกษา และทำงานอยู่ในยุโรป&lt;br/&gt;เครือข่ายดังกล่าวมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมเวียดนามกับยุโรป และสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามได้นำเสนอศักยภาพและเรื่องราวด้านความคิดสร้างสรรค์ของตนเองสู่โลก&lt;br/&gt;งาน “Gods Within Her” ได้รับเกียรติจาก จดหมายแนะนำอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศอิตาลี ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของโครงการในการสร้างความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและนำเสนอคุณค่าด้านความคิดสร้างสรรค์ของชาวเวียดนามในยุโรป&lt;br/&gt;การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานด้านการทูต ภาคธุรกิจ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และชุมชนชาวเวียดนามในยุโรป จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวสร้างสรรค์จากเวียดนามก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ&lt;br/&gt;“Gods Within Her” บทใหม่ของ LA TRỊNH atelier ที่มิลาน&lt;br/&gt;สำหรับ LA TRỊNH atelier มิลานไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแฟชั่นโชว์&lt;br/&gt;แต่เป็นพื้นที่ที่แบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากเวียดนามจะได้ทดลองสร้างบทสนทนาระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับความร่วมสมัย ระหว่างเวียดนามกับโลก และระหว่างงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมกับแนวคิดการออกแบบใหม่&lt;br/&gt;ผ่าน “Gods Within Her” LA TRỊNH atelier ต้องการเล่าเรื่องราวของผู้หญิง ความงามที่ก้าวข้ามกาลเวลา และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้&lt;br/&gt;ขณะเดียวกัน คอลเลกชันนี้ยังเป็นการสะท้อนถึงคนรุ่นใหม่ของเวียดนามที่กำลังก้าวสู่เวทีโลกผ่านความสามารถ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของตนเอง&lt;br/&gt;ข้อมูลงาน&lt;br/&gt;ชื่อกิจกรรม: LA TRỊNH atelier – “Gods Within Her”&lt;br/&gt;วันและเวลา: 17.30 น. วันที่ 21 กันยายน 2026&lt;br/&gt;สถานที่: Veranda Studio, Via Rutilia 10/9, Milan, Italy&lt;br/&gt;จำนวนผู้เข้าร่วม: แขก VIP จำนวน 350 คน ประกอบด้วยตัวแทนภาคธุรกิจ ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน ผู้หลงใหลในแฟชั่นและศิลปะ รวมถึงชุมชนและสมาคมชาวเวียดนามในยุโรป&lt;br/&gt;ติดต่อสื่อมวลชน&lt;br/&gt;Ms. Đặng Thị Ngọc Huyền (Milan, Italy)&lt;br/&gt;Email: &lt;a href=&#34;mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com&#34;&gt;dangngochuyen.latrinh@gmail.com&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com&#34;&gt;&lt;/a&gt;Mobile: (+39) 3520740062&lt;br/&gt;WhatsApp/Zalo: (+84) 812834078&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://latrinhatelier.com/milano-runway-show-september-2026/?utm_source=chatgpt.com&#34;&gt;LA TRỊNH atelier – Milano Runway Show September 2026&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>ก่อนเข้าสู่ช่วง Milan Fashion Week LA TRỊNH atelier เตรียมนำเสนอคอลเลกชันใหม่ “Gods Within Her” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สานต่อแนวทางการนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรม ความเป็นหญิง และงานหัตถศิลป์เวียดนามสู่ชุมชนสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ</p><p>ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 LA TRỊNH atelier พัฒนาแนวทางสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงแนวคิดด้านการออกแบบจากมิลานเข้ากับศักยภาพด้านงานฝีมือและการผลิตที่ประณีตของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์แฟชั่นที่มีรากฐานจากอัตลักษณ์เวียดนามและสามารถสื่อสารผ่านภาษาการออกแบบในระดับสากล</p><p>สำหรับ LA TRỊNH atelier แฟชั่นไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตน แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้คุณค่าดั้งเดิมของเวียดนามได้รับการตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยและส่งต่อสู่ผู้ชมทั่วโลก</p><p>แบรนด์ให้ความสำคัญกับงานออกแบบที่มีคุณค่าทางความคิดสร้างสรรค์ในระยะยาวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมให้ความสำคัญกับโครงสร้างเสื้อผ้า ความประณีตในการตัดเย็บ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างผลงานกับผู้สวมใส่</p><h2>จากมิลาน สู่เส้นทางสร้างสรรค์ที่มีเวียดนามเป็นรากฐาน</h2><p>เบื้องหลังทิศทางสร้างสรรค์ของ LA TRỊNH atelier คือ Namie Trịnh ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นที่ Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) และทำงานเป็นนักออกแบบแฟชั่นและสไตลิสต์ในมิลาน</p><p>Namie Trịnh พัฒนาภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์จากแนวทางเซอร์เรียลลิสม์ โดยผสมผสานงาน Ready-to-Wear และ Couture เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างรูปทรงที่ชัดเจนกับการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของร่างกายและเนื้อผ้า</p><p>คอลเลกชันแรก “Ám Hoa – Cenere Fiorità” ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของแนวทางสร้างสรรค์ดังกล่าว โดยนำงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของเวียดนามมาผสานกับภาษาการออกแบบร่วมสมัยในระดับสากล</p><p>คอลเลกชันได้รับแรงบันดาลใจหลักจากผลงานจิตรกรรม “หญิงสาวกับดอกลิลลี่” (Thiếu nữ bên hoa huệ) ของศิลปินชื่อดังชาวเวียดนาม Tô Ngọc Vân ถ่ายทอดภาพความงดงามและความสง่างามของผู้หญิงเวียดนามผ่านเสื้อผ้าที่มีโครงสร้างแบบสถาปัตยกรรมเรียบง่ายและวัสดุที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน</p><p>ผลงานแต่ละชิ้นสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างเรขาคณิตที่ชัดเจนกับความนุ่มนวลตามธรรมชาติของรูปทรง ทุกชิ้นสะท้อนการทดลองด้านงานฝีมืออย่างละเอียดอ่อน พร้อมถ่ายทอดลายเซ็นของนักออกแบบและรักษาความสง่างามของศาสตร์แห่งการตัดเย็บแบบดั้งเดิม</p><p>จากรากฐานดังกล่าว LA TRỊNH atelier เดินหน้าสู่บทใหม่ด้วยคอลเลกชัน “Gods Within Her” ซึ่งจะเปิดตัวที่มิลานในเดือนกันยายน 2026</p><h2>“Gods Within Her” เมื่อความเป็นหญิงกลายเป็นภาษาที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม</h2><p>“Gods Within Her” หรือ “เทพเจ้าภายในตัวเธอ” คือบทใหม่ในเส้นทางสร้างสรรค์ของ LA TRỊNH atelier ที่สำรวจการตื่นขึ้นของตัวตนแห่งเทพธิดาและความงดงามของความเป็นหญิงที่ก้าวข้ามกาลเวลา</p><p>หญิงสาวในคอลเลกชันเดินทางผ่านวิหารโบราณ ภูเขาในตำนาน และภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตะวันออกสู่ตะวันตก การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนผ่านพื้นที่ หากแต่เป็นการเดินทางผ่านชั้นของสัญลักษณ์ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม</p><p>คอลเลกชันประกอบด้วย 30 ผลงาน ที่สำรวจ ความเป็นหญิงและพลังของผู้หญิงร่วมสมัย พร้อมนำงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมมาสนทนากับแนวคิดการออกแบบร่วมสมัย</p><p>บนรันเวย์มิลาน สัญลักษณ์จากโลกตะวันออกและตะวันตกถูกแปรเปลี่ยนเป็นภาษาของแฟชั่น โดยมีความงาม ความลึกลับ และความเป็นหญิงเป็นพื้นที่ร่วมระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน</p><p>ผ่าน “Gods Within Her” LA TRỊNH atelier ต้องการนำสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเวียดนามและเอเชียเข้าใกล้ชุมชนสร้างสรรค์ระดับนานาชาติมากขึ้น พร้อมสานต่อความตั้งใจในการอนุรักษ์และยกระดับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมผ่านภาษาการออกแบบที่มีเอกลักษณ์</p><p>คอลเลกชันยังสะท้อนแนวคิดของ แฟชั่นที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าในระยะยาวของการออกแบบ วัสดุ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ</p><h2>ผู้ร่วมเดินทางในการนำเรื่องราวเวียดนามสู่เวทีโลก</h2><p>เส้นทางสู่เวทีนานาชาติของแบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจากผลงานบนรันเวย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากความร่วมมือระหว่างแบรนด์ พันธมิตร และเครือข่ายต่าง ๆ ที่มีความมุ่งหมายร่วมกันในการนำคุณค่าและเรื่องราวจากเวียดนามสู่ระดับสากล</p><h3>พันธมิตรระดับ Diamond – Nguyên Xuân</h3><p>หนึ่งในผู้สนับสนุนสำคัญของการนำเสนอ “Gods Within Her” ที่มิลานคือ Nguyên Xuân แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรเวียดนาม ในบทบาท พันธมิตรระดับ Diamond</p><p>ความร่วมมือระหว่าง Nguyên Xuân และ LA TRỊNH atelier สะท้อนความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์เวียดนามที่ให้ความสำคัญกับการสืบสานและส่งต่อคุณค่าที่มีรากฐานจากอัตลักษณ์เวียดนามในบริบทร่วมสมัย</p><p>สำหรับ LA TRỊNH atelier การสนับสนุนจาก พันธมิตรระดับ Diamond อย่าง Nguyên Xuân มีส่วนสำคัญในการเสริมทรัพยากรสำหรับการนำคอลเลกชันสู่มิลาน และสะท้อนถึงแนวทางร่วมในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ของเวียดนามให้สามารถสร้างตัวตนและนำเสนอผลงานบนเวทีนานาชาติ</p><h3>พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ – Italian Atelier</h3><p>Italian Atelier ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในการขยายเครือข่ายไปยังพันธมิตร ภาคธุรกิจ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนช่วยเปิดโอกาสด้านความร่วมมือและนำเรื่องราวของแบรนด์เวียดนามเข้าสู่เครือข่ายนานาชาติในแวดวงแฟชั่น ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์</p><p>การมีส่วนร่วมของ Italian Atelier ยังช่วยเชื่อมโยง LA TRỊNH atelier เข้ากับความสนใจและโอกาสความร่วมมือที่เหมาะสม ขณะที่แบรนด์กำลังค่อย ๆ สร้างตำแหน่งของตนเองในยุโรป</p><h3>พันธมิตรด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ – CjC Marketing Agency</h3><p>CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในด้านการสื่อสารและการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ พร้อมช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับเครือข่ายสื่อ ชุมชน และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ</p><p>บทบาทดังกล่าวมีส่วนช่วยให้เรื่องราวของ “Gods Within Her” รวมถึงเรื่องราวของ Namie Trịnh และเส้นทางของแบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากเวียดนามในมิลาน เข้าถึงผู้ชมและชุมชนสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติมากขึ้น</p><h2>จากปรากสู่มิลาน: การเชื่อมโยงที่เปิดโอกาสใหม่</h2><p>ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมสำหรับแฟชั่นโชว์ที่มิลาน LA TRỊNH atelier กำลังขยายเครือข่ายความร่วมมือในยุโรปอย่างต่อเนื่อง</p><p>หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือความร่วมมือกับ Cinexia Productions &amp; Beauty Tech World ซึ่งได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการภายในงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก</p><p>ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการขยายเครือข่ายระดับนานาชาติของ LA TRỊNH atelier และสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างแฟชั่น ศิลปะ ความงาม สื่อ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์</p><p>สำหรับแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามที่กำลังศึกษาและทำงานอยู่ในมิลาน การเชื่อมโยงข้ามพรมแดนเหล่านี้เปิดโอกาสให้เรื่องราวความคิดสร้างสรรค์จากเวียดนามได้รับการนำเสนอ แลกเปลี่ยน และพัฒนาภายในบริบทนานาชาติ</p><p>และ “Gods Within Her” ที่มิลาน คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้</p><h2>พลังจากชุมชนชาวเวียดนามหลายรุ่นในยุโรป</h2><p>เส้นทางของ LA TRỊNH atelier ยังได้รับความสนใจและการสนับสนุนจาก ชุมชนชาวเวียดนามหลายรุ่นในอิตาลีและยุโรป ทั้งกลุ่มนักวิชาการ นักธุรกิจรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างชาติ และชาวเวียดนามรุ่นที่สองที่อาศัย ศึกษา และทำงานอยู่ในยุโรป</p><p>เครือข่ายดังกล่าวมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมเวียดนามกับยุโรป และสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามได้นำเสนอศักยภาพและเรื่องราวด้านความคิดสร้างสรรค์ของตนเองสู่โลก</p><p>งาน “Gods Within Her” ได้รับเกียรติจาก จดหมายแนะนำอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศอิตาลี ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของโครงการในการสร้างความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและนำเสนอคุณค่าด้านความคิดสร้างสรรค์ของชาวเวียดนามในยุโรป</p><p>การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานด้านการทูต ภาคธุรกิจ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และชุมชนชาวเวียดนามในยุโรป จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวสร้างสรรค์จากเวียดนามก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ</p><h2>“Gods Within Her” บทใหม่ของ LA TRỊNH atelier ที่มิลาน</h2><p>สำหรับ LA TRỊNH atelier มิลานไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแฟชั่นโชว์</p><p>แต่เป็นพื้นที่ที่แบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากเวียดนามจะได้ทดลองสร้างบทสนทนาระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับความร่วมสมัย ระหว่างเวียดนามกับโลก และระหว่างงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมกับแนวคิดการออกแบบใหม่</p><p>ผ่าน “Gods Within Her” LA TRỊNH atelier ต้องการเล่าเรื่องราวของผู้หญิง ความงามที่ก้าวข้ามกาลเวลา และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้</p><p>ขณะเดียวกัน คอลเลกชันนี้ยังเป็นการสะท้อนถึงคนรุ่นใหม่ของเวียดนามที่กำลังก้าวสู่เวทีโลกผ่านความสามารถ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของตนเอง</p><h3>ข้อมูลงาน</h3><p>ชื่อกิจกรรม: LA TRỊNH atelier – “Gods Within Her”</p><p>วันและเวลา: 17.30 น. วันที่ 21 กันยายน 2026</p><p>สถานที่: Veranda Studio, Via Rutilia 10/9, Milan, Italy</p><p>จำนวนผู้เข้าร่วม: แขก VIP จำนวน 350 คน ประกอบด้วยตัวแทนภาคธุรกิจ ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน ผู้หลงใหลในแฟชั่นและศิลปะ รวมถึงชุมชนและสมาคมชาวเวียดนามในยุโรป</p><h3>ติดต่อสื่อมวลชน</h3><p>Ms. Đặng Thị Ngọc Huyền (Milan, Italy)</p><p>Email: <a href="mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com">dangngochuyen.latrinh@gmail.com</a></p><p><a href="mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com"></a>Mobile: (+39) 3520740062</p><p>WhatsApp/Zalo: (+84) 812834078</p><p><a href="https://latrinhatelier.com/milano-runway-show-september-2026/?utm_source=chatgpt.com">LA TRỊNH atelier – Milano Runway Show September 2026</a></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1c58e56f-f083-497e-934e-0a2d93e93989/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/d4ef952a-b9e2-48ee-a5a1-af4fd95d66d6</guid>
      <pubDate>Mon, 07 Sep 2026 17:13:07 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>LA TRỊNH ATELIER นำเสนอ “GODS WITHIN HER” บนรันเวย์มิลาน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นหญิงและวัฒนธรรมเวียดนาม</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/1b93dde5-7eb7-41e4-abb6-6b6b6fa1b14a</link>
      <description>เป็นครั้งแรกที่ LA TRỊNH atelier แบรนด์แฟชั่นจากเวียดนามประกาศจัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Gods Within Her” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยคอลเลกชันประกอบด้วยผลงาน 30 ลุค ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ ความเป็นหญิงและพลังของผู้หญิงร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมเข้ากับวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;br/&gt;แรงบันดาลใจและทิศทางด้านศิลปะ&lt;br/&gt;“Gods Within Her” คือบทหนึ่งของเรื่องราวการตื่นขึ้นของตัวตนแห่งเทพธิดา ผู้ก้าวเดินอย่างสง่างามผ่านวิหารโบราณและภูเขาในตำนานอันลึกลับที่ทอดยาวจากตะวันออกสู่ตะวันตก การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนผ่านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ หากแต่เป็นการเดินทางผ่านเรื่องราวและชั้นของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;การผสานกันของสัญลักษณ์จากโลกตะวันออกและตะวันตกจะได้รับการถ่ายทอดผ่านภาษาของแฟชั่นบนรันเวย์ใจกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และหนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นสำคัญของยุโรป&lt;br/&gt;“Gods Within Her” ยังสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตำนานร่วมสมัยกับคุณค่าที่ยั่งยืนของธรรมชาติและมนุษย์ ผ่านแนวคิดการกลับคืนสู่คุณค่าดั้งเดิม การเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสะท้อนถึงความท้าทายที่มนุษย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญ เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง&lt;br/&gt;หัวใจสำคัญของคอลเลกชันคือแนวคิดเรื่อง การเชื่อมโยงข้ามวัฒนธรรม ข้ามรุ่น และข้ามพรมแดน โดยมีผู้หญิงและความเป็นหญิงเป็นศูนย์กลาง&lt;br/&gt;สารสำคัญของงาน&lt;br/&gt;ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงในแวดวงสร้างสรรค์ รวมถึงสัญลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของเวียดนามและเอเชียสู่เวทีโลกสืบสานและยกระดับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมผ่านภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ LA TRỊNH atelier แบรนด์เวียดนามที่มุ่งสู่แฟชั่นที่ยั่งยืนและเคารพธรรมชาติเฉลิมฉลองพลังของความเป็นหญิงร่วมสมัย ความลึกลับ และความงดงามที่พลิ้วไหวและโรแมนติกสนับสนุน Vietnam Children’s Fund และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ&lt;br/&gt;การสนับสนุนจากพันธมิตร ภาคธุรกิจ และชุมชนเวียดนามในยุโรป&lt;br/&gt;งานครั้งนี้ได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านการทูต ภาคธุรกิจ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนชาวเวียดนามในยุโรป&lt;br/&gt;จดหมายแนะนำอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนาม ณ กรุงโรม: LA TRỊNH atelier รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับจดหมายแนะนำอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศอิตาลี ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของงานในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมและการทูตพันธมิตรระดับ Diamond – แบรนด์ Nguyên Xuân: ความร่วมมือระหว่างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรเวียดนาม Nguyên Xuân และ LA TRỊNH atelier ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำคุณค่าและแบรนด์เวียดนามสู่เวทีนานาชาติ พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สามารถนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองบนแผนที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ – Italian Atelier:Italian Atelier ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในการเชื่อมโยงกับพันธมิตร ภาคธุรกิจ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายโอกาสด้านความร่วมมือและนำเรื่องราวของแบรนด์เวียดนามเข้าสู่เครือข่ายระดับนานาชาติพันธมิตรด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ – CjC Marketing Agency:CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในด้านการสื่อสารและการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงาน พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับเครือข่ายสื่อ ชุมชน และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทั้งในเวียดนามและต่างประเทศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ – Cinexia Productions &amp;amp; Beauty Tech World: งานครั้งนี้ยังเป็นหมุดหมายของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง LA TRỊNH atelier กับ Cinexia Productions &amp;amp; Beauty Tech World โดยมีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการภายในงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็กพลังของชุมชนชาวเวียดนามหลายรุ่นในอิตาลีและยุโรป: เครือข่ายนักวิชาการ นักธุรกิจรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างชาติ และชาวเวียดนามรุ่นที่สองในยุโรป มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมเวียดนามและยุโรปเข้าด้วยกัน พร้อมส่งต่อเรื่องราวและคุณค่าที่มีความหมายในระดับสากล&lt;br/&gt;ข้อมูลเกี่ยวกับดีไซเนอร์และ LA TRỊNH atelier&lt;br/&gt;Namie Trịnh ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ LA TRỊNH atelier ปัจจุบันกำลังศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นที่ Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) และทำงานในฐานะดีไซเนอร์และสไตลิสต์ในเมืองมิลาน&lt;br/&gt;ด้วยแนวทางการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายเซอร์เรียลลิสม์ Namie Trịnh ผสมผสานงาน Ready-to-Wear เข้ากับงาน Couture แบบชิ้นเดียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านมุมมองใหม่ของนักออกแบบรุ่นใหม่&lt;br/&gt;ประสบการณ์ในการจัดการนิทรรศการเวียดนามในงาน Milan Design Week 2024 รวมถึงผลงานคอลเลกชัน “Ám Hoa” ได้รับความสนใจจากสื่อในระดับนานาชาติ&lt;br/&gt;ข้อมูลงาน&lt;br/&gt;ชื่อกิจกรรม: LA TRỊNH atelier – “Gods Within Her”&lt;br/&gt;วันและเวลา: 17.30 &lt;br/&gt;น. วันที่ 21 กันยายน 2026&lt;br/&gt;สถานที่: Veranda Studio, Via Rutilia 10/9, Milano, Italyจำนวนผู้เข้าร่วม: แขก &lt;br/&gt;VIP จำนวน 350 คน ประกอบด้วยตัวแทนภาคธุรกิจ ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน ผู้หลงใหลในแฟชั่นและศิลปะ รวมถึงสมาคมและชุมชนชาวเวียดนามจากทั่วทวีปยุโรป&lt;br/&gt;ติดต่อสื่อมวลชน&lt;br/&gt;Ms. Đặng Thị Ngọc Huyền (Milan, Italy)&lt;br/&gt;Email: &lt;a href=&#34;mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com&#34;&gt;dangngochuyen.latrinh@gmail.com&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com&#34;&gt;&lt;/a&gt;Mobile: (+39) 3520740062&lt;br/&gt;WhatsApp/Zalo: (+84) 812834078&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://latrinhatelier.com/milano-runway-show-september-2026/?utm_source=chatgpt.com&#34;&gt;LA TRỊNH atelier – Milano Runway Show September 2026&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ LA TRỊNH atelier&lt;br/&gt;ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 LA TRỊNH atelier เป็นแบรนด์แฟชั่นและงานสร้างสรรค์ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามและผู้มีเชื้อสายเวียดนามที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในอิตาลี&lt;br/&gt;ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเวียดนามและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาสู่เมดิเตอร์เรเนียนและยุโรป LA TRỊNH atelier ให้ความสำคัญกับความเป็นหญิงและแฟชั่นที่ยั่งยืน โดยเคารพธรรมชาติผ่านการเลือกใช้วัสดุ และมุ่งนำเสนอเรื่องราวที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเปิดกว้าง&lt;br/&gt;แบรนด์ต้องการนำเสนอภาพของเวียดนามที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เปิดรับการแลกเปลี่ยน และยังคงยึดโยงกับเรื่องราวดั้งเดิมของผู้คนและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;ปรัชญาของ LA TRỊNH atelier มุ่งเน้นการออกแบบที่มีคุณค่าและเอกลักษณ์ในระยะยาว ให้ความสำคัญกับความประณีตในการตัดเย็บ เทคนิคการสร้างแพตเทิร์นและโครงสร้างเสื้อผ้า ตลอดจนความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างเสื้อผ้ากับผู้สวมใส่&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>เป็นครั้งแรกที่ LA TRỊNH atelier แบรนด์แฟชั่นจากเวียดนามประกาศจัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Gods Within Her” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยคอลเลกชันประกอบด้วยผลงาน 30 ลุค ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ ความเป็นหญิงและพลังของผู้หญิงร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมเข้ากับวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p><h2>แรงบันดาลใจและทิศทางด้านศิลปะ</h2><p>“Gods Within Her” คือบทหนึ่งของเรื่องราวการตื่นขึ้นของตัวตนแห่งเทพธิดา ผู้ก้าวเดินอย่างสง่างามผ่านวิหารโบราณและภูเขาในตำนานอันลึกลับที่ทอดยาวจากตะวันออกสู่ตะวันตก การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนผ่านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ หากแต่เป็นการเดินทางผ่านเรื่องราวและชั้นของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน</p><p>การผสานกันของสัญลักษณ์จากโลกตะวันออกและตะวันตกจะได้รับการถ่ายทอดผ่านภาษาของแฟชั่นบนรันเวย์ใจกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และหนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นสำคัญของยุโรป</p><p>“Gods Within Her” ยังสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตำนานร่วมสมัยกับคุณค่าที่ยั่งยืนของธรรมชาติและมนุษย์ ผ่านแนวคิดการกลับคืนสู่คุณค่าดั้งเดิม การเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสะท้อนถึงความท้าทายที่มนุษย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญ เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง</p><p>หัวใจสำคัญของคอลเลกชันคือแนวคิดเรื่อง การเชื่อมโยงข้ามวัฒนธรรม ข้ามรุ่น และข้ามพรมแดน โดยมีผู้หญิงและความเป็นหญิงเป็นศูนย์กลาง</p><h2>สารสำคัญของงาน</h2><p>ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงในแวดวงสร้างสรรค์ รวมถึงสัญลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของเวียดนามและเอเชียสู่เวทีโลกสืบสานและยกระดับงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมผ่านภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ LA TRỊNH atelier แบรนด์เวียดนามที่มุ่งสู่แฟชั่นที่ยั่งยืนและเคารพธรรมชาติเฉลิมฉลองพลังของความเป็นหญิงร่วมสมัย ความลึกลับ และความงดงามที่พลิ้วไหวและโรแมนติกสนับสนุน Vietnam Children’s Fund และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ</p><h2>การสนับสนุนจากพันธมิตร ภาคธุรกิจ และชุมชนเวียดนามในยุโรป</h2><p>งานครั้งนี้ได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านการทูต ภาคธุรกิจ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนชาวเวียดนามในยุโรป</p><p>จดหมายแนะนำอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนาม ณ กรุงโรม: LA TRỊNH atelier รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับจดหมายแนะนำอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศอิตาลี ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของงานในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมและการทูตพันธมิตรระดับ Diamond – แบรนด์ Nguyên Xuân: ความร่วมมือระหว่างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสมุนไพรเวียดนาม Nguyên Xuân และ LA TRỊNH atelier ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำคุณค่าและแบรนด์เวียดนามสู่เวทีนานาชาติ พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สามารถนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองบนแผนที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ – Italian Atelier:Italian Atelier ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในการเชื่อมโยงกับพันธมิตร ภาคธุรกิจ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายโอกาสด้านความร่วมมือและนำเรื่องราวของแบรนด์เวียดนามเข้าสู่เครือข่ายระดับนานาชาติพันธมิตรด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ – CjC Marketing Agency:CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน LA TRỊNH atelier ในด้านการสื่อสารและการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงาน พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์เข้ากับเครือข่ายสื่อ ชุมชน และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทั้งในเวียดนามและต่างประเทศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ – Cinexia Productions &amp; Beauty Tech World: งานครั้งนี้ยังเป็นหมุดหมายของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง LA TRỊNH atelier กับ Cinexia Productions &amp; Beauty Tech World โดยมีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการภายในงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็กพลังของชุมชนชาวเวียดนามหลายรุ่นในอิตาลีและยุโรป: เครือข่ายนักวิชาการ นักธุรกิจรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างชาติ และชาวเวียดนามรุ่นที่สองในยุโรป มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมเวียดนามและยุโรปเข้าด้วยกัน พร้อมส่งต่อเรื่องราวและคุณค่าที่มีความหมายในระดับสากล</p><h2>ข้อมูลเกี่ยวกับดีไซเนอร์และ LA TRỊNH atelier</h2><p>Namie Trịnh ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ LA TRỊNH atelier ปัจจุบันกำลังศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นที่ Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) และทำงานในฐานะดีไซเนอร์และสไตลิสต์ในเมืองมิลาน</p><p>ด้วยแนวทางการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายเซอร์เรียลลิสม์ Namie Trịnh ผสมผสานงาน Ready-to-Wear เข้ากับงาน Couture แบบชิ้นเดียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านมุมมองใหม่ของนักออกแบบรุ่นใหม่</p><p>ประสบการณ์ในการจัดการนิทรรศการเวียดนามในงาน Milan Design Week 2024 รวมถึงผลงานคอลเลกชัน “Ám Hoa” ได้รับความสนใจจากสื่อในระดับนานาชาติ</p><h2>ข้อมูลงาน</h2><p>ชื่อกิจกรรม: LA TRỊNH atelier – “Gods Within Her”</p><p>วันและเวลา: 17.30 </p><p>น. วันที่ 21 กันยายน 2026</p><p>สถานที่: Veranda Studio, Via Rutilia 10/9, Milano, Italyจำนวนผู้เข้าร่วม: แขก </p><p>VIP จำนวน 350 คน ประกอบด้วยตัวแทนภาคธุรกิจ ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน ผู้หลงใหลในแฟชั่นและศิลปะ รวมถึงสมาคมและชุมชนชาวเวียดนามจากทั่วทวีปยุโรป</p><h2>ติดต่อสื่อมวลชน</h2><p>Ms. Đặng Thị Ngọc Huyền (Milan, Italy)</p><p>Email: <a href="mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com">dangngochuyen.latrinh@gmail.com</a></p><p><a href="mailto:dangngochuyen.latrinh@gmail.com"></a>Mobile: (+39) 3520740062</p><p>WhatsApp/Zalo: (+84) 812834078</p><p><a href="https://latrinhatelier.com/milano-runway-show-september-2026/?utm_source=chatgpt.com">LA TRỊNH atelier – Milano Runway Show September 2026</a></p><h2>เกี่ยวกับ LA TRỊNH atelier</h2><p>ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 LA TRỊNH atelier เป็นแบรนด์แฟชั่นและงานสร้างสรรค์ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามและผู้มีเชื้อสายเวียดนามที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในอิตาลี</p><p>ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเวียดนามและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาสู่เมดิเตอร์เรเนียนและยุโรป LA TRỊNH atelier ให้ความสำคัญกับความเป็นหญิงและแฟชั่นที่ยั่งยืน โดยเคารพธรรมชาติผ่านการเลือกใช้วัสดุ และมุ่งนำเสนอเรื่องราวที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเปิดกว้าง</p><p>แบรนด์ต้องการนำเสนอภาพของเวียดนามที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เปิดรับการแลกเปลี่ยน และยังคงยึดโยงกับเรื่องราวดั้งเดิมของผู้คนและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน</p><p>ปรัชญาของ LA TRỊNH atelier มุ่งเน้นการออกแบบที่มีคุณค่าและเอกลักษณ์ในระยะยาว ให้ความสำคัญกับความประณีตในการตัดเย็บ เทคนิคการสร้างแพตเทิร์นและโครงสร้างเสื้อผ้า ตลอดจนความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างเสื้อผ้ากับผู้สวมใส่</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/2c5f596f-5df2-42ca-9a49-198adbe64340/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/1b93dde5-7eb7-41e4-abb6-6b6b6fa1b14a</guid>
      <pubDate>Mon, 07 Sep 2026 17:11:34 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>TCL เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน ผนึก “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้”  เร่งส่งท่อถึงบ้านนาแลภายใน 2 วัน ช่วย 36 ครัวเรือนกลับมามีน้ำใช้ </title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/dc6669ea-57a9-4a7a-ae46-274075b710c2/24a8acd4-1823-4ebd-a308-19c9ec119094</link>
      <description>บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิคส์ (ไทยแลนด์) จํากัด แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเทคโนโลยีชั้นนําระดับโลก&amp;nbsp; ขอเดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลือและยืนเคียงข้างชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน ร่วมกับ &lt;b&gt;มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้&lt;/b&gt; เร่งสนับสนุนท่อพีวีซีสำหรับระบบน้ำให้แก่ชาวบ้าน &lt;b&gt;บ้านนาแล อำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 36 ครัวเรือน&lt;/b&gt; หลังได้รับผลกระทบจนระบบน้ำในพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน โดย TCL เร่งดำเนินการทันทีหลังได้รับการประสาน และสามารถ&lt;b&gt;จัดส่งท่อถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 วัน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5bd95878-a04c-4c5d-bfe1-6cde6ed991d2/public&#34; alt=&#34;TCL ช่วยน้ำท่วมน่าน ร่วมกับมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/62c6e9f9-e55a-4d7a-827d-de89af05d171/public&#34; alt=&#34;TCL ช่วยน้ำท่วมน่าน ร่วมกับมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้&#34;/&gt;ความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านบ้านนาแลได้ขอความช่วยเหลือไปยัง &lt;b&gt;คุณกัน จอมพลัง&lt;/b&gt; เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ท่อเพื่อเชื่อมต่อระบบน้ำกลับเข้าสู่ชุมชน ก่อนที่ทางมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ จะประสานความต้องการดังกล่าวมายัง TCL ซึ่งเมื่อได้รับทราบถึงสถานการณ์และความเดือดร้อนของชาวบ้าน TCL ได้เร่งจัดเตรียมท่อพีวีซีและดำเนินการด้านการขนส่งทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วที่สุด&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7d9fae7e-87ef-49bc-adb6-995344e4d230/public&#34; alt=&#34;TCL ช่วยน้ำท่วมน่าน ร่วมกับมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้&#34;/&gt;&lt;b&gt;ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ท่อพีวีซีได้ถูกส่งถึงบ้านนาแล&lt;/b&gt;และนำไปใช้เชื่อมต่อระบบน้ำให้กับชุมชน ช่วยให้ทั้ง 36 ครัวเรือนสามารถกลับมามีน้ำใช้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวันอีกครั้ง สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน มูลนิธิ และคนในพื้นที่ ที่สามารถเปลี่ยนความต้องการเร่งด่วนให้กลายเป็นความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริงได้ในเวลาอันรวดเร็ว&lt;br/&gt;สำหรับ TCL ความช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชน และการนำศักยภาพขององค์กรเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในช่วงเวลาที่จำเป็น เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ ทุกช่วงเวลามีความหมาย และการช่วยเหลือที่รวดเร็วสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;br/&gt;&lt;b&gt;TCL ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย&lt;/b&gt; ไม่เพียงผ่านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม แต่ยังรวมถึงการพร้อมส่งต่อความช่วยเหลือและยืนเคียงข้างสังคมในวันที่ต้องการ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&lt;br/&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.tcl.com/th&#34;&gt;https://www.tcl.com/th&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.tcl.com/th&#34;&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href=&#34;https://www.facebook.com/TCLThailand&#34;&gt;https://www.facebook.com/TCLThailand&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิคส์ (ไทยแลนด์) จํากัด แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเทคโนโลยีชั้นนําระดับโลก&nbsp; ขอเดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลือและยืนเคียงข้างชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน ร่วมกับ <b>มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้</b> เร่งสนับสนุนท่อพีวีซีสำหรับระบบน้ำให้แก่ชาวบ้าน <b>บ้านนาแล อำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 36 ครัวเรือน</b> หลังได้รับผลกระทบจนระบบน้ำในพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน โดย TCL เร่งดำเนินการทันทีหลังได้รับการประสาน และสามารถ<b>จัดส่งท่อถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 วัน</b></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5bd95878-a04c-4c5d-bfe1-6cde6ed991d2/public" alt="TCL ช่วยน้ำท่วมน่าน ร่วมกับมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/62c6e9f9-e55a-4d7a-827d-de89af05d171/public" alt="TCL ช่วยน้ำท่วมน่าน ร่วมกับมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้" /><p>ความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านบ้านนาแลได้ขอความช่วยเหลือไปยัง <b>คุณกัน จอมพลัง</b> เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ท่อเพื่อเชื่อมต่อระบบน้ำกลับเข้าสู่ชุมชน ก่อนที่ทางมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ จะประสานความต้องการดังกล่าวมายัง TCL ซึ่งเมื่อได้รับทราบถึงสถานการณ์และความเดือดร้อนของชาวบ้าน TCL ได้เร่งจัดเตรียมท่อพีวีซีและดำเนินการด้านการขนส่งทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วที่สุด</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7d9fae7e-87ef-49bc-adb6-995344e4d230/public" alt="TCL ช่วยน้ำท่วมน่าน ร่วมกับมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้" /><p><b>ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน ท่อพีวีซีได้ถูกส่งถึงบ้านนาแล</b>และนำไปใช้เชื่อมต่อระบบน้ำให้กับชุมชน ช่วยให้ทั้ง 36 ครัวเรือนสามารถกลับมามีน้ำใช้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวันอีกครั้ง สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน มูลนิธิ และคนในพื้นที่ ที่สามารถเปลี่ยนความต้องการเร่งด่วนให้กลายเป็นความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริงได้ในเวลาอันรวดเร็ว</p><p>สำหรับ TCL ความช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชน และการนำศักยภาพขององค์กรเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในช่วงเวลาที่จำเป็น เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ ทุกช่วงเวลามีความหมาย และการช่วยเหลือที่รวดเร็วสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p><b>TCL ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย</b> ไม่เพียงผ่านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม แต่ยังรวมถึงการพร้อมส่งต่อความช่วยเหลือและยืนเคียงข้างสังคมในวันที่ต้องการ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน</p><p>ข้อมูลเพิ่มเติม</p><p><a href="https://www.tcl.com/th">https://www.tcl.com/th</a></p><p><a href="https://www.tcl.com/th"></a><a href="https://www.facebook.com/TCLThailand">https://www.facebook.com/TCLThailand</a></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6c9e3667-abc9-45a2-86bc-6cc6f45e99cc/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/dc6669ea-57a9-4a7a-ae46-274075b710c2/24a8acd4-1823-4ebd-a308-19c9ec119094</guid>
      <pubDate>Thu, 03 Sep 2026 18:11:56 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>BCT Expo 2026 Puts Net Zero at the Heart of Construction &amp; Mining 150+ Global Brands, Smart Technologies and Low-Carbon Solutions Set to Shape the Industry’s Sustainable Future</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/e92cd0df-0c0e-4414-9627-8e961f6669df/040f9343-391b-467c-ae13-a2a297572d0a</link>
      <description>BANGKOK,&#xA;September 2, 2026 – IMPACT Exhibition Management Co., Ltd., together with its&#xA;public- and private-sector partners, has announced its full readiness for&#xA;Building Construction Technology Expo 2026 (BCT Expo 2026), a leading regional&#xA;exhibition and business platform for the building, construction and mining&#xA;industries in Southeast Asia. Now in its sixth consecutive edition, BCT Expo&#xA;2026 will be held under the theme “Empowering Net Zero in Construction &amp;amp;&#xA;Mining”, highlighting the industry’s transition toward a low-carbon future and&#xA;supporting the development of more sustainable construction and mining&#xA;practices in Thailand and across the region. The event will take place from&#xA;September 16–18, 2026, from 10:00 a.m. to 6:00 p.m. at Hall 7, IMPACT&#xA;Exhibition and Convention Center, Muang Thong Thani.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Mr. Loy Joon How,&#xA;General Manager of IMPACT Exhibition Management Co., Ltd.,&lt;/b&gt;&#xA;said the preparations for BCT Expo 2026 are well underway across all key areas,&#xA;from the exhibition floor and technology showcase to industry conferences and&#xA;professional training programmes. “BCT Expo 2026 is fully prepared to serve as&#xA;a regional platform connecting industry professionals, technology providers,&#xA;experts and decision-makers. This year, the exhibition will bring together&#xA;technologies and solutions from more than 150 leading brands worldwide,&#xA;alongside in-depth conferences and professional training programmes. We expect&#xA;to welcome more than 4,000 industry professionals, experts and decision-makers&#xA;to exchange knowledge, develop business networks and explore new technologies&#xA;and solutions that can support the construction and mining industries in&#xA;achieving sustainable growth.”&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1d442125-71b4-479d-b4c3-d1fa868a7c34/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;“The&#xA;exhibition comes at a time when Thailand’s construction sector continues to&#xA;expand. According to Krungsri Research, Thailand’s construction investment grew&#xA;by 6.1% year-on-year in the first quarter of 2026, reaching approximately THB&#xA;365 billion, while full-year growth is projected at around 2.5–2.7%, driven in&#xA;part by major infrastructure projects. At the same time, the country’s Net Zero&#xA;target for 2050 is expected to accelerate the transformation of industrial&#xA;sectors. According to SCB EIC, carbon-intensive construction materials,&#xA;particularly steel and cement, will face increasing pressure to adopt more&#xA;environmentally responsible production processes and technologies.”&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Mr. Panotsan&#xA;Suchayanon, Deputy Director-General of the Department of Primary Industries and&#xA;Mines (DPIM),&lt;/b&gt; highlighted the importance of sustainable&#xA;resource management and the circular economy in supporting the transformation&#xA;of the industrial sector. “DPIM places strong emphasis on the efficient and&#xA;sustainable management of raw materials and mineral resources for the&#xA;industrial sector. Advancing the circular economy can improve resource&#xA;efficiency, reduce waste and help Thailand’s construction and mining industries&#xA;respond more effectively to global environmental challenges.”&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3ef17747-d33c-451d-a4d6-6e833eac7453/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;Mr. Rattee&#xA;Ruangpimonsiri Regional Manager, of Zoomlion Heavy&#xA;Industry (Thailand) Co., Ltd.,&lt;/b&gt; one of the&#xA;exhibitors at BCT Expo 2026, said: “Zoomlion is committed to bringing&#xA;world-class construction machinery and technologies to the Thai and regional&#xA;markets, with solutions designed to enhance operational efficiency while&#xA;reducing environmental impact. We are proud to contribute to the transformation&#xA;of Thailand’s and the region’s construction industry toward a more sustainable&#xA;Net Zero future.”&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/87e7acba-fb7f-4742-89d5-a3e6870e153b/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;6 Must-See Highlights at BCT Expo 2026&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Advanced Machinery and Technologies&#xA;from 150 Leading Brands Worldwide&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Discover&#xA;a comprehensive range of construction and mining machinery, materials,&#xA;equipment, technologies, innovations and solutions, covering AI, robotics and&#xA;smart construction from leading manufacturers and distributors from Thailand&#xA;and around the world. Featured exhibitors include Zoomlion, Daehan Heavy&#xA;Industry LLC, SIRIM BERHAD, Pinsiam, Topcon Positioning Asia (Thailand) and&#xA;Japan Mass Timber Overseas Promotion Council, among others.&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Innovations for a More Sustainable&#xA;Industry&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Explore&#xA;technologies and solutions specifically designed to support more sustainable&#xA;construction and mining operations, from greenhouse gas reduction technologies&#xA;to carbon management systems, helping businesses respond to the global transition&#xA;toward Net Zero and raise environmental standards across the industry.&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Built Environment &amp;amp;&#xA;Construction Lighting Pavilion&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;For&#xA;the first time, BCT Expo will introduce a dedicated pavilion showcasing&#xA;innovative lighting solutions for the built environment and construction&#xA;sector. The pavilion will feature technologies directly from leading&#xA;manufacturers and technology developers in Zhejiang Province, China, providing&#xA;Thai businesses with opportunities to connect and conduct direct business discussions&#xA;with manufacturers.&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;DPIM Circular Economy&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;In&#xA;collaboration with the Department of Primary Industries and Mines (DPIM) as a&#xA;strategic partner, BCT Expo 2026 will present a dedicated exhibition showcasing&#xA;practical models of the Circular Economy, alongside the “DPIM Circular Economy”&#xA;conference programme. The programme will explore approaches to maximizing&#xA;resource efficiency, reducing waste and minimizing environmental impacts across&#xA;industrial operations.&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;30+ Free Industry Conference&#xA;Sessions&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Stay&#xA;ahead of emerging trends and gain practical insights from leading industry&#xA;organizations and experts, including RITTA, SCG, PTT, SCB EIC and the&#xA;Association of Siamese Architects under Royal Patronage. &lt;br/&gt;Conference&#xA;topics will cover key issues including Net Zero Construction, Green Building,&#xA;Digital Construction, BIM and AI for Engineering.&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Free Professional Training with&#xA;CPD Credits&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Enhance&#xA;professional knowledge through specialized training sessions led by experienced&#xA;academics and industry experts, including Asst. Prof. Dr. Thanet Weerasiri, the&#xA;Council of Engineers, the Chonburi Occupational Safety Officers Club, and the&#xA;Association of Lifting, Crane and Heavy Machinery Engineering.&lt;br/&gt;Licensed&#xA;professional engineers registered with the Council of Engineers can earn&#xA;Continuing Professional Development (CPD) credits upon completion of eligible&#xA;training sessions.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Business&#xA;Opportunities and B2B Matchmaking&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Beyond technology showcases and&#xA;educational programmes, BCT Expo 2026 will feature a dedicated Business Matching&#xA;Programme, providing buyers, decision-makers and industry professionals with&#xA;opportunities to arrange one-on-one business meetings, identify potential&#xA;partners and expand their business networks across the region.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Visitors can register&#xA;to attend the exhibition:&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Visitor Registration &lt;a href=&#34;https://evcnx.co/HTbBv&#34;&gt;https://evcnx.co/HTbBv&lt;/a&gt; &lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>BANGKOK,
September 2, 2026 – IMPACT Exhibition Management Co., Ltd., together with its
public- and private-sector partners, has announced its full readiness for
Building Construction Technology Expo 2026 (BCT Expo 2026), a leading regional
exhibition and business platform for the building, construction and mining
industries in Southeast Asia. Now in its sixth consecutive edition, BCT Expo
2026 will be held under the theme “Empowering Net Zero in Construction &amp;
Mining”, highlighting the industry’s transition toward a low-carbon future and
supporting the development of more sustainable construction and mining
practices in Thailand and across the region. The event will take place from
September 16–18, 2026, from 10:00 a.m. to 6:00 p.m. at Hall 7, IMPACT
Exhibition and Convention Center, Muang Thong Thani.</p><p><b>Mr. Loy Joon How,
General Manager of IMPACT Exhibition Management Co., Ltd.,</b>
said the preparations for BCT Expo 2026 are well underway across all key areas,
from the exhibition floor and technology showcase to industry conferences and
professional training programmes. “BCT Expo 2026 is fully prepared to serve as
a regional platform connecting industry professionals, technology providers,
experts and decision-makers. This year, the exhibition will bring together
technologies and solutions from more than 150 leading brands worldwide,
alongside in-depth conferences and professional training programmes. We expect
to welcome more than 4,000 industry professionals, experts and decision-makers
to exchange knowledge, develop business networks and explore new technologies
and solutions that can support the construction and mining industries in
achieving sustainable growth.”</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1d442125-71b4-479d-b4c3-d1fa868a7c34/public" alt="Image" /><p>“The
exhibition comes at a time when Thailand’s construction sector continues to
expand. According to Krungsri Research, Thailand’s construction investment grew
by 6.1% year-on-year in the first quarter of 2026, reaching approximately THB
365 billion, while full-year growth is projected at around 2.5–2.7%, driven in
part by major infrastructure projects. At the same time, the country’s Net Zero
target for 2050 is expected to accelerate the transformation of industrial
sectors. According to SCB EIC, carbon-intensive construction materials,
particularly steel and cement, will face increasing pressure to adopt more
environmentally responsible production processes and technologies.”</p><p>&nbsp;</p><p><b>Mr. Panotsan
Suchayanon, Deputy Director-General of the Department of Primary Industries and
Mines (DPIM),</b> highlighted the importance of sustainable
resource management and the circular economy in supporting the transformation
of the industrial sector. “DPIM places strong emphasis on the efficient and
sustainable management of raw materials and mineral resources for the
industrial sector. Advancing the circular economy can improve resource
efficiency, reduce waste and help Thailand’s construction and mining industries
respond more effectively to global environmental challenges.”</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3ef17747-d33c-451d-a4d6-6e833eac7453/public" alt="Image" /><p><b>Mr. Rattee
Ruangpimonsiri Regional Manager, of Zoomlion Heavy
Industry (Thailand) Co., Ltd.,</b> one of the
exhibitors at BCT Expo 2026, said: “Zoomlion is committed to bringing
world-class construction machinery and technologies to the Thai and regional
markets, with solutions designed to enhance operational efficiency while
reducing environmental impact. We are proud to contribute to the transformation
of Thailand’s and the region’s construction industry toward a more sustainable
Net Zero future.”</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/87e7acba-fb7f-4742-89d5-a3e6870e153b/public" alt="Image" /><p>6 Must-See Highlights at BCT Expo 2026</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Advanced Machinery and Technologies
from 150 Leading Brands Worldwide</b></p><p>Discover
a comprehensive range of construction and mining machinery, materials,
equipment, technologies, innovations and solutions, covering AI, robotics and
smart construction from leading manufacturers and distributors from Thailand
and around the world. Featured exhibitors include Zoomlion, Daehan Heavy
Industry LLC, SIRIM BERHAD, Pinsiam, Topcon Positioning Asia (Thailand) and
Japan Mass Timber Overseas Promotion Council, among others.</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Innovations for a More Sustainable
Industry</b></p><p>Explore
technologies and solutions specifically designed to support more sustainable
construction and mining operations, from greenhouse gas reduction technologies
to carbon management systems, helping businesses respond to the global transition
toward Net Zero and raise environmental standards across the industry.</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Built Environment &amp;
Construction Lighting Pavilion</b></p><p>For
the first time, BCT Expo will introduce a dedicated pavilion showcasing
innovative lighting solutions for the built environment and construction
sector. The pavilion will feature technologies directly from leading
manufacturers and technology developers in Zhejiang Province, China, providing
Thai businesses with opportunities to connect and conduct direct business discussions
with manufacturers.</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>DPIM Circular Economy</b></p><p>In
collaboration with the Department of Primary Industries and Mines (DPIM) as a
strategic partner, BCT Expo 2026 will present a dedicated exhibition showcasing
practical models of the Circular Economy, alongside the “DPIM Circular Economy”
conference programme. The programme will explore approaches to maximizing
resource efficiency, reducing waste and minimizing environmental impacts across
industrial operations.</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>30+ Free Industry Conference
Sessions</b></p><p>Stay
ahead of emerging trends and gain practical insights from leading industry
organizations and experts, including RITTA, SCG, PTT, SCB EIC and the
Association of Siamese Architects under Royal Patronage. </p><p>Conference
topics will cover key issues including Net Zero Construction, Green Building,
Digital Construction, BIM and AI for Engineering.</p><p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Free Professional Training with
CPD Credits</b></p><p>Enhance
professional knowledge through specialized training sessions led by experienced
academics and industry experts, including Asst. Prof. Dr. Thanet Weerasiri, the
Council of Engineers, the Chonburi Occupational Safety Officers Club, and the
Association of Lifting, Crane and Heavy Machinery Engineering.</p><p>Licensed
professional engineers registered with the Council of Engineers can earn
Continuing Professional Development (CPD) credits upon completion of eligible
training sessions.</p><p><b>Business
Opportunities and B2B Matchmaking</b></p><p>Beyond technology showcases and
educational programmes, BCT Expo 2026 will feature a dedicated Business Matching
Programme, providing buyers, decision-makers and industry professionals with
opportunities to arrange one-on-one business meetings, identify potential
partners and expand their business networks across the region.</p><p><b>Visitors can register
to attend the exhibition:</b></p><p>Visitor Registration <a href="https://evcnx.co/HTbBv">https://evcnx.co/HTbBv</a> </p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/04eeea41-6fe2-41bd-a7e2-6f5220270d12/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/e92cd0df-0c0e-4414-9627-8e961f6669df/040f9343-391b-467c-ae13-a2a297572d0a</guid>
      <pubDate>Thu, 03 Sep 2026 10:34:33 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title> PaM++ ผนึก Image Shining เปิดตัว “Brand Image Training” เชื่อมกลยุทธ์แบรนด์ ภาพลักษณ์ และการสื่อสารของบุคลากรให้เป็นทิศทางเดียวกัน</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/fcf6b2d5-7710-4f5a-9224-83f0a24cb8eb/1dddb622-1057-4eda-b30f-71ddc1182648</link>
      <description>&lt;b&gt;กรุงเทพฯ – &lt;/b&gt;&lt;b&gt;2 กันยายน 2569&#xA;–&lt;/b&gt;– PaM++ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด&#xA;ร่วมกับ Image Shining ผู้เชี่ยวชาญด้าน Image Coaching และ Professional Presence เปิดตัวหลักสูตร “&lt;b&gt;Brand Image Training&lt;/b&gt;” โปรแกรมฝึกอบรมรูปแบบใหม่สำหรับองค์กร&#xA;ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานแยกส่วนกันระหว่างแบรนดิ้งและการพัฒนาบุคลากร&#xA;โดยโปรแกรมนี้จะเริ่มเปิดให้อบรมสำหรับองค์กรต่างๆ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569&#xA;เป็นต้นไป&lt;br/&gt;โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นจากจุดเจ็บปวด (Pain Point) ที่พบได้บ่อยในองค์กรยุคปัจจุบัน&#xA;เมื่อฝ่ายการตลาด ฝ่ายพัฒนาบุคลากร ฝ่ายบริการ&#xA;และฝ่ายจัดอบรมด้านภาพลักษณ์ถูกจัดการแยกส่วนกันอย่างสิ้นเชิง&#xA;ทั้งที่ในมุมมองของลูกค้า&#xA;สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบของประสบการณ์เดียวกันในการปฏิสัมพันธ์กับองค์กร&#xA;หลักสูตร Brand Image Training จึงถูกออกแบบมาให้ทุกภาคส่วนเริ่มต้นจากความเข้าใจในแบรนด์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน&#xA;ก่อนจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม&#xA;ตลอดจนรูปแบบการสื่อสารของบุคลากรอย่างกลมกลืน&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;จากกลยุทธ์แบรนด์ สู่&lt;/b&gt;&lt;b&gt;การนำเสนอภาพลักษณ์&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;หลักสูตร “Brand Image Training” เริ่มต้นจากการทำให้บุคลากรภายในองค์กรทำความเข้าใจในแบรนด์อย่างลึกซึ้ง&#xA;มากกว่าเพียงแค่จดจำโลโก้ สีประจำแบรนด์ หรือคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการทำโฆษณา&#xA;แต่เป็นการสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแบรนด์ยืนอยู่ตรงจุดไหน (Brand&#xA;Positioning) มีดีเอ็นเอและบุคลิกภาพแบบใด (Brand DNA&#xA;&amp;amp; Personality) และแบรนด์ต้องการสร้างประสบการณ์หรือความรู้สึกอย่างไรให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค&lt;br/&gt;ในกระบวนการฝึกอบรม ทาง PaM++ จะรับหน้าที่ช่วยถ่ายทอดหลักการเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพเดียวกันอย่างชัดเจน&#xA;จากนั้น Image Shining จะนำรากฐานความเข้าใจในแบรนด์ดังกล่าวมาต่อยอดสู่ตัวบุคคลในระดับปฏิบัติ&#xA;ตั้งแต่ด้านภาพลักษณ์ การแต่งกายและการดูแลตนเอง (Grooming) บุคลิกภาพ ท่าทาง ภาษากาย การวางตัว&#xA;ตลอดจนมารยาททางสังคมและการทำธุรกิจ&#xA;เพื่อสร้างความเป็นมืออาชีพที่สะท้อนถึงแบรนด์ที่บุคลากรเหล่านั้นกำลังเป็นตัวแทนได้อย่างเหมาะสมและสง่างาม&lt;br/&gt;&lt;b&gt;คุณปนัสพร (แพม) นพศรี &lt;/b&gt;&lt;b&gt;Managing Director &lt;/b&gt;ของ &lt;b&gt;PaM++&lt;/b&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;i&gt;“หลายองค์กรมี Brand Book และลงทุนด้านการตลาดอย่างจริงจัง&#xA;แต่ลูกค้าไม่ได้มาเห็น Brand Book พวกเขาสัมผัสแบรนด์ผ่านคนที่เป็นตัวแทนขององค์กร&#xA;บุคลากรจึงต้องเข้าใจก่อนว่าแบรนด์ยืนอยู่บนอะไร&#xA;และต้องการสร้างความรู้สึกแบบใดให้ลูกค้า&#xA;แล้วจึงแปลงความเข้าใจนั้นเป็นการกระทำที่ไปในทิศทางเดียวกัน”&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;ขณะที่&amp;nbsp;&lt;b&gt;Coach Nat ชนัดดา เจริญศิริพันธ์ Founder&#xA;&lt;/b&gt;ของ&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;Image Shining&lt;/b&gt;&amp;nbsp;ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;i&gt;“การดูเป็นมืออาชีพอย่างเดียวไม่พอ&#xA;หากสิ่งที่แสดงออกยังไม่สอดคล้องกับแบรนด์ สิ่งสำคัญคือการทำให้ภาพลักษณ์ บุคลิก&#xA;การวางตัว และการสื่อสาร สะท้อนตัวตนขององค์กรได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ&#34;&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;สามแกนหลักในการขับเคลื่อนโปรแกรม&#xA;“&lt;/b&gt;&lt;b&gt;Brand&#xA;Image Training”&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน&#xA;โครงสร้างการอบรมของโปรแกรมนี้จึงถูกกำหนดไว้ภายใต้สามส่วนที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ&#xA;ดังนี้&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&lt;b&gt;Brand Understanding:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;การทำความเข้าใจอัตลักษณ์ วิสัยทัศน์ คุณค่า จุดยืน&#xA;ตลอดจนบุคลิกภาพและวิธีการสื่อสาร&#xA;เพื่อให้พนักงานไม่เพียงแค่รับรู้ว่าแบรนด์คืออะไร&#xA;แต่สามารถมองภาพการสื่อสารและประสบการณ์ที่องค์กรต้องการส่งมอบได้อย่างชัดเจนร่วมกัน&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&lt;b&gt;Image Alignment:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;การนำตัวตนของแบรนด์มาแปลงสู่แนวทางเชิงปฏิบัติของบุคคล อาทิ&#xA;ความประทับใจแรกพบ (First Impression) ความเป็นมืออาชีพ (Professional&#xA;Presence) มาตรฐานการแต่งกาย โทนสี ท่าทาง ภาษากาย&#xA;และมารยาททางสังคมที่เหมาะสมสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของบุคลากรและบริบทองค์กร&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&lt;b&gt;Brand Communication:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;การนำโทนเสียงของแบรนด์ (Brand Tone of Voice) มาใช้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกถ้อยคำ&#xA;การใช้น้ำเสียง การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก&#xA;ไปจนถึงวิธีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและลูกค้า&#xA;เพื่อสร้างมาตรฐานความสม่ำเสมอในทุกๆ จุดสัมผัสบริการ (Touchpoints)&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/c8492db2-7d4d-443d-899f-12a73be7608c/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;การผสมผสานสองศาสตร์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;จุดเด่นที่สำคัญอีกประการของหลักสูตร Brand Image Training คือ&#xA;การจัดหลักสูตรแบบ Tailor-made ที่ได้รับการพัฒนาและปรับแต่งเนื้อหา&#xA;รวมถึงกระบวนการทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้สอดคล้องเฉพาะตัวตามตำแหน่งทางการตลาด&#xA;ดีเอ็นเอ กลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนโจทย์ความท้าทายจริงในธุรกิจของแต่ละองค์กร&#xA;นับเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสองศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแบรนดิ้งและการโค้ชภาพลักษณ์ส่วนบุคคลเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ&#xA;แตกต่างจากในอดีตที่ธุรกิจมักจะพัฒนาทักษะด้านเหล่านี้แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง&lt;br/&gt;โปรแกรมนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่มีพนักงานด่านหน้า&#xA;(Frontline Staff) หรือบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในการพบปะ&#xA;สื่อสาร หรือให้บริการลูกค้าโดยตรง&#xA;ตลอดจนองค์กรที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงาน&#xA;หรือองค์กรที่กำลังก้าวผ่านสถานการณ์การรีแบรนด์ (Rebranding) การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ (Relaunch) การขยายกลุ่มธุรกิจ หรือองค์กรบริการในหลากหลายภาคธุรกิจ อาทิ&#xA;การท่องเที่ยวและการบริการ (Hospitality)&#xA;การบิน&#xA;ค้าปลีก บริการสุขภาพ บริการความงามและเวลเนส&#xA;ตลอดจนสถาบันการเงินและบริการระดับพรีเมียม&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลการติดต่อและเกี่ยวกับการสมัครเข้าอบรม&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;องค์กรที่สนใจจองหลักสูตรหรือต้องการปรับแต่งโปรแกรมให้สอดคล้องกับธุรกิจ&#xA;สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a href=&#34;https://www.pamplusplus.com/brand-image-training&#34;&gt;www.pamplusplus.com/brand-image-training&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หรือติดต่อสอบถามโดยตรงกับผู้จัดหลักสูตรได้ผ่านทางช่องทางต่างๆ ดังนี้&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&lt;b&gt;โทรศัพท์:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;089-244-5588&#xA;•&amp;nbsp;&lt;b&gt;LINE:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;@pamplusplus&#xA;•&amp;nbsp;&lt;b&gt;อีเมล:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;answers@pamplusplus.com (หรือ pam@pamplusplus.com)&#xA;&#xA;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>PaM++ ร่วมกับ Image Shining เปิดตัวหลักสูตร “Brand Image Training” ครั้งแรก เพื่อเชื่อมกลยุทธ์แบรนด์เข้ากับภาพลักษณ์และพฤติกรรมของบุคลากร แก้ไขปัญหาการทำงานแยกส่วน เพื่อสะท้อนผ่านตัวตนพนักงานอย่างสง่างามและเหมาะสม เริ่มจัดอบรมกันยายน 2569 นี้</p> <p><b>กรุงเทพฯ – </b><b>2 กันยายน 2569
–</b>– PaM++ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด
ร่วมกับ Image Shining ผู้เชี่ยวชาญด้าน Image Coaching และ Professional Presence เปิดตัวหลักสูตร “<b>Brand Image Training</b>” โปรแกรมฝึกอบรมรูปแบบใหม่สำหรับองค์กร
ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานแยกส่วนกันระหว่างแบรนดิ้งและการพัฒนาบุคลากร
โดยโปรแกรมนี้จะเริ่มเปิดให้อบรมสำหรับองค์กรต่างๆ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569
เป็นต้นไป</p><p>โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นจากจุดเจ็บปวด (Pain Point) ที่พบได้บ่อยในองค์กรยุคปัจจุบัน
เมื่อฝ่ายการตลาด ฝ่ายพัฒนาบุคลากร ฝ่ายบริการ
และฝ่ายจัดอบรมด้านภาพลักษณ์ถูกจัดการแยกส่วนกันอย่างสิ้นเชิง
ทั้งที่ในมุมมองของลูกค้า
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบของประสบการณ์เดียวกันในการปฏิสัมพันธ์กับองค์กร
หลักสูตร Brand Image Training จึงถูกออกแบบมาให้ทุกภาคส่วนเริ่มต้นจากความเข้าใจในแบรนด์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ก่อนจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม
ตลอดจนรูปแบบการสื่อสารของบุคลากรอย่างกลมกลืน</p><p><b>&nbsp;</b></p><p><b>จากกลยุทธ์แบรนด์ สู่</b><b>การนำเสนอภาพลักษณ์</b><b>ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง</b><b></b></p><p>หลักสูตร “Brand Image Training” เริ่มต้นจากการทำให้บุคลากรภายในองค์กรทำความเข้าใจในแบรนด์อย่างลึกซึ้ง
มากกว่าเพียงแค่จดจำโลโก้ สีประจำแบรนด์ หรือคีย์เวิร์ดที่ใช้ในการทำโฆษณา
แต่เป็นการสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแบรนด์ยืนอยู่ตรงจุดไหน (Brand
Positioning) มีดีเอ็นเอและบุคลิกภาพแบบใด (Brand DNA
&amp; Personality) และแบรนด์ต้องการสร้างประสบการณ์หรือความรู้สึกอย่างไรให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค</p><p>ในกระบวนการฝึกอบรม ทาง PaM++ จะรับหน้าที่ช่วยถ่ายทอดหลักการเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพเดียวกันอย่างชัดเจน
จากนั้น Image Shining จะนำรากฐานความเข้าใจในแบรนด์ดังกล่าวมาต่อยอดสู่ตัวบุคคลในระดับปฏิบัติ
ตั้งแต่ด้านภาพลักษณ์ การแต่งกายและการดูแลตนเอง (Grooming) บุคลิกภาพ ท่าทาง ภาษากาย การวางตัว
ตลอดจนมารยาททางสังคมและการทำธุรกิจ
เพื่อสร้างความเป็นมืออาชีพที่สะท้อนถึงแบรนด์ที่บุคลากรเหล่านั้นกำลังเป็นตัวแทนได้อย่างเหมาะสมและสง่างาม</p><p><b>คุณปนัสพร (แพม) นพศรี </b><b>Managing Director </b>ของ <b>PaM++</b>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;<i>“หลายองค์กรมี Brand Book และลงทุนด้านการตลาดอย่างจริงจัง
แต่ลูกค้าไม่ได้มาเห็น Brand Book พวกเขาสัมผัสแบรนด์ผ่านคนที่เป็นตัวแทนขององค์กร
บุคลากรจึงต้องเข้าใจก่อนว่าแบรนด์ยืนอยู่บนอะไร
และต้องการสร้างความรู้สึกแบบใดให้ลูกค้า
แล้วจึงแปลงความเข้าใจนั้นเป็นการกระทำที่ไปในทิศทางเดียวกัน”</i></p><p>ขณะที่&nbsp;<b>Coach Nat ชนัดดา เจริญศิริพันธ์ Founder
</b>ของ<b> </b><b>Image Shining</b>&nbsp;ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;<i>“การดูเป็นมืออาชีพอย่างเดียวไม่พอ
หากสิ่งที่แสดงออกยังไม่สอดคล้องกับแบรนด์ สิ่งสำคัญคือการทำให้ภาพลักษณ์ บุคลิก
การวางตัว และการสื่อสาร สะท้อนตัวตนขององค์กรได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ"</i></p><p><b>สามแกนหลักในการขับเคลื่อนโปรแกรม
“</b><b>Brand
Image Training”</b></p><p>เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
โครงสร้างการอบรมของโปรแกรมนี้จึงถูกกำหนดไว้ภายใต้สามส่วนที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
ดังนี้</p><p>•&nbsp;<b>Brand Understanding:</b>&nbsp;การทำความเข้าใจอัตลักษณ์ วิสัยทัศน์ คุณค่า จุดยืน
ตลอดจนบุคลิกภาพและวิธีการสื่อสาร
เพื่อให้พนักงานไม่เพียงแค่รับรู้ว่าแบรนด์คืออะไร
แต่สามารถมองภาพการสื่อสารและประสบการณ์ที่องค์กรต้องการส่งมอบได้อย่างชัดเจนร่วมกัน</p><p>•&nbsp;<b>Image Alignment:</b>&nbsp;การนำตัวตนของแบรนด์มาแปลงสู่แนวทางเชิงปฏิบัติของบุคคล อาทิ
ความประทับใจแรกพบ (First Impression) ความเป็นมืออาชีพ (Professional
Presence) มาตรฐานการแต่งกาย โทนสี ท่าทาง ภาษากาย
และมารยาททางสังคมที่เหมาะสมสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของบุคลากรและบริบทองค์กร</p><p>•&nbsp;<b>Brand Communication:</b>&nbsp;การนำโทนเสียงของแบรนด์ (Brand Tone of Voice) มาใช้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกถ้อยคำ
การใช้น้ำเสียง การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก
ไปจนถึงวิธีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและลูกค้า
เพื่อสร้างมาตรฐานความสม่ำเสมอในทุกๆ จุดสัมผัสบริการ (Touchpoints)</p><p><b>&nbsp;</b></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/c8492db2-7d4d-443d-899f-12a73be7608c/public" alt="Image" /><p><b>การผสมผสานสองศาสตร์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร</b><b></b></p><p>จุดเด่นที่สำคัญอีกประการของหลักสูตร Brand Image Training คือ
การจัดหลักสูตรแบบ Tailor-made ที่ได้รับการพัฒนาและปรับแต่งเนื้อหา
รวมถึงกระบวนการทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้สอดคล้องเฉพาะตัวตามตำแหน่งทางการตลาด
ดีเอ็นเอ กลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนโจทย์ความท้าทายจริงในธุรกิจของแต่ละองค์กร
นับเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสองศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแบรนดิ้งและการโค้ชภาพลักษณ์ส่วนบุคคลเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
แตกต่างจากในอดีตที่ธุรกิจมักจะพัฒนาทักษะด้านเหล่านี้แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง</p><p>โปรแกรมนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่มีพนักงานด่านหน้า
(Frontline Staff) หรือบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในการพบปะ
สื่อสาร หรือให้บริการลูกค้าโดยตรง
ตลอดจนองค์กรที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงาน
หรือองค์กรที่กำลังก้าวผ่านสถานการณ์การรีแบรนด์ (Rebranding) การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ (Relaunch) การขยายกลุ่มธุรกิจ หรือองค์กรบริการในหลากหลายภาคธุรกิจ อาทิ
การท่องเที่ยวและการบริการ (Hospitality)
การบิน
ค้าปลีก บริการสุขภาพ บริการความงามและเวลเนส
ตลอดจนสถาบันการเงินและบริการระดับพรีเมียม</p><p><b>ข้อมูลการติดต่อและเกี่ยวกับการสมัครเข้าอบรม</b><b></b></p><p>องค์กรที่สนใจจองหลักสูตรหรือต้องการปรับแต่งโปรแกรมให้สอดคล้องกับธุรกิจ
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a href="https://www.pamplusplus.com/brand-image-training">www.pamplusplus.com/brand-image-training</a>&nbsp;หรือติดต่อสอบถามโดยตรงกับผู้จัดหลักสูตรได้ผ่านทางช่องทางต่างๆ ดังนี้</p><p>•&nbsp;<b>โทรศัพท์:</b>&nbsp;089-244-5588
•&nbsp;<b>LINE:</b>&nbsp;@pamplusplus
•&nbsp;<b>อีเมล:</b>&nbsp;answers@pamplusplus.com (หรือ pam@pamplusplus.com)

</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e01b4b35-36bc-43f6-9f82-c7b5ec830834/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/fcf6b2d5-7710-4f5a-9224-83f0a24cb8eb/1dddb622-1057-4eda-b30f-71ddc1182648</guid>
      <pubDate>Wed, 02 Sep 2026 06:32:14 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>iFLYTEK เร่งขยายการดำเนินงานด้าน AI ของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเข้าร่วมงาน Techsauce ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/b7f5f8d5-6906-4d25-9891-e8e4d31c2917/2041a0cc-ef77-496a-b593-379f5e03bf3f</link>
      <description>&lt;b&gt;iFLYTEK &lt;/b&gt;&lt;b&gt;เร่งขยายการดำเนินงานด้าน&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;AI &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ด้วยการเข้าร่วมงาน&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;Techsauce &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ต่อเนื่องเป็นปีที่&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;3&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Techsauce Global Summit 2026 เปิดฉากขึ้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26 สิงหาคม&amp;nbsp;โดยมีผู้จัดแสดงมากกว่า&amp;nbsp;350 รายเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;การเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;Techsauce เป็นปีที่&amp;nbsp;3 ติดต่อกันในครั้งนี้&amp;nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&amp;nbsp;AI Agent ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบบูรณาการ&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;AI หลายภาษา&amp;nbsp;และโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;AI สำหรับองค์กร&amp;nbsp;ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานของ&amp;nbsp;iFLYTEK ในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;บูธของ&amp;nbsp;iFLYTEK ดึงดูดสื่อกระแสหลักหลายสิบสำนักจากประเทศไทยและภูมิภาคโดยรอบให้เข้าร่วมชมการสาธิตผลิตภัณฑ์และรายงานข่าว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;iFLYTEK ยังได้รับรางวัล&amp;nbsp;&#34;The Sauciest AI-Driven Company&#34; ภายในงาน&lt;br/&gt;ขณะที่&amp;nbsp;AI กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วจากโครงการนำร่องไปสู่การนำไปใช้งานในวงกว้าง&amp;nbsp;องค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการประยุกต์ใช้&amp;nbsp;AI Agent การปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะ&amp;nbsp;และการติดตั้งใช้งานภายในประเทศ&amp;nbsp;ตามรายงาน&amp;nbsp;AI in Southeast Asia: An Era of Opportunity ของ&amp;nbsp;McKinsey พบว่า&amp;nbsp;46% ขององค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ก้าวข้ามระยะนำร่องของ&amp;nbsp;AI และเข้าสู่การนำ&amp;nbsp;AI มาใช้งานในวงกว้างแล้ว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;บุคลากร&amp;nbsp;การบูรณาการ&amp;nbsp;AI ผลตอบแทนจากการลงทุน&amp;nbsp;และการกำกับดูแล&amp;nbsp;ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องรับมือเพื่อขยายการใช้งาน&amp;nbsp;AI ให้มากยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดท้องถิ่น&amp;nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&amp;nbsp;Enterprise AI Agents (OceanDoc, OceanPraxis, OceanNote และ&amp;nbsp;OceanTranslate); Astron Agent and Workflow Development Platform; GuideX ซึ่งเป็น&amp;nbsp;AI Agent มนุษย์ดิจิทัลแบบบูรณาการฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์; WallEX; AI Translation Screen; Stars MaaS; และ&amp;nbsp;All-in-One Solutions ผลิตภัณฑ์และโซลูชันเหล่านี้ร่วมกันตอบโจทย์สถานการณ์ที่หลากหลาย&amp;nbsp;ครอบคลุมตั้งแต่แอปพลิเคชันสำหรับองค์กร&amp;nbsp;บริการสาธารณะ&amp;nbsp;การสื่อสารข้ามภาษา&amp;nbsp;ไปจนถึงพื้นที่อัจฉริยะ&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Enterprise AI Agents &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ลดอุปสรรคในการนำ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;AI &lt;/b&gt;&lt;b&gt;มาใช้งานในองค์กร&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ภายในงาน&amp;nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&amp;nbsp;Enterprise AI Agents และ&amp;nbsp;Astron Agent and Workflow Development Platform ซึ่งครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;AI ที่พร้อมใช้งานไปจนถึงการพัฒนา&amp;nbsp;AI Agent แบบกำหนดเอง&lt;br/&gt;Enterprise AI Agents ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ตระกูล&amp;nbsp;Ocean เป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;รองรับ&amp;nbsp;4 สถานการณ์สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การสร้างเอกสาร&amp;nbsp;การจัดการประชุม&amp;nbsp;การแปลหลายภาษา&amp;nbsp;และการฝึกอบรมทักษะทางธุรกิจ&amp;nbsp;โดยสามารถให้บริการได้ทั้งในรูปแบบ&amp;nbsp;SaaS และการติดตั้งใช้งานแบบ&amp;nbsp;Private Deployment&lt;br/&gt;OceanDoc สามารถสร้างงานนำเสนอ&amp;nbsp;PowerPoint จากข้อความ&amp;nbsp;และรองรับการจัดรูปแบบด้วย&amp;nbsp;AI รวมถึงการซ้อมนำเสนอหลายภาษาด้วย&amp;nbsp;AI OceanNote ให้บริการถอดเสียงจากเสียงและวิดีโอการประชุมเป็นหลายภาษา&amp;nbsp;การระบุผู้พูด&amp;nbsp;การสกัดประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;และการจัดระเบียบรายการงานที่ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;OceanTranslate สามารถแปลข้อความ&amp;nbsp;เอกสาร&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;วิดีโอ&amp;nbsp;และรูปภาพได้มากกว่า&amp;nbsp;100 ภาษา&amp;nbsp;พร้อมคงรูปแบบของเอกสารและรองรับคำศัพท์เฉพาะอุตสาหกรรมที่กำหนดเอง&amp;nbsp;OceanPraxis จำลองสถานการณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การบริการลูกค้าและการฝึกอบรมพนักงานผ่านการสวมบทบาทและการทบทวนบทสนทนา&lt;br/&gt;AI Agent ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นบน&amp;nbsp;Astron โดย&amp;nbsp;Astron Agent รองรับการรับรู้เจตนา&amp;nbsp;การแยกย่อยงาน&amp;nbsp;การเรียกใช้เครื่องมือ&amp;nbsp;และการวางแผนหลายขั้นตอน&amp;nbsp;และสามารถเชื่อมต่อกับฐานความรู้ขององค์กร&amp;nbsp;ปลั๊กอิน&amp;nbsp;และระบบของบุคคลที่สามได้&amp;nbsp;Astron Workflow เชื่อมต่อ&amp;nbsp;Large Language Models เครื่องมือ&amp;nbsp;Robotic Process Automation (RPA) และอินเทอร์เฟซภายนอกผ่านระบบภาพ&amp;nbsp;เพื่อสร้าง&amp;nbsp;ติดตั้งใช้งาน&amp;nbsp;และประสานกระบวนการทางธุรกิจ&amp;nbsp;โดยรองรับตรรกะที่ซับซ้อน&amp;nbsp;รวมถึงการแตกแขนง&amp;nbsp;การทำงานแบบวนซ้ำ&amp;nbsp;และการกำหนดเวลาสำหรับงานย่อย&amp;nbsp;ในฐานะแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส&amp;nbsp;Astron Workflow ยังรองรับการพัฒนาแบบกำหนดเอง&amp;nbsp;การดีบักเวิร์กโฟลว์&amp;nbsp;การจัดการเวอร์ชัน&amp;nbsp;การติดตั้งใช้งาน&amp;nbsp;การดำเนินงาน&amp;nbsp;และการบำรุงรักษา&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;นวัตกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบบูรณาการ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;นำ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;AI Agent &lt;/b&gt;&lt;b&gt;เข้าสู่สภาพแวดล้อมจริง&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เมื่อ&amp;nbsp;AI เปลี่ยนผ่านจากกระบวนการทำงานบนโลกดิจิทัลไปสู่สภาพแวดล้อมทางกายภาพ&amp;nbsp;AI จำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในด้านการรับรู้&amp;nbsp;การทำความเข้าใจ&amp;nbsp;การตัดสินใจ&amp;nbsp;และการลงมือปฏิบัติ&lt;br/&gt;GuideX ซึ่งเป็น&amp;nbsp;AI Agent มนุษย์ดิจิทัลแบบบูรณาการฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมด้านบริการสาธารณะทางกายภาพ&amp;nbsp;ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำอัจฉริยะภายในงาน&amp;nbsp;Techsauce โดยช่วยผู้เข้าร่วมงานค้นหาบริษัท&amp;nbsp;ค้นหาบูธ&amp;nbsp;และนำทางภายในงาน&amp;nbsp;ด้วยขีดความสามารถแบบครบวงจรที่ครอบคลุมการรับรู้&amp;nbsp;การทำความเข้าใจ&amp;nbsp;การตัดสินใจ&amp;nbsp;การลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;และความจำ&amp;nbsp;GuideX ผสานเทคโนโลยีมัลติโมดัล&amp;nbsp;รวมถึงการเปิดใช้งานด้วยใบหน้า&amp;nbsp;การระบุตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียง&amp;nbsp;การจดจำท่าทาง&amp;nbsp;และการรับรู้เชิงพื้นที่&amp;nbsp;โดยสามารถทำความเข้าใจคำขอของผู้ใช้แบบเรียลไทม์และดึงข้อมูลจากงานมาใช้ในการตอบคำถาม&lt;br/&gt;GuideX รองรับมากกว่า&amp;nbsp;30 ภาษา&amp;nbsp;และมีตัวเลือกมนุษย์ดิจิทัลและเสียงพูดที่หลากหลาย&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;GuideX ให้บริการข้อมูลที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองในประเทศไทย&amp;nbsp;และยังถูกนำไปใช้งานในโครงการของ&amp;nbsp;Federal Authority for Identity, Citizenship, Customs &amp;amp; Port Security ในกรุงอาบูดาบี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SMRT ในสิงคโปร์&lt;br/&gt;WallEX สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม&amp;nbsp;SpaceMind Agentic สำหรับพื้นที่อัจฉริยะ&amp;nbsp;โดยมีแผงควบคุมอัจฉริยะเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;และผสานเซ็นเซอร์เข้ากับระบบไฟบรรยากาศ&amp;nbsp;Nurmina โดยขยายขีดความสามารถของ&amp;nbsp;AI Agent ไปสู่โรงแรม&amp;nbsp;ที่พักอาศัยระดับพรีเมียม&amp;nbsp;และอาคารพาณิชย์&amp;nbsp;ผ่านการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ&amp;nbsp;WallEX เชื่อมต่อและควบคุมระบบไฟ&amp;nbsp;ผ้าม่าน&amp;nbsp;เครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;ระบบรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp;และอุปกรณ์อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ช่วยยกระดับพื้นที่อัจฉริยะจากการควบคุมอุปกรณ์ไปสู่บริการพื้นที่อัจฉริยะ&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/cb604b0b-c68d-4b20-a94b-43b40bcb0946/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;AI Translation Screen ได้รับการออกแบบมาสำหรับสถานการณ์การให้บริการข้ามภาษา&amp;nbsp;โดยผสานการรู้จำเสียงพูดหลายภาษา&amp;nbsp;การแปลแบบเรียลไทม์&amp;nbsp;Large Language Model Spark ของ&amp;nbsp;iFLYTEK และเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนแบบมัลติโมดัล&amp;nbsp;รองรับ&amp;nbsp;101 ภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;พร้อมการระบุภาษาโดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;และให้บริการทั้งการบริการลูกค้าผ่านมนุษย์ดิจิทัลและการบริการลูกค้าระยะไกล&amp;nbsp;ในระหว่างงาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร. ยศชนัน&amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมบูธของ&amp;nbsp;iFLYTEK และทดลองใช้งาน&amp;nbsp;AI Translation Screen ด้วยตนเอง&amp;nbsp;เขาได้ชื่นชมประสิทธิภาพของเทคโนโลยี&amp;nbsp;AI ของจีนในการประยุกต์ใช้ด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การสื่อสารหลายภาษา&amp;nbsp;โดยกล่าวว่า&amp;nbsp;“เทคโนโลยี&amp;nbsp;AI ของจีนยอดเยี่ยม”&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/da5bac5d-7d00-47dd-aa1f-17f6ca829760/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;โซลูชันบนคลาวด์และแบบติดตั้งภายในองค์กร&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;รองรับความต้องการด้านการติดตั้งใช้งาน&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;AI &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ในต่างประเทศที่หลากหลาย&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการติดตั้งใช้งานที่แตกต่างกันขององค์กร&amp;nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&amp;nbsp;Stars MaaS และ&amp;nbsp;All-in-One Solutions ในฐานะตัวเลือกโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;AI สองรูปแบบที่เสริมซึ่งกันและกัน&lt;br/&gt;Stars MaaS ได้รับการออกแบบสำหรับองค์กรและนักพัฒนาทั่วโลก&amp;nbsp;โดยให้บริการความสามารถด้าน&amp;nbsp;AI แบบครบวงจร&amp;nbsp;ตั้งแต่การเข้าถึงโมเดล&amp;nbsp;การปรับแต่งโมเดล&amp;nbsp;การประเมินผล&amp;nbsp;การพัฒนา&amp;nbsp;AI Agent ไปจนถึงการติดตั้งใช้งานบริการ&amp;nbsp;แพลตฟอร์มดังกล่าวรวบรวม&amp;nbsp;Foundation Model ชั้นนำมากกว่า&amp;nbsp;50 โมเดล&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;iFLYTEK Spark และ&amp;nbsp;DeepSeek รองรับการเข้าถึงผ่าน&amp;nbsp;API แบบรวมศูนย์&amp;nbsp;การปรับแต่งโมเดลอย่างยืดหยุ่น&amp;nbsp;และระบบนิเวศเครื่องมือที่ครอบคลุมการพัฒนา&amp;nbsp;AI Agent, RPA และ&amp;nbsp;Model Context Protocol (MCP)&lt;br/&gt;All-in-One Solutions ตอบสนองความต้องการของลูกค้าภาครัฐและองค์กรในต่างประเทศ&amp;nbsp;สถาบันการเงิน&amp;nbsp;และผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ต้องการเก็บข้อมูลไว้ภายในสภาพแวดล้อมของตนเอง&amp;nbsp;ติดตั้ง&amp;nbsp;AI ภายในพื้นที่&amp;nbsp;และรักษาการควบคุมระบบของตนเอง&amp;nbsp;โซลูชันดังกล่าวผสานรวมพลังประมวลผล&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ชุดเครื่องมือ&amp;nbsp;และแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;AI Agent โดยมีการกำหนดค่าผลิตภัณฑ์ที่รวมถึงอุปกรณ์แบบบูรณาการสำหรับการฝึกและการอนุมานขนาด&amp;nbsp;4U All-in-One Solutions รองรับ&amp;nbsp;LLM หลายรูปแบบ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;iFLYTEK Spark และ&amp;nbsp;DeepSeek&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4c79eafe-35b4-451d-93b1-9cc386a7b0f8/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;โดยไม่ต้องพึ่งพาบริการ&amp;nbsp;Public Cloud องค์กรสามารถให้บริการ&amp;nbsp;Large Model ภายในพื้นที่&amp;nbsp;และสร้างแอปพลิเคชันทางธุรกิจผ่านการปรับแต่งโมเดล&amp;nbsp;ฐานความรู้ส่วนตัว&amp;nbsp;Knowledge Distillation และการพัฒนา&amp;nbsp;AI Agent&lt;br/&gt;All-in-One Solutions ได้ถูกนำไปใช้งานในวงกว้างแล้วในอุตสาหกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมถึงโทรคมนาคมและสื่อ&amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกันระหว่างการฝึกข้อมูลและประสิทธิภาพด้านการประมวลผล&amp;nbsp;โซลูชันดังกล่าวสามารถเพิ่มความแม่นยำในการรู้จำภาษาท้องถิ่นในตลาดต่างประเทศได้&amp;nbsp;10%-15% เมื่อเทียบกับระดับเดิม* นอกจากนี้&amp;nbsp;โซลูชันค้นหาอัจฉริยะสำหรับองค์กรที่สร้างขึ้นบน&amp;nbsp;All-in-One Solutions กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันเพื่อใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำรายหนึ่งในประเทศไทย&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานของ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;iFLYTEK &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ในประเทศไทย&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;และสร้างระบบนิเวศ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;AI &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ในประเทศไทย&amp;nbsp;iFLYTEK ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี&amp;nbsp;การติดตั้งใช้งานผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง&lt;br/&gt;ในด้านความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;iFLYTEK ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ&amp;nbsp;Zense บริษัทด้านความบันเทิงในประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันดำเนินการวิจัยและพัฒนาในท้องถิ่นในด้านเทคโนโลยีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมถึงการรู้จำเสียงพูดภาษาไทยและการประมวลผลภาษาธรรมชาติ&lt;br/&gt;ในด้านการติดตั้งใช้งานจริง&amp;nbsp;AI Translation Screen ได้ถูกนำไปใช้งานที่&amp;nbsp;Siam Paragon และ&amp;nbsp;ICONSIAM ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางด้านการค้าปลีกและไลฟ์สไตล์สำคัญสองแห่งในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแปลภาษาแบบเรียลไทม์และช่วยเหลือผู้มาเยือนสำหรับนักเดินทางจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง&amp;nbsp;มนุษย์ดิจิทัล&amp;nbsp;GuideX ให้บริการข้อมูลในมากกว่า&amp;nbsp;30 ภาษา&amp;nbsp;รวมถึงภาษาไทย&amp;nbsp;ภาษาจีน&amp;nbsp;ภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;ภาษาญี่ปุ่น&amp;nbsp;และภาษาเกาหลี&amp;nbsp;iFLYTEK ยังได้ให้บริการล่ามพร้อมกันด้วย&amp;nbsp;AI ในภาษาจีน&amp;nbsp;อังกฤษ&amp;nbsp;และไทย&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;China Mobile Southeast Asia Cooperation Conference&lt;br/&gt;เพื่อเป็นการยอมรับในด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;การติดตั้งใช้งานที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น&amp;nbsp;และการพัฒนาระบบนิเวศ&amp;nbsp;iFLYTEK ได้รับรางวัล&amp;nbsp;&#34;The Sauciest AI-Driven Company&#34; หลังจากได้รับการคัดเลือกจากบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกมากกว่า&amp;nbsp;50 แห่งในงาน&amp;nbsp;Techsauce ประจำปีนี้&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3df3b879-f2b8-4b69-aa30-836c71ce591e/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;เริ่มต้นจากประเทศไทย&amp;nbsp;iFLYTEK กำลังเดินหน้าสร้างความร่วมมือในระดับท้องถิ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านบริการสาธารณะ&amp;nbsp;โทรคมนาคม&amp;nbsp;การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร&amp;nbsp;และพื้นที่อัจฉริยะ&amp;nbsp;พร้อมนำขีดความสามารถด้าน&amp;nbsp;AI ไปสู่สถานการณ์ทางธุรกิจจริงที่เพิ่มมากขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;br/&gt;*ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากค่าประมาณที่ได้จากการติดตั้งใช้งานของลูกค้า&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p><b>iFLYTEK </b><b>เร่งขยายการดำเนินงานด้าน</b><b>&nbsp;AI </b><b>ของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</b><b>&nbsp;</b><b>ด้วยการเข้าร่วมงาน</b><b>&nbsp;Techsauce </b><b>ต่อเนื่องเป็นปีที่</b><b>&nbsp;3</b><b></b></p><p>Techsauce Global Summit 2026 เปิดฉากขึ้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26 สิงหาคม&nbsp;โดยมีผู้จัดแสดงมากกว่า&nbsp;350 รายเข้าร่วมงาน&nbsp;การเข้าร่วมงาน&nbsp;Techsauce เป็นปีที่&nbsp;3 ติดต่อกันในครั้งนี้&nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&nbsp;AI Agent ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบบูรณาการ&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;AI หลายภาษา&nbsp;และโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;AI สำหรับองค์กร&nbsp;ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานของ&nbsp;iFLYTEK ในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;บูธของ&nbsp;iFLYTEK ดึงดูดสื่อกระแสหลักหลายสิบสำนักจากประเทศไทยและภูมิภาคโดยรอบให้เข้าร่วมชมการสาธิตผลิตภัณฑ์และรายงานข่าว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;iFLYTEK ยังได้รับรางวัล&nbsp;"The Sauciest AI-Driven Company" ภายในงาน</p><p>ขณะที่&nbsp;AI กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วจากโครงการนำร่องไปสู่การนำไปใช้งานในวงกว้าง&nbsp;องค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการประยุกต์ใช้&nbsp;AI Agent การปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะ&nbsp;และการติดตั้งใช้งานภายในประเทศ&nbsp;ตามรายงาน&nbsp;AI in Southeast Asia: An Era of Opportunity ของ&nbsp;McKinsey พบว่า&nbsp;46% ขององค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ก้าวข้ามระยะนำร่องของ&nbsp;AI และเข้าสู่การนำ&nbsp;AI มาใช้งานในวงกว้างแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;บุคลากร&nbsp;การบูรณาการ&nbsp;AI ผลตอบแทนจากการลงทุน&nbsp;และการกำกับดูแล&nbsp;ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องรับมือเพื่อขยายการใช้งาน&nbsp;AI ให้มากยิ่งขึ้น</p><p>เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดท้องถิ่น&nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&nbsp;Enterprise AI Agents (OceanDoc, OceanPraxis, OceanNote และ&nbsp;OceanTranslate); Astron Agent and Workflow Development Platform; GuideX ซึ่งเป็น&nbsp;AI Agent มนุษย์ดิจิทัลแบบบูรณาการฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์; WallEX; AI Translation Screen; Stars MaaS; และ&nbsp;All-in-One Solutions ผลิตภัณฑ์และโซลูชันเหล่านี้ร่วมกันตอบโจทย์สถานการณ์ที่หลากหลาย&nbsp;ครอบคลุมตั้งแต่แอปพลิเคชันสำหรับองค์กร&nbsp;บริการสาธารณะ&nbsp;การสื่อสารข้ามภาษา&nbsp;ไปจนถึงพื้นที่อัจฉริยะ</p><p><b>Enterprise AI Agents </b><b>ลดอุปสรรคในการนำ</b><b>&nbsp;AI </b><b>มาใช้งานในองค์กร</b><b></b></p><p>ภายในงาน&nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&nbsp;Enterprise AI Agents และ&nbsp;Astron Agent and Workflow Development Platform ซึ่งครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่แอปพลิเคชัน&nbsp;AI ที่พร้อมใช้งานไปจนถึงการพัฒนา&nbsp;AI Agent แบบกำหนดเอง</p><p>Enterprise AI Agents ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ตระกูล&nbsp;Ocean เป็นศูนย์กลาง&nbsp;รองรับ&nbsp;4 สถานการณ์สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การสร้างเอกสาร&nbsp;การจัดการประชุม&nbsp;การแปลหลายภาษา&nbsp;และการฝึกอบรมทักษะทางธุรกิจ&nbsp;โดยสามารถให้บริการได้ทั้งในรูปแบบ&nbsp;SaaS และการติดตั้งใช้งานแบบ&nbsp;Private Deployment</p><p>OceanDoc สามารถสร้างงานนำเสนอ&nbsp;PowerPoint จากข้อความ&nbsp;และรองรับการจัดรูปแบบด้วย&nbsp;AI รวมถึงการซ้อมนำเสนอหลายภาษาด้วย&nbsp;AI OceanNote ให้บริการถอดเสียงจากเสียงและวิดีโอการประชุมเป็นหลายภาษา&nbsp;การระบุผู้พูด&nbsp;การสกัดประเด็นสำคัญ&nbsp;และการจัดระเบียบรายการงานที่ต้องดำเนินการ&nbsp;OceanTranslate สามารถแปลข้อความ&nbsp;เอกสาร&nbsp;เสียง&nbsp;วิดีโอ&nbsp;และรูปภาพได้มากกว่า&nbsp;100 ภาษา&nbsp;พร้อมคงรูปแบบของเอกสารและรองรับคำศัพท์เฉพาะอุตสาหกรรมที่กำหนดเอง&nbsp;OceanPraxis จำลองสถานการณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การบริการลูกค้าและการฝึกอบรมพนักงานผ่านการสวมบทบาทและการทบทวนบทสนทนา</p><p>AI Agent ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นบน&nbsp;Astron โดย&nbsp;Astron Agent รองรับการรับรู้เจตนา&nbsp;การแยกย่อยงาน&nbsp;การเรียกใช้เครื่องมือ&nbsp;และการวางแผนหลายขั้นตอน&nbsp;และสามารถเชื่อมต่อกับฐานความรู้ขององค์กร&nbsp;ปลั๊กอิน&nbsp;และระบบของบุคคลที่สามได้&nbsp;Astron Workflow เชื่อมต่อ&nbsp;Large Language Models เครื่องมือ&nbsp;Robotic Process Automation (RPA) และอินเทอร์เฟซภายนอกผ่านระบบภาพ&nbsp;เพื่อสร้าง&nbsp;ติดตั้งใช้งาน&nbsp;และประสานกระบวนการทางธุรกิจ&nbsp;โดยรองรับตรรกะที่ซับซ้อน&nbsp;รวมถึงการแตกแขนง&nbsp;การทำงานแบบวนซ้ำ&nbsp;และการกำหนดเวลาสำหรับงานย่อย&nbsp;ในฐานะแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส&nbsp;Astron Workflow ยังรองรับการพัฒนาแบบกำหนดเอง&nbsp;การดีบักเวิร์กโฟลว์&nbsp;การจัดการเวอร์ชัน&nbsp;การติดตั้งใช้งาน&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;และการบำรุงรักษา</p><p>&nbsp;</p><p><b>นวัตกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบบูรณาการ</b><b>&nbsp;</b><b>นำ</b><b>&nbsp;AI Agent </b><b>เข้าสู่สภาพแวดล้อมจริง</b><b></b></p><p>เมื่อ&nbsp;AI เปลี่ยนผ่านจากกระบวนการทำงานบนโลกดิจิทัลไปสู่สภาพแวดล้อมทางกายภาพ&nbsp;AI จำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในด้านการรับรู้&nbsp;การทำความเข้าใจ&nbsp;การตัดสินใจ&nbsp;และการลงมือปฏิบัติ</p><p>GuideX ซึ่งเป็น&nbsp;AI Agent มนุษย์ดิจิทัลแบบบูรณาการฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมด้านบริการสาธารณะทางกายภาพ&nbsp;ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำอัจฉริยะภายในงาน&nbsp;Techsauce โดยช่วยผู้เข้าร่วมงานค้นหาบริษัท&nbsp;ค้นหาบูธ&nbsp;และนำทางภายในงาน&nbsp;ด้วยขีดความสามารถแบบครบวงจรที่ครอบคลุมการรับรู้&nbsp;การทำความเข้าใจ&nbsp;การตัดสินใจ&nbsp;การลงมือปฏิบัติ&nbsp;และความจำ&nbsp;GuideX ผสานเทคโนโลยีมัลติโมดัล&nbsp;รวมถึงการเปิดใช้งานด้วยใบหน้า&nbsp;การระบุตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียง&nbsp;การจดจำท่าทาง&nbsp;และการรับรู้เชิงพื้นที่&nbsp;โดยสามารถทำความเข้าใจคำขอของผู้ใช้แบบเรียลไทม์และดึงข้อมูลจากงานมาใช้ในการตอบคำถาม</p><p>GuideX รองรับมากกว่า&nbsp;30 ภาษา&nbsp;และมีตัวเลือกมนุษย์ดิจิทัลและเสียงพูดที่หลากหลาย&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;GuideX ให้บริการข้อมูลที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองในประเทศไทย&nbsp;และยังถูกนำไปใช้งานในโครงการของ&nbsp;Federal Authority for Identity, Citizenship, Customs &amp; Port Security ในกรุงอาบูดาบี&nbsp;และ&nbsp;SMRT ในสิงคโปร์</p><p>WallEX สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม&nbsp;SpaceMind Agentic สำหรับพื้นที่อัจฉริยะ&nbsp;โดยมีแผงควบคุมอัจฉริยะเป็นศูนย์กลาง&nbsp;และผสานเซ็นเซอร์เข้ากับระบบไฟบรรยากาศ&nbsp;Nurmina โดยขยายขีดความสามารถของ&nbsp;AI Agent ไปสู่โรงแรม&nbsp;ที่พักอาศัยระดับพรีเมียม&nbsp;และอาคารพาณิชย์&nbsp;ผ่านการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ&nbsp;WallEX เชื่อมต่อและควบคุมระบบไฟ&nbsp;ผ้าม่าน&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;ระบบรักษาความปลอดภัย&nbsp;และอุปกรณ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ช่วยยกระดับพื้นที่อัจฉริยะจากการควบคุมอุปกรณ์ไปสู่บริการพื้นที่อัจฉริยะ</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/cb604b0b-c68d-4b20-a94b-43b40bcb0946/public" alt="Image" /><p>AI Translation Screen ได้รับการออกแบบมาสำหรับสถานการณ์การให้บริการข้ามภาษา&nbsp;โดยผสานการรู้จำเสียงพูดหลายภาษา&nbsp;การแปลแบบเรียลไทม์&nbsp;Large Language Model Spark ของ&nbsp;iFLYTEK และเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนแบบมัลติโมดัล&nbsp;รองรับ&nbsp;101 ภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย&nbsp;พร้อมการระบุภาษาโดยอัตโนมัติ&nbsp;และให้บริการทั้งการบริการลูกค้าผ่านมนุษย์ดิจิทัลและการบริการลูกค้าระยะไกล&nbsp;ในระหว่างงาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร. ยศชนัน&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย&nbsp;ได้เยี่ยมชมบูธของ&nbsp;iFLYTEK และทดลองใช้งาน&nbsp;AI Translation Screen ด้วยตนเอง&nbsp;เขาได้ชื่นชมประสิทธิภาพของเทคโนโลยี&nbsp;AI ของจีนในการประยุกต์ใช้ด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การสื่อสารหลายภาษา&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;“เทคโนโลยี&nbsp;AI ของจีนยอดเยี่ยม”</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/da5bac5d-7d00-47dd-aa1f-17f6ca829760/public" alt="Image" /><p><b>โซลูชันบนคลาวด์และแบบติดตั้งภายในองค์กร</b><b>&nbsp;</b><b>รองรับความต้องการด้านการติดตั้งใช้งาน</b><b>&nbsp;AI </b><b>ในต่างประเทศที่หลากหลาย</b><b></b></p><p>เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการติดตั้งใช้งานที่แตกต่างกันขององค์กร&nbsp;iFLYTEK ได้นำเสนอ&nbsp;Stars MaaS และ&nbsp;All-in-One Solutions ในฐานะตัวเลือกโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;AI สองรูปแบบที่เสริมซึ่งกันและกัน</p><p>Stars MaaS ได้รับการออกแบบสำหรับองค์กรและนักพัฒนาทั่วโลก&nbsp;โดยให้บริการความสามารถด้าน&nbsp;AI แบบครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่การเข้าถึงโมเดล&nbsp;การปรับแต่งโมเดล&nbsp;การประเมินผล&nbsp;การพัฒนา&nbsp;AI Agent ไปจนถึงการติดตั้งใช้งานบริการ&nbsp;แพลตฟอร์มดังกล่าวรวบรวม&nbsp;Foundation Model ชั้นนำมากกว่า&nbsp;50 โมเดล&nbsp;รวมถึง&nbsp;iFLYTEK Spark และ&nbsp;DeepSeek รองรับการเข้าถึงผ่าน&nbsp;API แบบรวมศูนย์&nbsp;การปรับแต่งโมเดลอย่างยืดหยุ่น&nbsp;และระบบนิเวศเครื่องมือที่ครอบคลุมการพัฒนา&nbsp;AI Agent, RPA และ&nbsp;Model Context Protocol (MCP)</p><p>All-in-One Solutions ตอบสนองความต้องการของลูกค้าภาครัฐและองค์กรในต่างประเทศ&nbsp;สถาบันการเงิน&nbsp;และผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ต้องการเก็บข้อมูลไว้ภายในสภาพแวดล้อมของตนเอง&nbsp;ติดตั้ง&nbsp;AI ภายในพื้นที่&nbsp;และรักษาการควบคุมระบบของตนเอง&nbsp;โซลูชันดังกล่าวผสานรวมพลังประมวลผล&nbsp;โมเดล&nbsp;ชุดเครื่องมือ&nbsp;และแอปพลิเคชัน&nbsp;AI Agent โดยมีการกำหนดค่าผลิตภัณฑ์ที่รวมถึงอุปกรณ์แบบบูรณาการสำหรับการฝึกและการอนุมานขนาด&nbsp;4U All-in-One Solutions รองรับ&nbsp;LLM หลายรูปแบบ&nbsp;รวมถึง&nbsp;iFLYTEK Spark และ&nbsp;DeepSeek</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4c79eafe-35b4-451d-93b1-9cc386a7b0f8/public" alt="Image" /><p>โดยไม่ต้องพึ่งพาบริการ&nbsp;Public Cloud องค์กรสามารถให้บริการ&nbsp;Large Model ภายในพื้นที่&nbsp;และสร้างแอปพลิเคชันทางธุรกิจผ่านการปรับแต่งโมเดล&nbsp;ฐานความรู้ส่วนตัว&nbsp;Knowledge Distillation และการพัฒนา&nbsp;AI Agent</p><p>All-in-One Solutions ได้ถูกนำไปใช้งานในวงกว้างแล้วในอุตสาหกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงโทรคมนาคมและสื่อ&nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกันระหว่างการฝึกข้อมูลและประสิทธิภาพด้านการประมวลผล&nbsp;โซลูชันดังกล่าวสามารถเพิ่มความแม่นยำในการรู้จำภาษาท้องถิ่นในตลาดต่างประเทศได้&nbsp;10%-15% เมื่อเทียบกับระดับเดิม* นอกจากนี้&nbsp;โซลูชันค้นหาอัจฉริยะสำหรับองค์กรที่สร้างขึ้นบน&nbsp;All-in-One Solutions กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันเพื่อใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำรายหนึ่งในประเทศไทย</p><p><b>เสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานของ</b><b>&nbsp;iFLYTEK </b><b>ในประเทศไทย</b><b>&nbsp;</b><b>และสร้างระบบนิเวศ</b><b>&nbsp;AI </b><b>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</b><b></b></p><p>ในประเทศไทย&nbsp;iFLYTEK ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี&nbsp;การติดตั้งใช้งานผลิตภัณฑ์&nbsp;และความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง</p><p>ในด้านความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา&nbsp;iFLYTEK ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ&nbsp;Zense บริษัทด้านความบันเทิงในประเทศไทย&nbsp;เพื่อร่วมกันดำเนินการวิจัยและพัฒนาในท้องถิ่นในด้านเทคโนโลยีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงการรู้จำเสียงพูดภาษาไทยและการประมวลผลภาษาธรรมชาติ</p><p>ในด้านการติดตั้งใช้งานจริง&nbsp;AI Translation Screen ได้ถูกนำไปใช้งานที่&nbsp;Siam Paragon และ&nbsp;ICONSIAM ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางด้านการค้าปลีกและไลฟ์สไตล์สำคัญสองแห่งในกรุงเทพฯ&nbsp;เพื่อให้บริการแปลภาษาแบบเรียลไทม์และช่วยเหลือผู้มาเยือนสำหรับนักเดินทางจากต่างประเทศ&nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง&nbsp;มนุษย์ดิจิทัล&nbsp;GuideX ให้บริการข้อมูลในมากกว่า&nbsp;30 ภาษา&nbsp;รวมถึงภาษาไทย&nbsp;ภาษาจีน&nbsp;ภาษาอังกฤษ&nbsp;ภาษาญี่ปุ่น&nbsp;และภาษาเกาหลี&nbsp;iFLYTEK ยังได้ให้บริการล่ามพร้อมกันด้วย&nbsp;AI ในภาษาจีน&nbsp;อังกฤษ&nbsp;และไทย&nbsp;สำหรับ&nbsp;China Mobile Southeast Asia Cooperation Conference</p><p>เพื่อเป็นการยอมรับในด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;การติดตั้งใช้งานที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น&nbsp;และการพัฒนาระบบนิเวศ&nbsp;iFLYTEK ได้รับรางวัล&nbsp;"The Sauciest AI-Driven Company" หลังจากได้รับการคัดเลือกจากบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกมากกว่า&nbsp;50 แห่งในงาน&nbsp;Techsauce ประจำปีนี้</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3df3b879-f2b8-4b69-aa30-836c71ce591e/public" alt="Image" /><p>เริ่มต้นจากประเทศไทย&nbsp;iFLYTEK กำลังเดินหน้าสร้างความร่วมมือในระดับท้องถิ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านบริการสาธารณะ&nbsp;โทรคมนาคม&nbsp;การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร&nbsp;และพื้นที่อัจฉริยะ&nbsp;พร้อมนำขีดความสามารถด้าน&nbsp;AI ไปสู่สถานการณ์ทางธุรกิจจริงที่เพิ่มมากขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p><p>*ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากค่าประมาณที่ได้จากการติดตั้งใช้งานของลูกค้า</p><p>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/cd55fd20-f994-4246-a1fd-35f169fee417/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/b7f5f8d5-6906-4d25-9891-e8e4d31c2917/2041a0cc-ef77-496a-b593-379f5e03bf3f</guid>
      <pubDate>Mon, 31 Aug 2026 08:36:54 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>จากไอดอลสู่ First Face: โมเมนต์แฟชั่นของ Dylan เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/f435a7b0-9746-4cd6-a528-ff89efc8b6da</link>
      <description>3 ดีไซเนอร์ 3 First Face และหนึ่งไอดอลหนุ่มที่กำลังค่อย ๆ กลายเป็นใบหน้าคุ้นตาบนแถวหน้าของรันเวย์แฟชั่นเวียดนาม&lt;br/&gt;ในงาน Vietnam Wedding Week 2026 Dylan จาก UPRIZE ก้าวขึ้นมาเป็น First Face ให้กับโชว์ FALVAON ของ Luu Viet Anh ในคอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH&lt;br/&gt;มันอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ บนสปอตไลต์ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว&lt;br/&gt;ก่อนหน้านี้ Dylan เคยเปิดโชว์ให้กับ Chung Thanh Phong และ Tran Hung มาแล้ว และหลังจากผ่าน 3 First Face Moments เส้นเรื่องนี้ก็เริ่มชัดเจนจนยากที่จะมองข้าม&lt;br/&gt;สำหรับศิลปินที่เป็นที่รู้จักจากเวที ดนตรี และโลกแห่งไอดอลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รันเวย์กำลังเปิดสปอตไลต์อีกแบบให้กับเขา&lt;br/&gt;ไม่มีไมโครโฟน ไม่มีท่าเต้นให้ใช้เป็นที่พึ่ง มีเพียงเสียงดนตรี แสงไฟ และช่วงเวลาไม่กี่วินาทีแรกที่ทุกคนในห้องตัดสินใจว่าจะหันมามอง&lt;br/&gt;ที่ Vietnam Wedding Week 2026 Dylan จึงไม่ได้มาเพียงในฐานะคนดังที่ปรากฏตัวบนรันเวย์ แต่เขากลายเป็นภาพแรกที่พาผู้ชมก้าวเข้าสู่หนึ่งในคอลเลกชันที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวมากที่สุดของงาน&lt;br/&gt;3 ดีไซเนอร์ 3 FIRST FACE 1 เรื่องราวบนรันเวย์ที่กำลังเติบโต&lt;br/&gt;Chung Thanh Phong. Tran Hung. Luu Viet Anh.&lt;br/&gt;ทั้ง 3 ชื่อมาจากคนละมุมของวงการแฟชั่นเวียดนาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันในช่วงที่ผ่านมา นั่นคือ Dylan ได้รับเลือกให้เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาบนรันเวย์&lt;br/&gt;และเรื่องนี้มีความหมาย เพราะ First Face ไม่ได้เป็นเพียงคนที่บังเอิญเดินออกจากหลังเวทีก่อนคนอื่น&lt;br/&gt;การเปิดโชว์คือการกำหนดอุณหภูมิของรันเวย์ เป็นสัญญาณแรกที่บอกผู้ชมถึงอารมณ์ ท่าที และโลกที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปพบ&lt;br/&gt;สำหรับไอดอลที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่น ตำแหน่งนี้จึงสื่อความหมายได้มากกว่าการปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญ&lt;br/&gt;ความคุ้นเคยอาจทำให้ผู้คนพูดถึง แต่การเป็น First Face ต้องการบางสิ่งที่มากกว่านั้น นั่นคือ “พลังของการปรากฏตัว”&lt;br/&gt;และดูเหมือนว่า Dylan กำลังสร้างชื่อในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน&lt;br/&gt;เมื่อไอดอลวางไมโครโฟนลง&lt;br/&gt;บนเวที Dylan รู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อสร้างการแสดง&lt;br/&gt;ในฐานะสมาชิก UPRIZE เขาอยู่ในโลกที่สร้างขึ้นจากดนตรี การเคลื่อนไหว การรับรู้กล้อง และการเชื่อมต่อกับผู้ชม&lt;br/&gt;ไอดอลต้องเรียนรู้วิธีดึงความสนใจ แม้จะมีหลายสิ่งเกิดขึ้นรอบตัว&lt;br/&gt;แต่รันเวย์ตัดองค์ประกอบเหล่านั้นออกไปเกือบทั้งหมด&lt;br/&gt;ไม่มีท่อนฮุกให้ช่วยพยุงช่วงเวลานั้น ไม่มีช่วงเต้น และไม่มีโอกาสอธิบายว่าตัวเองเป็นใคร&lt;br/&gt;การเดินเพียงไม่กี่ก้าวต้องเป็นคนพูดแทนทั้งหมด&lt;br/&gt;จังหวะการเดิน ท่วงท่า สีหน้า และวิธีที่ศิลปินก้าวเข้าสู่แสงไฟ กลายเป็นสารทั้งหมดที่ผู้ชมจะได้รับ&lt;br/&gt;บางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่การเปลี่ยนจากเวทีไอดอลสู่รันเวย์แฟชั่นไม่ได้ดูเป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่คิด&lt;br/&gt;เพราะทั้งสองโลกต่างต้องการการควบคุม “พลังของการปรากฏตัว” เพียงแต่ใช้คนละภาษาในการสื่อสาร&lt;br/&gt;สำหรับ Dylan แฟชั่นกำลังดูเหมือนจะกลายเป็นเวทีที่สองของเขา&lt;br/&gt;ค่ำคืนที่เขาเปิดเรื่องราวของ LUU VIET ANH&lt;br/&gt;เวทีที่สองนี้มีบรรยากาศราวกับภาพยนตร์มากเป็นพิเศษในงาน Vietnam Wedding Week 2026&lt;br/&gt;สำหรับ Luu Viet Anh ดีไซเนอร์ของ FALVAON คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้แรงบันดาลใจจากโลกทางอารมณ์ของ “Tấm Cám” หนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่คนเวียดนามคุ้นเคยเป็นอย่างดี&lt;br/&gt;คอลเลกชันนำความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามาสู่บริบทของแฟชั่นร่วมสมัย เปลี่ยนรันเวย์ให้เป็นมากกว่าการนำเสนอชุดเจ้าสาวต่อเนื่องกันทีละลุค&lt;br/&gt;เรื่องราวนี้ต้องการจุดเริ่มต้น&lt;br/&gt;และ Dylan คือคนที่มอบจุดเริ่มต้นนั้นให้กับผู้ชม&lt;br/&gt;ในฐานะ First Face เขากลายเป็นการเคลื่อนไหวแรกของเรื่องราวทางภาพบนรันเวย์&lt;br/&gt;ก่อนที่ผู้ชมจะได้พบกับโลกเต็มรูปแบบของชุดเจ้าสาว รายละเอียด และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่กำลังจะตามมา สิ่งแรกที่พวกเขาได้พบคือ Dylan&lt;br/&gt;มันเป็นการแสดงอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากเวทีไอดอล แต่ยังคงเป็น “การแสดง” เช่นเดิม&lt;br/&gt;หนึ่งการก้าวออกมา หนึ่งสายตา และหนึ่งช่วงเวลาที่จะทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนั้นจะเป็นอย่างไร&lt;br/&gt;คอลเลกชันเจ้าสาว นิทานพื้นบ้านเวียดนาม และนักแสดงนำชายหนึ่งคน&lt;br/&gt;สิ่งที่ทำให้การปรากฏตัวของ Dylan มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น คือบทบาทของเขาภายในเรื่องราวของคอลเลกชัน&lt;br/&gt;VÀNG ẢNH VÀNG ANH เข้าสู่ Vietnam Wedding Week ในฐานะแฟชั่นโชว์เจ้าสาว แต่การปรากฏตัวของ Dylan ได้เพิ่มตัวละครชายเข้ามาในโลกของเรื่องเล่า&lt;br/&gt;แทนที่จะรู้สึกเหมือนการปรากฏตัวของคนดังแบบฉาบฉวย การเดินของเขากลับทำให้โชว์มีตัวละครและมุมมองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งด้าน&lt;br/&gt;และตรงนี้เองที่องค์ประกอบด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์เริ่มน่าสนใจ&lt;br/&gt;Dylan ไม่ได้ถูกเชิญมาเพื่อร้องเพลง และไม่ได้มาเพื่อ Special Performance&lt;br/&gt;บทบาทของเขาเงียบกว่านั้น แต่ในขณะเดียวกันอาจมีความพิเศษมากกว่า นั่นคือการช่วยสร้างฉากและเปิดโลกของเรื่องราว&lt;br/&gt;ในคอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่า First Face จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องไปด้วย&lt;br/&gt;และสำหรับไอดอลที่มีตัวตนสาธารณะซึ่งสร้างขึ้นจากการแสดงอยู่แล้ว การข้ามเส้นแบ่งระหว่างสองโลกนี้จึงดูลงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ&lt;br/&gt;มากกว่าการเดินบนรันเวย์ในฐานะคนดัง&lt;br/&gt;แฟชั่นรักใบหน้าที่เป็นที่รู้จัก&lt;br/&gt;มันสร้างกระแส ถ่ายภาพออกมาดี และมอบเหตุผลเพิ่มเติมให้ผู้ชมอยากติดตามโชว์&lt;br/&gt;แต่การเชิญคนดังขึ้นมาบนรันเวย์ กับการมอบตำแหน่งที่มีความหมายจริง ๆ ในจังหวะของโชว์นั้นเป็นคนละเรื่องกัน&lt;br/&gt;สิ่งที่ทำให้เรื่องราวด้านแฟชั่นของ Dylan น่าสนใจกว่าการปรากฏตัวเพียงครั้งเดียว คือรายชื่อ First Face ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ&lt;br/&gt;ตำแหน่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า กับดีไซเนอร์ที่มีสุนทรียภาพและโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกัน&lt;br/&gt;นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาต้องกลายเป็นนายแบบเต็มตัว และจริง ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น&lt;br/&gt;เสน่ห์อาจอยู่ตรงที่เขานำบางสิ่งที่แตกต่างมาสู่รันเวย์&lt;br/&gt;เขามาพร้อมสัญชาตญาณของนักแสดง&lt;br/&gt;โลกแฟชั่นได้สัมผัสความมั่นใจ จังหวะ และการรับรู้ทางภาพแบบไอดอล&lt;br/&gt;ขณะที่โลกบันเทิงก็ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของ Dylan ที่น่าจับตามอง&lt;br/&gt;INSIDE THE LOVE CITY&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 กลายเป็นฉากที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการมาบรรจบกันของสองโลกนี้&lt;br/&gt;งานซึ่งพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology ได้เปลี่ยน White Palace Hoang Van Thu ให้กลายเป็น “The Love City” จุดหมายร่วมที่แฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์งานแต่ง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และประสบการณ์ต่าง ๆ มาพบกัน&lt;br/&gt;ตลอดสองวัน ดีไซเนอร์และแบรนด์ 7 รายได้นำเสนอภาพที่แตกต่างกันของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย&lt;br/&gt;มีทั้งความดราม่าแบบกูตูร์ ความโรแมนติกอันประณีต การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ความเย้ายวน และแฟชั่นบุรุษร่วมสมัย&lt;br/&gt;รันเวย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนแนวคิดเดียวว่าเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว “ควร” เป็นอย่างไร&lt;br/&gt;การปรากฏตัวของ Dylan จึงเข้ามาเติมอีกหนึ่งชั้นให้กับความหลากหลายนี้&lt;br/&gt;เขาเดินทางมาจากโลกของเอ็นเตอร์เทนเมนต์ร่วมสมัย ก่อนก้าวเข้าสู่เรื่องราวทางแฟชั่นของดีไซเนอร์โดยตรง&lt;br/&gt;และนั่นคือการมาบรรจบกันของโลกที่ทำให้ “The Love City” รู้สึกยิ่งใหญ่กว่างานแฟชั่นเจ้าสาวทั่วไป&lt;br/&gt;เมื่อแฟชั่นพบกับผู้คนที่ทำให้มันเคลื่อนไหว&lt;br/&gt;เรื่องราวบนรันเวย์บางเรื่องจบลงเมื่อไฟดับลง&lt;br/&gt;แต่บางเรื่องยังเดินทางต่อ ผ่านสื่อ ผู้ชม ชุมชนสร้างสรรค์ และบทสนทนาที่เกิดขึ้นหลังโชว์จบ&lt;br/&gt;ในฐานะ Promotional Partners ของ Vietnam Wedding Week 2026 Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ได้ร่วมสนับสนุนการสื่อสารและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายในอุตสาหกรรมที่อยู่รอบงาน เชื่อมโยงเรื่องราวด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เข้ากับเครือข่ายด้านครีเอทีฟและวิชาชีพที่กว้างขึ้น&lt;br/&gt;สำหรับ CjC Marketing Agency และ Italian Atelier Asia-Pacific การมาพบกันระหว่าง Dylan และ Luu Viet Anh ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์มีคุณค่าได้อย่างไร&lt;br/&gt;งานแฟชั่นหนึ่งงานสามารถนำผู้คนที่ปกติอาจไม่ได้อยู่บนเวทีเดียวกันมาพบกันได้&lt;br/&gt;ดีไซเนอร์กับไอดอล&lt;br/&gt;คอลเลกชันเจ้าสาวกับนิทานพื้นบ้าน&lt;br/&gt;ผู้ชมแฟชั่นกับแฟนคลับจากโลกเอ็นเตอร์เทนเมนต์&lt;br/&gt;บางครั้ง เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดก็เริ่มต้นขึ้นตรงจุดที่โลกเหล่านี้มาบรรจบกันพอดี&lt;br/&gt;แล้ว Dylan เป็นนักร้อง ไอดอล หรือ FASHION FACE กันแน่?&lt;br/&gt;บางที นั่นอาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง&lt;br/&gt;Dylan ไม่จำเป็นต้องหยุดเป็นสิ่งหนึ่ง เพื่อที่จะกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง&lt;br/&gt;เรื่องราวที่น่าสนใจกว่าคือ ตัวตนของเขากำลังขยายออกไป&lt;br/&gt;การเป็น First Face 3 ครั้งอาจยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางในโลกแฟชั่น&lt;br/&gt;แต่จุดเริ่มต้นก็ควรค่าแก่การจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อดีไซเนอร์ถึง 3 คนเลือกมอบก้าวแรกของรันเวย์ให้กับศิลปินคนเดียวกัน&lt;br/&gt;จาก Chung Thanh Phong และ Tran Hung สู่ VÀNG ẢNH VÀNG ANH ของ Luu Viet Anh ที่ Vietnam Wedding Week 2026 Dylan กำลังเริ่มสร้างเรื่องราวบนรันเวย์ในแบบของตัวเอง&lt;br/&gt;เขาอาจก้าวออกมาจากเวทีไอดอล&lt;br/&gt;แต่หาก First Walks เหล่านี้เป็นสัญญาณบอกอะไรสักอย่าง โมเมนต์แฟชั่นของ Dylan เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>3 ดีไซเนอร์ 3 First Face และหนึ่งไอดอลหนุ่มที่กำลังค่อย ๆ กลายเป็นใบหน้าคุ้นตาบนแถวหน้าของรันเวย์แฟชั่นเวียดนาม</p><p>ในงาน Vietnam Wedding Week 2026 Dylan จาก UPRIZE ก้าวขึ้นมาเป็น First Face ให้กับโชว์ FALVAON ของ Luu Viet Anh ในคอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH</p><p>มันอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ บนสปอตไลต์ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว</p><p>ก่อนหน้านี้ Dylan เคยเปิดโชว์ให้กับ Chung Thanh Phong และ Tran Hung มาแล้ว และหลังจากผ่าน 3 First Face Moments เส้นเรื่องนี้ก็เริ่มชัดเจนจนยากที่จะมองข้าม</p><p>สำหรับศิลปินที่เป็นที่รู้จักจากเวที ดนตรี และโลกแห่งไอดอลเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รันเวย์กำลังเปิดสปอตไลต์อีกแบบให้กับเขา</p><p>ไม่มีไมโครโฟน ไม่มีท่าเต้นให้ใช้เป็นที่พึ่ง มีเพียงเสียงดนตรี แสงไฟ และช่วงเวลาไม่กี่วินาทีแรกที่ทุกคนในห้องตัดสินใจว่าจะหันมามอง</p><p>ที่ Vietnam Wedding Week 2026 Dylan จึงไม่ได้มาเพียงในฐานะคนดังที่ปรากฏตัวบนรันเวย์ แต่เขากลายเป็นภาพแรกที่พาผู้ชมก้าวเข้าสู่หนึ่งในคอลเลกชันที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวมากที่สุดของงาน</p><h2>3 ดีไซเนอร์ 3 FIRST FACE 1 เรื่องราวบนรันเวย์ที่กำลังเติบโต</h2><p>Chung Thanh Phong. Tran Hung. Luu Viet Anh.</p><p>ทั้ง 3 ชื่อมาจากคนละมุมของวงการแฟชั่นเวียดนาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันในช่วงที่ผ่านมา นั่นคือ Dylan ได้รับเลือกให้เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาบนรันเวย์</p><p>และเรื่องนี้มีความหมาย เพราะ First Face ไม่ได้เป็นเพียงคนที่บังเอิญเดินออกจากหลังเวทีก่อนคนอื่น</p><p>การเปิดโชว์คือการกำหนดอุณหภูมิของรันเวย์ เป็นสัญญาณแรกที่บอกผู้ชมถึงอารมณ์ ท่าที และโลกที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปพบ</p><p>สำหรับไอดอลที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่น ตำแหน่งนี้จึงสื่อความหมายได้มากกว่าการปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญ</p><p>ความคุ้นเคยอาจทำให้ผู้คนพูดถึง แต่การเป็น First Face ต้องการบางสิ่งที่มากกว่านั้น นั่นคือ “พลังของการปรากฏตัว”</p><p>และดูเหมือนว่า Dylan กำลังสร้างชื่อในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน</p><h2>เมื่อไอดอลวางไมโครโฟนลง</h2><p>บนเวที Dylan รู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อสร้างการแสดง</p><p>ในฐานะสมาชิก UPRIZE เขาอยู่ในโลกที่สร้างขึ้นจากดนตรี การเคลื่อนไหว การรับรู้กล้อง และการเชื่อมต่อกับผู้ชม</p><p>ไอดอลต้องเรียนรู้วิธีดึงความสนใจ แม้จะมีหลายสิ่งเกิดขึ้นรอบตัว</p><p>แต่รันเวย์ตัดองค์ประกอบเหล่านั้นออกไปเกือบทั้งหมด</p><p>ไม่มีท่อนฮุกให้ช่วยพยุงช่วงเวลานั้น ไม่มีช่วงเต้น และไม่มีโอกาสอธิบายว่าตัวเองเป็นใคร</p><p>การเดินเพียงไม่กี่ก้าวต้องเป็นคนพูดแทนทั้งหมด</p><p>จังหวะการเดิน ท่วงท่า สีหน้า และวิธีที่ศิลปินก้าวเข้าสู่แสงไฟ กลายเป็นสารทั้งหมดที่ผู้ชมจะได้รับ</p><p>บางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่การเปลี่ยนจากเวทีไอดอลสู่รันเวย์แฟชั่นไม่ได้ดูเป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่คิด</p><p>เพราะทั้งสองโลกต่างต้องการการควบคุม “พลังของการปรากฏตัว” เพียงแต่ใช้คนละภาษาในการสื่อสาร</p><p>สำหรับ Dylan แฟชั่นกำลังดูเหมือนจะกลายเป็นเวทีที่สองของเขา</p><h2>ค่ำคืนที่เขาเปิดเรื่องราวของ LUU VIET ANH</h2><p>เวทีที่สองนี้มีบรรยากาศราวกับภาพยนตร์มากเป็นพิเศษในงาน Vietnam Wedding Week 2026</p><p>สำหรับ Luu Viet Anh ดีไซเนอร์ของ FALVAON คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้แรงบันดาลใจจากโลกทางอารมณ์ของ “Tấm Cám” หนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่คนเวียดนามคุ้นเคยเป็นอย่างดี</p><p>คอลเลกชันนำความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามาสู่บริบทของแฟชั่นร่วมสมัย เปลี่ยนรันเวย์ให้เป็นมากกว่าการนำเสนอชุดเจ้าสาวต่อเนื่องกันทีละลุค</p><p>เรื่องราวนี้ต้องการจุดเริ่มต้น</p><p>และ Dylan คือคนที่มอบจุดเริ่มต้นนั้นให้กับผู้ชม</p><p>ในฐานะ First Face เขากลายเป็นการเคลื่อนไหวแรกของเรื่องราวทางภาพบนรันเวย์</p><p>ก่อนที่ผู้ชมจะได้พบกับโลกเต็มรูปแบบของชุดเจ้าสาว รายละเอียด และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่กำลังจะตามมา สิ่งแรกที่พวกเขาได้พบคือ Dylan</p><p>มันเป็นการแสดงอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากเวทีไอดอล แต่ยังคงเป็น “การแสดง” เช่นเดิม</p><p>หนึ่งการก้าวออกมา หนึ่งสายตา และหนึ่งช่วงเวลาที่จะทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนั้นจะเป็นอย่างไร</p><h2>คอลเลกชันเจ้าสาว นิทานพื้นบ้านเวียดนาม และนักแสดงนำชายหนึ่งคน</h2><p>สิ่งที่ทำให้การปรากฏตัวของ Dylan มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น คือบทบาทของเขาภายในเรื่องราวของคอลเลกชัน</p><p>VÀNG ẢNH VÀNG ANH เข้าสู่ Vietnam Wedding Week ในฐานะแฟชั่นโชว์เจ้าสาว แต่การปรากฏตัวของ Dylan ได้เพิ่มตัวละครชายเข้ามาในโลกของเรื่องเล่า</p><p>แทนที่จะรู้สึกเหมือนการปรากฏตัวของคนดังแบบฉาบฉวย การเดินของเขากลับทำให้โชว์มีตัวละครและมุมมองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งด้าน</p><p>และตรงนี้เองที่องค์ประกอบด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์เริ่มน่าสนใจ</p><p>Dylan ไม่ได้ถูกเชิญมาเพื่อร้องเพลง และไม่ได้มาเพื่อ Special Performance</p><p>บทบาทของเขาเงียบกว่านั้น แต่ในขณะเดียวกันอาจมีความพิเศษมากกว่า นั่นคือการช่วยสร้างฉากและเปิดโลกของเรื่องราว</p><p>ในคอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่า First Face จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องไปด้วย</p><p>และสำหรับไอดอลที่มีตัวตนสาธารณะซึ่งสร้างขึ้นจากการแสดงอยู่แล้ว การข้ามเส้นแบ่งระหว่างสองโลกนี้จึงดูลงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ</p><h2>มากกว่าการเดินบนรันเวย์ในฐานะคนดัง</h2><p>แฟชั่นรักใบหน้าที่เป็นที่รู้จัก</p><p>มันสร้างกระแส ถ่ายภาพออกมาดี และมอบเหตุผลเพิ่มเติมให้ผู้ชมอยากติดตามโชว์</p><p>แต่การเชิญคนดังขึ้นมาบนรันเวย์ กับการมอบตำแหน่งที่มีความหมายจริง ๆ ในจังหวะของโชว์นั้นเป็นคนละเรื่องกัน</p><p>สิ่งที่ทำให้เรื่องราวด้านแฟชั่นของ Dylan น่าสนใจกว่าการปรากฏตัวเพียงครั้งเดียว คือรายชื่อ First Face ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ</p><p>ตำแหน่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า กับดีไซเนอร์ที่มีสุนทรียภาพและโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกัน</p><p>นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาต้องกลายเป็นนายแบบเต็มตัว และจริง ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น</p><p>เสน่ห์อาจอยู่ตรงที่เขานำบางสิ่งที่แตกต่างมาสู่รันเวย์</p><p>เขามาพร้อมสัญชาตญาณของนักแสดง</p><p>โลกแฟชั่นได้สัมผัสความมั่นใจ จังหวะ และการรับรู้ทางภาพแบบไอดอล</p><p>ขณะที่โลกบันเทิงก็ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของ Dylan ที่น่าจับตามอง</p><h2>INSIDE THE LOVE CITY</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 กลายเป็นฉากที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการมาบรรจบกันของสองโลกนี้</p><p>งานซึ่งพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology ได้เปลี่ยน White Palace Hoang Van Thu ให้กลายเป็น “The Love City” จุดหมายร่วมที่แฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์งานแต่ง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และประสบการณ์ต่าง ๆ มาพบกัน</p><p>ตลอดสองวัน ดีไซเนอร์และแบรนด์ 7 รายได้นำเสนอภาพที่แตกต่างกันของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย</p><p>มีทั้งความดราม่าแบบกูตูร์ ความโรแมนติกอันประณีต การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ความเย้ายวน และแฟชั่นบุรุษร่วมสมัย</p><p>รันเวย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนแนวคิดเดียวว่าเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว “ควร” เป็นอย่างไร</p><p>การปรากฏตัวของ Dylan จึงเข้ามาเติมอีกหนึ่งชั้นให้กับความหลากหลายนี้</p><p>เขาเดินทางมาจากโลกของเอ็นเตอร์เทนเมนต์ร่วมสมัย ก่อนก้าวเข้าสู่เรื่องราวทางแฟชั่นของดีไซเนอร์โดยตรง</p><p>และนั่นคือการมาบรรจบกันของโลกที่ทำให้ “The Love City” รู้สึกยิ่งใหญ่กว่างานแฟชั่นเจ้าสาวทั่วไป</p><h2>เมื่อแฟชั่นพบกับผู้คนที่ทำให้มันเคลื่อนไหว</h2><p>เรื่องราวบนรันเวย์บางเรื่องจบลงเมื่อไฟดับลง</p><p>แต่บางเรื่องยังเดินทางต่อ ผ่านสื่อ ผู้ชม ชุมชนสร้างสรรค์ และบทสนทนาที่เกิดขึ้นหลังโชว์จบ</p><p>ในฐานะ Promotional Partners ของ Vietnam Wedding Week 2026 Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ได้ร่วมสนับสนุนการสื่อสารและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายในอุตสาหกรรมที่อยู่รอบงาน เชื่อมโยงเรื่องราวด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เข้ากับเครือข่ายด้านครีเอทีฟและวิชาชีพที่กว้างขึ้น</p><p>สำหรับ CjC Marketing Agency และ Italian Atelier Asia-Pacific การมาพบกันระหว่าง Dylan และ Luu Viet Anh ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์มีคุณค่าได้อย่างไร</p><p>งานแฟชั่นหนึ่งงานสามารถนำผู้คนที่ปกติอาจไม่ได้อยู่บนเวทีเดียวกันมาพบกันได้</p><p>ดีไซเนอร์กับไอดอล</p><p>คอลเลกชันเจ้าสาวกับนิทานพื้นบ้าน</p><p>ผู้ชมแฟชั่นกับแฟนคลับจากโลกเอ็นเตอร์เทนเมนต์</p><p>บางครั้ง เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดก็เริ่มต้นขึ้นตรงจุดที่โลกเหล่านี้มาบรรจบกันพอดี</p><h2>แล้ว Dylan เป็นนักร้อง ไอดอล หรือ FASHION FACE กันแน่?</h2><p>บางที นั่นอาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง</p><p>Dylan ไม่จำเป็นต้องหยุดเป็นสิ่งหนึ่ง เพื่อที่จะกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง</p><p>เรื่องราวที่น่าสนใจกว่าคือ ตัวตนของเขากำลังขยายออกไป</p><p>การเป็น First Face 3 ครั้งอาจยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางในโลกแฟชั่น</p><p>แต่จุดเริ่มต้นก็ควรค่าแก่การจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อดีไซเนอร์ถึง 3 คนเลือกมอบก้าวแรกของรันเวย์ให้กับศิลปินคนเดียวกัน</p><p>จาก Chung Thanh Phong และ Tran Hung สู่ VÀNG ẢNH VÀNG ANH ของ Luu Viet Anh ที่ Vietnam Wedding Week 2026 Dylan กำลังเริ่มสร้างเรื่องราวบนรันเวย์ในแบบของตัวเอง</p><p>เขาอาจก้าวออกมาจากเวทีไอดอล</p><p>แต่หาก First Walks เหล่านี้เป็นสัญญาณบอกอะไรสักอย่าง โมเมนต์แฟชั่นของ Dylan เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/954ca823-47ac-49bf-8487-831e825de2a1/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/f435a7b0-9746-4cd6-a528-ff89efc8b6da</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Aug 2026 17:35:18 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>DO LONG เปิดบทใหม่ของแฟชั่นเจ้าสาว กับ The Prime บนเวที Vietnam Wedding Week 2026</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/ec5689d6-02e6-4755-b90b-708f99738a91</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – บนเวที Vietnam Wedding Week 2026 แบรนด์ DO LONG BRIDAL เปิดตัวคอลเลกชัน The Prime พร้อมนำภาษาการออกแบบที่โดดเด่นด้วยความหรูหรา ความมั่นใจ และพลังในการดึงดูดทุกสายตา เข้าสู่บทสนทนาใหม่ของโลกแฟชั่นเจ้าสาว&lt;br/&gt;ในฐานะส่วนหนึ่งของ Bridal Fashion Show 2026 คอลเลกชันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสำรวจโลกของแฟชั่นสำหรับวันแต่งงานของ Do Long&lt;br/&gt;แทนที่จะเป็นเพียงการนำเสื้อผ้าสำหรับโอกาสพิเศษมาตีความใหม่ในบริบทของชุดเจ้าสาว The Prime มองเจ้าสาวในฐานะตัวละครหลัก ผู้มีการปรากฏตัวและตัวตนเป็นของตัวเอง&lt;br/&gt;ภายใน “The Love City” คอลเลกชันนี้เข้ามาเติมอีกหนึ่งมุมมองให้กับโปรแกรมแฟชั่นโชว์ทั้ง 7 โชว์ ซึ่งนำเสนอภาพที่หลากหลายของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย&lt;br/&gt;บทใหม่เริ่มต้นขึ้นบนรันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว&lt;br/&gt;สำหรับดีไซเนอร์ที่มีความสัมพันธ์กับโลกของความหรูหราและการแต่งกายที่โดดเด่นสะดุดตา การก้าวเข้าสู่แฟชั่นเจ้าสาวมาพร้อมกับความท้าทายเฉพาะตัว&lt;br/&gt;เพราะชุดแต่งงานเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสที่ทั้งมีความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง และในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้สวมใส่ได้รับความสนใจมากที่สุด&lt;br/&gt;ชุดหนึ่งชุดต้องมีความหมายสำหรับผู้หญิงที่สวมใส่มัน ขณะเดียวกันก็มีส่วนกำหนดว่าเธอจะเดินเข้าสู่ห้องอย่างไร ปรากฏตัวในภาพถ่ายแบบไหน และจดจำวันสำคัญนั้นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี&lt;br/&gt;The Prime เลือกเผชิญกับความสัมพันธ์ระหว่างสองด้านนี้อย่างตรงไปตรงมา ด้วยการแปลความรู้สึกของความดราม่าอันเป็นเอกลักษณ์ ให้กลายเป็นแฟชั่นเจ้าสาวที่ขับเคลื่อนด้วยความมั่นใจและพลังของการปรากฏตัว&lt;br/&gt;THE PRIME – ความหรูหรา คอร์เซ็ต และพลังของการปรากฏตัว&lt;br/&gt;ภาษาทางภาพของคอลเลกชัน The Prime ถูกสร้างขึ้นผ่านซิลูเอตที่ช่วยขับเน้นสรีระ งานคอร์เซ็ต และรายละเอียดการตกแต่งอันประณีต&lt;br/&gt;องค์ประกอบเหล่านี้สร้างชุดที่ไม่ได้มีไว้เพื่อหลบอยู่เบื้องหลัง&lt;br/&gt;ร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาด้านการออกแบบ โดยโครงสร้างของชุดถูกใช้เพื่อเน้นรูปทรงและสร้างเส้นสายทางสายตาที่ชัดเจน&lt;br/&gt;รายละเอียดการประดับตกแต่งเพิ่มอีกหนึ่งชั้นของความโดดเด่นแบบการแสดง ทำให้แต่ละลุคสะท้อนความหรูหราอันผ่านการขัดเกลาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลการออกแบบของ DO LONG&lt;br/&gt;ผลลัพธ์คือแฟชั่นเจ้าสาวที่มองวันแต่งงานในฐานะช่วงเวลาของการมาถึง ช่วงเวลาที่ผู้หญิงคนหนึ่งเลือกก้าวออกมาและครองพื้นที่ของตัวเองอย่างเต็มที่&lt;br/&gt;เมื่อผู้หญิงในแบบของ DO LONG ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าสาว&lt;br/&gt;การก้าวเข้าสู่โลกของแฟชั่นเจ้าสาวไม่ได้หมายความว่า Do Long ต้องละทิ้งภาษาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง&lt;br/&gt;ในทางกลับกัน The Prime สำรวจสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อสุนทรียภาพที่คุ้นเคยของแบรนด์ถูกนำเข้าสู่บริบททางอารมณ์รูปแบบใหม่&lt;br/&gt;ความมั่นใจ ความเย้ายวน และความเป็นตัวของตัวเองยังคงเป็นหัวใจสำคัญ&lt;br/&gt;สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ คุณสมบัติเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับวันแต่งงาน และความหมายส่วนตัวที่มาพร้อมกับช่วงเวลานั้น&lt;br/&gt;เจ้าสาวของ Do Long จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นตัวละครใหม่ที่แยกออกจากผู้หญิงในจักรวาลของแบรนด์&lt;br/&gt;เธอยังคงมีความตระหนักรู้ในตัวเองเช่นเดิม เพียงแต่กำลังแสดงออกในอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของเรื่องราวชีวิต&lt;br/&gt;ก้าวออกจากภาพจำเดิมของความงามแบบเจ้าสาว&lt;br/&gt;ตลอดหลายยุคสมัย แฟชั่นเจ้าสาวมักถูกเชื่อมโยงกับความอ่อนโยน ความละเอียดอ่อน และความเรียบสงบ&lt;br/&gt;คุณสมบัติเหล่านี้ยังคงมีความหมายสำหรับเจ้าสาวจำนวนมาก แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่นิยามโลกของแฟชั่นเจ้าสาวทั้งหมดอีกต่อไป&lt;br/&gt;The Prime เสนออีกหนึ่งความเป็นไปได้&lt;br/&gt;เจ้าสาวในแบบของคอลเลกชันนี้สามารถเย้ายวน เฉียบคม หรูหรา และเลือกที่จะปรากฏตัวอย่างโดดเด่นโดยไม่ต้องรู้สึกขอโทษใคร&lt;br/&gt;เธอไม่จำเป็นต้องลดทอนบุคลิกของตัวเอง เพื่อให้เข้ากับภาพจำดั้งเดิมของวันแต่งงาน&lt;br/&gt;แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัย ซึ่งตัวตนของแต่ละคนกำลังมีความสำคัญมากขึ้นไม่แพ้ขนบหรือธรรมเนียมที่เคยเป็นกรอบกำหนด&lt;br/&gt;จากแฟชั่นที่สะกดทุกสายตา สู่หนึ่งในช่วงเวลาส่วนตัวที่สุดของชีวิต&lt;br/&gt;คอลเลกชันบนรันเวย์ที่เต็มไปด้วยพลังทางสายตา กับชุดแต่งงาน อาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่มาจากโลกคนละใบ&lt;br/&gt;แต่ทั้งสองต่างเชื่อมโยงกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง&lt;br/&gt;สิ่งหนึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรึงสายตาในทันที ขณะที่อีกสิ่งหนึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของหมุดหมายสำคัญในชีวิตของคนคนหนึ่ง&lt;br/&gt;ความท้าทายคือการทำให้ความตื่นตาตื่นใจและความใกล้ชิดทางอารมณ์สามารถอยู่ร่วมกันได้&lt;br/&gt;The Prime เข้าหาความสัมพันธ์นี้ผ่านพลังของการปรากฏตัว โดยเสนอว่าความหรูหราเองก็สามารถเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตนได้&lt;br/&gt;ด้วยเหตุนี้ คอลเลกชันจึงไม่ได้แยกความหมายทางอารมณ์ของวันแต่งงานออกจากความปรารถนาที่จะสร้างช่วงเวลาแห่งการปรากฏตัวที่ยากจะลืมเลือน&lt;br/&gt;THE PRIME พบเวทีของตัวเองใน “THE LOVE CITY”&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยรวบรวมดีไซเนอร์และแบรนด์ทั้ง 7 ราย ซึ่งนำเสนอมุมมองที่หลากหลาย ตั้งแต่การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ความโรแมนติกอันประณีต ความหรูหราแบบกูตูร์ แฟชั่นบุรุษร่วมสมัย ไปจนถึงความเย้ายวน&lt;br/&gt;ภายในภูมิทัศน์ที่หลากหลายนี้ DO LONG BRIDAL มีจุดยืนที่ชัดเจน&lt;br/&gt;The Prime พูดถึงเจ้าสาวที่มองหาลายเซ็นทางแฟชั่นอันโดดเด่น และชุดที่ทำให้เธอสามารถยืนอยู่ตรงศูนย์กลางของการเฉลิมฉลองในแบบของตัวเองได้อย่างมั่นใจ&lt;br/&gt;โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายในอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น เชื่อมโลกของแฟชั่นเข้ากับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมงานแต่ง&lt;br/&gt;สำหรับ Do Long แล้ว The Prime จึงมีความหมายมากกว่าการนำเสนอคอลเลกชันอีกครั้งบนรันเวย์&lt;br/&gt;นี่คือการเปิดบทใหม่ของแฟชั่นเจ้าสาว พร้อมเพิ่มอีกหนึ่งนิยามให้กับภาพของเจ้าสาวยุคใหม่&lt;br/&gt;ผู้หญิงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน&lt;br/&gt;มั่นใจในตัวเอง&lt;br/&gt;และอยู่กับช่วงเวลาสำคัญของตัวเองอย่างเต็มที่&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – บนเวที Vietnam Wedding Week 2026 แบรนด์ DO LONG BRIDAL เปิดตัวคอลเลกชัน The Prime พร้อมนำภาษาการออกแบบที่โดดเด่นด้วยความหรูหรา ความมั่นใจ และพลังในการดึงดูดทุกสายตา เข้าสู่บทสนทนาใหม่ของโลกแฟชั่นเจ้าสาว</p><p>ในฐานะส่วนหนึ่งของ Bridal Fashion Show 2026 คอลเลกชันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสำรวจโลกของแฟชั่นสำหรับวันแต่งงานของ Do Long</p><p>แทนที่จะเป็นเพียงการนำเสื้อผ้าสำหรับโอกาสพิเศษมาตีความใหม่ในบริบทของชุดเจ้าสาว The Prime มองเจ้าสาวในฐานะตัวละครหลัก ผู้มีการปรากฏตัวและตัวตนเป็นของตัวเอง</p><p>ภายใน “The Love City” คอลเลกชันนี้เข้ามาเติมอีกหนึ่งมุมมองให้กับโปรแกรมแฟชั่นโชว์ทั้ง 7 โชว์ ซึ่งนำเสนอภาพที่หลากหลายของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย</p><h2>บทใหม่เริ่มต้นขึ้นบนรันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว</h2><p>สำหรับดีไซเนอร์ที่มีความสัมพันธ์กับโลกของความหรูหราและการแต่งกายที่โดดเด่นสะดุดตา การก้าวเข้าสู่แฟชั่นเจ้าสาวมาพร้อมกับความท้าทายเฉพาะตัว</p><p>เพราะชุดแต่งงานเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสที่ทั้งมีความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง และในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้สวมใส่ได้รับความสนใจมากที่สุด</p><p>ชุดหนึ่งชุดต้องมีความหมายสำหรับผู้หญิงที่สวมใส่มัน ขณะเดียวกันก็มีส่วนกำหนดว่าเธอจะเดินเข้าสู่ห้องอย่างไร ปรากฏตัวในภาพถ่ายแบบไหน และจดจำวันสำคัญนั้นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี</p><p>The Prime เลือกเผชิญกับความสัมพันธ์ระหว่างสองด้านนี้อย่างตรงไปตรงมา ด้วยการแปลความรู้สึกของความดราม่าอันเป็นเอกลักษณ์ ให้กลายเป็นแฟชั่นเจ้าสาวที่ขับเคลื่อนด้วยความมั่นใจและพลังของการปรากฏตัว</p><h2>THE PRIME – ความหรูหรา คอร์เซ็ต และพลังของการปรากฏตัว</h2><p>ภาษาทางภาพของคอลเลกชัน The Prime ถูกสร้างขึ้นผ่านซิลูเอตที่ช่วยขับเน้นสรีระ งานคอร์เซ็ต และรายละเอียดการตกแต่งอันประณีต</p><p>องค์ประกอบเหล่านี้สร้างชุดที่ไม่ได้มีไว้เพื่อหลบอยู่เบื้องหลัง</p><p>ร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาด้านการออกแบบ โดยโครงสร้างของชุดถูกใช้เพื่อเน้นรูปทรงและสร้างเส้นสายทางสายตาที่ชัดเจน</p><p>รายละเอียดการประดับตกแต่งเพิ่มอีกหนึ่งชั้นของความโดดเด่นแบบการแสดง ทำให้แต่ละลุคสะท้อนความหรูหราอันผ่านการขัดเกลาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลการออกแบบของ DO LONG</p><p>ผลลัพธ์คือแฟชั่นเจ้าสาวที่มองวันแต่งงานในฐานะช่วงเวลาของการมาถึง ช่วงเวลาที่ผู้หญิงคนหนึ่งเลือกก้าวออกมาและครองพื้นที่ของตัวเองอย่างเต็มที่</p><h2>เมื่อผู้หญิงในแบบของ DO LONG ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าสาว</h2><p>การก้าวเข้าสู่โลกของแฟชั่นเจ้าสาวไม่ได้หมายความว่า Do Long ต้องละทิ้งภาษาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง</p><p>ในทางกลับกัน The Prime สำรวจสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อสุนทรียภาพที่คุ้นเคยของแบรนด์ถูกนำเข้าสู่บริบททางอารมณ์รูปแบบใหม่</p><p>ความมั่นใจ ความเย้ายวน และความเป็นตัวของตัวเองยังคงเป็นหัวใจสำคัญ</p><p>สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ คุณสมบัติเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับวันแต่งงาน และความหมายส่วนตัวที่มาพร้อมกับช่วงเวลานั้น</p><p>เจ้าสาวของ Do Long จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นตัวละครใหม่ที่แยกออกจากผู้หญิงในจักรวาลของแบรนด์</p><p>เธอยังคงมีความตระหนักรู้ในตัวเองเช่นเดิม เพียงแต่กำลังแสดงออกในอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของเรื่องราวชีวิต</p><h2>ก้าวออกจากภาพจำเดิมของความงามแบบเจ้าสาว</h2><p>ตลอดหลายยุคสมัย แฟชั่นเจ้าสาวมักถูกเชื่อมโยงกับความอ่อนโยน ความละเอียดอ่อน และความเรียบสงบ</p><p>คุณสมบัติเหล่านี้ยังคงมีความหมายสำหรับเจ้าสาวจำนวนมาก แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่นิยามโลกของแฟชั่นเจ้าสาวทั้งหมดอีกต่อไป</p><p>The Prime เสนออีกหนึ่งความเป็นไปได้</p><p>เจ้าสาวในแบบของคอลเลกชันนี้สามารถเย้ายวน เฉียบคม หรูหรา และเลือกที่จะปรากฏตัวอย่างโดดเด่นโดยไม่ต้องรู้สึกขอโทษใคร</p><p>เธอไม่จำเป็นต้องลดทอนบุคลิกของตัวเอง เพื่อให้เข้ากับภาพจำดั้งเดิมของวันแต่งงาน</p><p>แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัย ซึ่งตัวตนของแต่ละคนกำลังมีความสำคัญมากขึ้นไม่แพ้ขนบหรือธรรมเนียมที่เคยเป็นกรอบกำหนด</p><h2>จากแฟชั่นที่สะกดทุกสายตา สู่หนึ่งในช่วงเวลาส่วนตัวที่สุดของชีวิต</h2><p>คอลเลกชันบนรันเวย์ที่เต็มไปด้วยพลังทางสายตา กับชุดแต่งงาน อาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่มาจากโลกคนละใบ</p><p>แต่ทั้งสองต่างเชื่อมโยงกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง</p><p>สิ่งหนึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรึงสายตาในทันที ขณะที่อีกสิ่งหนึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของหมุดหมายสำคัญในชีวิตของคนคนหนึ่ง</p><p>ความท้าทายคือการทำให้ความตื่นตาตื่นใจและความใกล้ชิดทางอารมณ์สามารถอยู่ร่วมกันได้</p><p>The Prime เข้าหาความสัมพันธ์นี้ผ่านพลังของการปรากฏตัว โดยเสนอว่าความหรูหราเองก็สามารถเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตนได้</p><p>ด้วยเหตุนี้ คอลเลกชันจึงไม่ได้แยกความหมายทางอารมณ์ของวันแต่งงานออกจากความปรารถนาที่จะสร้างช่วงเวลาแห่งการปรากฏตัวที่ยากจะลืมเลือน</p><h2>THE PRIME พบเวทีของตัวเองใน “THE LOVE CITY”</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยรวบรวมดีไซเนอร์และแบรนด์ทั้ง 7 ราย ซึ่งนำเสนอมุมมองที่หลากหลาย ตั้งแต่การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ความโรแมนติกอันประณีต ความหรูหราแบบกูตูร์ แฟชั่นบุรุษร่วมสมัย ไปจนถึงความเย้ายวน</p><p>ภายในภูมิทัศน์ที่หลากหลายนี้ DO LONG BRIDAL มีจุดยืนที่ชัดเจน</p><p>The Prime พูดถึงเจ้าสาวที่มองหาลายเซ็นทางแฟชั่นอันโดดเด่น และชุดที่ทำให้เธอสามารถยืนอยู่ตรงศูนย์กลางของการเฉลิมฉลองในแบบของตัวเองได้อย่างมั่นใจ</p><p>โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายในอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น เชื่อมโลกของแฟชั่นเข้ากับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมงานแต่ง</p><p>สำหรับ Do Long แล้ว The Prime จึงมีความหมายมากกว่าการนำเสนอคอลเลกชันอีกครั้งบนรันเวย์</p><p>นี่คือการเปิดบทใหม่ของแฟชั่นเจ้าสาว พร้อมเพิ่มอีกหนึ่งนิยามให้กับภาพของเจ้าสาวยุคใหม่</p><p>ผู้หญิงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน</p><p>มั่นใจในตัวเอง</p><p>และอยู่กับช่วงเวลาสำคัญของตัวเองอย่างเต็มที่</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/0aa1130b-c364-4ea0-a59d-c5e529a3a0b0/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/ec5689d6-02e6-4755-b90b-708f99738a91</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Aug 2026 17:32:41 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Luu Viet Anh ถ่ายทอดความทรงจำทางวัฒนธรรม สู่เรื่องราวแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยบนเวที Vietnam Wedding Week 2026</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/19a39f44-b6bf-4223-9598-572c4e74d13e</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – ภายในงานแต่งงานที่สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “The Love City” FALVAON by Luu Viet Anh ได้นำอีกหนึ่งการเดินทางมาสู่รันเวย์ การเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยความทรงจำ เรื่องเล่า และร่องรอยทางวัฒนธรรมของเวียดนาม&lt;br/&gt;ในฐานะส่วนหนึ่งของ Bridal Fashion Show 2026 คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH นำเสนออีกหนึ่งมุมมองของแฟชั่นเจ้าสาว ที่ไม่ได้มีอยู่เพียงเพื่อตอบโจทย์โอกาสสำคัญ แต่ยังสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการเก็บรักษาและส่งต่อเรื่องราว&lt;br/&gt;ท่ามกลาง 7 เสียงแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มารวมตัวกันในโปรแกรมเดียวกัน ผลงานของ Luu Viet Anh โดดเด่นด้วยคำถามที่แตกต่างออกไปว่า จะนำความทรงจำทางวัฒนธรรมมาตีความเป็นภาษาของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยได้อย่างไร โดยไม่สูญเสียทั้งรากฐานทางอารมณ์และความเชื่อมโยงกับโลกปัจจุบัน&lt;br/&gt;เมื่อคอลเลกชันแฟชั่นเจ้าสาว เริ่มต้นจากเรื่องราว&lt;br/&gt;แฟชั่นหนึ่งคอลเลกชันอาจเริ่มต้นจากซิลูเอต วัสดุ หรือแนวคิดด้านเทคนิค&lt;br/&gt;แต่สำหรับ FALVAON “เรื่องราว” คืออีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ&lt;br/&gt;แนวคิดด้านการเล่าเรื่องนี้กำหนดตำแหน่งของคอลเลกชันภายใน Vietnam Wedding Week 2026 ทำให้เสื้อผ้าแต่ละชุดไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะลุคที่แยกออกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกทางอารมณ์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งประกอบขึ้นจากความทรงจำ การอ้างอิง และการตีความ&lt;br/&gt;มุมมองนี้เพิ่มอีกหนึ่งชั้นความหมายให้กับแฟชั่นเจ้าสาว&lt;br/&gt;ชุดแต่งงานอาจถูกเลือกเพราะความงามและงานฝีมือ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวที่ผู้สวมใส่อยากจดจำ หรือเลือกพกพาติดตัวไปสู่ช่วงเวลาต่อไปของชีวิต&lt;br/&gt;VÀNG ẢNH VÀNG ANH – จาก “Tấm Cám” สู่รันเวย์&lt;br/&gt;VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่อง “Tấm Cám” หนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเวียดนาม&lt;br/&gt;แทนที่จะนำเรื่องราวเดิมมาเล่าซ้ำอย่างตรงไปตรงมา คอลเลกชันเลือกใช้โลกทางวัฒนธรรมและอารมณ์ของนิทานเรื่องนี้เป็นพื้นที่สำหรับการสำรวจเชิงสร้างสรรค์&lt;br/&gt;การอ้างอิงและรายละเอียดจากอดีตถูกนำมาสนทนากับซิลูเอตร่วมสมัยและโครงสร้างทางแฟชั่น&lt;br/&gt;อดีตจึงไม่ได้ถูกวางไว้เบื้องหลังราวกับสิ่งที่ไม่อาจแตะต้อง แต่ถูกนำกลับเข้ามา ตีความใหม่ และแปรเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งรูปแบบ&lt;br/&gt;สำหรับผู้ชมบนรันเวย์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการเชื่อมโยงระหว่างความทรงจำทางวัฒนธรรมที่คุ้นเคย กับภาษาของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&lt;br/&gt;ความทรงจำทางวัฒนธรรมเวียดนาม ในภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย&lt;br/&gt;การนำองค์ประกอบทางวัฒนธรรมมาใช้ในแฟชั่นอาจกลายเป็นเพียงรายละเอียดเพื่อการตกแต่งได้ง่าย หากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับแนวคิดในการออกแบบ&lt;br/&gt;FALVAON เลือกอีกเส้นทางหนึ่ง ด้วยการเปิดให้เรื่องเล่าและความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามากำหนดบรรยากาศและโลกสร้างสรรค์ของคอลเลกชันโดยรวม&lt;br/&gt;องค์ประกอบแบบเวียดนามไม่ได้ถูกนำเสนอเพียงเพื่อยืนยันความเป็น “ดั้งเดิม”&lt;br/&gt;แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างจุดกำเนิดของเรื่องราว กับทิศทางใหม่ที่แฟชั่นสามารถพาเรื่องราวนั้นเดินทางต่อไปได้&lt;br/&gt;แนวคิดนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับโลกของแฟชั่นเจ้าสาว ซึ่งมักถูกครอบงำด้วยภาพจำแบบสากล ทั้งชุดสีขาว ความโรแมนติก และพิธีการ&lt;br/&gt;VÀNG ẢNH VÀNG ANH เสนอว่า ในการนิยามตัวตนของตัวเองในวันแต่งงาน เจ้าสาวสามารถมองหาแรงบันดาลใจจากแหล่งอ้างอิงอื่นได้เช่นกัน&lt;br/&gt;รักษารากของประเพณี โดยไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นคอสตูม&lt;br/&gt;หนึ่งในความน่าสนใจของ VÀNG ẢNH VÀNG ANH คือวิธีที่คอลเลกชันจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบัน&lt;br/&gt;ผลงานนี้ไม่ได้ชวนให้ผู้หญิงยุคใหม่แต่งตัวราวกับเป็นตัวละครจากอดีต&lt;br/&gt;แต่เลือกมองความทรงจำทางวัฒนธรรมเป็นวัตถุดิบสำหรับการเปลี่ยนแปลง&lt;br/&gt;รายละเอียดหนึ่งสามารถถูกปรับเปลี่ยนได้&lt;br/&gt;การอ้างอิงหนึ่งสามารถถูกทำให้เป็นนามธรรมมากขึ้น&lt;br/&gt;และเรื่องราวที่คุ้นเคยก็สามารถส่งผ่านความรู้สึกได้ โดยไม่จำเป็นต้องถูกนำมาผลิตซ้ำอย่างตรงไปตรงมา&lt;br/&gt;ความแตกต่างเล็ก ๆ นี้ทำให้คอลเลกชันยังคงเชื่อมโยงกับรากทางวัฒนธรรมของเวียดนาม ขณะเดียวกันก็สามารถพูดด้วยภาษาที่เป็นของโลกปัจจุบัน&lt;br/&gt;ทำไม “เรื่องราว” จึงสำคัญสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่&lt;br/&gt;เจ้าสาวในยุคปัจจุบันกำลังมองหาอะไรมากกว่าการเลือกชุดที่สวยงาม&lt;br/&gt;สิ่งที่เลือกสวมใส่สามารถสะท้อนบุคลิก ความทรงจำ คุณค่า และเรื่องราวที่พวกเธออยากให้วันแต่งงานบอกเล่า&lt;br/&gt;ภายในบริบทเช่นนี้ การเล่าเรื่องจึงกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการสร้างความเฉพาะตัว&lt;br/&gt;เครื่องแต่งกายสามารถบรรจุการอ้างอิงที่มีความหมายต่อผู้สวมใส่ แทนที่จะเดินตามสูตรสำเร็จของแฟชั่นเจ้าสาวแบบเดียวกันทั่วโลก&lt;br/&gt;แนวทางด้านการเล่าเรื่องของ FALVAON จึงเปิดพื้นที่ให้กับเจ้าสาวที่มองแฟชั่นไม่ใช่เพียงในฐานะรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตน&lt;br/&gt;FALVAON พบพื้นที่ของตัวเองใน “THE LOVE CITY”&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยรวบรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานไว้ภายใน “The Love City”&lt;br/&gt;โปรแกรมแฟชั่นของงานก็สะท้อนความหลากหลายเดียวกัน ด้วยการเปิดพื้นที่ให้กับเสียงและแนวคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;ภายในภูมิทัศน์นี้ ผลงานของ Luu Viet Anh นำเสนอมุมมองที่หยั่งรากอยู่ในเรื่องเล่าและความทรงจำทางวัฒนธรรม&lt;br/&gt;และกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ช่วยขยายความหมายของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยให้ก้าวออกไปไกลกว่าทิศทางด้านสุนทรียภาพเพียงรูปแบบเดียว&lt;br/&gt;โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังเชื่อมต่อโปรแกรมด้านความคิดสร้างสรรค์เข้ากับเครือข่ายด้านการสื่อสารและอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น&lt;br/&gt;ภายใน “The Love City” การเดินทางแต่ละเรื่องสามารถเริ่มต้นจากจุดที่แตกต่างกันได้&lt;br/&gt;และสำหรับ FALVAON by Luu Viet Anh จุดเริ่มต้นนั้นคือ “เรื่องราว”&lt;br/&gt;จากเรื่องราวหนึ่งเรื่อง โลกของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยจึงค่อย ๆ เริ่มก่อตัวขึ้น&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – ภายในงานแต่งงานที่สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “The Love City” FALVAON by Luu Viet Anh ได้นำอีกหนึ่งการเดินทางมาสู่รันเวย์ การเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยความทรงจำ เรื่องเล่า และร่องรอยทางวัฒนธรรมของเวียดนาม</p><p>ในฐานะส่วนหนึ่งของ Bridal Fashion Show 2026 คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH นำเสนออีกหนึ่งมุมมองของแฟชั่นเจ้าสาว ที่ไม่ได้มีอยู่เพียงเพื่อตอบโจทย์โอกาสสำคัญ แต่ยังสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการเก็บรักษาและส่งต่อเรื่องราว</p><p>ท่ามกลาง 7 เสียงแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มารวมตัวกันในโปรแกรมเดียวกัน ผลงานของ Luu Viet Anh โดดเด่นด้วยคำถามที่แตกต่างออกไปว่า จะนำความทรงจำทางวัฒนธรรมมาตีความเป็นภาษาของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยได้อย่างไร โดยไม่สูญเสียทั้งรากฐานทางอารมณ์และความเชื่อมโยงกับโลกปัจจุบัน</p><h2>เมื่อคอลเลกชันแฟชั่นเจ้าสาว เริ่มต้นจากเรื่องราว</h2><p>แฟชั่นหนึ่งคอลเลกชันอาจเริ่มต้นจากซิลูเอต วัสดุ หรือแนวคิดด้านเทคนิค</p><p>แต่สำหรับ FALVAON “เรื่องราว” คืออีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ</p><p>แนวคิดด้านการเล่าเรื่องนี้กำหนดตำแหน่งของคอลเลกชันภายใน Vietnam Wedding Week 2026 ทำให้เสื้อผ้าแต่ละชุดไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะลุคที่แยกออกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกทางอารมณ์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งประกอบขึ้นจากความทรงจำ การอ้างอิง และการตีความ</p><p>มุมมองนี้เพิ่มอีกหนึ่งชั้นความหมายให้กับแฟชั่นเจ้าสาว</p><p>ชุดแต่งงานอาจถูกเลือกเพราะความงามและงานฝีมือ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวที่ผู้สวมใส่อยากจดจำ หรือเลือกพกพาติดตัวไปสู่ช่วงเวลาต่อไปของชีวิต</p><h2>VÀNG ẢNH VÀNG ANH – จาก “Tấm Cám” สู่รันเวย์</h2><p>VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่อง “Tấm Cám” หนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเวียดนาม</p><p>แทนที่จะนำเรื่องราวเดิมมาเล่าซ้ำอย่างตรงไปตรงมา คอลเลกชันเลือกใช้โลกทางวัฒนธรรมและอารมณ์ของนิทานเรื่องนี้เป็นพื้นที่สำหรับการสำรวจเชิงสร้างสรรค์</p><p>การอ้างอิงและรายละเอียดจากอดีตถูกนำมาสนทนากับซิลูเอตร่วมสมัยและโครงสร้างทางแฟชั่น</p><p>อดีตจึงไม่ได้ถูกวางไว้เบื้องหลังราวกับสิ่งที่ไม่อาจแตะต้อง แต่ถูกนำกลับเข้ามา ตีความใหม่ และแปรเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งรูปแบบ</p><p>สำหรับผู้ชมบนรันเวย์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการเชื่อมโยงระหว่างความทรงจำทางวัฒนธรรมที่คุ้นเคย กับภาษาของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p><h2>ความทรงจำทางวัฒนธรรมเวียดนาม ในภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย</h2><p>การนำองค์ประกอบทางวัฒนธรรมมาใช้ในแฟชั่นอาจกลายเป็นเพียงรายละเอียดเพื่อการตกแต่งได้ง่าย หากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับแนวคิดในการออกแบบ</p><p>FALVAON เลือกอีกเส้นทางหนึ่ง ด้วยการเปิดให้เรื่องเล่าและความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามากำหนดบรรยากาศและโลกสร้างสรรค์ของคอลเลกชันโดยรวม</p><p>องค์ประกอบแบบเวียดนามไม่ได้ถูกนำเสนอเพียงเพื่อยืนยันความเป็น “ดั้งเดิม”</p><p>แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างจุดกำเนิดของเรื่องราว กับทิศทางใหม่ที่แฟชั่นสามารถพาเรื่องราวนั้นเดินทางต่อไปได้</p><p>แนวคิดนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับโลกของแฟชั่นเจ้าสาว ซึ่งมักถูกครอบงำด้วยภาพจำแบบสากล ทั้งชุดสีขาว ความโรแมนติก และพิธีการ</p><p>VÀNG ẢNH VÀNG ANH เสนอว่า ในการนิยามตัวตนของตัวเองในวันแต่งงาน เจ้าสาวสามารถมองหาแรงบันดาลใจจากแหล่งอ้างอิงอื่นได้เช่นกัน</p><h2>รักษารากของประเพณี โดยไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นคอสตูม</h2><p>หนึ่งในความน่าสนใจของ VÀNG ẢNH VÀNG ANH คือวิธีที่คอลเลกชันจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบัน</p><p>ผลงานนี้ไม่ได้ชวนให้ผู้หญิงยุคใหม่แต่งตัวราวกับเป็นตัวละครจากอดีต</p><p>แต่เลือกมองความทรงจำทางวัฒนธรรมเป็นวัตถุดิบสำหรับการเปลี่ยนแปลง</p><p>รายละเอียดหนึ่งสามารถถูกปรับเปลี่ยนได้</p><p>การอ้างอิงหนึ่งสามารถถูกทำให้เป็นนามธรรมมากขึ้น</p><p>และเรื่องราวที่คุ้นเคยก็สามารถส่งผ่านความรู้สึกได้ โดยไม่จำเป็นต้องถูกนำมาผลิตซ้ำอย่างตรงไปตรงมา</p><p>ความแตกต่างเล็ก ๆ นี้ทำให้คอลเลกชันยังคงเชื่อมโยงกับรากทางวัฒนธรรมของเวียดนาม ขณะเดียวกันก็สามารถพูดด้วยภาษาที่เป็นของโลกปัจจุบัน</p><h2>ทำไม “เรื่องราว” จึงสำคัญสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่</h2><p>เจ้าสาวในยุคปัจจุบันกำลังมองหาอะไรมากกว่าการเลือกชุดที่สวยงาม</p><p>สิ่งที่เลือกสวมใส่สามารถสะท้อนบุคลิก ความทรงจำ คุณค่า และเรื่องราวที่พวกเธออยากให้วันแต่งงานบอกเล่า</p><p>ภายในบริบทเช่นนี้ การเล่าเรื่องจึงกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการสร้างความเฉพาะตัว</p><p>เครื่องแต่งกายสามารถบรรจุการอ้างอิงที่มีความหมายต่อผู้สวมใส่ แทนที่จะเดินตามสูตรสำเร็จของแฟชั่นเจ้าสาวแบบเดียวกันทั่วโลก</p><p>แนวทางด้านการเล่าเรื่องของ FALVAON จึงเปิดพื้นที่ให้กับเจ้าสาวที่มองแฟชั่นไม่ใช่เพียงในฐานะรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตน</p><h2>FALVAON พบพื้นที่ของตัวเองใน “THE LOVE CITY”</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยรวบรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานไว้ภายใน “The Love City”</p><p>โปรแกรมแฟชั่นของงานก็สะท้อนความหลากหลายเดียวกัน ด้วยการเปิดพื้นที่ให้กับเสียงและแนวคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน</p><p>ภายในภูมิทัศน์นี้ ผลงานของ Luu Viet Anh นำเสนอมุมมองที่หยั่งรากอยู่ในเรื่องเล่าและความทรงจำทางวัฒนธรรม</p><p>และกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ช่วยขยายความหมายของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยให้ก้าวออกไปไกลกว่าทิศทางด้านสุนทรียภาพเพียงรูปแบบเดียว</p><p>โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังเชื่อมต่อโปรแกรมด้านความคิดสร้างสรรค์เข้ากับเครือข่ายด้านการสื่อสารและอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น</p><p>ภายใน “The Love City” การเดินทางแต่ละเรื่องสามารถเริ่มต้นจากจุดที่แตกต่างกันได้</p><p>และสำหรับ FALVAON by Luu Viet Anh จุดเริ่มต้นนั้นคือ “เรื่องราว”</p><p>จากเรื่องราวหนึ่งเรื่อง โลกของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยจึงค่อย ๆ เริ่มก่อตัวขึ้น</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4ec348cb-8102-4809-8b9b-e423714d3c2f/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/19a39f44-b6bf-4223-9598-572c4e74d13e</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Aug 2026 17:31:32 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>3 มุมมองเติมเต็ม “The Love City” วันที่สองของ Vietnam Wedding Week 2026 กับเสน่ห์ ความเท่ของแฟชั่นบุรุษ และความโรแมนติกในแบบของตัวเอง</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/6c8cd908-4bf0-47c3-8798-dbce50a4728b</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – หากวันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026 เปิดพื้นที่ให้กับ 4 โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ วันที่สองก็เข้ามาเติมเต็มการเดินทางบนรันเวย์ด้วยอีก 3 มุมมองที่แตกต่างของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย&lt;br/&gt;DO LONG BRIDAL, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho นำพลังที่แตกต่างกันมาสู่ “The Love City” ตั้งแต่ความเย้ายวนและความหรูหราของแฟชั่นเจ้าสาว แฟชั่นบุรุษร่วมสมัย ไปจนถึงการตีความความโรแมนติกและตัวตนอย่างอิสระมากขึ้น&lt;br/&gt;ทั้ง 3 การนำเสนอช่วยขยายบทสนทนาเกี่ยวกับแฟชั่นสำหรับวันแต่งงานให้กว้างไกลออกไปจากภาพจำเพียงรูปแบบเดียว สู่เรื่องราวของผู้คนและบุคลิกที่อยู่เบื้องหลังวันสำคัญของชีวิต&lt;br/&gt;วันที่สอง กับพลังใหม่บนรันเวย์&lt;br/&gt;Day Two มาพร้อมพลังและความแตกต่างที่ชัดเจนมากขึ้น แม้แต่ละคอลเลกชันจะมีสไตล์เฉพาะตัว แต่ทั้งหมดต่างมีมุมมองที่ชัดเจนว่าคู่บ่าวสาวสามารถเลือกนำเสนอตัวตนของตัวเองในวันแต่งงานได้อย่างไร&lt;br/&gt;ความมั่นใจ งานตัดเย็บ และความโรแมนติก กลายเป็น 3 จุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;ผลลัพธ์คือโปรแกรมที่ยังคงสานต่อความหลากหลายจาก Day One ขณะเดียวกันก็พาเรื่องราวบนรันเวย์ไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆ&lt;br/&gt;เมื่อแฟชั่นโชว์สุดท้ายปิดฉากลง โปรแกรมทั้ง 7 โชว์ตลอดสองวันก็ได้เผยให้เห็นภาพที่หลากหลายของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัยจากเวียดนามอย่างครบถ้วน&lt;br/&gt;DO LONG BRIDAL – เมื่อเจ้าสาวผู้มั่นใจ ก้าวขึ้นมาครองทุกสายตา&lt;br/&gt;DO LONG BRIDAL นำพลังแห่งความมั่นใจและความโดดเด่นแบบการแสดงมาสู่รันเวย์&lt;br/&gt;ผ่านซิลูเอตที่โอบรับสรีระ งานคอร์เซ็ต และรายละเอียดการตกแต่งอันประณีต คอลเลกชัน The Prime นำเสนอภาพของเจ้าสาวที่ตระหนักถึงการปรากฏตัวของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม&lt;br/&gt;นี่คือแฟชั่นเจ้าสาวที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดทุกสายตา&lt;br/&gt;ความเย้ายวนและความประณีตถูกนำมาผสานเข้าด้วยกัน สร้างภาษาทางภาพที่ผู้สวมใส่ไม่ได้เลือนหายไปภายใต้ขนบของวันแต่งงาน แต่เลือกที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของช่วงเวลาสำคัญของตัวเอง&lt;br/&gt;คอลเลกชันนี้จึงเพิ่มอีกหนึ่งนิยามของความงามสำหรับเจ้าสาวให้กับ “The Love City” ความงามที่สร้างขึ้นจากความมั่นใจ การปรากฏตัว และพลังของการเป็นตัวเองอย่างชัดเจน&lt;br/&gt;ADAM STORE – เมื่อเจ้าบ่าวยุคใหม่มีภาษาทางแฟชั่นเป็นของตัวเอง&lt;br/&gt;ADAM STORE เปลี่ยนจุดสนใจของรันเวย์ไปสู่แฟชั่นบุรุษ และบทบาทที่กำลังเปลี่ยนแปลงของเจ้าบ่าวในโลกของแฟชั่นงานแต่ง&lt;br/&gt;ที่ผ่านมา เรื่องราวของแฟชั่นสำหรับวันแต่งงานมักถูกพูดถึงผ่านชุดของเจ้าสาวเป็นหลัก&lt;br/&gt;แต่แฟชั่นบุรุษร่วมสมัยก็มีคำถามและรายละเอียดในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความพอดีของชุด บุคลิก ความเป็นทางการ หรือการแสดงออกถึงตัวตน&lt;br/&gt;การนำสไตล์ของเจ้าบ่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมรันเวย์ ทำให้ ADAM STORE เพิ่มอีกหนึ่งมิติให้กับภาพรวมของแฟชั่นงานแต่ง&lt;br/&gt;เพราะวันแต่งงานเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองคนมีร่วมกัน และเรื่องราวของแฟชั่นก็ควรเปิดพื้นที่ให้ทั้งคู่สามารถนิยามได้ด้วยตัวเองว่า พวกเขาอยากปรากฏตัวในวันสำคัญอย่างไร&lt;br/&gt;LOVINE BRIDAL BY THANH HO – ความโรแมนติกที่มาพร้อมอิสระและตัวตน&lt;br/&gt;LOVINE BRIDAL by Thanh Ho นำอารมณ์ที่แตกต่างมาสู่วันที่สองของรันเวย์&lt;br/&gt;ความโรแมนติกยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แต่ถูกตีความผ่านความรู้สึกที่เป็นอิสระและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น&lt;br/&gt;คอลเลกชันนี้เปิดพื้นที่ให้กับภาพของเจ้าสาวที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามสูตรสำเร็จ&lt;br/&gt;สไตล์ส่วนตัวและการแสดงออกทางอารมณ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาของแฟชั่นเจ้าสาว พร้อมนำเสนออีกหนึ่งคำตอบว่าความโรแมนติกในยุคปัจจุบันสามารถมีหน้าตาได้หลากหลายเพียงใด&lt;br/&gt;ภายในไลน์อัปของ Day Two, LOVINE BRIDAL ทำหน้าที่เป็นอีกด้านที่นุ่มนวล แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน เมื่อวางเคียงกับความมั่นใจอันโดดเด่นของ DO LONG BRIDAL และมุมมองด้านงานตัดเย็บของ ADAM STORE&lt;br/&gt;เมื่อ 3 ตัวตนของแฟชั่นงานแต่ง มาพบกันบนรันเวย์เดียว&lt;br/&gt;เมื่อมองทั้ง 3 โชว์ร่วมกัน จะเห็นความสมดุลที่น่าสนใจ&lt;br/&gt;โชว์หนึ่งสำรวจความเย้ายวนและพลังของการปรากฏตัว&lt;br/&gt;อีกโชว์วางเจ้าบ่าวยุคใหม่ไว้เป็นศูนย์กลางของบทสนทนาด้านแฟชั่น&lt;br/&gt;ขณะที่อีกโชว์หนึ่งหวนกลับมาสู่ความโรแมนติก ผ่านความเป็นตัวของตัวเองและการแสดงออกอย่างอิสระ&lt;br/&gt;ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นสำหรับวันแต่งงาน&lt;br/&gt;ผู้คนมีพื้นที่มากขึ้นในการเลือกสิ่งที่สะท้อนว่าพวกเขาเป็นใคร แทนที่จะต้องเป็นไปตามภาพที่ขนบเดิมคาดหวัง&lt;br/&gt;ดนตรีและการแสดงสดยังเข้ามามีส่วนในการกำหนดบรรยากาศของรันเวย์ ตอกย้ำว่า Bridal Fashion Show 2026 ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงการนำเสนอคอลเลกชันที่แยกออกจากกัน แต่เป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ&lt;br/&gt;7 แฟชั่นโชว์ เติมเต็มการเดินทางของ “THE LOVE CITY”&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยวางแฟชั่นเจ้าสาวไว้เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางสู่วันแต่งงานที่ใหญ่ขึ้น&lt;br/&gt;ตลอดสองวัน โปรแกรมแฟชั่นโชว์ทั้ง 7 โชว์ได้กลายเป็นหนึ่งในการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดดังกล่าว&lt;br/&gt;ตั้งแต่การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ความหรูหราแบบกูตูร์ ความเย้ายวน แฟชั่นบุรุษ ไปจนถึงความโรแมนติกในแบบร่วมสมัย รันเวย์ได้แสดงให้เห็นว่าโลกของแฟชั่นงานแต่งสามารถมีความหลากหลายได้มากเพียงใด&lt;br/&gt;โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุนงานในฐานะ Promotional Partners โปรแกรมนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายในแวดวงอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้นรอบ Vietnam Wedding Week 2026&lt;br/&gt;เมื่อ Day Two ปิดฉากลง “The Love City” ก็ได้เดินทางมาถึงบทสรุปของเรื่องราวด้านแฟชั่น พร้อมข้อความที่ชัดเจนว่า ไม่มีวิธีเดียวในการเป็นเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวยุคใหม่&lt;br/&gt;และบางที เรื่องราวของงานแต่งที่น่าสนใจที่สุด อาจเริ่มต้นขึ้นในวันที่เราเปิดพื้นที่ให้กับความแตกต่างได้อย่างแท้จริง&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – หากวันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026 เปิดพื้นที่ให้กับ 4 โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ วันที่สองก็เข้ามาเติมเต็มการเดินทางบนรันเวย์ด้วยอีก 3 มุมมองที่แตกต่างของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย</p><p>DO LONG BRIDAL, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho นำพลังที่แตกต่างกันมาสู่ “The Love City” ตั้งแต่ความเย้ายวนและความหรูหราของแฟชั่นเจ้าสาว แฟชั่นบุรุษร่วมสมัย ไปจนถึงการตีความความโรแมนติกและตัวตนอย่างอิสระมากขึ้น</p><p>ทั้ง 3 การนำเสนอช่วยขยายบทสนทนาเกี่ยวกับแฟชั่นสำหรับวันแต่งงานให้กว้างไกลออกไปจากภาพจำเพียงรูปแบบเดียว สู่เรื่องราวของผู้คนและบุคลิกที่อยู่เบื้องหลังวันสำคัญของชีวิต</p><h2>วันที่สอง กับพลังใหม่บนรันเวย์</h2><p>Day Two มาพร้อมพลังและความแตกต่างที่ชัดเจนมากขึ้น แม้แต่ละคอลเลกชันจะมีสไตล์เฉพาะตัว แต่ทั้งหมดต่างมีมุมมองที่ชัดเจนว่าคู่บ่าวสาวสามารถเลือกนำเสนอตัวตนของตัวเองในวันแต่งงานได้อย่างไร</p><p>ความมั่นใจ งานตัดเย็บ และความโรแมนติก กลายเป็น 3 จุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน</p><p>ผลลัพธ์คือโปรแกรมที่ยังคงสานต่อความหลากหลายจาก Day One ขณะเดียวกันก็พาเรื่องราวบนรันเวย์ไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆ</p><p>เมื่อแฟชั่นโชว์สุดท้ายปิดฉากลง โปรแกรมทั้ง 7 โชว์ตลอดสองวันก็ได้เผยให้เห็นภาพที่หลากหลายของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัยจากเวียดนามอย่างครบถ้วน</p><h2>DO LONG BRIDAL – เมื่อเจ้าสาวผู้มั่นใจ ก้าวขึ้นมาครองทุกสายตา</h2><p>DO LONG BRIDAL นำพลังแห่งความมั่นใจและความโดดเด่นแบบการแสดงมาสู่รันเวย์</p><p>ผ่านซิลูเอตที่โอบรับสรีระ งานคอร์เซ็ต และรายละเอียดการตกแต่งอันประณีต คอลเลกชัน The Prime นำเสนอภาพของเจ้าสาวที่ตระหนักถึงการปรากฏตัวของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม</p><p>นี่คือแฟชั่นเจ้าสาวที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดทุกสายตา</p><p>ความเย้ายวนและความประณีตถูกนำมาผสานเข้าด้วยกัน สร้างภาษาทางภาพที่ผู้สวมใส่ไม่ได้เลือนหายไปภายใต้ขนบของวันแต่งงาน แต่เลือกที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของช่วงเวลาสำคัญของตัวเอง</p><p>คอลเลกชันนี้จึงเพิ่มอีกหนึ่งนิยามของความงามสำหรับเจ้าสาวให้กับ “The Love City” ความงามที่สร้างขึ้นจากความมั่นใจ การปรากฏตัว และพลังของการเป็นตัวเองอย่างชัดเจน</p><h2>ADAM STORE – เมื่อเจ้าบ่าวยุคใหม่มีภาษาทางแฟชั่นเป็นของตัวเอง</h2><p>ADAM STORE เปลี่ยนจุดสนใจของรันเวย์ไปสู่แฟชั่นบุรุษ และบทบาทที่กำลังเปลี่ยนแปลงของเจ้าบ่าวในโลกของแฟชั่นงานแต่ง</p><p>ที่ผ่านมา เรื่องราวของแฟชั่นสำหรับวันแต่งงานมักถูกพูดถึงผ่านชุดของเจ้าสาวเป็นหลัก</p><p>แต่แฟชั่นบุรุษร่วมสมัยก็มีคำถามและรายละเอียดในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความพอดีของชุด บุคลิก ความเป็นทางการ หรือการแสดงออกถึงตัวตน</p><p>การนำสไตล์ของเจ้าบ่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมรันเวย์ ทำให้ ADAM STORE เพิ่มอีกหนึ่งมิติให้กับภาพรวมของแฟชั่นงานแต่ง</p><p>เพราะวันแต่งงานเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองคนมีร่วมกัน และเรื่องราวของแฟชั่นก็ควรเปิดพื้นที่ให้ทั้งคู่สามารถนิยามได้ด้วยตัวเองว่า พวกเขาอยากปรากฏตัวในวันสำคัญอย่างไร</p><h2>LOVINE BRIDAL BY THANH HO – ความโรแมนติกที่มาพร้อมอิสระและตัวตน</h2><p>LOVINE BRIDAL by Thanh Ho นำอารมณ์ที่แตกต่างมาสู่วันที่สองของรันเวย์</p><p>ความโรแมนติกยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แต่ถูกตีความผ่านความรู้สึกที่เป็นอิสระและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น</p><p>คอลเลกชันนี้เปิดพื้นที่ให้กับภาพของเจ้าสาวที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามสูตรสำเร็จ</p><p>สไตล์ส่วนตัวและการแสดงออกทางอารมณ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาของแฟชั่นเจ้าสาว พร้อมนำเสนออีกหนึ่งคำตอบว่าความโรแมนติกในยุคปัจจุบันสามารถมีหน้าตาได้หลากหลายเพียงใด</p><p>ภายในไลน์อัปของ Day Two, LOVINE BRIDAL ทำหน้าที่เป็นอีกด้านที่นุ่มนวล แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน เมื่อวางเคียงกับความมั่นใจอันโดดเด่นของ DO LONG BRIDAL และมุมมองด้านงานตัดเย็บของ ADAM STORE</p><h2>เมื่อ 3 ตัวตนของแฟชั่นงานแต่ง มาพบกันบนรันเวย์เดียว</h2><p>เมื่อมองทั้ง 3 โชว์ร่วมกัน จะเห็นความสมดุลที่น่าสนใจ</p><p>โชว์หนึ่งสำรวจความเย้ายวนและพลังของการปรากฏตัว</p><p>อีกโชว์วางเจ้าบ่าวยุคใหม่ไว้เป็นศูนย์กลางของบทสนทนาด้านแฟชั่น</p><p>ขณะที่อีกโชว์หนึ่งหวนกลับมาสู่ความโรแมนติก ผ่านความเป็นตัวของตัวเองและการแสดงออกอย่างอิสระ</p><p>ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นสำหรับวันแต่งงาน</p><p>ผู้คนมีพื้นที่มากขึ้นในการเลือกสิ่งที่สะท้อนว่าพวกเขาเป็นใคร แทนที่จะต้องเป็นไปตามภาพที่ขนบเดิมคาดหวัง</p><p>ดนตรีและการแสดงสดยังเข้ามามีส่วนในการกำหนดบรรยากาศของรันเวย์ ตอกย้ำว่า Bridal Fashion Show 2026 ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงการนำเสนอคอลเลกชันที่แยกออกจากกัน แต่เป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมสามารถเข้าไปสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ</p><h2>7 แฟชั่นโชว์ เติมเต็มการเดินทางของ “THE LOVE CITY”</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยวางแฟชั่นเจ้าสาวไว้เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางสู่วันแต่งงานที่ใหญ่ขึ้น</p><p>ตลอดสองวัน โปรแกรมแฟชั่นโชว์ทั้ง 7 โชว์ได้กลายเป็นหนึ่งในการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดดังกล่าว</p><p>ตั้งแต่การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ความหรูหราแบบกูตูร์ ความเย้ายวน แฟชั่นบุรุษ ไปจนถึงความโรแมนติกในแบบร่วมสมัย รันเวย์ได้แสดงให้เห็นว่าโลกของแฟชั่นงานแต่งสามารถมีความหลากหลายได้มากเพียงใด</p><p>โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุนงานในฐานะ Promotional Partners โปรแกรมนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายในแวดวงอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้นรอบ Vietnam Wedding Week 2026</p><p>เมื่อ Day Two ปิดฉากลง “The Love City” ก็ได้เดินทางมาถึงบทสรุปของเรื่องราวด้านแฟชั่น พร้อมข้อความที่ชัดเจนว่า ไม่มีวิธีเดียวในการเป็นเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวยุคใหม่</p><p>และบางที เรื่องราวของงานแต่งที่น่าสนใจที่สุด อาจเริ่มต้นขึ้นในวันที่เราเปิดพื้นที่ให้กับความแตกต่างได้อย่างแท้จริง</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/35d27ee1-2e27-40ab-88f2-474e5d4c7d44/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/6c8cd908-4bf0-47c3-8798-dbce50a4728b</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Aug 2026 17:30:20 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>4 ดีไซเนอร์ 4 โลกแห่งความสร้างสรรค์ เปิดวันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/75445894-a984-4b60-84f4-601bf35a68d3</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – วันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026 เปิดฉาก “The Love City” ด้วย 4 การตีความแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อ Le Hoa Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture และ FALVAON by Luu Viet Anh พา 4 โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์มาสู่รันเวย์เดียวกัน ผ่านมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความงาม ตัวตน และความโรแมนติก&lt;br/&gt;เรื่องราวของวันแรกไม่ได้อยู่ที่การค้นหาสุนทรียภาพเพียงหนึ่งรูปแบบ แต่เกิดขึ้นจากความแตกต่างและการมาบรรจบกันของหลากหลายแนวคิด โครงสร้างพบกับความอ่อนโยน ความหรูหราแบบกูตูร์พบกับความโรแมนติกที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ขณะที่แฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยได้สนทนากับความทรงจำทางวัฒนธรรม&lt;br/&gt;ทั้ง 4 การนำเสนอร่วมกันกำหนดโทนความคิดสร้างสรรค์ให้กับ Bridal Fashion Show 2026 ตลอด 2 วัน พร้อมเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นให้ผู้ชมได้เห็นว่าแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนามกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด&lt;br/&gt;4 การเปิดตัว 4 มุมมองแรกของ “THE LOVE CITY”&lt;br/&gt;ในฐานะบทแรกของแฟชั่นครั้งสำคัญของ “The Love City” วันแรกได้ส่งสารออกมาอย่างชัดเจนว่า เจ้าสาวยุคใหม่ไม่ได้มีภาพจำเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป&lt;br/&gt;ตลอดทั้งโปรแกรม ดีไซเนอร์แต่ละคนเริ่มต้นการตีความแฟชั่นเจ้าสาวจากจุดที่แตกต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับโครงสร้างของเครื่องแต่งกาย บางคนเริ่มต้นจากอารมณ์ การปรากฏตัวบนเวที หรือการเล่าเรื่อง&lt;br/&gt;ภาพของเจ้าสาวจึงไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะอุดมคติที่ตายตัว แต่ในฐานะผู้หญิงที่มีบุคลิก ความปรารถนา และความสัมพันธ์กับแฟชั่นที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;เมื่อถูกวางไว้ภายใน Vietnam Wedding Week 2026 ความแตกต่างเหล่านี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของงาน ซึ่งสร้างขึ้นบนแนวคิดของการค้นพบ เช่นเดียวกับที่คู่รักได้รับเชิญให้เดินทางไปสำรวจจุดหมายต่าง ๆ ภายใน “The Love City” รันเวย์เองก็ชวนให้ผู้ชมออกสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย&lt;br/&gt;LE HOA BRIDAL – เมื่อโครงสร้าง รูปทรง และตัวตนของเจ้าสาวยุคใหม่มาบรรจบกัน&lt;br/&gt;Le Hoa Bridal นำเสนอแฟชั่นเจ้าสาวผ่านการให้ความสำคัญกับซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุ&lt;br/&gt;โครงสร้างของชุดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิค แต่กลายเป็นองค์ประกอบที่กำหนดการปรากฏตัวของผู้สวมใส่ รวมถึงวิธีที่ร่างกายเคลื่อนไหวและมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบตัว&lt;br/&gt;ผ่านงานคอร์เซ็ตและรายละเอียดเชิงประติมากรรม การออกแบบสำรวจความสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความเป็นผู้หญิง&lt;br/&gt;ผลลัพธ์คือภาพของแฟชั่นเจ้าสาวที่แสดงให้เห็นว่า ความประณีตไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับความเปราะบาง และความสง่างามสามารถถ่ายทอดออกมาได้ผ่านความชัดเจนของรูปทรง&lt;br/&gt;ภายในภาพรวมของ Day One, Le Hoa Bridal เปิดมุมมองแรกอย่างมั่นใจว่า เจ้าสาวยุคใหม่สามารถนิยามตัวเองผ่านการปรากฏตัวและโครงสร้างได้มากพอ ๆ กับความอ่อนโยนหรือการประดับตกแต่ง&lt;br/&gt;LAM BRIDAL – ถ่ายทอดความโรแมนติกผ่านความประณีต&lt;br/&gt;Lam Bridal พาอารมณ์ของรันเวย์ไปในอีกทิศทางหนึ่ง&lt;br/&gt;ภายใต้ภาษาการออกแบบที่เรียบง่ายและร่วมสมัยมากขึ้น ความโรแมนติกถูกนำเสนอผ่านความประณีต มากกว่าความฟุ่มเฟือยหรือการแสดงออกที่เกินพอดี&lt;br/&gt;ความสนใจจึงเคลื่อนไปสู่สัดส่วน ความเย้ายวนอย่างละเอียดอ่อน และความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่&lt;br/&gt;แทนที่จะปล่อยให้เครื่องแต่งกายโดดเด่นจนกลบตัวตนของผู้หญิง การออกแบบกลับเปิดพื้นที่ให้บุคลิกของผู้สวมใส่ยังคงปรากฏออกมาอย่างชัดเจน&lt;br/&gt;แนวทางที่เงียบสงบมากขึ้นนี้สร้างความแตกต่างที่สำคัญให้กับรันเวย์ และสะท้อนว่าแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยสามารถสร้างความประทับใจได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างเดียว&lt;br/&gt;บางครั้ง ความใกล้ชิดและความเป็นส่วนตัวก็สามารถสื่อสารอารมณ์ได้มากพอ ๆ กับความดราม่าบนเวที&lt;br/&gt;MINH TUAN COUTURE – เมื่อเจ้าสาวก้าวขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก&lt;br/&gt;เมื่อ Minh Tuan Couture ปรากฏบนรันเวย์ บรรยากาศก็เคลื่อนเข้าสู่โลกของความหรูหราในแบบกูตูร์&lt;br/&gt;งานฝีมือ ความอลังการ และพลังในการดึงดูดทุกสายตาถูกนำขึ้นมาเป็นองค์ประกอบหลัก สร้างภาพของเจ้าสาวที่ออกแบบมาเพื่อช่วงเวลาสำคัญที่ยากจะลืมเลือน&lt;br/&gt;วันแต่งงานเป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสที่เหตุการณ์สำคัญในชีวิตของคนคนหนึ่ง กลายเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกับผู้คนรอบตัว&lt;br/&gt;Minh Tuan Couture ถ่ายทอดความพิเศษของช่วงเวลานั้นออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมวางเจ้าสาวไว้ในฐานะตัวละครหลักของเรื่องราว&lt;br/&gt;ผ่านรายละเอียดการออกแบบที่ประณีตและการนำเสนอที่มีพลังแบบการแสดง คอลเลกชันนี้นำบรรยากาศของพรมแดงมาสู่โลกของงานแต่ง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความหมายทางอารมณ์ของช่วงเวลาสำคัญในชีวิตไว้&lt;br/&gt;FALVAON BY LUU VIET ANH – เรื่องราวของเจ้าสาวที่หยั่งรากอยู่ในความทรงจำทางวัฒนธรรม&lt;br/&gt;บทสุดท้ายของความคิดสร้างสรรค์ใน Day One มาจาก FALVAON by Luu Viet Anh ซึ่งนำการเล่าเรื่องและความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเกี่ยวกับแฟชั่นเจ้าสาว&lt;br/&gt;คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้แรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนามเรื่อง Tấm Cám โดยนำองค์ประกอบและการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมมาวางเคียงคู่กับภาษาการออกแบบร่วมสมัย&lt;br/&gt;รายละเอียดทางวัฒนธรรมไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องแต่งกายย้อนยุคหรือคอสตูม แต่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบทางความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำมาตีความและแปลงเป็นรูปแบบใหม่&lt;br/&gt;ผลลัพธ์คืออีกหนึ่งมิติของภาพเจ้าสาวยุคใหม่ ผู้หญิงที่อาจไม่ได้มองหาเพียงความงามและงานฝีมือเท่านั้น แต่ยังต้องการเรื่องราวและความรู้สึกเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง&lt;br/&gt;4 ภาษาการออกแบบ กับภาพของเจ้าสาวยุคใหม่ที่เปิดกว้างมากขึ้น&lt;br/&gt;เมื่อนำทั้ง 4 โชว์มาวางเคียงข้างกัน ภาพของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยก็ขยายกว้างขึ้นอย่างชัดเจน&lt;br/&gt;มีทั้งความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ความโรแมนติกอันประณีต ความตื่นตาตื่นใจแบบกูตูร์ และการเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม&lt;br/&gt;ไม่มีแนวทางใดจำเป็นต้องลดทอนหรือแทนที่อีกแนวทางหนึ่ง ตรงกันข้าม การอยู่ร่วมกันของความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกของแฟชั่นเจ้าสาวกำลังเปิดกว้างขึ้น&lt;br/&gt;เจ้าสาวแต่ละคนสามารถมองหาสิ่งที่แตกต่างกันจากโอกาสเดียวกัน และแฟชั่นก็กำลังตอบสนองต่อความหลากหลายนั้นด้วยภาษาการออกแบบที่กว้างขึ้นกว่าเดิม&lt;br/&gt;นี่คือหนึ่งในสารสำคัญที่สุดของ Day One: เจ้าสาวยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบหรือรูปแบบเดียว&lt;br/&gt;DAY ONE กำหนดโทนความคิดสร้างสรรค์ให้กับ “THE LOVE CITY”&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยมีแนวคิดในการสร้างพื้นที่ที่รวบรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานเข้าไว้ด้วยกัน&lt;br/&gt;วันแรกของ Bridal Fashion Show ก็สะท้อนจิตวิญญาณเดียวกันผ่านโลกของแฟชั่น&lt;br/&gt;ดีไซเนอร์ทั้ง 4 คนเดินทางมาพร้อมภาษาทางภาพและแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุด ทุกคนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแห่งการค้นพบเดียวกันภายใน “The Love City”&lt;br/&gt;โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุนงานในฐานะ Promotional Partners วันแรกของงานยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเชื่อม Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับกลุ่มผู้ชมในแวดวงครีเอทีฟ สื่อ และอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น&lt;br/&gt;ดังนั้น วันเปิดงานจึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอ 4 คอลเลกชันเท่านั้น แต่ยังช่วยวางแนวคิดหลักของงานทั้งหมดเอาไว้ด้วยว่า งานแต่งในยุคปัจจุบันกำลังมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และแฟชั่นที่อยู่รายล้อมช่วงเวลานั้นก็ควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเรื่องราวที่แตกต่างหลากหลายเช่นเดียวกัน&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – วันแรกของ Vietnam Wedding Week 2026 เปิดฉาก “The Love City” ด้วย 4 การตีความแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อ Le Hoa Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture และ FALVAON by Luu Viet Anh พา 4 โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์มาสู่รันเวย์เดียวกัน ผ่านมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความงาม ตัวตน และความโรแมนติก</p><p>เรื่องราวของวันแรกไม่ได้อยู่ที่การค้นหาสุนทรียภาพเพียงหนึ่งรูปแบบ แต่เกิดขึ้นจากความแตกต่างและการมาบรรจบกันของหลากหลายแนวคิด โครงสร้างพบกับความอ่อนโยน ความหรูหราแบบกูตูร์พบกับความโรแมนติกที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว ขณะที่แฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยได้สนทนากับความทรงจำทางวัฒนธรรม</p><p>ทั้ง 4 การนำเสนอร่วมกันกำหนดโทนความคิดสร้างสรรค์ให้กับ Bridal Fashion Show 2026 ตลอด 2 วัน พร้อมเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นให้ผู้ชมได้เห็นว่าแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนามกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด</p><h2>4 การเปิดตัว 4 มุมมองแรกของ “THE LOVE CITY”</h2><p>ในฐานะบทแรกของแฟชั่นครั้งสำคัญของ “The Love City” วันแรกได้ส่งสารออกมาอย่างชัดเจนว่า เจ้าสาวยุคใหม่ไม่ได้มีภาพจำเพียงรูปแบบเดียวอีกต่อไป</p><p>ตลอดทั้งโปรแกรม ดีไซเนอร์แต่ละคนเริ่มต้นการตีความแฟชั่นเจ้าสาวจากจุดที่แตกต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับโครงสร้างของเครื่องแต่งกาย บางคนเริ่มต้นจากอารมณ์ การปรากฏตัวบนเวที หรือการเล่าเรื่อง</p><p>ภาพของเจ้าสาวจึงไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะอุดมคติที่ตายตัว แต่ในฐานะผู้หญิงที่มีบุคลิก ความปรารถนา และความสัมพันธ์กับแฟชั่นที่แตกต่างกัน</p><p>เมื่อถูกวางไว้ภายใน Vietnam Wedding Week 2026 ความแตกต่างเหล่านี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของงาน ซึ่งสร้างขึ้นบนแนวคิดของการค้นพบ เช่นเดียวกับที่คู่รักได้รับเชิญให้เดินทางไปสำรวจจุดหมายต่าง ๆ ภายใน “The Love City” รันเวย์เองก็ชวนให้ผู้ชมออกสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย</p><h2>LE HOA BRIDAL – เมื่อโครงสร้าง รูปทรง และตัวตนของเจ้าสาวยุคใหม่มาบรรจบกัน</h2><p>Le Hoa Bridal นำเสนอแฟชั่นเจ้าสาวผ่านการให้ความสำคัญกับซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุ</p><p>โครงสร้างของชุดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิค แต่กลายเป็นองค์ประกอบที่กำหนดการปรากฏตัวของผู้สวมใส่ รวมถึงวิธีที่ร่างกายเคลื่อนไหวและมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบตัว</p><p>ผ่านงานคอร์เซ็ตและรายละเอียดเชิงประติมากรรม การออกแบบสำรวจความสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความเป็นผู้หญิง</p><p>ผลลัพธ์คือภาพของแฟชั่นเจ้าสาวที่แสดงให้เห็นว่า ความประณีตไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับความเปราะบาง และความสง่างามสามารถถ่ายทอดออกมาได้ผ่านความชัดเจนของรูปทรง</p><p>ภายในภาพรวมของ Day One, Le Hoa Bridal เปิดมุมมองแรกอย่างมั่นใจว่า เจ้าสาวยุคใหม่สามารถนิยามตัวเองผ่านการปรากฏตัวและโครงสร้างได้มากพอ ๆ กับความอ่อนโยนหรือการประดับตกแต่ง</p><h2>LAM BRIDAL – ถ่ายทอดความโรแมนติกผ่านความประณีต</h2><p>Lam Bridal พาอารมณ์ของรันเวย์ไปในอีกทิศทางหนึ่ง</p><p>ภายใต้ภาษาการออกแบบที่เรียบง่ายและร่วมสมัยมากขึ้น ความโรแมนติกถูกนำเสนอผ่านความประณีต มากกว่าความฟุ่มเฟือยหรือการแสดงออกที่เกินพอดี</p><p>ความสนใจจึงเคลื่อนไปสู่สัดส่วน ความเย้ายวนอย่างละเอียดอ่อน และความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่</p><p>แทนที่จะปล่อยให้เครื่องแต่งกายโดดเด่นจนกลบตัวตนของผู้หญิง การออกแบบกลับเปิดพื้นที่ให้บุคลิกของผู้สวมใส่ยังคงปรากฏออกมาอย่างชัดเจน</p><p>แนวทางที่เงียบสงบมากขึ้นนี้สร้างความแตกต่างที่สำคัญให้กับรันเวย์ และสะท้อนว่าแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยสามารถสร้างความประทับใจได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความตื่นตาตื่นใจเพียงอย่างเดียว</p><p>บางครั้ง ความใกล้ชิดและความเป็นส่วนตัวก็สามารถสื่อสารอารมณ์ได้มากพอ ๆ กับความดราม่าบนเวที</p><h2>MINH TUAN COUTURE – เมื่อเจ้าสาวก้าวขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก</h2><p>เมื่อ Minh Tuan Couture ปรากฏบนรันเวย์ บรรยากาศก็เคลื่อนเข้าสู่โลกของความหรูหราในแบบกูตูร์</p><p>งานฝีมือ ความอลังการ และพลังในการดึงดูดทุกสายตาถูกนำขึ้นมาเป็นองค์ประกอบหลัก สร้างภาพของเจ้าสาวที่ออกแบบมาเพื่อช่วงเวลาสำคัญที่ยากจะลืมเลือน</p><p>วันแต่งงานเป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสที่เหตุการณ์สำคัญในชีวิตของคนคนหนึ่ง กลายเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกับผู้คนรอบตัว</p><p>Minh Tuan Couture ถ่ายทอดความพิเศษของช่วงเวลานั้นออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมวางเจ้าสาวไว้ในฐานะตัวละครหลักของเรื่องราว</p><p>ผ่านรายละเอียดการออกแบบที่ประณีตและการนำเสนอที่มีพลังแบบการแสดง คอลเลกชันนี้นำบรรยากาศของพรมแดงมาสู่โลกของงานแต่ง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความหมายทางอารมณ์ของช่วงเวลาสำคัญในชีวิตไว้</p><h2>FALVAON BY LUU VIET ANH – เรื่องราวของเจ้าสาวที่หยั่งรากอยู่ในความทรงจำทางวัฒนธรรม</h2><p>บทสุดท้ายของความคิดสร้างสรรค์ใน Day One มาจาก FALVAON by Luu Viet Anh ซึ่งนำการเล่าเรื่องและความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเกี่ยวกับแฟชั่นเจ้าสาว</p><p>คอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ได้แรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนามเรื่อง Tấm Cám โดยนำองค์ประกอบและการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมมาวางเคียงคู่กับภาษาการออกแบบร่วมสมัย</p><p>รายละเอียดทางวัฒนธรรมไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องแต่งกายย้อนยุคหรือคอสตูม แต่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบทางความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำมาตีความและแปลงเป็นรูปแบบใหม่</p><p>ผลลัพธ์คืออีกหนึ่งมิติของภาพเจ้าสาวยุคใหม่ ผู้หญิงที่อาจไม่ได้มองหาเพียงความงามและงานฝีมือเท่านั้น แต่ยังต้องการเรื่องราวและความรู้สึกเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง</p><h2>4 ภาษาการออกแบบ กับภาพของเจ้าสาวยุคใหม่ที่เปิดกว้างมากขึ้น</h2><p>เมื่อนำทั้ง 4 โชว์มาวางเคียงข้างกัน ภาพของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัยก็ขยายกว้างขึ้นอย่างชัดเจน</p><p>มีทั้งความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ความโรแมนติกอันประณีต ความตื่นตาตื่นใจแบบกูตูร์ และการเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม</p><p>ไม่มีแนวทางใดจำเป็นต้องลดทอนหรือแทนที่อีกแนวทางหนึ่ง ตรงกันข้าม การอยู่ร่วมกันของความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกของแฟชั่นเจ้าสาวกำลังเปิดกว้างขึ้น</p><p>เจ้าสาวแต่ละคนสามารถมองหาสิ่งที่แตกต่างกันจากโอกาสเดียวกัน และแฟชั่นก็กำลังตอบสนองต่อความหลากหลายนั้นด้วยภาษาการออกแบบที่กว้างขึ้นกว่าเดิม</p><p>นี่คือหนึ่งในสารสำคัญที่สุดของ Day One: เจ้าสาวยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบหรือรูปแบบเดียว</p><h2>DAY ONE กำหนดโทนความคิดสร้างสรรค์ให้กับ “THE LOVE CITY”</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยมีแนวคิดในการสร้างพื้นที่ที่รวบรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานเข้าไว้ด้วยกัน</p><p>วันแรกของ Bridal Fashion Show ก็สะท้อนจิตวิญญาณเดียวกันผ่านโลกของแฟชั่น</p><p>ดีไซเนอร์ทั้ง 4 คนเดินทางมาพร้อมภาษาทางภาพและแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุด ทุกคนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแห่งการค้นพบเดียวกันภายใน “The Love City”</p><p>โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุนงานในฐานะ Promotional Partners วันแรกของงานยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเชื่อม Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับกลุ่มผู้ชมในแวดวงครีเอทีฟ สื่อ และอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น</p><p>ดังนั้น วันเปิดงานจึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอ 4 คอลเลกชันเท่านั้น แต่ยังช่วยวางแนวคิดหลักของงานทั้งหมดเอาไว้ด้วยว่า งานแต่งในยุคปัจจุบันกำลังมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และแฟชั่นที่อยู่รายล้อมช่วงเวลานั้นก็ควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเรื่องราวที่แตกต่างหลากหลายเช่นเดียวกัน</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f0670814-6be1-4df8-9bec-485612b2ff14/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/75445894-a984-4b60-84f4-601bf35a68d3</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Aug 2026 17:29:01 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Vietnam Wedding Week 2026 ปิดฉาก “The Love City” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ประสบการณ์ และทุกองค์ประกอบของโลกแห่งงานแต่งไว้ในที่เดียว</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/336e43d6-6ebd-4d0b-a3eb-46552c26abf3</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – หลังจัดงานตลอด 2 วันที่ White Palace Hoang Van Thu งาน Vietnam Wedding Week 2026 ได้ปิดฉาก “The Love City” อย่างเป็นทางการ พร้อมรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์เกี่ยวกับงานแต่ง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ ศิลปิน และคู่รักไว้ในพื้นที่เดียวกัน&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยมุ่งนำเสนอแพลตฟอร์มด้านงานแต่งที่ครบวงจรและตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจในวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คู่รักได้ค้นหา สัมผัส พูดคุย เปรียบเทียบ และค่อย ๆ เข้าใกล้การตัดสินใจที่เหมาะกับหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต&lt;br/&gt;หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งตลอด 2 วัน มีดีไซเนอร์และแบรนด์ 7 รายร่วมถ่ายทอด 7 มุมมองที่แตกต่างของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย ขณะที่ดนตรีและการแสดงสดเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศบนรันเวย์ จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของ “The Love City”&lt;br/&gt;THE LOVE CITY – เมืองที่ออกแบบขึ้นเพื่อทุกช่วงของการเดินทางสู่วันแต่งงาน&lt;br/&gt;“The Love City” ได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวะชีวิตของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นการเดินทางแห่งการค้นพบ โดยแต่ละโซนเปรียบเสมือนจุดหมายที่เชื่อมโยงกับความต้องการ คำถาม และแต่ละขั้นตอนของการเตรียมงานแต่ง&lt;br/&gt;ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์จากแบรนด์ พื้นที่ให้คำปรึกษา เวิร์กช็อป ไปจนถึงกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้เพียงเดินชมงานนิทรรศการ แต่ได้ก้าวเข้าไปสำรวจระบบนิเวศของงานแต่งที่เชื่อมโยงถึงกัน&lt;br/&gt;ชุดแต่งงานและสูทสำหรับเจ้าบ่าวถูกนำเสนอเคียงคู่กับบริการด้านความงาม เครื่องประดับ การถ่ายภาพ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง เวดดิ้งแพลนนิ่ง อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนวันแต่งงาน ไปจนถึงชีวิตหลังวันสำคัญ&lt;br/&gt;คุณค่าที่จับต้องได้ของรูปแบบงานนี้คือ คู่รักไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งที่แยกออกจากกัน แต่สามารถเห็นผลิตภัณฑ์จริง พูดคุย ซักถาม รับคำแนะนำ เปรียบเทียบทางเลือก และพบกับผู้คนหรือแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังบริการต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว&lt;br/&gt;แรงบันดาลใจจึงไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ชัดเจนและมีข้อมูลมากขึ้น&lt;br/&gt;7 รันเวย์ 7 มุมมองใหม่ของแฟชั่นงานแต่งยุคปัจจุบัน&lt;br/&gt;Bridal Fashion Show 2026 เปรียบเสมือนหัวใจด้านความคิดสร้างสรรค์ของ “The Love City” เมื่อ Le Hoa Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, FALVAON by Luu Viet Anh, DO LONG BRIDAL, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ต่างนำเสนอจุดยืนและมุมมองเฉพาะตัวผ่านรันเวย์เดียวกัน&lt;br/&gt;ตลอดทั้งโปรแกรม ผู้ชมได้สัมผัสกับภาษาการออกแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่โครงสร้างของชุดที่โดดเด่น ความโรแมนติกอันประณีต ความหรูหราในแบบกูตูร์ การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ซิลูเอตเจ้าสาวที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ไปจนถึงแฟชั่นบุรุษร่วมสมัย และการตีความความโรแมนติกในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น&lt;br/&gt;แทนที่จะนำเสนอภาพจำเพียงแบบเดียวว่าคู่บ่าวสาว “ควร” มีหน้าตาอย่างไร รันเวย์ทั้ง 7 โชว์กลับช่วยเปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ที่หลากหลายมากขึ้น&lt;br/&gt;สำหรับผู้เข้าร่วมงาน ความหลากหลายนี้ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Vietnam Wedding Week นั่นคือ คู่รักทุกคู่ต่างมีเรื่องราวของตัวเอง และแฟชั่นงานแต่งในยุคปัจจุบันก็เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับความแตกต่างเหล่านั้น&lt;br/&gt;เมื่อแฟชั่น ดนตรี และการแสดง มาพบกันบนเวทีเดียว&lt;br/&gt;ประสบการณ์บนรันเวย์ได้รับการต่อยอดผ่านดนตรีและการแสดงสด โดย 2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ที่ช่วยสร้างเส้นทางทางอารมณ์ให้กับตลอดทั้งโปรแกรมแฟชั่น&lt;br/&gt;เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม THƠM ได้เข้ามาเติมอีกหนึ่งมิติให้กับประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการแสดงสด ขณะที่ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI ยังคงสานต่อบรรยากาศและพลังของการแสดงบนเวที&lt;br/&gt;แฟชั่น เสียง ดนตรี การเคลื่อนไหว และแสง ถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างให้กับแต่ละโชว์&lt;br/&gt;ผลลัพธ์คือรันเวย์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงการนำเสนอคอลเลกชันต่อเนื่องกันเท่านั้น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สดที่ใหญ่ขึ้นของ “The Love City”&lt;br/&gt;จากแรงบันดาลใจ สู่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้จริง&lt;br/&gt;หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Vietnam Wedding Week 2026 คือ การเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบก้าวลงจากรันเวย์&lt;br/&gt;หลังจากได้ค้นพบคอลเลกชันที่น่าสนใจ หรือได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นโชว์ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเดินหน้าสำรวจระบบนิเวศของงานแต่งที่อยู่รอบตัวได้ต่อ&lt;br/&gt;พื้นที่ของแบรนด์และการให้คำปรึกษาช่วยเปลี่ยนแนวคิดกว้าง ๆ ให้กลายเป็นคำถามที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น สไตล์แบบไหนเหมาะกับเรา บริการใดตอบโจทย์ความต้องการของคู่รัก ควรพูดคุยกับใครเป็นลำดับต่อไป หรือมีเรื่องใดที่ต้องตัดสินใจก่อนถึงวันแต่งงาน&lt;br/&gt;ขณะเดียวกัน เวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์ยังช่วยเพิ่มอีกหนึ่งมิติที่นำไปใช้ได้จริง ด้วยการนำความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางภายในงาน&lt;br/&gt;ด้วยเหตุนี้ ระยะห่างระหว่างการได้เห็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ กับการนำไปสู่การตัดสินใจจริง จึงลดลง&lt;br/&gt;YEAH1 และ LIVEN TECHNOLOGY เชื่อมทุกองค์ประกอบของการเดินทางเข้าด้วยกัน&lt;br/&gt;โครงสร้างของ “The Love City” สะท้อนวิสัยทัศน์ของความร่วมมือเบื้องหลัง Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย YEAH1 และ LIVEN Technology เพื่อนำองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานมาเชื่อมโยงไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน&lt;br/&gt;แฟชั่นยังคงเป็นหนึ่งในแรงดึงดูดหลักของงาน แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นประตูสู่ประสบการณ์อื่น ๆ&lt;br/&gt;แฟชั่นโชว์หนึ่งโชว์อาจนำไปสู่การลองชุด การเข้ารับคำปรึกษา การพูดคุยกับผู้ให้บริการ หรือการค้นพบภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าคู่รักต้องการให้งานแต่งของตัวเองมีหน้าตาและความรู้สึกแบบใด&lt;br/&gt;แนวทางนี้ทำให้ Vietnam Wedding Week มีบทบาทที่มากกว่างานจัดแสดงในรูปแบบดั้งเดิม และกลายเป็นพื้นที่นัดพบที่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ ความเชี่ยวชาญ และความต้องการของผู้บริโภค สามารถมาบรรจบและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ในพื้นที่เดียว&lt;br/&gt;จุดนัดพบใหม่ของแฟชั่นเวียดนามและอุตสาหกรรมงานแต่ง&lt;br/&gt;สำหรับคู่รัก “The Love City” คือพื้นที่ที่สามารถเดินเข้ามาพร้อมคำถาม และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนขึ้น&lt;br/&gt;สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ งานนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจของผู้คนที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตคู่&lt;br/&gt;สำหรับวงการแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม โปรแกรมรันเวย์ทั้ง 7 โชว์ได้สร้างอีกหนึ่งเวทีให้กับภาษาการออกแบบที่หลากหลาย ได้พบกับสาธารณชน และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของงานแต่งในยุคปัจจุบัน&lt;br/&gt;กูตูร์สามารถอยู่เคียงข้างแฟชั่นบุรุษ การอ้างอิงถึงวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกับความมินิมอลร่วมสมัย ขณะที่ความตื่นตาตื่นใจและความใกล้ชิดเป็นส่วนตัวก็สามารถมีพื้นที่อยู่ร่วมกันได้เช่นกัน&lt;br/&gt;โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังได้ขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อไปสู่เครือข่ายในแวดวงครีเอทีฟและอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น&lt;br/&gt;แม้ “The Love City” จะปิดฉากลงแล้ว แต่แนวคิดสำคัญเบื้องหลังงานยังคงชัดเจนว่า งานเกี่ยวกับการแต่งงานสามารถเป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจ&lt;br/&gt;เมื่อแฟชั่น ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และทางเลือกที่นำไปใช้ได้จริง ถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับคู่รักในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – หลังจัดงานตลอด 2 วันที่ White Palace Hoang Van Thu งาน Vietnam Wedding Week 2026 ได้ปิดฉาก “The Love City” อย่างเป็นทางการ พร้อมรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์เกี่ยวกับงานแต่ง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ ศิลปิน และคู่รักไว้ในพื้นที่เดียวกัน</p><p>Vietnam Wedding Week 2026 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง YEAH1 และ LIVEN Technology โดยมุ่งนำเสนอแพลตฟอร์มด้านงานแต่งที่ครบวงจรและตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจในวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คู่รักได้ค้นหา สัมผัส พูดคุย เปรียบเทียบ และค่อย ๆ เข้าใกล้การตัดสินใจที่เหมาะกับหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต</p><p>หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งตลอด 2 วัน มีดีไซเนอร์และแบรนด์ 7 รายร่วมถ่ายทอด 7 มุมมองที่แตกต่างของแฟชั่นงานแต่งร่วมสมัย ขณะที่ดนตรีและการแสดงสดเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศบนรันเวย์ จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญของ “The Love City”</p><h2>THE LOVE CITY – เมืองที่ออกแบบขึ้นเพื่อทุกช่วงของการเดินทางสู่วันแต่งงาน</h2><p>“The Love City” ได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวะชีวิตของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นการเดินทางแห่งการค้นพบ โดยแต่ละโซนเปรียบเสมือนจุดหมายที่เชื่อมโยงกับความต้องการ คำถาม และแต่ละขั้นตอนของการเตรียมงานแต่ง</p><p>ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์จากแบรนด์ พื้นที่ให้คำปรึกษา เวิร์กช็อป ไปจนถึงกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้เพียงเดินชมงานนิทรรศการ แต่ได้ก้าวเข้าไปสำรวจระบบนิเวศของงานแต่งที่เชื่อมโยงถึงกัน</p><p>ชุดแต่งงานและสูทสำหรับเจ้าบ่าวถูกนำเสนอเคียงคู่กับบริการด้านความงาม เครื่องประดับ การถ่ายภาพ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง เวดดิ้งแพลนนิ่ง อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนวันแต่งงาน ไปจนถึงชีวิตหลังวันสำคัญ</p><p>คุณค่าที่จับต้องได้ของรูปแบบงานนี้คือ คู่รักไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งที่แยกออกจากกัน แต่สามารถเห็นผลิตภัณฑ์จริง พูดคุย ซักถาม รับคำแนะนำ เปรียบเทียบทางเลือก และพบกับผู้คนหรือแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังบริการต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว</p><p>แรงบันดาลใจจึงไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ชัดเจนและมีข้อมูลมากขึ้น</p><h2>7 รันเวย์ 7 มุมมองใหม่ของแฟชั่นงานแต่งยุคปัจจุบัน</h2><p>Bridal Fashion Show 2026 เปรียบเสมือนหัวใจด้านความคิดสร้างสรรค์ของ “The Love City” เมื่อ Le Hoa Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, FALVAON by Luu Viet Anh, DO LONG BRIDAL, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ต่างนำเสนอจุดยืนและมุมมองเฉพาะตัวผ่านรันเวย์เดียวกัน</p><p>ตลอดทั้งโปรแกรม ผู้ชมได้สัมผัสกับภาษาการออกแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่โครงสร้างของชุดที่โดดเด่น ความโรแมนติกอันประณีต ความหรูหราในแบบกูตูร์ การเล่าเรื่องผ่านวัฒนธรรม ซิลูเอตเจ้าสาวที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ไปจนถึงแฟชั่นบุรุษร่วมสมัย และการตีความความโรแมนติกในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น</p><p>แทนที่จะนำเสนอภาพจำเพียงแบบเดียวว่าคู่บ่าวสาว “ควร” มีหน้าตาอย่างไร รันเวย์ทั้ง 7 โชว์กลับช่วยเปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ที่หลากหลายมากขึ้น</p><p>สำหรับผู้เข้าร่วมงาน ความหลากหลายนี้ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Vietnam Wedding Week นั่นคือ คู่รักทุกคู่ต่างมีเรื่องราวของตัวเอง และแฟชั่นงานแต่งในยุคปัจจุบันก็เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับความแตกต่างเหล่านั้น</p><h2>เมื่อแฟชั่น ดนตรี และการแสดง มาพบกันบนเวทีเดียว</h2><p>ประสบการณ์บนรันเวย์ได้รับการต่อยอดผ่านดนตรีและการแสดงสด โดย 2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ที่ช่วยสร้างเส้นทางทางอารมณ์ให้กับตลอดทั้งโปรแกรมแฟชั่น</p><p>เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม THƠM ได้เข้ามาเติมอีกหนึ่งมิติให้กับประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการแสดงสด ขณะที่ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI ยังคงสานต่อบรรยากาศและพลังของการแสดงบนเวที</p><p>แฟชั่น เสียง ดนตรี การเคลื่อนไหว และแสง ถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างให้กับแต่ละโชว์</p><p>ผลลัพธ์คือรันเวย์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงการนำเสนอคอลเลกชันต่อเนื่องกันเท่านั้น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สดที่ใหญ่ขึ้นของ “The Love City”</p><h2>จากแรงบันดาลใจ สู่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้จริง</h2><p>หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Vietnam Wedding Week 2026 คือ การเดินทางไม่ได้จบลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบก้าวลงจากรันเวย์</p><p>หลังจากได้ค้นพบคอลเลกชันที่น่าสนใจ หรือได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นโชว์ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเดินหน้าสำรวจระบบนิเวศของงานแต่งที่อยู่รอบตัวได้ต่อ</p><p>พื้นที่ของแบรนด์และการให้คำปรึกษาช่วยเปลี่ยนแนวคิดกว้าง ๆ ให้กลายเป็นคำถามที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น สไตล์แบบไหนเหมาะกับเรา บริการใดตอบโจทย์ความต้องการของคู่รัก ควรพูดคุยกับใครเป็นลำดับต่อไป หรือมีเรื่องใดที่ต้องตัดสินใจก่อนถึงวันแต่งงาน</p><p>ขณะเดียวกัน เวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์ยังช่วยเพิ่มอีกหนึ่งมิติที่นำไปใช้ได้จริง ด้วยการนำความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางภายในงาน</p><p>ด้วยเหตุนี้ ระยะห่างระหว่างการได้เห็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ กับการนำไปสู่การตัดสินใจจริง จึงลดลง</p><h2>YEAH1 และ LIVEN TECHNOLOGY เชื่อมทุกองค์ประกอบของการเดินทางเข้าด้วยกัน</h2><p>โครงสร้างของ “The Love City” สะท้อนวิสัยทัศน์ของความร่วมมือเบื้องหลัง Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย YEAH1 และ LIVEN Technology เพื่อนำองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเดินทางสู่วันแต่งงานมาเชื่อมโยงไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน</p><p>แฟชั่นยังคงเป็นหนึ่งในแรงดึงดูดหลักของงาน แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นประตูสู่ประสบการณ์อื่น ๆ</p><p>แฟชั่นโชว์หนึ่งโชว์อาจนำไปสู่การลองชุด การเข้ารับคำปรึกษา การพูดคุยกับผู้ให้บริการ หรือการค้นพบภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าคู่รักต้องการให้งานแต่งของตัวเองมีหน้าตาและความรู้สึกแบบใด</p><p>แนวทางนี้ทำให้ Vietnam Wedding Week มีบทบาทที่มากกว่างานจัดแสดงในรูปแบบดั้งเดิม และกลายเป็นพื้นที่นัดพบที่ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ ความเชี่ยวชาญ และความต้องการของผู้บริโภค สามารถมาบรรจบและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ในพื้นที่เดียว</p><h2>จุดนัดพบใหม่ของแฟชั่นเวียดนามและอุตสาหกรรมงานแต่ง</h2><p>สำหรับคู่รัก “The Love City” คือพื้นที่ที่สามารถเดินเข้ามาพร้อมคำถาม และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนขึ้น</p><p>สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ งานนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจของผู้คนที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตคู่</p><p>สำหรับวงการแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม โปรแกรมรันเวย์ทั้ง 7 โชว์ได้สร้างอีกหนึ่งเวทีให้กับภาษาการออกแบบที่หลากหลาย ได้พบกับสาธารณชน และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของงานแต่งในยุคปัจจุบัน</p><p>กูตูร์สามารถอยู่เคียงข้างแฟชั่นบุรุษ การอ้างอิงถึงวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกับความมินิมอลร่วมสมัย ขณะที่ความตื่นตาตื่นใจและความใกล้ชิดเป็นส่วนตัวก็สามารถมีพื้นที่อยู่ร่วมกันได้เช่นกัน</p><p>โดยมี Italian Atelier Asia-Pacific และ CjC Marketing Agency ร่วมสนับสนุน Vietnam Wedding Week 2026 ในฐานะ Promotional Partners งานนี้ยังได้ขยายการสื่อสารและการเชื่อมต่อไปสู่เครือข่ายในแวดวงครีเอทีฟและอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น</p><p>แม้ “The Love City” จะปิดฉากลงแล้ว แต่แนวคิดสำคัญเบื้องหลังงานยังคงชัดเจนว่า งานเกี่ยวกับการแต่งงานสามารถเป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจ</p><p>เมื่อแฟชั่น ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และทางเลือกที่นำไปใช้ได้จริง ถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับคู่รักในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/10340f0d-3fb6-470f-9f04-648823fb2ebf/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/336e43d6-6ebd-4d0b-a3eb-46552c26abf3</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Aug 2026 17:27:45 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>เบื้องหลังยักษ์ใหญ่ 38 ล้านเครื่องต่อปี TCL เผยโฉม Smart Factory  โรงงาน AI ผลิตตลอด 24/7 ตอกย้ำคุณภาพระดับโลกที่ลูกค้ามั่นใจ</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/dc6669ea-57a9-4a7a-ae46-274075b710c2/b26d4c61-7323-4c95-829b-48f9bb00b6bc</link>
      <description>&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3d84e9b4-2fa0-47a5-b932-4ee5298c95f1/public&#34; alt=&#34;TCL Thailand&#34;/&gt;TCL Electronics (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ เครื่องปรับอากาศระดับโลก เปิดประสบการณ์สุด Exclusive ยกทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั้งสายเทคโนโลยีและ ไลฟ์สไตล์ นำโดย Extreme IT ตัวพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีของไทย พร้อมตัวแทนจำหน่ายลูกค้าคนสำคัญจากประเทศไทยบินลัดฟ้า สู่ประเทศจีน เพื่อเยี่ยมชมเบื้องหลังการผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL อย่างใกล้ชิด ผ่านโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศทั้ง 3 แห่งใน กว่างโจว เซินเจิ้น และจงซาน พร้อมสัมผัสมาตรฐานการผลิตระดับ World-Class ผ่าน TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะที่นำ AI และระบบอัตโนมัติ มาใช้ครอบคลุมกระบวนการผลิต 100% สามารถเดินสายการผลิต ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเครื่องปรับอากาศออกจาก สายการผลิต 1 เครื่องในทุก 7 วินาที และรองรับกำลังการผลิตรวมกว่า 38 ล้านเครื่องต่อปี&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/438c03c5-8ab9-4e2a-aa5c-ae422b4fb26f/public&#34; alt=&#34;TCL Thailand&#34;/&gt;นอกจากศักยภาพด้านกำลังการผลิตแล้ว TCL ยังให้ความสำคัญ กับการพัฒนาสู่การเป็นโรงงาน Carbon Neutral Factory ที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิออกจากกระบวนการผลิต &#34;เท่ากับศูนย์&#34; รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบ จัดการของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบเพื่อลดปริมาณของ เสียและนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สะท้อนแนวคิด ของโรงงานระดับ World-Class ที่ไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/44c68ea8-10d2-4805-9857-3b693648a8b3/public&#34; alt=&#34;TCL Thailand&#34;/&gt;บรรยากาศตลอดการเยี่ยมชมโรงงานทั้ง 3 แห่งเต็มไปด้วยความ ตื่นตาตื่นใจโดยกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ได้สัมผัสถึงเบื้องหลังการผลิตจริง ตั้งแต่ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ พร้อมเก็บภาพบรรยากาศและสรรสร้างคอนเทนต์ตลอดเส้นทางขณะที่ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายได้เห็นพัฒนาการของผลิตภัณฑ์ TCL ตั้งแต่ต้นทาง และสัมผัสด้วยตัวเองถึงมาตรฐานที่อยู่เบื้องหลังเครื่องปรับอากาศแต่ละ เครื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมงานกับ TCL มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “ ขาย TCL มานานมาก ต้องบอกว่าแอร์ TCL พัฒนามาไกลจริง ๆ ครับ ทั้งเรื่องคุณภาพ ตัวสินค้า และเทคโนโลยี พอได้มาเห็นโรงงานและกระบวนการผลิตจริงก็ยิ่งเห็นว่าข้างหลังมีการพัฒนาและลงทุนอย่างต่อเนื่อง ”&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f5233465-5269-4f1c-83a7-685276e5baee/public&#34; alt=&#34;TCL Thailand&#34;/&gt;ทริปครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่คณะผู้บริหาร TCLจากทั้งประเทศจีนและประเทศไทยได้ร่วมให้การต้อนรับพาร์ตเนอร์จากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุย กระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด ผ่านการประชุมสุดยอด พันธมิตรทางธุรกิจเครื่องปรับอากาศประจำปี 2026 ภายใต้แนวคิด “TCL THE PARADIGM SHIFT” TCL Thailand Air Conditioner Strategic Business Partners Summit&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/293d0ac7-46bc-41cb-ab83-c6745805b699/public&#34; alt=&#34;TCL Thailand&#34;/&gt;พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองตลาด หารือทิศทางและแผนของ TCL Electronics (Thailand) ทั้งแผนเพิ่มฐานการผลิตในประเทศไทย การสนับสนุนคู่ค้า การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ตลอดจนการยกระดับบริการหลังการขาย ระยะเวลารับประกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดไทยในระยะยาว&lt;br/&gt;สำหรับ TCL การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์ได้ สัมผัสศักยภาพของ World-Class Manufacturing ด้วยตนเอง แต่ยังสะท้อนความแข็งแกร่งด้านการผลิตระดับโลกของ TCL ตั้งแต่ Smart Factory ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 38 ล้านเครื่องต่อปี ไปจนถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Zero Carbon ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน แผนการเติบโตของ TCL ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความ เชื่อมั่น และความแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว&lt;br/&gt;https://www.tcl.com/th &lt;br/&gt;https://www.facebook.com/TCLThailand&lt;br/&gt;#TCLACTheParadigmShift2026 &lt;br/&gt;#ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3d84e9b4-2fa0-47a5-b932-4ee5298c95f1/public" alt="TCL Thailand" /><p>TCL Electronics (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพธุรกิจ เครื่องปรับอากาศระดับโลก เปิดประสบการณ์สุด Exclusive ยกทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั้งสายเทคโนโลยีและ ไลฟ์สไตล์ นำโดย Extreme IT ตัวพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีของไทย พร้อมตัวแทนจำหน่ายลูกค้าคนสำคัญจากประเทศไทยบินลัดฟ้า สู่ประเทศจีน เพื่อเยี่ยมชมเบื้องหลังการผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL อย่างใกล้ชิด ผ่านโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศทั้ง 3 แห่งใน กว่างโจว เซินเจิ้น และจงซาน พร้อมสัมผัสมาตรฐานการผลิตระดับ World-Class ผ่าน TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะที่นำ AI และระบบอัตโนมัติ มาใช้ครอบคลุมกระบวนการผลิต 100% สามารถเดินสายการผลิต ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเครื่องปรับอากาศออกจาก สายการผลิต 1 เครื่องในทุก 7 วินาที และรองรับกำลังการผลิตรวมกว่า 38 ล้านเครื่องต่อปี</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/438c03c5-8ab9-4e2a-aa5c-ae422b4fb26f/public" alt="TCL Thailand" /><p>นอกจากศักยภาพด้านกำลังการผลิตแล้ว TCL ยังให้ความสำคัญ กับการพัฒนาสู่การเป็นโรงงาน Carbon Neutral Factory ที่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิออกจากกระบวนการผลิต "เท่ากับศูนย์" รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบ จัดการของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบเพื่อลดปริมาณของ เสียและนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สะท้อนแนวคิด ของโรงงานระดับ World-Class ที่ไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/44c68ea8-10d2-4805-9857-3b693648a8b3/public" alt="TCL Thailand" /><p>บรรยากาศตลอดการเยี่ยมชมโรงงานทั้ง 3 แห่งเต็มไปด้วยความ ตื่นตาตื่นใจโดยกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ได้สัมผัสถึงเบื้องหลังการผลิตจริง ตั้งแต่ AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ พร้อมเก็บภาพบรรยากาศและสรรสร้างคอนเทนต์ตลอดเส้นทางขณะที่ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายได้เห็นพัฒนาการของผลิตภัณฑ์ TCL ตั้งแต่ต้นทาง และสัมผัสด้วยตัวเองถึงมาตรฐานที่อยู่เบื้องหลังเครื่องปรับอากาศแต่ละ เครื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมงานกับ TCL มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “ ขาย TCL มานานมาก ต้องบอกว่าแอร์ TCL พัฒนามาไกลจริง ๆ ครับ ทั้งเรื่องคุณภาพ ตัวสินค้า และเทคโนโลยี พอได้มาเห็นโรงงานและกระบวนการผลิตจริงก็ยิ่งเห็นว่าข้างหลังมีการพัฒนาและลงทุนอย่างต่อเนื่อง ”&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f5233465-5269-4f1c-83a7-685276e5baee/public" alt="TCL Thailand" /><p>ทริปครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่คณะผู้บริหาร TCLจากทั้งประเทศจีนและประเทศไทยได้ร่วมให้การต้อนรับพาร์ตเนอร์จากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุย กระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด ผ่านการประชุมสุดยอด พันธมิตรทางธุรกิจเครื่องปรับอากาศประจำปี 2026 ภายใต้แนวคิด “TCL THE PARADIGM SHIFT” TCL Thailand Air Conditioner Strategic Business Partners Summit&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/293d0ac7-46bc-41cb-ab83-c6745805b699/public" alt="TCL Thailand" /><p>พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองตลาด หารือทิศทางและแผนของ TCL Electronics (Thailand) ทั้งแผนเพิ่มฐานการผลิตในประเทศไทย การสนับสนุนคู่ค้า การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ตลอดจนการยกระดับบริการหลังการขาย ระยะเวลารับประกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดไทยในระยะยาว</p><p>สำหรับ TCL การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์ได้ สัมผัสศักยภาพของ World-Class Manufacturing ด้วยตนเอง แต่ยังสะท้อนความแข็งแกร่งด้านการผลิตระดับโลกของ TCL ตั้งแต่ Smart Factory ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 38 ล้านเครื่องต่อปี ไปจนถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Zero Carbon ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน แผนการเติบโตของ TCL ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความ เชื่อมั่น และความแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p><p>https://www.tcl.com/th </p><p>https://www.facebook.com/TCLThailand</p><p>#TCLACTheParadigmShift2026 </p><p>#ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d80f8408-b4f3-4761-b9c2-4a36b971e20a/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/dc6669ea-57a9-4a7a-ae46-274075b710c2/b26d4c61-7323-4c95-829b-48f9bb00b6bc</guid>
      <pubDate>Thu, 27 Aug 2026 01:00:57 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>VRITIMES เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ยกระดับการสื่อสารดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมไซเบอร์เซคเคียวริตี้</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/e333a9ab-7958-11ed-9c21-0a58a9feac02/840c792f-77b7-4db0-971d-1ca4df5cc9a6</link>
      <description>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — 26 สิงหาคม 2026 — VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ชั้นนำ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบนิเวศเทคโนโลยี ด้วยการเข้าร่วมงาน &lt;a href=&#34;https://cyberrevolutionsummit.com/thailand/&#34;&gt;Cyber Revolution Summit Thailand 2026&lt;/a&gt; ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit) งานประชุมระดับภูมิภาคที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำองค์กร และผู้ทรงอิทธิพลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากทั่วประเทศไทย&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d5d33742-b4c7-4110-b002-774b9fb73bf7/public&#34; alt=&#34;บูธ VRITIMES ในงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026&#34;/&gt;การร่วมงานในครั้งนี้ &lt;a href=&#34;https://www.vritimes.com/th&#34;&gt;VRITIMES&lt;/a&gt; ได้นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์เซคเคียวริตี้ สามารถส่งต่อข้อมูล นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 พิลลาร์หลักของการสื่อสารยุคใหม่:&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Brand Awareness:&lt;/b&gt; VRITIMES ช่วยกระจายข่าวสารและประกาศสำคัญไปยังเครือข่ายสำนักข่าวชั้นนำ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มตัดสินใจระดับองค์กร (B2B) ได้อย่างตรงจุด&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Search Engine Optimization (SEO):&lt;/b&gt; การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อพันธมิตรของ VRITIMES ช่วยสร้าง Backlinks เพิ่มค่า Domain Authority ของเว็บไซต์องค์กร และดันอันดับคำค้นหาสำคัญบน Google ให้ติดอันดับได้ดียิ่งขึ้น&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Artificial Intelligence Optimization (AIO):&lt;/b&gt; ปรับแต่งเนื้อหาและข้อมูลของแบรนด์ให้รองรับการค้นหาของระบบ AI ช่วยให้ Search Engine ยุคใหม่ เช่น ChatGPT, Google AI Overviews, Gemini และ Perplexity สามารถดึงข้อมูลความจริงและบริการขององค์กรไปอ้างอิงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/81badfd7-7923-4425-98a0-d9bc0b0ea525/public&#34; alt=&#34;ทีมงาน VRITIMES ให้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล แบงค็อก สุขุมวิท&#34;/&gt;ตลอดการจัดงาน บูธของ VRITIMES&lt;b&gt;&lt;i&gt; &lt;/i&gt;&lt;/b&gt;ได้รับความสนใจจากผู้บริหารด้าน IT, CISO, นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน PR ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งทดลองใช้งานแดชบอร์ดของ VRITIMES การเข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ VRITIMES (สำนักงานใหญ่ ณ กรุงโตเกียว) ในการเป็นเครื่องมือการสื่อสารดิจิทัลที่คุ้มค่า และวัดผลได้สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าว PR เข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026 ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลยกระดับ Brand Awareness, SEO และ AIO เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรด้านความปลอดภัยไซเบอร์</p> <p>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — 26 สิงหาคม 2026 — VRITIMES แพลตฟอร์มกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ชั้นนำ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบนิเวศเทคโนโลยี ด้วยการเข้าร่วมงาน <a href="https://cyberrevolutionsummit.com/thailand/">Cyber Revolution Summit Thailand 2026</a> ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit) งานประชุมระดับภูมิภาคที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำองค์กร และผู้ทรงอิทธิพลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากทั่วประเทศไทย</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d5d33742-b4c7-4110-b002-774b9fb73bf7/public" alt="บูธ VRITIMES ในงาน Cyber Revolution Summit Thailand 2026" /><p>การร่วมงานในครั้งนี้ <a href="https://www.vritimes.com/th">VRITIMES</a> ได้นำเสนอโซลูชันการสื่อสารดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์เซคเคียวริตี้ สามารถส่งต่อข้อมูล นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 พิลลาร์หลักของการสื่อสารยุคใหม่:</p><p><b>Brand Awareness:</b> VRITIMES ช่วยกระจายข่าวสารและประกาศสำคัญไปยังเครือข่ายสำนักข่าวชั้นนำ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มตัดสินใจระดับองค์กร (B2B) ได้อย่างตรงจุด</p><p><b>Search Engine Optimization (SEO):</b> การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อพันธมิตรของ VRITIMES ช่วยสร้าง Backlinks เพิ่มค่า Domain Authority ของเว็บไซต์องค์กร และดันอันดับคำค้นหาสำคัญบน Google ให้ติดอันดับได้ดียิ่งขึ้น</p><p><b>Artificial Intelligence Optimization (AIO):</b> ปรับแต่งเนื้อหาและข้อมูลของแบรนด์ให้รองรับการค้นหาของระบบ AI ช่วยให้ Search Engine ยุคใหม่ เช่น ChatGPT, Google AI Overviews, Gemini และ Perplexity สามารถดึงข้อมูลความจริงและบริการขององค์กรไปอ้างอิงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/81badfd7-7923-4425-98a0-d9bc0b0ea525/public" alt="ทีมงาน VRITIMES ให้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล แบงค็อก สุขุมวิท" /><p>ตลอดการจัดงาน บูธของ VRITIMES<b><i> </i></b>ได้รับความสนใจจากผู้บริหารด้าน IT, CISO, นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน PR ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งทดลองใช้งานแดชบอร์ดของ VRITIMES การเข้าร่วมงาน Cyber Revolution Summit 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ VRITIMES (สำนักงานใหญ่ ณ กรุงโตเกียว) ในการเป็นเครื่องมือการสื่อสารดิจิทัลที่คุ้มค่า และวัดผลได้สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5a3fbe2d-7e05-45a5-ae84-6516be9d7a6a/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/e333a9ab-7958-11ed-9c21-0a58a9feac02/840c792f-77b7-4db0-971d-1ca4df5cc9a6</guid>
      <pubDate>Wed, 26 Aug 2026 13:51:56 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว”  ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/dc6669ea-57a9-4a7a-ae46-274075b710c2/cf3fa734-1734-4dba-a626-7b2c5fe786f8</link>
      <description>ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับ TCL Electronics (Thailand) ภายใต้แนวคิด &#34;&lt;b&gt;The Paradigm Shift&#34;&lt;/b&gt; ที่ล่าสุดพา 2 พรีเซ็นเตอร์คู่รัก ครอบครัวอบอุ่น &lt;b&gt;“ลิเดีย ศรัณย์รัชต์”&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;“แมทธิว ดีน”&lt;/b&gt; บินลัดฟ้าสวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี ประเทศจีน เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการเข้าเยี่ยมชม 3 โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศยักษ์ใหญ่ของ &lt;b&gt;TCL ณ นครกว่างโจว จงซาน และ เซินเจิ้น พร้อมเจาะลึก TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะ ต้นแบบที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบ อัตโนมัติมาใช้ในไลน์การผลิตเครื่องปรับอากาศแบบ 100% เต็มรูปแบบ&lt;/b&gt; ตอกย้ำความมั่นใจในมาตรฐานความพรีเมียม ระดับโลกที่การันตีด้วย ยอดขายพุ่งทะยานสู่อันดับ 1&lt;br/&gt;บรรยากาศการเยี่ยมชมโรงงานเต็มไปด้วยความประทับใจและ ความหวานของคู่รักพรีเซ็นเตอร์ โดยทั้งคู่ได้ร่วมเจาะลึกทุกขั้นตอน การผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการประกอบชิ้นส่วน การทดสอบประสิทธิภาพ จนถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งทุก กระบวนการถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประณีตสูงสุด&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/36bdc161-6be3-4a92-bad3-1c8a1ce9b2cf/public&#34; alt=&#34;TCLThailand&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/22c60538-9563-43b8-89e1-fe0b6df7d9c3/public&#34; alt=&#34;TCLThailand&#34;/&gt;เมื่อถามถึงความประทับใจและขั้นตอนการผลิตที่ทำให้ต้องร้องว้าวมากที่สุด &lt;b&gt;ลิเดีย ศรัณย์รัชต์&lt;/b&gt; เผยความรู้สึกว่า “เดียกับพี่แมทธิวว้าวมากกับโรงงาน TCL ที่นี่ค่ะ เพิ่งเคยเห็นไลน์ การผลิตแอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้หุ่นยนต์และ&lt;b&gt;ระบบ AI ควบคุมและผลิตแบบ 100%&lt;/b&gt; เต็มพื้นที่ โดยหลายพื้นที่ในโรงงานแทบไม่ใช้คนอยู่ในไลน์ผลิต เลย ทุกอย่างทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นระเบียบ นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เดียประทับใจสุด ๆ คือเรื่องระบบ QC ตรวจสอบ คุณภาพที่พิถีพิถันมีการตรวจเช็กซ้ำหลายขั้นตอนอย่างเข้มงวดก่อนที่ แอร์ 1 เครื่องจะถูกปล่อยออกมาวางจำหน่าย ทำให้เรามั่นใจจริง ๆ ว่าแอร์ TCL ที่เราเลือกใช้ในบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พรีเมียมเต็มร้อยค่ะ”&lt;br/&gt;ด้าน &lt;b&gt;แมทธิว ดีน&lt;/b&gt; กล่าวเสริมว่า “การได้มาเห็นโรงงาน TCL Smart Factory ด้วยตัวเองในครั้งนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมยอดขาย เครื่องปรับอากาศ TCL ถึงได้พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 เพราะนอกจากเรื่อง เทคโนโลยี AI สุดล้ำแล้ว TCL ยังใส่ใจในการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ที่มีความทนทาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม บวกกับกระบวน การผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกครอบครัว ที่ใช้แอร์ TCL จะได้รับทั้งความเย็นสบาย ความคุ้มค่า และอากาศบริสุทธิ์ในทุก ๆ วันครับ”&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/8bea7298-95a5-4382-9f00-ba05a5b43675/public&#34; alt=&#34;TCLThailand&#34;/&gt;การเดินทางเยี่ยมชม TCL AC Intelligent Manufacturing Industrial Park ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็น การเปิดประสบการณ์ใหม่ ของพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำ ศักยภาพความเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของ TCL ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่าง ไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>https://www.tcl.com/th 
https://www.facebook.com/TCLThailand

#TCLACTheParadigmShift2026 
#ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม
</p> <p>ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับ TCL Electronics (Thailand) ภายใต้แนวคิด "<b>The Paradigm Shift"</b> ที่ล่าสุดพา 2 พรีเซ็นเตอร์คู่รัก ครอบครัวอบอุ่น <b>“ลิเดีย ศรัณย์รัชต์”</b> และ <b>“แมทธิว ดีน”</b> บินลัดฟ้าสวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี ประเทศจีน เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการเข้าเยี่ยมชม 3 โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศยักษ์ใหญ่ของ <b>TCL ณ นครกว่างโจว จงซาน และ เซินเจิ้น พร้อมเจาะลึก TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะ ต้นแบบที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบ อัตโนมัติมาใช้ในไลน์การผลิตเครื่องปรับอากาศแบบ 100% เต็มรูปแบบ</b> ตอกย้ำความมั่นใจในมาตรฐานความพรีเมียม ระดับโลกที่การันตีด้วย ยอดขายพุ่งทะยานสู่อันดับ 1</p><p>บรรยากาศการเยี่ยมชมโรงงานเต็มไปด้วยความประทับใจและ ความหวานของคู่รักพรีเซ็นเตอร์ โดยทั้งคู่ได้ร่วมเจาะลึกทุกขั้นตอน การผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการประกอบชิ้นส่วน การทดสอบประสิทธิภาพ จนถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งทุก กระบวนการถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประณีตสูงสุด</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/36bdc161-6be3-4a92-bad3-1c8a1ce9b2cf/public" alt="TCLThailand" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/22c60538-9563-43b8-89e1-fe0b6df7d9c3/public" alt="TCLThailand" /><p>เมื่อถามถึงความประทับใจและขั้นตอนการผลิตที่ทำให้ต้องร้องว้าวมากที่สุด <b>ลิเดีย ศรัณย์รัชต์</b> เผยความรู้สึกว่า “เดียกับพี่แมทธิวว้าวมากกับโรงงาน TCL ที่นี่ค่ะ เพิ่งเคยเห็นไลน์ การผลิตแอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้หุ่นยนต์และ<b>ระบบ AI ควบคุมและผลิตแบบ 100%</b> เต็มพื้นที่ โดยหลายพื้นที่ในโรงงานแทบไม่ใช้คนอยู่ในไลน์ผลิต เลย ทุกอย่างทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นระเบียบ นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เดียประทับใจสุด ๆ คือเรื่องระบบ QC ตรวจสอบ คุณภาพที่พิถีพิถันมีการตรวจเช็กซ้ำหลายขั้นตอนอย่างเข้มงวดก่อนที่ แอร์ 1 เครื่องจะถูกปล่อยออกมาวางจำหน่าย ทำให้เรามั่นใจจริง ๆ ว่าแอร์ TCL ที่เราเลือกใช้ในบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พรีเมียมเต็มร้อยค่ะ”</p><p>ด้าน <b>แมทธิว ดีน</b> กล่าวเสริมว่า “การได้มาเห็นโรงงาน TCL Smart Factory ด้วยตัวเองในครั้งนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมยอดขาย เครื่องปรับอากาศ TCL ถึงได้พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 เพราะนอกจากเรื่อง เทคโนโลยี AI สุดล้ำแล้ว TCL ยังใส่ใจในการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ที่มีความทนทาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม บวกกับกระบวน การผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกครอบครัว ที่ใช้แอร์ TCL จะได้รับทั้งความเย็นสบาย ความคุ้มค่า และอากาศบริสุทธิ์ในทุก ๆ วันครับ”</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/8bea7298-95a5-4382-9f00-ba05a5b43675/public" alt="TCLThailand" /><p>การเดินทางเยี่ยมชม TCL AC Intelligent Manufacturing Industrial Park ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็น การเปิดประสบการณ์ใหม่ ของพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำ ศักยภาพความเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของ TCL ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่าง ไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/83e95dfe-0e1f-471d-8bc9-8b1de73e3f83/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/dc6669ea-57a9-4a7a-ae46-274075b710c2/cf3fa734-1734-4dba-a626-7b2c5fe786f8</guid>
      <pubDate>Wed, 26 Aug 2026 02:00:14 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/966b5fa4-85ad-4aeb-9b92-5d5968c27990/84432d73-6c42-4223-b1d0-4e6c56cb0cff</link>
      <description>โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว (Okinawa Harborview Hotel) ประกาศเสร็จสิ้นการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ และพร้อมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วงฤดูร้อนปี 2026&lt;br&gt;&lt;br&gt;รายละเอียดเพิ่มเติม:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/&#34;&gt;https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;ในการปรับปรุงครั้งนี้ ห้องพักได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย พร้อมรองรับความต้องการของผู้เข้าพักระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น&lt;br&gt;&lt;br&gt;คลับเลานจ์ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักห้องคลับรูมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ พร้อมนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของโอกินาว่าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น&lt;br&gt;&lt;br&gt;นอกจากนี้ “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ โดยนอกจากเนื้อโกเบแล้ว ยังมีเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าให้บริการอีกด้วย อาหารแต่ละจานเสิร์ฟบนภาชนะเซรามิกที่ผลิตด้วยงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว&lt;br&gt;&lt;br&gt;ขณะเดียวกัน สระว่ายน้ำในสวนซึ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังการปรับปรุง ได้รับการยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ต แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาฮะก็ตาม&lt;br&gt;&lt;br&gt;โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวจะสืบสานประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับที่สั่งสมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมนำเสนอภาพของ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย” และก้าวสู่ 50 ปีต่อไป&lt;br&gt;&lt;b&gt;&lt;br&gt;■ ห้องพัก&lt;br&gt;&lt;/b&gt;&lt;br&gt;ห้องพักได้รับการออกแบบใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีครามริวกิว” (Ryukyu Indigo) ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของโอกินาว่า เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น&lt;br&gt;&lt;br&gt;หนึ่งในห้องพักที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการเข้าพักระยะยาวคือ “Club Executive Twin” ซึ่งติดตั้งเครื่องซักและอบผ้าในเครื่องเดียว เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ&lt;br&gt;&lt;br&gt;ด้วยการผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับความสะดวกสบาย ห้องพักจึงเหมาะสำหรับการเข้าพักในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การท่องเที่ยวไปจนถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ&lt;br&gt;&lt;b&gt;&lt;br&gt;■ คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ&lt;br&gt;&lt;/b&gt;&lt;br&gt;คลับเลานจ์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ&lt;br&gt;&lt;br&gt;จากพื้นที่อันกว้างขวาง ผู้เข้าพักสามารถชมวิวเมืองนาฮะแบบเปิดกว้าง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน&lt;br&gt;&lt;br&gt;ตั้งแต่อาหารเช้า ช่วงน้ำชายามบ่าย มื้อค่ำ ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มในช่วงดึก โรงแรมได้จัดเตรียมเมนูสำหรับแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและจังหวะชีวิตอันผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า&lt;br&gt;&lt;br&gt;คลับเลานจ์เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ทำให้ผู้เข้าพักยังสามารถใช้เวลาผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศของโอกินาว่าได้แม้หลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน&lt;br&gt;&lt;br&gt;【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์ใช้บริการคลับเลานจ์:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://bit.ly/4579JeX&#34;&gt;https://bit.ly/4579JeX&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://bit.ly/4579JeX&#34;&gt;&lt;/a&gt;&lt;b&gt;&lt;br&gt;■ สระว่ายน้ำในสวน&lt;br&gt;&lt;/b&gt;&lt;br&gt;สระว่ายน้ำในสวนได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ&lt;br&gt;&lt;br&gt;ในช่วงกลางวัน ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายใต้ท้องฟ้าสีครามบนเก้าอี้เลานจ์ในน้ำหรือเก้าอี้พักผ่อนริมสระ ขณะที่ในช่วงกลางคืน แสงไฟอันงดงามจะส่องสะท้อนบนผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ&lt;br&gt;&lt;br&gt;พูลบาร์ที่เปิดให้บริการใหม่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยเชฟและบาร์เทนเดอร์ของโรงแรม โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น&lt;br&gt;&lt;br&gt;ผู้เข้าพักจึงสามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าได้อย่างเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งริมสระว่ายน้ำ&lt;br&gt;&lt;b&gt;&lt;br&gt;■ เทปันยากิ อิซุมิซากิ&lt;br&gt;&lt;/b&gt;&lt;br&gt;“เทปันยากิ อิซุมิซากิ” นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารภายใต้แนวคิด “การผสานอดีตและปัจจุบันของริวกิว”&lt;br&gt;&lt;br&gt;นอกจากเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ&lt;br&gt;&lt;br&gt;ผู้เข้าพักสามารถชมเชฟปรุงวัตถุดิบบนเตาเทปันยากิตรงหน้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสทั้งเสียง กลิ่น และบรรยากาศของการปรุงอาหาร เป็นประสบการณ์เทปันยากิที่เปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเต็มที่&lt;br&gt;&lt;br&gt;【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมมื้อค่ำสำหรับชิมเปรียบเทียบเนื้อวากิวขนดำจากจังหวัดโอกินาว่ากับเนื้อโกเบ:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://bit.ly/4xeGTFg&#34;&gt;https://bit.ly/4xeGTFg&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://bit.ly/4xeGTFg&#34;&gt;&lt;/a&gt;&lt;b&gt;&lt;br&gt;■ โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว&lt;br&gt;&lt;/b&gt;&lt;br&gt;โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว เปิดให้บริการในปี 1975 เนื่องในโอกาสการจัดงานมหกรรมทางทะเลนานาชาติโอกินาว่า&lt;br&gt;&lt;br&gt;นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โรงแรมได้ทำหน้าที่ในฐานะหนึ่งในโรงแรมใจกลางเมืองชั้นนำของโอกินาว่า และให้การต้อนรับแขกจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญจากญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ&lt;br&gt;&lt;br&gt;ในปี 2025 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ โรงแรมได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคต่อไป&lt;br&gt;&lt;br&gt;พื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ห้องอาหาร คลับเลานจ์ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำในสวน และพื้นที่อื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวครั้งใหญ่ในโฉมใหม่&lt;br&gt;&lt;br&gt;ด้วยการผสานการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าเข้ากับพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความประณีตและทันสมัยยิ่งขึ้น โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยความสุขและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน&lt;br&gt;&lt;br&gt;ที่อยู่:2-46 อิซุมิซากิ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า 900-0021 ประเทศญี่ปุ่น&lt;br&gt;&lt;br&gt;Website:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://oka-hvh.com/&#34;&gt;https://oka-hvh.com/&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;Facebook:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/&#34;&gt;https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;Instagram:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/&#34;&gt;https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;LINE:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&amp;amp;openQrModal=true&#34;&gt;https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&amp;amp;openQrModal=true&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;b&gt;&lt;br&gt;■ ข้อมูลบริษัท Hotel Management Japan Co., Ltd.&lt;br&gt;&lt;/b&gt;&lt;br&gt;Hotel Management Japan Co., Ltd. บริหารโรงแรมทั้งหมด 27 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมจำนวนห้องพัก 9,051 ห้อง และมีพนักงาน 4,018 คน&lt;br&gt;&lt;br&gt;นอกจากแบรนด์ของบริษัทเอง ได้แก่ Oriental Hotels และ Hotel Oriental Express แล้ว บริษัทยังบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Hilton, Hyatt, Sheraton และ Hotel Nikko&lt;br&gt;&lt;br&gt;Website:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.oriental-hotels.com/en/&#34;&gt;https://www.oriental-hotels.com/en/&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;YouTube:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts&#34;&gt;https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;X:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://twitter.com/Oriental_HR&#34;&gt;https://twitter.com/Oriental_HR&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;TikTok:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts&#34;&gt;https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;Instagram:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts&#34;&gt;https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;Facebook:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069&#34;&gt;https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;CLUB ORIENTAL:&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/&#34;&gt;https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ecd919d1-ce3f-4849-9564-62b1e05d2114/public&#34; alt=&#34;OKINAWA HARBORVIEW HOTEL&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/959ade09-da85-43f2-87dc-0a7f23609672/public&#34; alt=&#34;【ฉลองการรีโนเวต】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์เข้าใช้คลับเลานจ์: bit.ly/4xeGTFg&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/95a3e3ee-7568-42a9-a750-85c45b715500/public&#34; alt=&#34;ห้องพัก&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/55147502-6f0f-4b99-ab1f-d95290814a5e/public&#34; alt=&#34;สระว่ายน้ำในสวน&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/2b400317-0d76-4acd-b751-6720595ca813/public&#34; alt=&#34;Teppanyaki Izumizaki&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>ยกระดับการเข้าพักด้วยคลับเลานจ์ สระว่ายน้ำในสวน และเทปันยากิเนื้อโกเบ

</p> <p>โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว (Okinawa Harborview Hotel) ประกาศเสร็จสิ้นการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ และพร้อมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วงฤดูร้อนปี 2026<br><br>รายละเอียดเพิ่มเติม:<a target="_blank" href="https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/">https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/</a><br><br>ในการปรับปรุงครั้งนี้ ห้องพักได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย พร้อมรองรับความต้องการของผู้เข้าพักระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น<br><br>คลับเลานจ์ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักห้องคลับรูมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ พร้อมนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของโอกินาว่าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น<br><br>นอกจากนี้ “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ โดยนอกจากเนื้อโกเบแล้ว ยังมีเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าให้บริการอีกด้วย อาหารแต่ละจานเสิร์ฟบนภาชนะเซรามิกที่ผลิตด้วยงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว<br><br>ขณะเดียวกัน สระว่ายน้ำในสวนซึ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังการปรับปรุง ได้รับการยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ต แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาฮะก็ตาม<br><br>โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวจะสืบสานประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับที่สั่งสมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมนำเสนอภาพของ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย” และก้าวสู่ 50 ปีต่อไป<br><b><br>■ ห้องพัก<br></b><br>ห้องพักได้รับการออกแบบใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีครามริวกิว” (Ryukyu Indigo) ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของโอกินาว่า เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น<br><br>หนึ่งในห้องพักที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการเข้าพักระยะยาวคือ “Club Executive Twin” ซึ่งติดตั้งเครื่องซักและอบผ้าในเครื่องเดียว เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ<br><br>ด้วยการผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับความสะดวกสบาย ห้องพักจึงเหมาะสำหรับการเข้าพักในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การท่องเที่ยวไปจนถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ<br><b><br>■ คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ<br></b><br>คลับเลานจ์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ<br><br>จากพื้นที่อันกว้างขวาง ผู้เข้าพักสามารถชมวิวเมืองนาฮะแบบเปิดกว้าง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน<br><br>ตั้งแต่อาหารเช้า ช่วงน้ำชายามบ่าย มื้อค่ำ ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มในช่วงดึก โรงแรมได้จัดเตรียมเมนูสำหรับแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและจังหวะชีวิตอันผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า<br><br>คลับเลานจ์เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ทำให้ผู้เข้าพักยังสามารถใช้เวลาผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศของโอกินาว่าได้แม้หลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน<br><br>【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์ใช้บริการคลับเลานจ์:<a target="_blank" href="https://bit.ly/4579JeX">https://bit.ly/4579JeX</a><br><a target="_blank" href="https://bit.ly/4579JeX"></a><b><br>■ สระว่ายน้ำในสวน<br></b><br>สระว่ายน้ำในสวนได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ<br><br>ในช่วงกลางวัน ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายใต้ท้องฟ้าสีครามบนเก้าอี้เลานจ์ในน้ำหรือเก้าอี้พักผ่อนริมสระ ขณะที่ในช่วงกลางคืน แสงไฟอันงดงามจะส่องสะท้อนบนผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ<br><br>พูลบาร์ที่เปิดให้บริการใหม่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยเชฟและบาร์เทนเดอร์ของโรงแรม โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น<br><br>ผู้เข้าพักจึงสามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าได้อย่างเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งริมสระว่ายน้ำ<br><b><br>■ เทปันยากิ อิซุมิซากิ<br></b><br>“เทปันยากิ อิซุมิซากิ” นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารภายใต้แนวคิด “การผสานอดีตและปัจจุบันของริวกิว”<br><br>นอกจากเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ<br><br>ผู้เข้าพักสามารถชมเชฟปรุงวัตถุดิบบนเตาเทปันยากิตรงหน้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสทั้งเสียง กลิ่น และบรรยากาศของการปรุงอาหาร เป็นประสบการณ์เทปันยากิที่เปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเต็มที่<br><br>【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมมื้อค่ำสำหรับชิมเปรียบเทียบเนื้อวากิวขนดำจากจังหวัดโอกินาว่ากับเนื้อโกเบ:<a target="_blank" href="https://bit.ly/4xeGTFg">https://bit.ly/4xeGTFg</a><br><a target="_blank" href="https://bit.ly/4xeGTFg"></a><b><br>■ โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว<br></b><br>โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว เปิดให้บริการในปี 1975 เนื่องในโอกาสการจัดงานมหกรรมทางทะเลนานาชาติโอกินาว่า<br><br>นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โรงแรมได้ทำหน้าที่ในฐานะหนึ่งในโรงแรมใจกลางเมืองชั้นนำของโอกินาว่า และให้การต้อนรับแขกจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญจากญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ<br><br>ในปี 2025 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ โรงแรมได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคต่อไป<br><br>พื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ห้องอาหาร คลับเลานจ์ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำในสวน และพื้นที่อื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวครั้งใหญ่ในโฉมใหม่<br><br>ด้วยการผสานการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าเข้ากับพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความประณีตและทันสมัยยิ่งขึ้น โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยความสุขและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน<br><br>ที่อยู่:2-46 อิซุมิซากิ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า 900-0021 ประเทศญี่ปุ่น<br><br>Website:<a target="_blank" href="https://oka-hvh.com/">https://oka-hvh.com/</a><br><br>Facebook:<a target="_blank" href="https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/">https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/</a><br><br>Instagram:<a target="_blank" href="https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/">https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/</a><br><br>LINE:<a target="_blank" href="https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&amp;openQrModal=true">https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&amp;openQrModal=true</a><br><b><br>■ ข้อมูลบริษัท Hotel Management Japan Co., Ltd.<br></b><br>Hotel Management Japan Co., Ltd. บริหารโรงแรมทั้งหมด 27 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมจำนวนห้องพัก 9,051 ห้อง และมีพนักงาน 4,018 คน<br><br>นอกจากแบรนด์ของบริษัทเอง ได้แก่ Oriental Hotels และ Hotel Oriental Express แล้ว บริษัทยังบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Hilton, Hyatt, Sheraton และ Hotel Nikko<br><br>Website:<a target="_blank" href="https://www.oriental-hotels.com/en/">https://www.oriental-hotels.com/en/</a><br><br>YouTube:<a target="_blank" href="https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts">https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts</a><br><br>X:<a target="_blank" href="https://twitter.com/Oriental_HR">https://twitter.com/Oriental_HR</a><br><br>TikTok:<a target="_blank" href="https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts">https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts</a><br><br>Instagram:<a target="_blank" href="https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts">https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts</a><br><br>Facebook:<a target="_blank" href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069">https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069</a><br><br>CLUB ORIENTAL:<a target="_blank" href="https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/">https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/</a></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ecd919d1-ce3f-4849-9564-62b1e05d2114/public" alt="OKINAWA HARBORVIEW HOTEL" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/959ade09-da85-43f2-87dc-0a7f23609672/public" alt="【ฉลองการรีโนเวต】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์เข้าใช้คลับเลานจ์: bit.ly/4xeGTFg" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/95a3e3ee-7568-42a9-a750-85c45b715500/public" alt="ห้องพัก" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/55147502-6f0f-4b99-ab1f-d95290814a5e/public" alt="สระว่ายน้ำในสวน" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/2b400317-0d76-4acd-b751-6720595ca813/public" alt="Teppanyaki Izumizaki" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d79de378-e8ff-4e53-8b8a-8698102d491d/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/966b5fa4-85ad-4aeb-9b92-5d5968c27990/84432d73-6c42-4223-b1d0-4e6c56cb0cff</guid>
      <pubDate>Mon, 24 Aug 2026 15:00:35 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ฤดูหนาวของเฮาส์เทนบอชโฉมใหม่! “The Starlight Million” และ “European Holy Christmas”</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/96ace8fc-94f7-45fd-a6f6-e36b8de2f19e/877a4971-913d-4e89-9b48-38f0cd66e167</link>
      <description>ฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) รีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว The Starlight Million ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมอย่างสมบูรณ์ และนับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 16 ปีของการแสดงไฟประดับที่ได้รับรางวัลของรีสอร์ต โดยการแสดงไฟประดับดังกล่าวได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี&lt;br&gt;&lt;br&gt;ในวันเดียวกัน European Holy Christmas เทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่รีสอร์ตเคยจัดขึ้น จะเปิดฉากขึ้นเช่นกัน และด้วยการเปิดตัว The Starlight Million คริสต์มาสปีนี้จึงพร้อมมอบความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เคย&lt;br&gt;&lt;br&gt;ท่ามกลางแสงไฟอันตระการตาที่ส่องสว่างทั่วทั้งรีสอร์ต เฮาส์เทนบอชขอเชิญทุกท่านมาสัมผัส “Excitement Non-Stop!” และฤดูหนาวสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำไม่รู้ลืม&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;b&gt;■เว็บไซต์พิเศษ:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;&lt;a href=&#34;https://english.huistenbosch.co.jp/event/illumination/&#34;&gt;https://english.huistenbosch.co.jp/event/illumination/&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d636eb23-560b-410e-9f53-34b1af7e365c/public&#34; alt=&#34;ภาพหลักของแคมเปญ&#34;/&gt;The Starlight Million คือประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่นำดวงดาวเปล่งประกายซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและคำอธิษฐาน มาผสานเข้ากับทัศนียภาพเมืองยุโรปภายในรีสอร์ตได้อย่างกลมกลืนและงดงาม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน ด้วยขนาดอันยิ่งใหญ่ ประสบการณ์นี้จึงก้าวไปไกลกว่าการเพียงชมไฟประดับ และเปลี่ยนให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์และเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว&lt;br&gt;&lt;br&gt;ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน European Holy Christmas จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ทั่วทั้งรีสอร์ตจะได้รับการตกแต่งในบรรยากาศแห่งคริสต์มาสอย่างตระการตายิ่งขึ้น พร้อมเครื่องประดับระยิบระยับที่ทอดยาวสุดสายตา รังสรรค์บรรยากาศคริสต์มาสอันน่าหลงใหล&lt;br&gt;&lt;br&gt;ผู้มาเยือนจะได้พบกับ Grand Chandelier Tree ต้นคริสต์มาสอันเป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งประดับด้วยคริสตัลและมีเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นในรูปแบบนี้ ส่องประกายระยิบระยับอย่างงดงาม เมื่อผสานกับประกายของ The Starlight Million และการตกแต่งเทศกาลทั่วทั้งรีสอร์ต จะยิ่งรังสรรค์โลกแห่งฤ&lt;br&gt;&lt;br&gt;ดูหนาวอันมหัศจรรย์ที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเท่านั้น&lt;br&gt;&lt;br&gt;ภายใต้คำมั่นสัญญา “Excitement Non-Stop!” เฮาส์เทนบอชยังคงนำเสนอกิจกรรมและความบันเทิงอันน่าประทับใจตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวนี้ การแสดงไฟประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีประจำฤดูกาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความตื่นเต้นและความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/476c633b-95ef-40ea-9d01-f2647157857b/public&#34; alt=&#34;ต้นคริสต์มาส&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ed30bd6e-4c50-44ab-b563-3db2726df4e1/public&#34; alt=&#34;ฮอลลีคริสต์มาส&#34;/&gt;&lt;b&gt;[ภาพรวมกิจกรรม]&lt;br&gt;&lt;/b&gt;“The Starlight Million”&lt;br&gt;ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน 2026 – 25 กุมภาพันธ์ 2027&lt;br&gt;“European Holy Christmas”&lt;br&gt;ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2026&lt;br/&gt;&lt;b&gt;[เกี่ยวกับเฮาส์เทนบอช]&lt;/b&gt;&lt;br&gt;เฮาส์เทนบอชคือรีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่เทียบเท่ากับโตเกียวโดมประมาณ 33 แห่ง&lt;br&gt;ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมระดับโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านขนาดและคุณภาพ ไปจนถึงความบันเทิงตามฤดูกาลอันมีชีวิตชีวาที่เปลี่ยนบรรยากาศทั่วทั้งรีสอร์ตตลอดทั้งปี รวมถึงการแสดงไฟประดับที่ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี เฮาส์เทนบอชมอบ “Excitement Non-Stop!” ผ่านประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น&lt;br/&gt;&lt;b&gt;【สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน】&lt;/b&gt;&lt;br&gt;Huis Ten Bosch PR Team&lt;br&gt;อีเมล:&amp;nbsp;&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;mailto:htb-int@htb-j.com&#34;&gt;htb-int@htb-j.com&lt;/a&gt;&lt;br&gt;เว็บไซต์:&amp;nbsp;&lt;a target=&#34;_blank&#34; href=&#34;https://english.huistenbosch.co.jp/&#34;&gt;https://english.huistenbosch.co.jp/&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>การแสดงไฟประดับอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับต่อเนื่องยาวนานถึง 13 ปี ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด แสงดาวระยิบระยับนับล้านดวงโอบล้อมทิวทัศน์เมืองยุโรป รังสรรค์ประสบการณ์ใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ</p> <p>ฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) รีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว The Starlight Million ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมอย่างสมบูรณ์ และนับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 16 ปีของการแสดงไฟประดับที่ได้รับรางวัลของรีสอร์ต โดยการแสดงไฟประดับดังกล่าวได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี<br><br>ในวันเดียวกัน European Holy Christmas เทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่รีสอร์ตเคยจัดขึ้น จะเปิดฉากขึ้นเช่นกัน และด้วยการเปิดตัว The Starlight Million คริสต์มาสปีนี้จึงพร้อมมอบความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เคย<br><br>ท่ามกลางแสงไฟอันตระการตาที่ส่องสว่างทั่วทั้งรีสอร์ต เฮาส์เทนบอชขอเชิญทุกท่านมาสัมผัส “Excitement Non-Stop!” และฤดูหนาวสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำไม่รู้ลืม<br><br><b>■เว็บไซต์พิเศษ:</b>&nbsp;<a href="https://english.huistenbosch.co.jp/event/illumination/">https://english.huistenbosch.co.jp/event/illumination/</a></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d636eb23-560b-410e-9f53-34b1af7e365c/public" alt="ภาพหลักของแคมเปญ" /><p>The Starlight Million คือประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่นำดวงดาวเปล่งประกายซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและคำอธิษฐาน มาผสานเข้ากับทัศนียภาพเมืองยุโรปภายในรีสอร์ตได้อย่างกลมกลืนและงดงาม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน ด้วยขนาดอันยิ่งใหญ่ ประสบการณ์นี้จึงก้าวไปไกลกว่าการเพียงชมไฟประดับ และเปลี่ยนให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์และเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว<br><br>ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน European Holy Christmas จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ทั่วทั้งรีสอร์ตจะได้รับการตกแต่งในบรรยากาศแห่งคริสต์มาสอย่างตระการตายิ่งขึ้น พร้อมเครื่องประดับระยิบระยับที่ทอดยาวสุดสายตา รังสรรค์บรรยากาศคริสต์มาสอันน่าหลงใหล<br><br>ผู้มาเยือนจะได้พบกับ Grand Chandelier Tree ต้นคริสต์มาสอันเป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งประดับด้วยคริสตัลและมีเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นในรูปแบบนี้ ส่องประกายระยิบระยับอย่างงดงาม เมื่อผสานกับประกายของ The Starlight Million และการตกแต่งเทศกาลทั่วทั้งรีสอร์ต จะยิ่งรังสรรค์โลกแห่งฤ<br><br>ดูหนาวอันมหัศจรรย์ที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเท่านั้น<br><br>ภายใต้คำมั่นสัญญา “Excitement Non-Stop!” เฮาส์เทนบอชยังคงนำเสนอกิจกรรมและความบันเทิงอันน่าประทับใจตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวนี้ การแสดงไฟประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีประจำฤดูกาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความตื่นเต้นและความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/476c633b-95ef-40ea-9d01-f2647157857b/public" alt="ต้นคริสต์มาส" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ed30bd6e-4c50-44ab-b563-3db2726df4e1/public" alt="ฮอลลีคริสต์มาส" /><p><b>[ภาพรวมกิจกรรม]<br></b>“The Starlight Million”<br>ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน 2026 – 25 กุมภาพันธ์ 2027<br>“European Holy Christmas”<br>ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2026</p><p><b>[เกี่ยวกับเฮาส์เทนบอช]</b><br>เฮาส์เทนบอชคือรีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่เทียบเท่ากับโตเกียวโดมประมาณ 33 แห่ง<br>ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมระดับโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านขนาดและคุณภาพ ไปจนถึงความบันเทิงตามฤดูกาลอันมีชีวิตชีวาที่เปลี่ยนบรรยากาศทั่วทั้งรีสอร์ตตลอดทั้งปี รวมถึงการแสดงไฟประดับที่ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี เฮาส์เทนบอชมอบ “Excitement Non-Stop!” ผ่านประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น</p><p><b>【สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน】</b><br>Huis Ten Bosch PR Team<br>อีเมล:&nbsp;<a target="_blank" href="mailto:htb-int@htb-j.com">htb-int@htb-j.com</a><br>เว็บไซต์:&nbsp;<a target="_blank" href="https://english.huistenbosch.co.jp/">https://english.huistenbosch.co.jp/</a></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/9d14947f-735d-431e-8b48-65c7ff361a8d/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/96ace8fc-94f7-45fd-a6f6-e36b8de2f19e/877a4971-913d-4e89-9b48-38f0cd66e167</guid>
      <pubDate>Fri, 21 Aug 2026 01:00:08 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>VIETNAM WEDDING WEEK 2026 รวม 7 รันเวย์โชว์และศิลปิน เพื่อสร้างประสบการณ์รันเวย์ที่เต็มอิ่มและมีส่วนร่วม</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/595bdbbc-c176-458a-9997-23bea9e66a15</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu รวบรวม 7 รันเวย์โชว์ โดยแต่ละโชว์มีภาษาความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การผลิตดนตรีไปจนถึงการแสดงสดบนรันเวย์&lt;br/&gt;ไลน์อัปของ Bridal Fashion Show 2026 ประกอบด้วย DO LONG BRIDAL, LAM BRIDAL, MINH TUAN COUTURE, LE HOA BRIDAL, FALVAON by Luu Viet Anh, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ขณะที่นอกเหนือจากการนำเสนอแฟชั่นแล้ว 2PILLZ, NAOMI และ THƠM จะเข้ามาขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านดนตรีและการแสดงพิเศษ&lt;br/&gt;ภายใต้ธีม The Love City นั้น Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มงานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก ที่นี่ รันเวย์ แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และคู่รักที่กำลังเตรียมตัวสำหรับวันสำคัญจะมารวมกันภายในเส้นทางแห่งการค้นพบและประสบการณ์ร่วมกัน&lt;br/&gt;รันเวย์แต่ละโชว์ พื้นที่เชิงประสบการณ์ เวิร์กช็อป และแบรนด์แต่ละรายจะกลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ภายในเมืองแห่งความรัก ด้วยเหตุนี้ แฟชั่นจึงก้าวข้ามการเป็นเพียงดีไซน์ที่ชื่นชมได้ด้วยสายตา และกลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้ค้นพบสไตล์ของตนเอง พบกับแบรนด์และบุคคลที่ใช่ และค่อย ๆ เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงสำหรับวันแต่งงาน&lt;br/&gt;7 RUNWAYS – 7 CREATIVE LANGUAGES&lt;br/&gt;การรวมตัวของดีไซเนอร์และแบรนด์ทั้ง 7 นำเสนอภาพที่หลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัย ตลอดจนภาพของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวยุคใหม่&lt;br/&gt;DO LONG BRIDAL นำเสนอจิตวิญญาณที่เย้ายวน เฉียบคม และเต็มไปด้วยความเป็นละครบนรันเวย์ ซิลูเอตที่เน้นสรีระ โครงสร้างคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต สร้างภาพลักษณ์ของเจ้าสาวที่มั่นใจและโดดเด่น ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสง่างามของวันแต่งงานไว้&lt;br/&gt;LAM BRIDAL ภายใต้ทิศทางสร้างสรรค์ของ Designer Lâm Lâm ถ่ายทอดความงามของเจ้าสาวผ่านอารมณ์ เส้นสายที่ประณีต และรายละเอียดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมุ่งช่วยให้เจ้าสาวทุกคนค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่เหมาะสมและงดงามที่สุดสำหรับตนเอง&lt;br/&gt;MINH TUAN COUTURE นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และความงามที่มีความเป็นละครอย่างชัดเจนเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ภาษาการออกแบบที่หรูหราและเฉียบคมมองภาพเจ้าสาวในฐานะตัวละครเอกที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุดในชีวิตของเธอ&lt;br/&gt;LE HOA BRIDAL ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Not every presence needs a voice” — ดีไซน์ที่โดดเด่นมากพอจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ซิลูเอตที่พลิ้วไหว เนื้อผ้าที่สะท้อนแสง รายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต โครงสร้างคอร์เซ็ต และการตัดเย็บเฉพาะบุคคล หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพเจ้าสาวที่สง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอไว้&lt;br/&gt;FALVAON by Luu Viet Anh นำเสนอภาษาทางแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ โดยได้รับการสร้างสรรค์ในรูปแบบบันทึกแฟชั่นโดย Designer Luu Viet Anh FALVAON สำรวจวัสดุ ซิลูเอต และเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความทรงจำ และมิติที่หลากหลายของความเป็นผู้หญิง&lt;br/&gt;LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ยังคงขยายขอบเขตทางสุนทรียภาพของ Bridal Fashion Show ด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่มีต่อความงามของเจ้าสาว พร้อมนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่มองหาภาษาทางแฟชั่นซึ่งสะท้อนบุคลิกและเรื่องราวของตนเอง&lt;br/&gt;ควบคู่ไปกับดีไซน์สำหรับเจ้าสาว ADAM STORE นำแฟชั่นสำหรับเจ้าบ่าวเข้ามาเติมเต็มภาพรวมของ Bridal Fashion Show ขยายขอบเขตของรันเวย์จาก “bridal fashion” ไปสู่บทสนทนาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสไตล์ของตัวละครเอกทั้งสองในวันแต่งงาน&lt;br/&gt;7 รันเวย์ 7 อัตลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดมาบรรจบกันที่จุดเดียว นั่นคือการนำแฟชั่นจากรันเวย์เข้าใกล้งานแต่งงานจริงมากยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;WHEN MUSIC BECOMES PART OF THE RUNWAY&lt;br/&gt;Bridal Fashion Show 2026 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพียงดีไซน์และการเคลื่อนไหวของเหล่านางแบบและนายแบบเท่านั้น ดนตรีและการแสดงสดยังกลายเป็นองค์ประกอบสร้างสรรค์อีกชั้นหนึ่งภายในประสบการณ์บนรันเวย์&lt;br/&gt;2PILLZ เข้าร่วม Bridal Fashion Show ในฐานะ Music Producer for the runway โดยมีส่วนโดยตรงในการสร้างบรรยากาศทางดนตรี จังหวะ และอารมณ์ของโชว์ พร้อมนำเสนอ special performance ภายในงาน&lt;br/&gt;ขณะเดียวกัน NAOMI และ THƠM จะปรากฏตัวพร้อม special performances on the runway นำดนตรีก้าวข้ามบทบาทขององค์ประกอบสนับสนุน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในการแสดงอย่างเต็มรูปแบบ&lt;br/&gt;การผสมผสานระหว่างดีไซเนอร์ นางแบบและนายแบบ ดนตรี และศิลปิน สะท้อนแนวทางของ Bridal Fashion Show 2026 ที่แต่ละโชว์ไม่ได้เป็นเพียงลำดับของลุคแฟชั่น แต่คือประสบการณ์ที่สร้างขึ้นจากจังหวะ อารมณ์ และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโชว์&lt;br/&gt;FROM RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY&lt;br/&gt;Bridal Fashion Show คือหนึ่งในเสาหลักของ Vietnam Wedding Week 2026 แต่เส้นทางของผู้เข้าชมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อไฟบนรันเวย์ดับลง&lt;br/&gt;ที่ The Love City คู่รักสามารถสำรวจชุดแต่งงาน ชุดสูท เครื่องประดับ ความงาม การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน และบริการอื่น ๆ อีกหลากหลาย พร้อมพบปะแบรนด์ต่าง ๆ โดยตรง ทดลองผลิตภัณฑ์ รับคำปรึกษา และเข้าถึงข้อเสนอพิเศษที่มีให้ตลอดงาน&lt;br/&gt;แนวทางนี้สะท้อนจิตวิญญาณของคำว่า “เข้าถึงได้” ของ Vietnam Wedding Week นั่นคือการเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นประสบการณ์ และเปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้การตัดสินใจจริงสำหรับวันสำคัญ&lt;br/&gt;ด้วย 7 รันเวย์โชว์ ภาษาทางแฟชั่นที่หลากหลาย และจุดตัดระหว่างดีไซน์ ดนตรี และการแสดงสด Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมงานแต่งงาน ที่ซึ่งแฟชั่นไม่ได้แยกตัวออกจากตลาด แต่กลายเป็นประตูที่เปิดให้คู่รักก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศที่กว้างขึ้นของการเตรียมงานแต่งงาน&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน ก้าวเข้าสู่ The Love City — พื้นที่ที่ทุกคนสามารถค้นพบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และทุกแรงบันดาลใจเกี่ยวกับงานแต่งงานสามารถขยับเข้าใกล้การเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงได้อีกหนึ่งก้าว&lt;br/&gt;EVENT INFORMATION&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City&lt;br/&gt;Date: 22–23 August 2026&lt;br/&gt;Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh City&lt;br/&gt;Positioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week: เข้าชมฟรีเมื่อทำการลงทะเบียน&lt;br/&gt;Bridal Fashion Show: ต้องใช้บัตร/QR สำหรับเข้าชมแยกตามแต่ละโชว์&lt;br/&gt;Registration and updates: vietnamweddingweek.vn&lt;br/&gt;เกี่ยวกับพันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์โดย Italian Atelier Asia-Pacific (IA) และ CjC Marketing Agency โดย Italian Atelier Asia-Pacific เป็นแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ขณะที่ CjC Marketing Agency เป็นเอเจนซีการตลาดที่ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์ ผ่านความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายมีส่วนช่วยขยายการเข้าถึงด้านการสื่อสารของงาน และเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu รวบรวม 7 รันเวย์โชว์ โดยแต่ละโชว์มีภาษาความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การผลิตดนตรีไปจนถึงการแสดงสดบนรันเวย์</p><p>ไลน์อัปของ Bridal Fashion Show 2026 ประกอบด้วย DO LONG BRIDAL, LAM BRIDAL, MINH TUAN COUTURE, LE HOA BRIDAL, FALVAON by Luu Viet Anh, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ขณะที่นอกเหนือจากการนำเสนอแฟชั่นแล้ว 2PILLZ, NAOMI และ THƠM จะเข้ามาขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านดนตรีและการแสดงพิเศษ</p><p>ภายใต้ธีม The Love City นั้น Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มงานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก ที่นี่ รันเวย์ แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และคู่รักที่กำลังเตรียมตัวสำหรับวันสำคัญจะมารวมกันภายในเส้นทางแห่งการค้นพบและประสบการณ์ร่วมกัน</p><p>รันเวย์แต่ละโชว์ พื้นที่เชิงประสบการณ์ เวิร์กช็อป และแบรนด์แต่ละรายจะกลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ภายในเมืองแห่งความรัก ด้วยเหตุนี้ แฟชั่นจึงก้าวข้ามการเป็นเพียงดีไซน์ที่ชื่นชมได้ด้วยสายตา และกลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้ค้นพบสไตล์ของตนเอง พบกับแบรนด์และบุคคลที่ใช่ และค่อย ๆ เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงสำหรับวันแต่งงาน</p><h2>7 RUNWAYS – 7 CREATIVE LANGUAGES</h2><p>การรวมตัวของดีไซเนอร์และแบรนด์ทั้ง 7 นำเสนอภาพที่หลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัย ตลอดจนภาพของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวยุคใหม่</p><p>DO LONG BRIDAL นำเสนอจิตวิญญาณที่เย้ายวน เฉียบคม และเต็มไปด้วยความเป็นละครบนรันเวย์ ซิลูเอตที่เน้นสรีระ โครงสร้างคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต สร้างภาพลักษณ์ของเจ้าสาวที่มั่นใจและโดดเด่น ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสง่างามของวันแต่งงานไว้</p><p>LAM BRIDAL ภายใต้ทิศทางสร้างสรรค์ของ Designer Lâm Lâm ถ่ายทอดความงามของเจ้าสาวผ่านอารมณ์ เส้นสายที่ประณีต และรายละเอียดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมุ่งช่วยให้เจ้าสาวทุกคนค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่เหมาะสมและงดงามที่สุดสำหรับตนเอง</p><p>MINH TUAN COUTURE นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และความงามที่มีความเป็นละครอย่างชัดเจนเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ภาษาการออกแบบที่หรูหราและเฉียบคมมองภาพเจ้าสาวในฐานะตัวละครเอกที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุดในชีวิตของเธอ</p><p>LE HOA BRIDAL ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Not every presence needs a voice” — ดีไซน์ที่โดดเด่นมากพอจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ซิลูเอตที่พลิ้วไหว เนื้อผ้าที่สะท้อนแสง รายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต โครงสร้างคอร์เซ็ต และการตัดเย็บเฉพาะบุคคล หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพเจ้าสาวที่สง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอไว้</p><p>FALVAON by Luu Viet Anh นำเสนอภาษาทางแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ โดยได้รับการสร้างสรรค์ในรูปแบบบันทึกแฟชั่นโดย Designer Luu Viet Anh FALVAON สำรวจวัสดุ ซิลูเอต และเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความทรงจำ และมิติที่หลากหลายของความเป็นผู้หญิง</p><p>LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ยังคงขยายขอบเขตทางสุนทรียภาพของ Bridal Fashion Show ด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่มีต่อความงามของเจ้าสาว พร้อมนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่มองหาภาษาทางแฟชั่นซึ่งสะท้อนบุคลิกและเรื่องราวของตนเอง</p><p>ควบคู่ไปกับดีไซน์สำหรับเจ้าสาว ADAM STORE นำแฟชั่นสำหรับเจ้าบ่าวเข้ามาเติมเต็มภาพรวมของ Bridal Fashion Show ขยายขอบเขตของรันเวย์จาก “bridal fashion” ไปสู่บทสนทนาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสไตล์ของตัวละครเอกทั้งสองในวันแต่งงาน</p><p>7 รันเวย์ 7 อัตลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดมาบรรจบกันที่จุดเดียว นั่นคือการนำแฟชั่นจากรันเวย์เข้าใกล้งานแต่งงานจริงมากยิ่งขึ้น</p><h2>WHEN MUSIC BECOMES PART OF THE RUNWAY</h2><p>Bridal Fashion Show 2026 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพียงดีไซน์และการเคลื่อนไหวของเหล่านางแบบและนายแบบเท่านั้น ดนตรีและการแสดงสดยังกลายเป็นองค์ประกอบสร้างสรรค์อีกชั้นหนึ่งภายในประสบการณ์บนรันเวย์</p><p>2PILLZ เข้าร่วม Bridal Fashion Show ในฐานะ Music Producer for the runway โดยมีส่วนโดยตรงในการสร้างบรรยากาศทางดนตรี จังหวะ และอารมณ์ของโชว์ พร้อมนำเสนอ special performance ภายในงาน</p><p>ขณะเดียวกัน NAOMI และ THƠM จะปรากฏตัวพร้อม special performances on the runway นำดนตรีก้าวข้ามบทบาทขององค์ประกอบสนับสนุน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในการแสดงอย่างเต็มรูปแบบ</p><p>การผสมผสานระหว่างดีไซเนอร์ นางแบบและนายแบบ ดนตรี และศิลปิน สะท้อนแนวทางของ Bridal Fashion Show 2026 ที่แต่ละโชว์ไม่ได้เป็นเพียงลำดับของลุคแฟชั่น แต่คือประสบการณ์ที่สร้างขึ้นจากจังหวะ อารมณ์ และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโชว์</p><h2>FROM RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY</h2><p>Bridal Fashion Show คือหนึ่งในเสาหลักของ Vietnam Wedding Week 2026 แต่เส้นทางของผู้เข้าชมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อไฟบนรันเวย์ดับลง</p><p>ที่ The Love City คู่รักสามารถสำรวจชุดแต่งงาน ชุดสูท เครื่องประดับ ความงาม การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน และบริการอื่น ๆ อีกหลากหลาย พร้อมพบปะแบรนด์ต่าง ๆ โดยตรง ทดลองผลิตภัณฑ์ รับคำปรึกษา และเข้าถึงข้อเสนอพิเศษที่มีให้ตลอดงาน</p><p>แนวทางนี้สะท้อนจิตวิญญาณของคำว่า “เข้าถึงได้” ของ Vietnam Wedding Week นั่นคือการเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นประสบการณ์ และเปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้การตัดสินใจจริงสำหรับวันสำคัญ</p><p>ด้วย 7 รันเวย์โชว์ ภาษาทางแฟชั่นที่หลากหลาย และจุดตัดระหว่างดีไซน์ ดนตรี และการแสดงสด Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมงานแต่งงาน ที่ซึ่งแฟชั่นไม่ได้แยกตัวออกจากตลาด แต่กลายเป็นประตูที่เปิดให้คู่รักก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศที่กว้างขึ้นของการเตรียมงานแต่งงาน</p><p>Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน ก้าวเข้าสู่ The Love City — พื้นที่ที่ทุกคนสามารถค้นพบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และทุกแรงบันดาลใจเกี่ยวกับงานแต่งงานสามารถขยับเข้าใกล้การเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงได้อีกหนึ่งก้าว</p><h2>EVENT INFORMATION</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City</p><p>Date: 22–23 August 2026</p><p>Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh City</p><p>Positioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก</p><p>Vietnam Wedding Week: เข้าชมฟรีเมื่อทำการลงทะเบียน</p><p>Bridal Fashion Show: ต้องใช้บัตร/QR สำหรับเข้าชมแยกตามแต่ละโชว์</p><p>Registration and updates: vietnamweddingweek.vn</p><h2>เกี่ยวกับพันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์โดย Italian Atelier Asia-Pacific (IA) และ CjC Marketing Agency โดย Italian Atelier Asia-Pacific เป็นแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ขณะที่ CjC Marketing Agency เป็นเอเจนซีการตลาดที่ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์ ผ่านความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายมีส่วนช่วยขยายการเข้าถึงด้านการสื่อสารของงาน และเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d7dadfe1-2b6d-4d74-b081-af94d48aacd6/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/595bdbbc-c176-458a-9997-23bea9e66a15</guid>
      <pubDate>Thu, 20 Aug 2026 09:10:01 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>VIETNAM WEDDING WEEK 2026 เปิด “THE LOVE CITY” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ศิลปิน และระบบนิเวศของธุรกิจงานแต่งงานไว้ในกรุงโฮจิมินห์</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/0dda1a81-fb6a-449f-87e2-ef12e8c35efc</link>
      <description>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu เปิดพื้นที่ The Love City — “เมืองแห่งความรัก” ที่รวบรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และประสบการณ์สำหรับคู่รักไว้ในพื้นที่เดียว&lt;br/&gt;ด้วยแนวคิดของสัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง Vietnam Wedding Week 2026 ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างแรงบันดาลใจสำหรับวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังสร้างเส้นทางที่เปิดโอกาสให้คู่รักได้สำรวจ สัมผัสประสบการณ์ พบปะผู้เชี่ยวชาญ และเข้าใกล้ทางเลือกที่เหมาะสมกับงานแต่งงานของตนเองมากยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 หนึ่งในไฮไลต์หลักของงาน ซึ่งรวบรวมดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นเจ้าสาวจากเวียดนามจำนวนมาก พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามารับบทบาทพิเศษบนรันเวย์&lt;br/&gt;THE LOVE CITY – เมื่อทุกความต้องการของงานแต่งงานกลายเป็นจุดหมายปลายทาง&lt;br/&gt;ด้วยแรงบันดาลใจจากจังหวะของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอ The Love City เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบ&lt;br/&gt;ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์ของแบรนด์ เวิร์กช็อป การให้คำปรึกษา ไปจนถึงกิจกรรมเชิงโต้ตอบ แต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่แตกต่างกันภายในเมืองแห่งนี้&lt;br/&gt;ผู้เข้าชมสามารถสำรวจทุกสิ่งตั้งแต่ชุดแต่งงาน ชุดสูท ความงาม เครื่องประดับ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง และการถ่ายภาพ ไปจนถึงการวางแผนงานแต่งงาน รวมถึงบริการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางของคู่รักหลังจากวันแต่งงาน&lt;br/&gt;แทนที่จะเพียงชมภาพสวยงามหรือค้นหาแรงบันดาลใจผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่แยกออกจากกัน คู่รักสามารถดู ทดลอง สอบถาม เปรียบเทียบ รับคำแนะนำ และพบปะแบรนด์ต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว&lt;br/&gt;นี่คือจิตวิญญาณของการสร้างประสบการณ์ที่เน้นการใช้งานจริง ซึ่ง Vietnam Wedding Week 2026 ต้องการนำเสนอ นั่นคือการนำแรงบันดาลใจด้านงานแต่งงานเข้าใกล้ทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงมากยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;BRIDAL FASHION SHOW 2026 – เมื่อแฟชั่นเจ้าสาวกลายเป็นจังหวะหัวใจของ THE LOVE CITY&lt;br/&gt;หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Vietnam Wedding Week ในปีนี้คือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งนำเสนอความหลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวบนรันเวย์เดียวกัน&lt;br/&gt;รายชื่อที่เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ Do Long Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, Le Hoa Bridal, LOVINE Bridal, FALVAON Bridal, ADAM STORE รวมถึงแบรนด์และดีไซเนอร์อื่น ๆ ในระบบนิเวศของแฟชั่นเจ้าสาว&lt;br/&gt;แต่ละแบรนด์นำเสนอมุมมองของตนเองที่มีต่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวร่วมสมัย&lt;br/&gt;Do Long Bridal ถ่ายทอดจิตวิญญาณที่เย้ายวน ซับซ้อน และเปี่ยมด้วยพลังแห่งการนำเสนอ โดดเด่นด้วยซิลูเอตที่เน้นสรีระ เทคนิคการสร้างโครงคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต&lt;br/&gt;Lam Bridal ภายใต้การกำกับดูแลของดีไซเนอร์ Tam Lam เดินหน้าด้วยภาษาการออกแบบที่มินิมอลและร่วมสมัย ผสานโครงสร้างคอร์เซ็ตเข้ากับความเย้ายวนอย่างพอดี เพื่อเฉลิมฉลองความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่&lt;br/&gt;Minh Tuan Couture นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และเสน่ห์แบบพรมแดงเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความเป็นละคร&lt;br/&gt;Le Hoa Bridal นำเสนอการสำรวจซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุอย่างหลากหลาย พร้อมขยายทางเลือกด้านสุนทรียภาพสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง&lt;br/&gt;ขณะที่ FALVAON Bridal โดยดีไซเนอร์ Luu Viet Anh นำเสนอคอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนาม Tam Cam โดยนำวัสดุและรายละเอียดแบบดั้งเดิมของเวียดนามมาผสานเข้ากับภาษาการออกแบบร่วมสมัย&lt;br/&gt;การปรากฏตัวของ LOVINE Bridal, ADAM STORE และแบรนด์อื่น ๆ ยังช่วยขยายภูมิทัศน์ของแฟชั่นเจ้าสาวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่บรidal couture ไปจนถึง menswear จากจิตวิญญาณอันโรแมนติกไปจนถึงแนวทางใหม่ ๆ ต่อภาพลักษณ์ของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวในยุคปัจจุบัน&lt;br/&gt;โชว์ทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสอารมณ์ของ The Love City โดยรันเวย์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับนำเสนอแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์งานแต่งงานโดยรวมสำหรับผู้เข้าชม&lt;br/&gt;WHEN MUSIC TAKES THE RUNWAY&lt;br/&gt;นอกเหนือจากการรวบรวมแฟชั่นเจ้าสาวแล้ว Bridal Fashion Show 2026 ยังขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ดนตรี และการแสดง&lt;br/&gt;2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ใน Bridal Fashion Show 2026 โดยดนตรีจะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดการแสดง ช่วยกำหนดจังหวะและอารมณ์ของรันเวย์&lt;br/&gt;ในวันที่ 22 สิงหาคม THƠM (Da LAB) จะปรากฏตัวในฐานะ Special Runway Performance นำดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของแฟชั่น และสร้างจุดเชื่อมต่อที่โดดเด่นระหว่างการแสดงและรันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว&lt;br/&gt;ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI จะนำเสนอ Special Runway Performance อีกหนึ่งชุด เติมเต็มประสบการณ์ที่เสียง แฟชั่น และเวทีหลอมรวมเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว&lt;br/&gt;การผสมผสานดังกล่าวทำให้ Bridal Fashion Show ก้าวข้ามรูปแบบของแฟชั่นโชว์แบบดั้งเดิม ไปสู่ประสบการณ์การแสดงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคอลเลกชันสามารถถ่ายทอดผ่านการออกแบบ การเคลื่อนไหว แสง และดนตรี&lt;br/&gt;FROM THE RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY&lt;br/&gt;จุดเด่นของ Vietnam Wedding Week คือเส้นทางของประสบการณ์ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบออกจากรันเวย์&lt;br/&gt;หลังจากการชมคอลเลกชัน ผู้เข้าชมสามารถสำรวจแบรนด์ต่าง ๆ ต่อผ่านการลองชุด การให้คำปรึกษาด้านสไตล์ ความงามและการจัดแต่งลุค เครื่องประดับ การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน สถานที่จัดงาน การตกแต่ง F&amp;amp;B การท่องเที่ยว และบริการอื่น ๆ ที่หลากหลายสำหรับเส้นทางของงานแต่งงาน&lt;br/&gt;ควบคู่ไปกับรันเวย์ ยังมีเวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์อีกหลายรายการ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะมาแบ่งปันความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับการเตรียมงานแต่งงาน ตั้งแต่การเลือกสไตล์เจ้าสาว ความงามและแฟชั่นสำหรับเจ้าสาว ไปจนถึงงานแต่งงานปลายทาง การวางแผนงานแต่งงาน และการตัดสินใจสำคัญด้านอื่น ๆ&lt;br/&gt;บูธจัดแสดงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง รับคำปรึกษา ค้นพบข้อเสนอ และเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง&lt;br/&gt;ด้วยแนวทางนี้ Vietnam Wedding Week มุ่งเชื่อมโยงสองโลกที่มักถูกแยกออกจากกัน นั่นคือแรงบันดาลใจและการตัดสินใจ&lt;br/&gt;A NEW MEETING POINT FOR VIETNAMESE FASHION AND THE WEDDING INDUSTRY&lt;br/&gt;ด้วยการมีส่วนร่วมของดีไซเนอร์ ห้องเสื้อเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบระหว่างแฟชั่น อุตสาหกรรมงานแต่งงาน และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค&lt;br/&gt;สำหรับคู่รัก The Love City คือพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเดินทางเข้ามาพร้อมคำถามมากมาย และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับวันแต่งงาน&lt;br/&gt;สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสในการปรากฏตัวต่อหน้าผู้เข้าชม แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการตัดสินใจของคู่รักที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตสมรสอย่างจริงจัง&lt;br/&gt;และสำหรับแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม Bridal Fashion Show ได้สร้างพื้นที่อีกแห่งที่เปิดโอกาสให้ภาษาการออกแบบที่หลากหลายได้รับการนำเสนอ พบปะกับสาธารณชน และก้าวจากรันเวย์เข้าสู่ชีวิตจริง&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน เข้าสู่ The Love City ในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026&lt;br/&gt;EVENT INFORMATION&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City&lt;br/&gt;Date: 22–23 August 2026Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh CityPositioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลักAdmission: เข้าชมฟรีRegistration: vietnamweddingweek.vn&lt;br/&gt;Bridal Fashion Show 2026 – Special Appearances&lt;br/&gt;2PILLZMusic Producer for the Runway &amp;amp; Special Performance&lt;br/&gt;THƠM (Da LAB)Special Runway Performance – 22 August 2026&lt;br/&gt;NAOMISpecial Runway Performance – 23 August 2026&lt;br/&gt;PROMOTIONAL PARTNERS&lt;br/&gt;Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์จาก Italian Atelier Asia-Pacific (IA) แพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ร่วมกับ CjC Marketing Agency เอเจนซีการตลาดในเวียดนามที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์สำหรับกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ โดยความร่วมมือนี้มีส่วนช่วยขยายการสื่อสารของงานและเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu เปิดพื้นที่ The Love City — “เมืองแห่งความรัก” ที่รวบรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และประสบการณ์สำหรับคู่รักไว้ในพื้นที่เดียว</p><p>ด้วยแนวคิดของสัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง Vietnam Wedding Week 2026 ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างแรงบันดาลใจสำหรับวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังสร้างเส้นทางที่เปิดโอกาสให้คู่รักได้สำรวจ สัมผัสประสบการณ์ พบปะผู้เชี่ยวชาญ และเข้าใกล้ทางเลือกที่เหมาะสมกับงานแต่งงานของตนเองมากยิ่งขึ้น</p><p>หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 หนึ่งในไฮไลต์หลักของงาน ซึ่งรวบรวมดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นเจ้าสาวจากเวียดนามจำนวนมาก พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามารับบทบาทพิเศษบนรันเวย์</p><h3>THE LOVE CITY – เมื่อทุกความต้องการของงานแต่งงานกลายเป็นจุดหมายปลายทาง</h3><p>ด้วยแรงบันดาลใจจากจังหวะของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอ The Love City เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบ</p><p>ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์ของแบรนด์ เวิร์กช็อป การให้คำปรึกษา ไปจนถึงกิจกรรมเชิงโต้ตอบ แต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่แตกต่างกันภายในเมืองแห่งนี้</p><p>ผู้เข้าชมสามารถสำรวจทุกสิ่งตั้งแต่ชุดแต่งงาน ชุดสูท ความงาม เครื่องประดับ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง และการถ่ายภาพ ไปจนถึงการวางแผนงานแต่งงาน รวมถึงบริการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางของคู่รักหลังจากวันแต่งงาน</p><p>แทนที่จะเพียงชมภาพสวยงามหรือค้นหาแรงบันดาลใจผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่แยกออกจากกัน คู่รักสามารถดู ทดลอง สอบถาม เปรียบเทียบ รับคำแนะนำ และพบปะแบรนด์ต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว</p><p>นี่คือจิตวิญญาณของการสร้างประสบการณ์ที่เน้นการใช้งานจริง ซึ่ง Vietnam Wedding Week 2026 ต้องการนำเสนอ นั่นคือการนำแรงบันดาลใจด้านงานแต่งงานเข้าใกล้ทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงมากยิ่งขึ้น</p><h3>BRIDAL FASHION SHOW 2026 – เมื่อแฟชั่นเจ้าสาวกลายเป็นจังหวะหัวใจของ THE LOVE CITY</h3><p>หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Vietnam Wedding Week ในปีนี้คือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งนำเสนอความหลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวบนรันเวย์เดียวกัน</p><p>รายชื่อที่เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ Do Long Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, Le Hoa Bridal, LOVINE Bridal, FALVAON Bridal, ADAM STORE รวมถึงแบรนด์และดีไซเนอร์อื่น ๆ ในระบบนิเวศของแฟชั่นเจ้าสาว</p><p>แต่ละแบรนด์นำเสนอมุมมองของตนเองที่มีต่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวร่วมสมัย</p><p>Do Long Bridal ถ่ายทอดจิตวิญญาณที่เย้ายวน ซับซ้อน และเปี่ยมด้วยพลังแห่งการนำเสนอ โดดเด่นด้วยซิลูเอตที่เน้นสรีระ เทคนิคการสร้างโครงคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต</p><p>Lam Bridal ภายใต้การกำกับดูแลของดีไซเนอร์ Tam Lam เดินหน้าด้วยภาษาการออกแบบที่มินิมอลและร่วมสมัย ผสานโครงสร้างคอร์เซ็ตเข้ากับความเย้ายวนอย่างพอดี เพื่อเฉลิมฉลองความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่</p><p>Minh Tuan Couture นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และเสน่ห์แบบพรมแดงเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความเป็นละคร</p><p>Le Hoa Bridal นำเสนอการสำรวจซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุอย่างหลากหลาย พร้อมขยายทางเลือกด้านสุนทรียภาพสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง</p><p>ขณะที่ FALVAON Bridal โดยดีไซเนอร์ Luu Viet Anh นำเสนอคอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนาม Tam Cam โดยนำวัสดุและรายละเอียดแบบดั้งเดิมของเวียดนามมาผสานเข้ากับภาษาการออกแบบร่วมสมัย</p><p>การปรากฏตัวของ LOVINE Bridal, ADAM STORE และแบรนด์อื่น ๆ ยังช่วยขยายภูมิทัศน์ของแฟชั่นเจ้าสาวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่บรidal couture ไปจนถึง menswear จากจิตวิญญาณอันโรแมนติกไปจนถึงแนวทางใหม่ ๆ ต่อภาพลักษณ์ของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวในยุคปัจจุบัน</p><p>โชว์ทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสอารมณ์ของ The Love City โดยรันเวย์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับนำเสนอแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์งานแต่งงานโดยรวมสำหรับผู้เข้าชม</p><h3>WHEN MUSIC TAKES THE RUNWAY</h3><p>นอกเหนือจากการรวบรวมแฟชั่นเจ้าสาวแล้ว Bridal Fashion Show 2026 ยังขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ดนตรี และการแสดง</p><p>2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ใน Bridal Fashion Show 2026 โดยดนตรีจะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดการแสดง ช่วยกำหนดจังหวะและอารมณ์ของรันเวย์</p><p>ในวันที่ 22 สิงหาคม THƠM (Da LAB) จะปรากฏตัวในฐานะ Special Runway Performance นำดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของแฟชั่น และสร้างจุดเชื่อมต่อที่โดดเด่นระหว่างการแสดงและรันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว</p><p>ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI จะนำเสนอ Special Runway Performance อีกหนึ่งชุด เติมเต็มประสบการณ์ที่เสียง แฟชั่น และเวทีหลอมรวมเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว</p><p>การผสมผสานดังกล่าวทำให้ Bridal Fashion Show ก้าวข้ามรูปแบบของแฟชั่นโชว์แบบดั้งเดิม ไปสู่ประสบการณ์การแสดงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคอลเลกชันสามารถถ่ายทอดผ่านการออกแบบ การเคลื่อนไหว แสง และดนตรี</p><h3>FROM THE RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY</h3><p>จุดเด่นของ Vietnam Wedding Week คือเส้นทางของประสบการณ์ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบออกจากรันเวย์</p><p>หลังจากการชมคอลเลกชัน ผู้เข้าชมสามารถสำรวจแบรนด์ต่าง ๆ ต่อผ่านการลองชุด การให้คำปรึกษาด้านสไตล์ ความงามและการจัดแต่งลุค เครื่องประดับ การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน สถานที่จัดงาน การตกแต่ง F&amp;B การท่องเที่ยว และบริการอื่น ๆ ที่หลากหลายสำหรับเส้นทางของงานแต่งงาน</p><p>ควบคู่ไปกับรันเวย์ ยังมีเวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์อีกหลายรายการ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะมาแบ่งปันความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับการเตรียมงานแต่งงาน ตั้งแต่การเลือกสไตล์เจ้าสาว ความงามและแฟชั่นสำหรับเจ้าสาว ไปจนถึงงานแต่งงานปลายทาง การวางแผนงานแต่งงาน และการตัดสินใจสำคัญด้านอื่น ๆ</p><p>บูธจัดแสดงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง รับคำปรึกษา ค้นพบข้อเสนอ และเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง</p><p>ด้วยแนวทางนี้ Vietnam Wedding Week มุ่งเชื่อมโยงสองโลกที่มักถูกแยกออกจากกัน นั่นคือแรงบันดาลใจและการตัดสินใจ</p><h3>A NEW MEETING POINT FOR VIETNAMESE FASHION AND THE WEDDING INDUSTRY</h3><p>ด้วยการมีส่วนร่วมของดีไซเนอร์ ห้องเสื้อเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบระหว่างแฟชั่น อุตสาหกรรมงานแต่งงาน และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค</p><p>สำหรับคู่รัก The Love City คือพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเดินทางเข้ามาพร้อมคำถามมากมาย และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับวันแต่งงาน</p><p>สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสในการปรากฏตัวต่อหน้าผู้เข้าชม แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการตัดสินใจของคู่รักที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตสมรสอย่างจริงจัง</p><p>และสำหรับแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม Bridal Fashion Show ได้สร้างพื้นที่อีกแห่งที่เปิดโอกาสให้ภาษาการออกแบบที่หลากหลายได้รับการนำเสนอ พบปะกับสาธารณชน และก้าวจากรันเวย์เข้าสู่ชีวิตจริง</p><p>Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน เข้าสู่ The Love City ในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026</p><h2>EVENT INFORMATION</h2><p>Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City</p><p>Date: 22–23 August 2026Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh CityPositioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลักAdmission: เข้าชมฟรีRegistration: vietnamweddingweek.vn</p><h3>Bridal Fashion Show 2026 – Special Appearances</h3><p>2PILLZMusic Producer for the Runway &amp; Special Performance</p><p>THƠM (Da LAB)Special Runway Performance – 22 August 2026</p><p>NAOMISpecial Runway Performance – 23 August 2026</p><h3>PROMOTIONAL PARTNERS</h3><p>Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์จาก Italian Atelier Asia-Pacific (IA) แพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ร่วมกับ CjC Marketing Agency เอเจนซีการตลาดในเวียดนามที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์สำหรับกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ โดยความร่วมมือนี้มีส่วนช่วยขยายการสื่อสารของงานและเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/c7dec009-ec0c-436d-8c33-0ae300477f03/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/118876ad-8f50-4898-9693-51b461cd9795/0dda1a81-fb6a-449f-87e2-ef12e8c35efc</guid>
      <pubDate>Wed, 19 Aug 2026 04:38:14 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Presents First Marriott Bonvoy Moment With an Unforgettable Night of Music and Stay Experience</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/76bfb84e-15a6-43dd-a0ae-0832a8381110</link>
      <description>Bangkok, Thailand – Get ready to turn up the energy with &lt;b&gt;&lt;i&gt;Live@Aloft &lt;/i&gt;&lt;/b&gt;as Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 invites Marriott Bonvoy members to bid for an exclusive One Night Experience with DJ Ironik on 11 September 2026.&lt;br/&gt;This one-of-a-kind Marriott Bonvoy Moments experience invites members to bid for an unforgettable night at Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11, combining a stay in one of the hotel&#39;s newly renovated Breezy Rooms with an exclusive music experience featuring internationally renowned DJ Ironik at W XYZ Bar.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a4f74673-dbdd-40eb-837a-988645cb33e8/public&#34; alt=&#34;W XYZ Bar&#34;/&gt;Bidding starts at just 20,000 Marriott Bonvoy Points, allowing members to transform their points into a memorable evening filled with live music, signature cocktails, and Aloft&#39;s vibrant social atmosphere.&lt;br/&gt;The winning bidder will enjoy a one-night stay in a newly renovated Breezy Room featuring panoramic views of Bangkok&#39;s dynamic skyline, plus breakfast for two at Crave Restaurant and a late check-out until 2:00 PM. The experience also includes an exclusive photo session with DJ Ironik, access to a special live performance at W XYZ Bar, and two Aloft Signature Cocktails per person.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/25cf5c13-4ec1-42b8-a6e8-9c31425a1d2f/public&#34; alt=&#34;Breezy Room&#34;/&gt;Bidding is open now through 24 August 2026. Marriott Bonvoy members are encouraged to place their bids early for the chance to experience an unforgettable night with DJ Ironik at Aloft Bangkok.&lt;br/&gt;Explore more:&amp;nbsp;https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445&lt;br/&gt;&lt;b&gt;On 11 September 2026&lt;/b&gt;, get ready to Stay, Sip and Feel the Beat as Live@Aloft brings together music, cocktails and a newly renovated stay experience for an evening designed to be anything but ordinary.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/72701048-88b0-4d21-9a47-a9f7614380e8/public&#34; alt=&#34;W XYZ Bar&#34;/&gt;Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 continues to bring its “Different. By Design.” spirit to life through Live@Aloft, connecting guests with music, creative experiences and Bangkok’s vibrant social scene.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ea375016-fc7d-47a4-933d-bb85369d7b07/public&#34; alt=&#34;Rooftop Swiming Pool&#34;/&gt;*Terms and conditions apply. Marriott Bonvoy membership and sufficient points are required to participate in the auction.&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Invites Marriott Bonvoy Members to Bid on an Exclusive Marriott Bonvoy Moments Experience Featuring DJ Ironik</p> <p>Bangkok, Thailand – Get ready to turn up the energy with <b><i>Live@Aloft </i></b>as Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 invites Marriott Bonvoy members to bid for an exclusive One Night Experience with DJ Ironik on 11 September 2026.</p><p>This one-of-a-kind Marriott Bonvoy Moments experience invites members to bid for an unforgettable night at Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11, combining a stay in one of the hotel's newly renovated Breezy Rooms with an exclusive music experience featuring internationally renowned DJ Ironik at W XYZ Bar.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a4f74673-dbdd-40eb-837a-988645cb33e8/public" alt="W XYZ Bar" /><p>Bidding starts at just 20,000 Marriott Bonvoy Points, allowing members to transform their points into a memorable evening filled with live music, signature cocktails, and Aloft's vibrant social atmosphere.</p><p>The winning bidder will enjoy a one-night stay in a newly renovated Breezy Room featuring panoramic views of Bangkok's dynamic skyline, plus breakfast for two at Crave Restaurant and a late check-out until 2:00 PM. The experience also includes an exclusive photo session with DJ Ironik, access to a special live performance at W XYZ Bar, and two Aloft Signature Cocktails per person.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/25cf5c13-4ec1-42b8-a6e8-9c31425a1d2f/public" alt="Breezy Room" /><p>Bidding is open now through 24 August 2026. Marriott Bonvoy members are encouraged to place their bids early for the chance to experience an unforgettable night with DJ Ironik at Aloft Bangkok.</p><p>Explore more:&nbsp;https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445</p><p><b>On 11 September 2026</b>, get ready to Stay, Sip and Feel the Beat as Live@Aloft brings together music, cocktails and a newly renovated stay experience for an evening designed to be anything but ordinary.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/72701048-88b0-4d21-9a47-a9f7614380e8/public" alt="W XYZ Bar" /><p>Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 continues to bring its “Different. By Design.” spirit to life through Live@Aloft, connecting guests with music, creative experiences and Bangkok’s vibrant social scene.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ea375016-fc7d-47a4-933d-bb85369d7b07/public" alt="Rooftop Swiming Pool" /><p>*Terms and conditions apply. Marriott Bonvoy membership and sufficient points are required to participate in the auction.</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/213c88ad-ac94-498f-9bff-6f113b041c2a/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/76bfb84e-15a6-43dd-a0ae-0832a8381110</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Aug 2026 04:04:04 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>เปิดประสบการณ์ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ครั้งแรกของ อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/d0748a32-f07e-4221-a134-b0f1c1ea58bc</link>
      <description>กรุงเทพฯ ประเทศไทย — เตรียมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับเสียงเพลงและบรรยากาศสุดไวบ์ในแบบ Live@Aloft เมื่อ อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เปิดโอกาสให้สมาชิก Marriott Bonvoy ร่วมประมูลประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ One Night Experience with DJ Ironik ในวันที่ 11 กันยายน 2569&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b7b1b4b0-6cf7-42d9-8b76-0be5d68476f5/public&#34; alt=&#34;W XYZ Bar&#34;/&gt;ผู้ชนะการประมูลจะได้สัมผัสค่ำคืนแห่งเสียงเพลงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดื่มด่ำประสบการณ์ทางดนตรีสุดพิเศษกับ DJ Ironik และลิ้มลองเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ ดับเบิ้ลยู เอ็กซ์วายซี บาร์ นอกจากนี้ยังรวมการเข้าพักในห้อง Breezy Room ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องพักที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา และอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ณ ห้องอาหารเครฟในวันถัดไป รวมถึงสามารถเช็คเอาท์ได้ถึงเวลา 14:00 น.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/555de49c-5bf4-49ea-bd04-78d8fbafea68/public&#34; alt=&#34;Breezy Room&#34;/&gt;สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถประมูลแพ็กเกจสุดพิเศษนี้ เริ่มต้นการประมูลที่ 20,000 Marriott Bonvoy Points เปิดโอกาสให้สมาชิกเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง เครื่องดื่ม และบรรยากาศสนุกสนานในแบบ live@aloft ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2569 ร่วมประมูลได้&lt;a href=&#34;https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445&#34;&gt;ที่นี่&lt;/a&gt; ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445 แขกทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมนี้จะได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำ ทั้งดนตรีที่ยอดเยี่ยมและสิทธิพิเศษที่จะได้พบปะกับศิลปินอย่างใกล้ชิด รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่คงอยู่ไปตลอดชีวิต&lt;br/&gt;เตรียมตัว Stay, Sip &amp;amp; Feel the Beat ไปกับ Live@Aloft ที่จะพาทุกคนมาสัมผัสการผสมผสานระหว่างเสียงเพลง ค็อกเทล และประสบการณ์การเข้าพักในห้องพักที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ ให้ค่ำคืนนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/aabd1922-08ea-4cc6-bb29-e4d9d6475faa/public&#34; alt=&#34;W XYZ Bar&#34;/&gt;อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ยังคงนำเสนอคอนเซ็ปต์ “Different. By Design.” ผ่าน Live@Aloft ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับเสียงเพลง ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์อันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพ&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6c3eff95-1b63-440b-a604-f8c0dd247b1d/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ชวนสมาชิก Marriott Bonvoy ร่วมประมูลประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัวประสบการณ์ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) กับ One Night Experience with DJ Ironik ในวันที่ 11 กันยายน 2569 ภายใต้กิจกรรม Live@Aloft 
</p> <p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย — เตรียมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับเสียงเพลงและบรรยากาศสุดไวบ์ในแบบ Live@Aloft เมื่อ อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เปิดโอกาสให้สมาชิก Marriott Bonvoy ร่วมประมูลประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ One Night Experience with DJ Ironik ในวันที่ 11 กันยายน 2569</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b7b1b4b0-6cf7-42d9-8b76-0be5d68476f5/public" alt="W XYZ Bar" /><p>ผู้ชนะการประมูลจะได้สัมผัสค่ำคืนแห่งเสียงเพลงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดื่มด่ำประสบการณ์ทางดนตรีสุดพิเศษกับ DJ Ironik และลิ้มลองเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ ดับเบิ้ลยู เอ็กซ์วายซี บาร์ นอกจากนี้ยังรวมการเข้าพักในห้อง Breezy Room ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องพักที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา และอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ณ ห้องอาหารเครฟในวันถัดไป รวมถึงสามารถเช็คเอาท์ได้ถึงเวลา 14:00 น.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/555de49c-5bf4-49ea-bd04-78d8fbafea68/public" alt="Breezy Room" /><p>สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถประมูลแพ็กเกจสุดพิเศษนี้ เริ่มต้นการประมูลที่ 20,000 Marriott Bonvoy Points เปิดโอกาสให้สมาชิกเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง เครื่องดื่ม และบรรยากาศสนุกสนานในแบบ live@aloft ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2569 ร่วมประมูลได้<a href="https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445">ที่นี่</a> ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&nbsp;https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445 แขกทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมนี้จะได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำ ทั้งดนตรีที่ยอดเยี่ยมและสิทธิพิเศษที่จะได้พบปะกับศิลปินอย่างใกล้ชิด รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่คงอยู่ไปตลอดชีวิต</p><p>เตรียมตัว Stay, Sip &amp; Feel the Beat ไปกับ Live@Aloft ที่จะพาทุกคนมาสัมผัสการผสมผสานระหว่างเสียงเพลง ค็อกเทล และประสบการณ์การเข้าพักในห้องพักที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ ให้ค่ำคืนนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/aabd1922-08ea-4cc6-bb29-e4d9d6475faa/public" alt="W XYZ Bar" /><p>อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ยังคงนำเสนอคอนเซ็ปต์ “Different. By Design.” ผ่าน Live@Aloft ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับเสียงเพลง ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์อันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพ</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6c3eff95-1b63-440b-a604-f8c0dd247b1d/public" alt="Image" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ba27b7e6-8bac-4003-934b-221551d5f5ca/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/d0748a32-f07e-4221-a134-b0f1c1ea58bc</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Aug 2026 03:46:35 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>นักร้อง-นักแต่งเพลง Seika Fukushima นักร้องเสียงใสที่คอยส่งกำลังใจให้ผู้คนที่กำลังพยายามผ่านบทเพลง เตรียมขึ้นแสดงในงาน “Bangkok Nihon Haku” เทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/21ab7343-6ceb-47ce-b843-7912e1b0b974/78ab0e47-f6cc-4696-a50d-60e181f66b9b</link>
      <description>นักร้อง-นักแต่งเพลง Seika Fukushima สังกัดบริษัท Peace Voice Entertainment Co., Ltd. มีกำหนดขึ้นแสดงในงาน Bangkok Nihon Haku เทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม 2026 โดยจะขึ้นแสดงบนเวทีในวันที่ 28 สิงหาคม (วันศุกร์) และ 29 สิงหาคม (วันเสาร์) รวม 2 วัน&lt;br/&gt;■ Seika Fukushima นักร้องและนักแต่งเพลงที่ได้รับความสนใจด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่นเยียวยาหัวใจผู้ฟังผสานกับซาวด์เจป็อปที่สดใสและมีพลัง เธอยังมีผลงานเพลงบัลลาดที่ถ่ายทอดอารมณ์และเข้าถึงความรู้สึกของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นศิลปินที่กำลังได้รับความสนใจในญี่ปุ่นในขณะนี้ เธอเริ่มวางจำหน่ายซีดีทั่วประเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้ปล่อยผลงานเพลงในรูปแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การแสดงในเทศกาลดนตรีต่างๆ รวมถึงการขึ้นแสดงสดบนเวที Zepp ซึ่งสะท้อนถึงผลงานและประสบการณ์ด้านการแสดงที่หลากหลายภายในประเทศ&lt;br/&gt;■ จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีมาจากกรีฑากับความตั้งใจในการส่งต่อ &#34;บทเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายาม&#34; จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีของเธอมาจากการเล่นกีฬาในช่วงวัยเรียน โดยเธอเล่นกรีฑามาเป็นเวลากว่า 10 ปี จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ที่เคยได้รับกำลังใจจากบทเพลงเชียร์ในช่วงเวลานั้น ทำให้เธอเกิดความตั้งใจว่า &#34;อยากสร้างบทเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายาม&#34; และนั่นกลายเป็นจุดเด่นของเธอในการสร้างสรรค์เพลงเจป็อปที่ให้ความรู้สึกสดใสและช่วยเติมพลังแก่ผู้ฟัง เธอกล่าวว่า &#34;ความฝันของฉันคือการได้ร้องเพลงธีมของการแข่งขันโอลิมปิก และจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในหลายประเทศทั่วโลก&#34;&lt;br/&gt;เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายกิจกรรมในต่างประเทศ เธอได้เริ่มผลิตเพลงต้นฉบับภาษาอังกฤษตั้งแต่ปีนี้ และมีแผนจัดการแสดงสดในหลายประเทศทั่วโลก&lt;br/&gt;ในชีวิตส่วนตัว เธอเป็นผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวต่างประเทศ และเคยเดินทางมาแล้วกว่า 23 ประเทศ โดยเธอกล่าวว่า &#34;จากนี้ไปก็อยากสัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลาย และส่งต่อบทเพลงของตัวเองไปยังผู้คนทั่วโลก&#34;&lt;br/&gt;■ เตรียมขึ้นแสดง 2 วันในงาน &#34;Bangkok Nihon Haku&#34; เทศกาลญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย&lt;br/&gt;งาน Bangkok Nihon Haku ที่ Seika Fukushima มีกำหนดเข้าร่วมในครั้งนี้ เป็นเทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน โดยเธอจะขึ้นแสดงบนเวทีในวันที่ 28 สิงหาคม (วันศุกร์) และ 29 สิงหาคม (วันเสาร์)&lt;br/&gt;เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงครั้งนี้ เธอได้เริ่มศึกษาภาษาไทยพร้อมทั้งเผยแพร่คอนเทนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยผ่าน TikTok อย่างต่อเนื่องและแสดงความตั้งใจที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆชาวไทย&lt;br/&gt;■ รายละเอียดการแสดง&lt;br/&gt;ชื่องาน: Bangkok Nihon Haku&lt;br/&gt;วันและเวลาแสดง : วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 18.45–19.00 น. เวที Second Stage&lt;br/&gt;วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 16.00–16.15 น. เวที Main Stage&lt;br/&gt;สถานที่จัดงาน: ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)&lt;br/&gt;เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน : https://nipponhaku.com/exhibition/&lt;br/&gt;■ ประวัติศิลปิน&lt;br/&gt;Seika Fukushima เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงจากเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เธอทุ่มเทให้กับกีฬากรีฑาเป็นเวลานาน 10 ปี จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ก่อนเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย เธอคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวด DAM Tomo Audition และได้รับเลือกให้ขับร้องเพลงประกอบอนิเมะ &#34;Tama &amp;amp; Friends – Uchi no Tama Shirimasenka?&#34; ต่อมาได้รับหน้าที่ขับร้องเพลงประกอบอนิเมะ &#34;Robocar Poli&#34; อีกด้วย&lt;br/&gt;ปัจจุบันเธอทำกิจกรรมทางดนตรีทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีฐานการทำงานหลักอยู่ที่กรุงโตเกียวและจังหวัดอิบารากิ ภายใต้แนวคิด &#34;คอนเสิร์ตที่สนุกและมอบกำลังใจให้ผู้ชมลุกขึ้นสู้ต่อในวันพรุ่งนี้&#34; พร้อมส่งต่อบทเพลงให้กำลังใจแก่ผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง&lt;br/&gt;ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เธอเข้าสังกัดบริษัท Peace Voice Entertainment Co., Ltd. และในปี 2026 มีกำหนดจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวทัวร์ &#34;Tsuioku no Photograph&#34;&lt;br/&gt;ผลงานเพลงของเธอสามารถรับฟังได้ผ่าน Spotify, Apple Music และแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงต่างๆ&lt;br/&gt;เว็บไซต์ทางการ: https://www.seikafukushima.jp/&lt;br/&gt;X (เดิม Twitter): https://twitter.com/SeikaMoka&lt;br/&gt;Instagram: https://www.instagram.com/seikamoka0623&lt;br/&gt;TikTok: https://www.tiktok.com/@seika0623&lt;br/&gt;Spotify: https://open.spotify.com/intl-ja/artist/2O7P0XQ4LFKHe51cmJWuae&lt;br/&gt;Apple Music: https://music.apple.com/jp/artist/福島清香/1522671042&lt;br/&gt;■ ถึงสื่อมวลชน (ขอเชิญเข้าร่วมสัมภาษณ์)&lt;br/&gt;สำหรับสื่อมวลชนที่ติดต่อเข้ามา ทางบริษัทจะจัดสรรเวลาให้สัมภาษณ์ Seika Fukushima ในช่วงการจัดงาน Bangkok Nihon Haku&lt;br/&gt;หากท่านประสงค์จะสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพ กรุณาติดต่อมายังช่องทางด้านล่าง&lt;br/&gt;■ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม&lt;br/&gt;บริษัท: TR MUSIC JAPAN Co., Ltd.&lt;br/&gt;ผู้ประสานงาน: Masahiro Tasaka&lt;br/&gt;โทรศัพท์: +852-6054-4393&lt;br/&gt;อีเมล: mtasaka@tr-hk.com.hk&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b5c9db3d-1daa-4ab0-89e2-a38131e94c7e/public&#34; alt=&#34;Seika Fukushima เติมพลังใจผ่านบทเพลงสดใส จากนักร้อง นักแต่งเพลงและนักเดินทางรอบโลก&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3421fe29-01f7-4b10-a90b-b064112f8a41/public&#34; alt=&#34;นิปปอนฮาคุ&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/c16a0c17-eb2e-43db-b2e7-758c0f8e3448/public&#34; alt=&#34;ประวัติศิลปิน&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/45cee403-f419-42f9-b2e5-8572d9ffa9d4/public&#34; alt=&#34;ประวัติศิลปิน&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>〜เตรียมขึ้นเวทีตลอด 2 วัน ระหว่างวันที่ 28–29 สิงหาคม พร้อมเดินหน้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจังด้วยการผลิตเพลงต้นฉบับภาษาอังกฤษ และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนในประเทศไทยร่วมสัมภาษณ์〜</p> <p>นักร้อง-นักแต่งเพลง Seika Fukushima สังกัดบริษัท Peace Voice Entertainment Co., Ltd. มีกำหนดขึ้นแสดงในงาน Bangkok Nihon Haku เทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม 2026 โดยจะขึ้นแสดงบนเวทีในวันที่ 28 สิงหาคม (วันศุกร์) และ 29 สิงหาคม (วันเสาร์) รวม 2 วัน</p><p>■ Seika Fukushima นักร้องและนักแต่งเพลงที่ได้รับความสนใจด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่นเยียวยาหัวใจผู้ฟังผสานกับซาวด์เจป็อปที่สดใสและมีพลัง เธอยังมีผลงานเพลงบัลลาดที่ถ่ายทอดอารมณ์และเข้าถึงความรู้สึกของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นศิลปินที่กำลังได้รับความสนใจในญี่ปุ่นในขณะนี้ เธอเริ่มวางจำหน่ายซีดีทั่วประเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้ปล่อยผลงานเพลงในรูปแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การแสดงในเทศกาลดนตรีต่างๆ รวมถึงการขึ้นแสดงสดบนเวที Zepp ซึ่งสะท้อนถึงผลงานและประสบการณ์ด้านการแสดงที่หลากหลายภายในประเทศ</p><p>■ จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีมาจากกรีฑากับความตั้งใจในการส่งต่อ "บทเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายาม" จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีของเธอมาจากการเล่นกีฬาในช่วงวัยเรียน โดยเธอเล่นกรีฑามาเป็นเวลากว่า 10 ปี จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ที่เคยได้รับกำลังใจจากบทเพลงเชียร์ในช่วงเวลานั้น ทำให้เธอเกิดความตั้งใจว่า "อยากสร้างบทเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายาม" และนั่นกลายเป็นจุดเด่นของเธอในการสร้างสรรค์เพลงเจป็อปที่ให้ความรู้สึกสดใสและช่วยเติมพลังแก่ผู้ฟัง เธอกล่าวว่า "ความฝันของฉันคือการได้ร้องเพลงธีมของการแข่งขันโอลิมปิก และจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในหลายประเทศทั่วโลก"</p><p>เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายกิจกรรมในต่างประเทศ เธอได้เริ่มผลิตเพลงต้นฉบับภาษาอังกฤษตั้งแต่ปีนี้ และมีแผนจัดการแสดงสดในหลายประเทศทั่วโลก</p><p>ในชีวิตส่วนตัว เธอเป็นผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวต่างประเทศ และเคยเดินทางมาแล้วกว่า 23 ประเทศ โดยเธอกล่าวว่า "จากนี้ไปก็อยากสัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลาย และส่งต่อบทเพลงของตัวเองไปยังผู้คนทั่วโลก"</p><p>■ เตรียมขึ้นแสดง 2 วันในงาน "Bangkok Nihon Haku" เทศกาลญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย</p><p>งาน Bangkok Nihon Haku ที่ Seika Fukushima มีกำหนดเข้าร่วมในครั้งนี้ เป็นเทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน โดยเธอจะขึ้นแสดงบนเวทีในวันที่ 28 สิงหาคม (วันศุกร์) และ 29 สิงหาคม (วันเสาร์)</p><p>เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงครั้งนี้ เธอได้เริ่มศึกษาภาษาไทยพร้อมทั้งเผยแพร่คอนเทนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยผ่าน TikTok อย่างต่อเนื่องและแสดงความตั้งใจที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆชาวไทย</p><p>■ รายละเอียดการแสดง</p><p>ชื่องาน: Bangkok Nihon Haku</p><p>วันและเวลาแสดง : วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 18.45–19.00 น. เวที Second Stage</p><p>วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 16.00–16.15 น. เวที Main Stage</p><p>สถานที่จัดงาน: ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)</p><p>เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน : https://nipponhaku.com/exhibition/</p><p>■ ประวัติศิลปิน</p><p>Seika Fukushima เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงจากเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เธอทุ่มเทให้กับกีฬากรีฑาเป็นเวลานาน 10 ปี จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ก่อนเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย เธอคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวด DAM Tomo Audition และได้รับเลือกให้ขับร้องเพลงประกอบอนิเมะ "Tama &amp; Friends – Uchi no Tama Shirimasenka?" ต่อมาได้รับหน้าที่ขับร้องเพลงประกอบอนิเมะ "Robocar Poli" อีกด้วย</p><p>ปัจจุบันเธอทำกิจกรรมทางดนตรีทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีฐานการทำงานหลักอยู่ที่กรุงโตเกียวและจังหวัดอิบารากิ ภายใต้แนวคิด "คอนเสิร์ตที่สนุกและมอบกำลังใจให้ผู้ชมลุกขึ้นสู้ต่อในวันพรุ่งนี้" พร้อมส่งต่อบทเพลงให้กำลังใจแก่ผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง</p><p>ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เธอเข้าสังกัดบริษัท Peace Voice Entertainment Co., Ltd. และในปี 2026 มีกำหนดจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวทัวร์ "Tsuioku no Photograph"</p><p>ผลงานเพลงของเธอสามารถรับฟังได้ผ่าน Spotify, Apple Music และแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงต่างๆ</p><p>เว็บไซต์ทางการ: https://www.seikafukushima.jp/</p><p>X (เดิม Twitter): https://twitter.com/SeikaMoka</p><p>Instagram: https://www.instagram.com/seikamoka0623</p><p>TikTok: https://www.tiktok.com/@seika0623</p><p>Spotify: https://open.spotify.com/intl-ja/artist/2O7P0XQ4LFKHe51cmJWuae</p><p>Apple Music: https://music.apple.com/jp/artist/福島清香/1522671042</p><p>■ ถึงสื่อมวลชน (ขอเชิญเข้าร่วมสัมภาษณ์)</p><p>สำหรับสื่อมวลชนที่ติดต่อเข้ามา ทางบริษัทจะจัดสรรเวลาให้สัมภาษณ์ Seika Fukushima ในช่วงการจัดงาน Bangkok Nihon Haku</p><p>หากท่านประสงค์จะสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพ กรุณาติดต่อมายังช่องทางด้านล่าง</p><p>■ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม</p><p>บริษัท: TR MUSIC JAPAN Co., Ltd.</p><p>ผู้ประสานงาน: Masahiro Tasaka</p><p>โทรศัพท์: +852-6054-4393</p><p>อีเมล: mtasaka@tr-hk.com.hk</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b5c9db3d-1daa-4ab0-89e2-a38131e94c7e/public" alt="Seika Fukushima เติมพลังใจผ่านบทเพลงสดใส จากนักร้อง นักแต่งเพลงและนักเดินทางรอบโลก" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3421fe29-01f7-4b10-a90b-b064112f8a41/public" alt="นิปปอนฮาคุ" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/c16a0c17-eb2e-43db-b2e7-758c0f8e3448/public" alt="ประวัติศิลปิน" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/45cee403-f419-42f9-b2e5-8572d9ffa9d4/public" alt="ประวัติศิลปิน" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e45b6412-c447-4d1f-b645-1c08e29f8e76/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/21ab7343-6ceb-47ce-b843-7912e1b0b974/78ab0e47-f6cc-4696-a50d-60e181f66b9b</guid>
      <pubDate>Wed, 12 Aug 2026 01:00:14 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Nestopa เดินหน้าสร้าง Property Ecosystem เชื่อมทุกภาคส่วนของตลาดอสังหาฯ</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/0897d54e-ccf9-412a-81a6-04550ce059ef/71bc64ca-3a11-419b-a556-e1df9c63c52b</link>
      <description>Nestopa ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจครั้งสำคัญ จาก&lt;a href=&#34;https://nestopa.com/th&#34;&gt;แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI&lt;/a&gt; สู่การเป็นผู้ให้บริการ Marketing Solution ด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การตลาด การสร้างความสัมพันธ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ และการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมอสังหาฯ เข้าด้วยกัน ก่อนที่งาน Nestopa Property Pulse Bangkok จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และกลับไปจัดที่จังหวัดภูเก็ตอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้&lt;br/&gt;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Nestopa ได้พัฒนาจากแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ สู่ธุรกิจที่ครอบคลุมบริการ Marketing Solution, งาน Property Expo และงาน Awards รางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้พัฒนาโครงการ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน และผู้ประกอบการในวงการ สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ สร้างแบรนด์ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล&lt;br/&gt;ปัจจุบัน Nestopa ดำเนินธุรกิจภายใต้ 4 กลุ่มบริการหลัก ได้แก่ AI-Powered Property Platform, Property Pulse Events, Nestopa Property Awards และ Property Marketing Solutions ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกันเพื่อสนับสนุนทุกมิติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่การค้นหาที่อยู่อาศัย การทำการตลาด การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ไปจนถึงการผลักดันมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/63f15fe6-8317-4d92-8e09-1efce9180eaa/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;i&gt;&#34;เป้าหมายตอนก่อตั้งบริษัทของเราคือการพยายามยกระดับประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ผ่านเทคโนโลยี แต่เมื่อ Nestopa เติบโต เราพบว่าอุตสาหกรรมนี้ต้องการมากกว่าแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่วงการต้องการคือการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้คน การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือระหว่างธุรกิจ และพื้นที่ที่สนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวงการอสังริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nestopa กำลังสร้าง”&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;ภัทราพร ธีรสถาพร&lt;br&gt;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Nestopa&lt;br/&gt;4 ธุรกิจหลัก เชื่อมทุกมิติของวงการอสังหาริมทรัพย์&lt;br/&gt;AI-Powered Property Platform ( Nestopa.com )&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4140231b-2533-4292-9932-c51af763d750/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;Nestopa พัฒนาแพลตฟอร์ม Nestopa.com Property Marketplace แห่งแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่า และนักลงทุน เพื่อให้สามารถค้นหาบ้าน คอนโด และและอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการได้สะดวกและแม่นยำ&lt;br/&gt;สำหรับผู้พัฒนาโครงการ นายหน้า และเจ้าของทรัพย์&amp;nbsp; แพลตฟอร์ม Nestopa ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการ&lt;a href=&#34;https://nestopa.com/th/sell&#34;&gt;ลงประกาศขาย-ให้เช่าอสังหาฯ &lt;/a&gt;ไม่ว่าจะเป็นระบบค้นหาอัจฉริยะ การรองรับการลงประกาศหลายภาษาและเครื่องมือช่วยเขียนรายละเอียดประกาศในหลายโทนภาษา&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ปัจจุบัน Nestopa.com มีจำนวนประกาศอสังหาฯ กว่า 200,000 ประกาศบนเว็บไซต์ที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมระบบ MAP Based Search ช่วยแสดงผล Listing ประกาศอสังหาฯ ตามตำแหน่งจริงบนแผนที่&lt;br/&gt;Property Expo (Nestopa Property Pulse)&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7813103e-77ea-424e-93f0-dde20a08499a/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;งาน &lt;a href=&#34;https://nestopa.com/th/nestopa-property-pulse&#34;&gt;Nestopa Property Pulse&lt;/a&gt; ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ถือเป็นงาน Property Expo และ งาน Networking ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและน่าจับตามอง&lt;br/&gt;ตลอดการจัดงานอีเวนต์ Property Pulse ที่ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ผู้พัฒนาโครงการมากกว่า 50 ราย และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์กว่า 150 บริษัท รวมถึงนักลงทุนจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ&lt;br/&gt;Nestopa Property Pulse จึงแตกต่างจากงาน Property Expo ทั่วไป เพราะเราสร้างพื้นที่และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางตลาด รับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และทำความรู้จักกันเพื่อสร้าง Connection ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว&lt;br/&gt;Nestopa Property Awards&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://nestopa.com/th/nestopa-thailand-property-awards&#34;&gt;Nestopa Property Awards&lt;/a&gt; คือ รางวัลที่มอบให้กับผู้พัฒนาโครงการ และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างผลงานที่โดดเด่นแก่วงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อยกย่องและสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวงการอสังริมทรัพย์ไทย&lt;br/&gt;Property Marketing Solutions&lt;br/&gt;นอกเหนือจากแพลตฟอร์มและงาน Exposition แล้ว Nestopa ยังให้บริการด้านการตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร โดยครอบคลุมถึงบริการ Performance Marketing Campaign อย่าง&lt;br/&gt;- &lt;a href=&#34;https://nestopa.com/th/real-estate-agent-websites&#34;&gt;บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์&lt;/a&gt;&lt;br&gt;-&amp;nbsp;&lt;a href=&#34;https://nestopa.com/th/seo&#34;&gt;บริการรับทำ SEO และ AI Search Optimization (GEO)&lt;/a&gt;&lt;br&gt;- บริการ Performance Campaign อื่น ๆ&lt;br&gt;- บริการ Branding &amp;amp; Creative Campaigns&lt;br/&gt;บริการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจถูกมองเห็นมากขึ้นบนช่องทางออนไลน์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;br/&gt;มุ่งขับเคลื่อนอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย&lt;br/&gt;Nestopa เชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมอสังหาฯ จะต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ นายหน้าอสังหาฯ นักลงทุน ผู้ซื้อ ไปจนถึงบริษัทกฎหมาย&lt;br/&gt;Nestopa จึงมุ่งสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และเติบโตไปพร้อมกัน&lt;br/&gt;&lt;i&gt;&#34;เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม การทำการตลาด การสร้างเครือข่ายผ่าน Property Pulse หรือการยกย่องผู้สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการผ่าน Nestopa Property Awards ทุกธุรกิจของ Nestopa ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างคุณค่าและผลักดันการเติบโตของวงการอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว&#34;&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;Kevin Speakman&lt;br&gt;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Nestopa&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/08282217-a9b6-47c3-b40c-8f8adc3b0f92/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&#xA;&#xA;ก้าวต่อไปของ Nestopa&lt;br/&gt;Nestopa เตรียมเดินหน้าต่อผ่านการจัดงาน Nestopa Property Pulse Bangkok ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และ Nestopa Property Pulse Phuket ครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคม&lt;br/&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังคงเดินทางต่อเนื่องในการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ขยายบริการด้านการตลาด และต่อยอดงาน Nestopa Property Awards เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>Nestopa เดินหน้าสู่การเป็น Property Ecosystem ครบวงจร จากแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่บริการที่ครอบคลุมทั้ง Nestopa.com, Property Expo, Awards และ Property Marketing Solutions เชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการ นายหน้า นักลงทุน และผู้ประกอบการ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย</p> <p>Nestopa ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจครั้งสำคัญ จาก<a href="https://nestopa.com/th">แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI</a> สู่การเป็นผู้ให้บริการ Marketing Solution ด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การตลาด การสร้างความสัมพันธ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ และการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมอสังหาฯ เข้าด้วยกัน ก่อนที่งาน Nestopa Property Pulse Bangkok จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และกลับไปจัดที่จังหวัดภูเก็ตอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้</p><p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Nestopa ได้พัฒนาจากแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ สู่ธุรกิจที่ครอบคลุมบริการ Marketing Solution, งาน Property Expo และงาน Awards รางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้พัฒนาโครงการ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน และผู้ประกอบการในวงการ สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ สร้างแบรนด์ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล</p><p>ปัจจุบัน Nestopa ดำเนินธุรกิจภายใต้ 4 กลุ่มบริการหลัก ได้แก่ AI-Powered Property Platform, Property Pulse Events, Nestopa Property Awards และ Property Marketing Solutions ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกันเพื่อสนับสนุนทุกมิติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่การค้นหาที่อยู่อาศัย การทำการตลาด การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ไปจนถึงการผลักดันมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/63f15fe6-8317-4d92-8e09-1efce9180eaa/public" alt="Image" /><p><i>"เป้าหมายตอนก่อตั้งบริษัทของเราคือการพยายามยกระดับประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ผ่านเทคโนโลยี แต่เมื่อ Nestopa เติบโต เราพบว่าอุตสาหกรรมนี้ต้องการมากกว่าแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่วงการต้องการคือการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้คน การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือระหว่างธุรกิจ และพื้นที่ที่สนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวงการอสังริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nestopa กำลังสร้าง”</i></p><p>ภัทราพร ธีรสถาพร<br>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Nestopa</p><h2>4 ธุรกิจหลัก เชื่อมทุกมิติของวงการอสังหาริมทรัพย์</h2><h3>AI-Powered Property Platform ( Nestopa.com )</h3><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4140231b-2533-4292-9932-c51af763d750/public" alt="Image" /><p>Nestopa พัฒนาแพลตฟอร์ม Nestopa.com Property Marketplace แห่งแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่า และนักลงทุน เพื่อให้สามารถค้นหาบ้าน คอนโด และและอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการได้สะดวกและแม่นยำ</p><p>สำหรับผู้พัฒนาโครงการ นายหน้า และเจ้าของทรัพย์&nbsp; แพลตฟอร์ม Nestopa ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการ<a href="https://nestopa.com/th/sell">ลงประกาศขาย-ให้เช่าอสังหาฯ </a>ไม่ว่าจะเป็นระบบค้นหาอัจฉริยะ การรองรับการลงประกาศหลายภาษาและเครื่องมือช่วยเขียนรายละเอียดประกาศในหลายโทนภาษา&nbsp;</p><p>ปัจจุบัน Nestopa.com มีจำนวนประกาศอสังหาฯ กว่า 200,000 ประกาศบนเว็บไซต์ที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมระบบ MAP Based Search ช่วยแสดงผล Listing ประกาศอสังหาฯ ตามตำแหน่งจริงบนแผนที่</p><h3>Property Expo (Nestopa Property Pulse)</h3><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7813103e-77ea-424e-93f0-dde20a08499a/public" alt="Image" /><p>งาน <a href="https://nestopa.com/th/nestopa-property-pulse">Nestopa Property Pulse</a> ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ถือเป็นงาน Property Expo และ งาน Networking ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและน่าจับตามอง</p><p>ตลอดการจัดงานอีเวนต์ Property Pulse ที่ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ผู้พัฒนาโครงการมากกว่า 50 ราย และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์กว่า 150 บริษัท รวมถึงนักลงทุนจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ</p><p>Nestopa Property Pulse จึงแตกต่างจากงาน Property Expo ทั่วไป เพราะเราสร้างพื้นที่และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางตลาด รับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และทำความรู้จักกันเพื่อสร้าง Connection ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว</p><h3>Nestopa Property Awards</h3><p><a href="https://nestopa.com/th/nestopa-thailand-property-awards">Nestopa Property Awards</a> คือ รางวัลที่มอบให้กับผู้พัฒนาโครงการ และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างผลงานที่โดดเด่นแก่วงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อยกย่องและสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวงการอสังริมทรัพย์ไทย</p><h3>Property Marketing Solutions</h3><p>นอกเหนือจากแพลตฟอร์มและงาน Exposition แล้ว Nestopa ยังให้บริการด้านการตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร โดยครอบคลุมถึงบริการ Performance Marketing Campaign อย่าง</p><p>- <a href="https://nestopa.com/th/real-estate-agent-websites">บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์</a><br>-&nbsp;<a href="https://nestopa.com/th/seo">บริการรับทำ SEO และ AI Search Optimization (GEO)</a><br>- บริการ Performance Campaign อื่น ๆ<br>- บริการ Branding &amp; Creative Campaigns</p><p>บริการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจถูกมองเห็นมากขึ้นบนช่องทางออนไลน์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</p><h2>มุ่งขับเคลื่อนอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย</h2><p>Nestopa เชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมอสังหาฯ จะต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ นายหน้าอสังหาฯ นักลงทุน ผู้ซื้อ ไปจนถึงบริษัทกฎหมาย</p><p>Nestopa จึงมุ่งสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และเติบโตไปพร้อมกัน</p><p><i>"เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม การทำการตลาด การสร้างเครือข่ายผ่าน Property Pulse หรือการยกย่องผู้สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการผ่าน Nestopa Property Awards ทุกธุรกิจของ Nestopa ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างคุณค่าและผลักดันการเติบโตของวงการอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว"</i></p><p>Kevin Speakman<br>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Nestopa</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/08282217-a9b6-47c3-b40c-8f8adc3b0f92/public" alt="Image" /><h2>

ก้าวต่อไปของ Nestopa</h2><p>Nestopa เตรียมเดินหน้าต่อผ่านการจัดงาน Nestopa Property Pulse Bangkok ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และ Nestopa Property Pulse Phuket ครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคม</p><p>ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังคงเดินทางต่อเนื่องในการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ขยายบริการด้านการตลาด และต่อยอดงาน Nestopa Property Awards เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/01b56df8-fec4-4916-bcb3-0b6e7d13ba69/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/0897d54e-ccf9-412a-81a6-04550ce059ef/71bc64ca-3a11-419b-a556-e1df9c63c52b</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 07:24:26 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>RevComm ระดมทุนซีรีส์ B รอบแรกมูลค่า 3.35 พันล้านเยน (ประมาณ 20.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดันยอดระดมทุนสะสมแตะ 8.6 พันล้านเยน (ประมาณ 52.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/34031305-aea2-11ed-8d1a-0a58a9feac02/3029ad69-68b7-49e7-906d-c96aca424c61</link>
      <description>บริษัท &lt;a href=&#34;http://miitel.id&#34;&gt;RevComm Inc.&lt;/a&gt; (สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น; กรรมการผู้แทน: Takeshi Aida) ประกาศปิดการระดมทุนซีรีส์ B รอบแรกสำเร็จ โดยได้รับเงินทุนรวม 3.35 พันล้านเยน (ประมาณ 20.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการระดมทุนทั้งในรูปแบบตราสารทุน (Equity) และตราสารหนี้ (Debt) การระดมทุนครั้งนี้ส่งผลให้ยอดเงินทุนสะสมทั้งหมดของ RevComm เพิ่มขึ้นเป็น 8.6 พันล้านเยน (ประมาณ 52.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยบริษัทจะนำเงินทุนดังกล่าวไปใช้เร่งการนำ AI Agent มาใช้งาน และเปลี่ยนข้อมูลการสนทนาทางธุรกิจขององค์กรให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์&lt;br/&gt;ผู้นำการลงทุนในรอบนี้คือ SMBC-GB Growth I Investment Limited Partnership ซึ่งบริหารร่วมกันโดย Global Brain Corporation (สำนักงานใหญ่: เขตชิบุยะ กรุงโตเกียว; ประธานและกรรมการผู้แทน: Yasuhiko Yurimoto) และ SMBC Edge Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตชูโอ กรุงโตเกียว; กรรมการผู้แทน: Hiroaki Yoshikawa) โดยมีเป้าหมายเพื่อลงทุนอย่างจริงจังในสตาร์ทอัพที่กำลังสร้างธุรกิจแห่งอนาคต นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ WiL, KDDI Open Innovation Fund III, Shinsei Venture Partners I investment limited partnership และ Salesforce Ventures ซึ่งเคยลงทุนผ่านสิทธิซื้อหุ้น (Stock Acquisition Rights) ในรอบ Pre-Series B ก็ได้เข้าร่วมลงทุนในการปิดรอบแรกของซีรีส์ B ครั้งนี้ด้วย เมื่อรวมกับเงินกู้จากธนาคาร Bank of Fukuoka, Ltd. และ Startup Debt Fund Ⅱ Investment Limited Partnership ตลอดจนวงเงินกู้อื่น ๆ ที่ได้รับทั้งก่อนและหลังรอบนี้ ทำให้ยอดเงินทุนที่ระดมได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.35 พันล้านเยน นับเป็นการประกาศระดมทุนต่อสาธารณะครั้งแรกของ RevComm ในรอบประมาณ 2 ปี นับตั้งแต่รอบ Pre-Series B เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งระดมทุนได้ 1.58 พันล้านเยน เมื่อรวมทั้งเงินทุนในรูปแบบตราสารทุนและตราสารหนี้ ยอดเงินทุนสะสมทั้งหมดของ RevComm ในปัจจุบันอยู่ที่ 8.6 พันล้านเยน&lt;br/&gt;เงินทุนที่ได้รับจะถูกนำไปใช้เพื่อเร่งการนำ AI Agent มาใช้งาน เสริมสร้างรากฐานเพื่อผลักดันให้ Voice AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดของโซลูชัน Voice AI ของ RevComm อย่าง MiiTel ซึ่งครอบคลุมทั้ง MiiTel Phone, MiiTel Call Center, MiiTel Meetings, MiiTel RecPod และ MiiTel for Retail รวมถึงโซลูชัน Generative AI อย่าง MiiTel Synapse นอกจากนี้ เงินทุนดังกล่าวยังจะสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเร่งการพัฒนาบริการใหม่ ๆ การขยายธุรกิจสู่ระดับโลก และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในศักยภาพขององค์กร&lt;br/&gt;ด้วยพันธกิจ “ปฏิรูปการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนคำนึงถึงกันและกัน” RevComm จะยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณค่าที่ส่งมอบผ่าน MiiTel และมีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจต่อไป&lt;br/&gt;รายชื่อนักลงทุนในการปิดรอบแรกของการระดมทุนซีรีส์ B&lt;br/&gt;นักลงทุนประเภทตราสารทุน (Equity Investors)&lt;br/&gt;- SMBC-GB Growth I Investment Limited Partnership (ผู้นำการลงทุน)&lt;br/&gt;- WiL&lt;br/&gt;- KDDI Open Innovation Fund III&lt;br/&gt;- Shinsei Venture Partners I investment limited partnership&lt;br/&gt;- Salesforce Ventures&lt;br/&gt;ผู้ให้บริการสินเชื่อ (Debt Financing Providers)&lt;br/&gt;- The Bank of Fukuoka, Ltd.&lt;br/&gt;- Startup Debt Fund Ⅱ Investment Limited Partnership&lt;br/&gt;- และอื่น ๆ&lt;br/&gt;คำกล่าวจาก Takeshi Aida กรรมการผู้แทน (Representative Director) บริษัท RevComm Inc.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e8c45e49-2640-43b7-8999-54644c3565b1/public&#34; alt=&#34;Takeshi Aida กรรมการผู้แทน/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท RevComm Inc.&#34;/&gt;นับตั้งแต่การระดมทุนซีรีส์ A ในปี 2020 เรามีความเชื่อมาโดยตลอดว่า ในแง่ของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน (Capital Efficiency) สิ่งสำคัญคือการรักษากลยุทธ์ทางการเงินที่ไม่พึ่งพาการระดมทุนผ่านตราสารทุนมากจนเกินไป โดยเราดำเนินธุรกิจด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเงินกู้เป็นหลักมาโดยตลอด การระดมทุนซีรีส์ B ครั้งนี้จึงถือเป็นการระดมทุนผ่านตราสารทุนครั้งแรกในรอบ 6 ปีเต็มของเรา จากนี้ไป เราจะยังคงปรับสมดุลงบดุลของบริษัทโดยคำนึงถึงต้นทุนทางการเงินถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) และบนพื้นฐานของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เราจะเดินหน้าลงทุนอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้ถึงขีดสุด&lt;br/&gt;ด้วยเงินทุนในครั้งนี้ เราจะเร่งดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเปลี่ยนข้อมูลการสนทนาให้กลายเป็นสินทรัพย์อันมีค่าผ่านการนำไปใช้งานข้ามแผนกต่าง ๆ การเดินหน้าพัฒนา Voice AI Agent แบบอัตโนมัติที่สามารถดำเนินกระบวนการทางธุรกิจได้ด้วยตนเอง ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งด้านการสนับสนุนการนำไปใช้งานจริงผ่านการขยายบริการที่ปรึกษามืออาชีพ (Professional Services) ของเรา&lt;br/&gt;เนื่องจากธุรกิจของเรายังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง RevComm จึงอยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครพนักงานอย่างจริงจังในทุกส่วนงานของบริษัท พวกเราทุกคนที่ RevComm ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้พบกับผู้ที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน และปรารถนาจะร่วมเดินทางไปกับเราในการแก้ไขปัญหาสังคมผ่าน Voice AI&lt;br/&gt;ด้วยพันธกิจ “ปฏิรูปการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนคำนึงถึงกันและกัน” พวกเราทั้งบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ขึ้นให้แก่ผู้คนในวงกว้างมากขึ้น และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับการสนับสนุนและคำแนะนำที่มีมาโดยตลอด&lt;br/&gt;การขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย&lt;br/&gt;หลังจากประสบความสำเร็จในการก่อตั้งธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย &lt;a href=&#34;http://miitel.id&#34;&gt;RevComm&lt;/a&gt; กำลังขยายแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้าสู่ประเทศไทย โดยนำเสนอฟีเจอร์การถอดเสียงเป็นข้อความภาษาไทยโดยตรง การวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) และระบบโค้ชชิ่งการสนทนาทางโทรศัพท์อัตโนมัติ สำหรับลูกค้าองค์กรและ SMB การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการขยายการดำเนินธุรกิจของ RevComm ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนำเสนอแพลตฟอร์ม Voice AI ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับภาษาไทยให้แก่องค์กรธุรกิจในประเทศไทย&lt;br/&gt;ด้วยการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ MiiTel จึงมาพร้อมความสามารถในการถอดเสียงภาษาไทยโดยตรง ควบคู่ไปกับการสรุปบทสนทนาอัตโนมัติ การรับรู้อารมณ์และความรู้สึก และการประเมินคุณภาพการสนทนาด้วยความช่วยเหลือของ AI ซึ่งจะช่วยให้คอลเซ็นเตอร์ ทีมขาย และฝ่ายบริการลูกค้าในประเทศไทย สามารถเปลี่ยนบทสนทนาทางโทรศัพท์และการประชุมในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ต่อยอดได้จริง&lt;br/&gt;“ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และข้อมูลเสียงภาษาไทยยังเป็นพื้นที่ที่เครื่องมือสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้าไม่ถึงมากนัก” Genta Matsui ผู้จัดการบัญชีลูกค้า (Associate Account Manager) ของ &lt;a href=&#34;http://miitel.id&#34;&gt;RevComm&lt;/a&gt; ผู้ดูแลตลาดประเทศไทย กล่าว “ด้วยการนำระบบถอดเสียงและการวิเคราะห์ภาษาไทยที่แม่นยำมาสู่ MiiTel เราต้องการช่วยให้ธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน การผลิต ค้าปลีก ไปจนถึงการบริการและการโรงแรม สามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พัฒนาทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรศัพท์แบบเดิมให้ทันสมัยโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด”&lt;br/&gt;ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา RevComm ได้เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรระบบ (System Integrators) ทั้งในประเทศและที่มีเครือข่ายญี่ปุ่น บริษัท BPO และลูกค้าองค์กรทั่วประเทศไทย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการผสานรวม MiiTel เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรศัพท์แบบ On-Premises ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบตู้สาขาโทรศัพท์ (PBX) แบบเดิม นอกจากนี้ RevComm ยังได้เข้าร่วมงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) และธนาคาร MUFG เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทได้เชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน พันธมิตร และลูกค้าที่มีศักยภาพในภูมิภาค ทั้งจากประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย&lt;br/&gt;การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจของ RevComm เข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทได้ก่อตั้งบริษัทลูกในพื้นที่คือ &lt;a href=&#34;http://miitel.id&#34;&gt;PT RevComm APAC Indonesia&lt;/a&gt; ขึ้นในปี 2023 หลังจากเริ่มให้บริการ MiiTel ในประเทศดังกล่าวตั้งแต่ปี 2021 โดย RevComm มีแผนที่จะนำบทเรียนจากโมเดลการเข้าสู่ตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรอย่างระบบ System Integrators และบริษัท BPO มาปรับใช้ในการขยายธุรกิจในประเทศไทยต่อไป&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>บริษัท <a href="http://miitel.id">RevComm Inc.</a> (สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น; กรรมการผู้แทน: Takeshi Aida) ประกาศปิดการระดมทุนซีรีส์ B รอบแรกสำเร็จ โดยได้รับเงินทุนรวม 3.35 พันล้านเยน (ประมาณ 20.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการระดมทุนทั้งในรูปแบบตราสารทุน (Equity) และตราสารหนี้ (Debt) การระดมทุนครั้งนี้ส่งผลให้ยอดเงินทุนสะสมทั้งหมดของ RevComm เพิ่มขึ้นเป็น 8.6 พันล้านเยน (ประมาณ 52.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยบริษัทจะนำเงินทุนดังกล่าวไปใช้เร่งการนำ AI Agent มาใช้งาน และเปลี่ยนข้อมูลการสนทนาทางธุรกิจขององค์กรให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์</p><p>ผู้นำการลงทุนในรอบนี้คือ SMBC-GB Growth I Investment Limited Partnership ซึ่งบริหารร่วมกันโดย Global Brain Corporation (สำนักงานใหญ่: เขตชิบุยะ กรุงโตเกียว; ประธานและกรรมการผู้แทน: Yasuhiko Yurimoto) และ SMBC Edge Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตชูโอ กรุงโตเกียว; กรรมการผู้แทน: Hiroaki Yoshikawa) โดยมีเป้าหมายเพื่อลงทุนอย่างจริงจังในสตาร์ทอัพที่กำลังสร้างธุรกิจแห่งอนาคต นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ WiL, KDDI Open Innovation Fund III, Shinsei Venture Partners I investment limited partnership และ Salesforce Ventures ซึ่งเคยลงทุนผ่านสิทธิซื้อหุ้น (Stock Acquisition Rights) ในรอบ Pre-Series B ก็ได้เข้าร่วมลงทุนในการปิดรอบแรกของซีรีส์ B ครั้งนี้ด้วย เมื่อรวมกับเงินกู้จากธนาคาร Bank of Fukuoka, Ltd. และ Startup Debt Fund Ⅱ Investment Limited Partnership ตลอดจนวงเงินกู้อื่น ๆ ที่ได้รับทั้งก่อนและหลังรอบนี้ ทำให้ยอดเงินทุนที่ระดมได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.35 พันล้านเยน นับเป็นการประกาศระดมทุนต่อสาธารณะครั้งแรกของ RevComm ในรอบประมาณ 2 ปี นับตั้งแต่รอบ Pre-Series B เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งระดมทุนได้ 1.58 พันล้านเยน เมื่อรวมทั้งเงินทุนในรูปแบบตราสารทุนและตราสารหนี้ ยอดเงินทุนสะสมทั้งหมดของ RevComm ในปัจจุบันอยู่ที่ 8.6 พันล้านเยน</p><p>เงินทุนที่ได้รับจะถูกนำไปใช้เพื่อเร่งการนำ AI Agent มาใช้งาน เสริมสร้างรากฐานเพื่อผลักดันให้ Voice AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดของโซลูชัน Voice AI ของ RevComm อย่าง MiiTel ซึ่งครอบคลุมทั้ง MiiTel Phone, MiiTel Call Center, MiiTel Meetings, MiiTel RecPod และ MiiTel for Retail รวมถึงโซลูชัน Generative AI อย่าง MiiTel Synapse นอกจากนี้ เงินทุนดังกล่าวยังจะสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเร่งการพัฒนาบริการใหม่ ๆ การขยายธุรกิจสู่ระดับโลก และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในศักยภาพขององค์กร</p><p>ด้วยพันธกิจ “ปฏิรูปการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนคำนึงถึงกันและกัน” RevComm จะยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณค่าที่ส่งมอบผ่าน MiiTel และมีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจต่อไป</p><p>รายชื่อนักลงทุนในการปิดรอบแรกของการระดมทุนซีรีส์ B</p><p>นักลงทุนประเภทตราสารทุน (Equity Investors)</p><p>- SMBC-GB Growth I Investment Limited Partnership (ผู้นำการลงทุน)</p><p>- WiL</p><p>- KDDI Open Innovation Fund III</p><p>- Shinsei Venture Partners I investment limited partnership</p><p>- Salesforce Ventures</p><p>ผู้ให้บริการสินเชื่อ (Debt Financing Providers)</p><p>- The Bank of Fukuoka, Ltd.</p><p>- Startup Debt Fund Ⅱ Investment Limited Partnership</p><p>- และอื่น ๆ</p><h2>คำกล่าวจาก Takeshi Aida กรรมการผู้แทน (Representative Director) บริษัท RevComm Inc.</h2><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e8c45e49-2640-43b7-8999-54644c3565b1/public" alt="Takeshi Aida กรรมการผู้แทน/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท RevComm Inc." /><p>นับตั้งแต่การระดมทุนซีรีส์ A ในปี 2020 เรามีความเชื่อมาโดยตลอดว่า ในแง่ของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน (Capital Efficiency) สิ่งสำคัญคือการรักษากลยุทธ์ทางการเงินที่ไม่พึ่งพาการระดมทุนผ่านตราสารทุนมากจนเกินไป โดยเราดำเนินธุรกิจด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเงินกู้เป็นหลักมาโดยตลอด การระดมทุนซีรีส์ B ครั้งนี้จึงถือเป็นการระดมทุนผ่านตราสารทุนครั้งแรกในรอบ 6 ปีเต็มของเรา จากนี้ไป เราจะยังคงปรับสมดุลงบดุลของบริษัทโดยคำนึงถึงต้นทุนทางการเงินถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) และบนพื้นฐานของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เราจะเดินหน้าลงทุนอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้ถึงขีดสุด</p><p>ด้วยเงินทุนในครั้งนี้ เราจะเร่งดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเปลี่ยนข้อมูลการสนทนาให้กลายเป็นสินทรัพย์อันมีค่าผ่านการนำไปใช้งานข้ามแผนกต่าง ๆ การเดินหน้าพัฒนา Voice AI Agent แบบอัตโนมัติที่สามารถดำเนินกระบวนการทางธุรกิจได้ด้วยตนเอง ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งด้านการสนับสนุนการนำไปใช้งานจริงผ่านการขยายบริการที่ปรึกษามืออาชีพ (Professional Services) ของเรา</p><p>เนื่องจากธุรกิจของเรายังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง RevComm จึงอยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครพนักงานอย่างจริงจังในทุกส่วนงานของบริษัท พวกเราทุกคนที่ RevComm ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้พบกับผู้ที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน และปรารถนาจะร่วมเดินทางไปกับเราในการแก้ไขปัญหาสังคมผ่าน Voice AI</p><p>ด้วยพันธกิจ “ปฏิรูปการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนคำนึงถึงกันและกัน” พวกเราทั้งบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ขึ้นให้แก่ผู้คนในวงกว้างมากขึ้น และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับการสนับสนุนและคำแนะนำที่มีมาโดยตลอด</p><h2>การขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย</h2><p>หลังจากประสบความสำเร็จในการก่อตั้งธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย <a href="http://miitel.id">RevComm</a> กำลังขยายแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้าสู่ประเทศไทย โดยนำเสนอฟีเจอร์การถอดเสียงเป็นข้อความภาษาไทยโดยตรง การวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) และระบบโค้ชชิ่งการสนทนาทางโทรศัพท์อัตโนมัติ สำหรับลูกค้าองค์กรและ SMB การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการขยายการดำเนินธุรกิจของ RevComm ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนำเสนอแพลตฟอร์ม Voice AI ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับภาษาไทยให้แก่องค์กรธุรกิจในประเทศไทย</p><p>ด้วยการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ MiiTel จึงมาพร้อมความสามารถในการถอดเสียงภาษาไทยโดยตรง ควบคู่ไปกับการสรุปบทสนทนาอัตโนมัติ การรับรู้อารมณ์และความรู้สึก และการประเมินคุณภาพการสนทนาด้วยความช่วยเหลือของ AI ซึ่งจะช่วยให้คอลเซ็นเตอร์ ทีมขาย และฝ่ายบริการลูกค้าในประเทศไทย สามารถเปลี่ยนบทสนทนาทางโทรศัพท์และการประชุมในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ต่อยอดได้จริง</p><p>“ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และข้อมูลเสียงภาษาไทยยังเป็นพื้นที่ที่เครื่องมือสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้าไม่ถึงมากนัก” Genta Matsui ผู้จัดการบัญชีลูกค้า (Associate Account Manager) ของ <a href="http://miitel.id">RevComm</a> ผู้ดูแลตลาดประเทศไทย กล่าว “ด้วยการนำระบบถอดเสียงและการวิเคราะห์ภาษาไทยที่แม่นยำมาสู่ MiiTel เราต้องการช่วยให้ธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน การผลิต ค้าปลีก ไปจนถึงการบริการและการโรงแรม สามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พัฒนาทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรศัพท์แบบเดิมให้ทันสมัยโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด”</p><p>ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา RevComm ได้เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรระบบ (System Integrators) ทั้งในประเทศและที่มีเครือข่ายญี่ปุ่น บริษัท BPO และลูกค้าองค์กรทั่วประเทศไทย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการผสานรวม MiiTel เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรศัพท์แบบ On-Premises ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบตู้สาขาโทรศัพท์ (PBX) แบบเดิม นอกจากนี้ RevComm ยังได้เข้าร่วมงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) และธนาคาร MUFG เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทได้เชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน พันธมิตร และลูกค้าที่มีศักยภาพในภูมิภาค ทั้งจากประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย</p><p>การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจของ RevComm เข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทได้ก่อตั้งบริษัทลูกในพื้นที่คือ <a href="http://miitel.id">PT RevComm APAC Indonesia</a> ขึ้นในปี 2023 หลังจากเริ่มให้บริการ MiiTel ในประเทศดังกล่าวตั้งแต่ปี 2021 โดย RevComm มีแผนที่จะนำบทเรียนจากโมเดลการเข้าสู่ตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรอย่างระบบ System Integrators และบริษัท BPO มาปรับใช้ในการขยายธุรกิจในประเทศไทยต่อไป</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/49cf6e8d-5e1a-4389-bc60-7f680ed337a1/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/34031305-aea2-11ed-8d1a-0a58a9feac02/3029ad69-68b7-49e7-906d-c96aca424c61</guid>
      <pubDate>Mon, 10 Aug 2026 10:13:48 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>[เปิดให้บริการวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม] แลนด์มาร์กแห่งใหม่ถือกำเนิดขึ้นที่ย่านชายามาจิ อูเมดะ โอซากา! “Alpen OSAKA” ร้านกีฬาเรือธงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก รองรับการซื้อสินค้าปลอดภาษี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/91011446-b513-42dd-b07a-7c7dd8df817d/4eab735f-eca0-44b8-a8c3-655af79ce4a3</link>
      <description>&lt;b&gt;ชั้นกอล์ฟ&#xA;(ชั้น B1&lt;/b&gt;&lt;b&gt;・&lt;/b&gt;&lt;b&gt;B2)&#xA;― ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก รวมอุปกรณ์ที่นำเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและไม้กอล์ฟลิมิเต็ดระดับโลก&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เปิดตัวมุม&#xA;“GOLF5 PRESTIGE” เป็นครั้งแรกในโอซากา&#xA;รวบรวมไม้กอล์ฟระดับไฮเอนด์และสินค้ารุ่นจำกัดที่ร้านกอล์ฟทั่วไปมีจำหน่ายไม่มากนัก&#xA;พร้อมบริการฟิตติ้งเฉพาะบุคคลขั้นสูงโดยช่างฟิตติ้งผู้ชำนาญ&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;อุปกรณ์ฟิตติ้งล่าสุด&#xA;ครั้งแรกในญี่ปุ่นและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ: &lt;/b&gt;นอกจาก&#xA;TaylorMade Fitting Base แล้ว ยังมีการฟิตติ้งก้านไม้ด้วย “M-Tracer” ของ Epson&#xA;และเครื่องมือฟิตติ้งของ Odyssey ที่นำเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก พร้อมประสบการณ์ทดลองตีพร้อมปรับองศาลอฟท์และไลของพัตเตอร์&#xA;บริการพัตเตอร์แบบ uncut ที่รับได้ภายในวันเดียวกัน การฟิตติ้งพัตเตอร์ด้วย “SAM&#xA;PuttLab” และไม้ทดลองตีสำหรับผู้ถนัดซ้ายที่มีให้เลือกมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ไม้กอล์ฟหายากสุดพิเศษ&#xA;เฉพาะที่ Alpen OSAKA: &lt;/b&gt;เพื่อฉลองการเปิดร้าน&#xA;ทางร้านนำเสนอสินค้าหายากที่แทบไม่มีโอกาสพบในต่างประเทศ อาทิ “HONMA Fuji 99”&#xA;ที่ผลิตเพียง 20 เซ็ตทั่วโลก (ไม่มีวางจำหน่ายตามช่องทางปกติในญี่ปุ่น)&#xA;และรุ่นที่ติดตั้งก้าน “Callaway QUANTUM” จำนวนจำกัด เป็นมุมที่อยากเชิญชวนแฟนกอล์ฟจากทั่วโลกซึ่งกำลังตามหาไม้กอล์ฟที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ไม้กอล์ฟมือสองกว่า 5,000 ก้าน&#xA;มากที่สุดแห่งหนึ่งในคันไซ: &lt;/b&gt;ทดลองตีได้ทุกก้าน&#xA;พร้อมช่องทดลองตีแบบพิเศษที่ติดตั้งเครื่องวัดรุ่นล่าสุด “Detect”&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ช่างฟิตติ้งที่ได้รับการรับรองจาก&#xA;7 แบรนด์ประจำร้าน: &lt;/b&gt;นอกจากช่างฟิตติ้งที่ได้รับการรับรองจาก&#xA;PING, TaylorMade, Callaway, Dunlop, Mizuno, ONOFF และ MAJESTY แล้ว&#xA;ยังมีช่างฟิตติ้งหญิงและช่างฟิตติ้งเฉพาะทางด้านไม้มือสองประจำอยู่&#xA;เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ชั้นวิ่ง&#xA;(ชั้น 1) ― บรรยากาศเสมือนลู่กรีฑาจริง ผสานเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุด&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;พื้นของพื้นที่ขายใช้วัสดุปูพื้นชนิดเดียวกับสนามกรีฑาจริง&#xA;(Yanmar Stadium Nagai) จำลองความรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่บนลู่วิ่งของจริง ส่วนจอ&#xA;LED ขนาดใหญ่สูง 2 เมตร ยาว 53.5 เมตร&#xA;ถ่ายทอดภาพอันทรงพลังพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีรองเท้ารุ่นล่าสุด&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งตัวจริงประจำร้าน:&#xA;&lt;/b&gt;พนักงาน 3 คนที่มีผลงานการแข่งขันระดับประเทศ&#xA;คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนการวิ่งของลูกค้า&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;เครื่องวัดรูปเท้า 3 มิติ “My&#xA;Foot Craft”: &lt;/b&gt;วัดลักษณะเท้าแบบสามมิติได้อย่างแม่นยำ&#xA;และแนะนำ “รองเท้าคู่ที่ใช่” หรือแผ่นรองในรองเท้าแบบสั่งทำ&#xA;จากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;สินค้าหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซ:&#xA;&lt;/b&gt;รองเท้าและเสื้อผ้ากว่า 5,200 ชิ้น จาก 18&#xA;แบรนด์ มากกว่า 470 รหัสสินค้า รวมถึง On และ ASICS พร้อมรุ่นยอดนิยมอย่าง “On&#xA;Cloudmonster 3 Hyper” และ “HOKA Clifton Pro”&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;สินค้าพิเศษเฉพาะ Alpen OSAKA:&#xA;&lt;/b&gt;เสื้อยืดรุ่นลิมิเต็ดธีมโอซากาจากแบรนด์การาจ&#xA;“Mountain Martial Arts” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นที่ระลึกของการเดินทางในญี่ปุ่น&lt;br/&gt;&lt;b&gt;รองรับการซื้อสินค้าปลอดภาษี&#xA;(Tax-Free) นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงมั่นใจได้&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;“Alpen&#xA;OSAKA” มีเคาน์เตอร์ปลอดภาษีไว้บริการอย่างครบครัน&#xA;ลูกค้าจึงช้อปปิ้งได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลกับขั้นตอนระหว่างการเดินทาง&#xA;การเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสมรรถนะสูงที่ใส่ใจคุณภาพ&#xA;ทั้งไม้กอล์ฟและรองเท้าวิ่งที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีของญี่ปุ่น&#xA;ในราคาปลอดภาษีได้ในคราวเดียว ถือเป็นความสนุกที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่น&#xA;ขอเชิญแวะมาเยี่ยมชมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวโอซากา&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ห้ามพลาดชั้นเอาต์ดอร์และเทรกกิงที่กำลังเป็นที่พูดถึง&#xA;(ชั้น 4)&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;แบรนด์ของบริษัทเอง&#xA;“Alpen Mountains” เปิดตัวใหม่ที่นี่ เพื่อฉลองการกำเนิดของแบรนด์&#xA;จะมีการวางจำหน่าย “Trekking Bag 35 with Dyneema®” ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100&#xA;ใบทั่วโลก&#xA;พร้อมด้วยเสื้อผ้าสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพภูเขาที่ร้อนชื้นของญี่ปุ่น&#xA;นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ยอดนิยมอย่าง The North Face, Columbia และ Mammut&#xA;ให้เลือกอย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การปีนเขาแบบจริงจังไปจนถึงการใช้งานในเมือง&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ชั้นฟุตบอลและบาสเกตบอลก็ครบครันไม่แพ้กัน&#xA;(ชั้น 2&lt;/b&gt;&lt;b&gt;・&lt;/b&gt;&lt;b&gt;3)&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;มุมฟุตบอลบนชั้น&#xA;3 ปูพื้นด้วยหญ้าเทียมเต็มพื้นที่&#xA;ทำให้ลองสินค้าได้ด้วยความรู้สึกเหมือนลงเล่นจริง พร้อมชุดแข่งเรพลิกาจากกว่า 30&#xA;ทีม รวมถึง “เซเรโซ โอซากา” และสโมสรต่างประเทศยอดนิยมอย่าง “อาร์เซนอล”&#xA;ส่วนมุมบาสเกตบอลบนชั้น 2 ใช้พื้นไม้วัสดุเดียวกับสนามแข่ง NBA&#xA;สร้างบรรยากาศสมจริงราวกับอยู่ในสนามจริง และยังมีรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดจาก Nike และ&#xA;Jordan Brand วางจำหน่ายด้วย&lt;br/&gt;ย่านอูเมดะของโอซากาเดินทางจากสนามบินได้สะดวก&#xA;และเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เป็นฐานสำหรับการท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง&#xA;ไม่ว่าจะเพื่อสร้างความทรงจำระหว่างการพำนัก&#xA;หรือเพื่อค้นหาสินค้าชิ้นโปรดที่จะใช้ได้ยาวนานแม้กลับถึงบ้านแล้ว ขอเชิญแวะมาที่&#xA;“Alpen OSAKA”&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;■&#xA;คูปองส่วนลดพิเศษ 5%&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;บริษัทมอบคูปองส่วนลดพิเศษอัตรา&#xA;5% ซึ่งสามารถใช้ได้ไม่เพียงเฉพาะที่ “AlpenOSAKA” เท่านั้น&#xA;แต่ยังครอบคลุมถึงร้านค้าปลอดภาษีในเครือ Alpen Group อีกด้วย&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ทั้งนี้&#xA;ท่านสามารถแสดงคูปองผ่านลิงก์ด้านล่างเพื่อใช้สิทธิ์ได้เช่นกัน&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://store.alpen-group.jp/campaign/group/coupon/001Th_press_release/coupon.jpg&#34;&gt;https://store.alpen-group.jp/campaign/group/coupon/001Th_press_release/coupon.jpg&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;เงื่อนไขการใช้คูปอง&lt;br/&gt;•วันหมดอายุ: 31 ธันวาคม 2569&lt;br/&gt;•กรุณาแสดงคูปองบนหน้าจออุปกรณ์ของท่าน&#xA;ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินก่อนทำการชำระเงิน&lt;br/&gt;•ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหรือส่วนลดอื่นได้&lt;br/&gt;•สิทธิ์การยกเว้นภาษีสำหรับการซื้อสินค้ามูลค่าตั้งแต่&amp;nbsp; 5,500 เยน (รวมภาษี) ขึ้นไป&lt;br/&gt;•การขอรับสิทธิ์ยกเว้นภาษี&#xA;ผู้ซื้อต้องแสดงเอกสารยืนยันสถานะนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน&#xA;หนังสือเดินทาง บัตรโดยสาร หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลร้าน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ชื่อร้าน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Alpen&#xA;  OSAKA&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่อยู่&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ชั้น&#xA;  B2 – ชั้น 4 อาคาร YANMAR FLYING-Y BUILDING เลขที่ 1-32 ชายามาจิ เขตคิตะ&#xA;  เมืองโอซากา จังหวัดโอซากา&lt;br/&gt;&lt;b&gt;วันเปิดให้บริการ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;วันศุกร์ที่&#xA;  7 สิงหาคม 2026&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เวลาทำการ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;10:00&#xA;  – 21:00 น.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;การจัดวางแต่ละชั้น&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ชั้น&#xA;  B2: ไม้กอล์ฟ / ชั้น B1: ไม้กอล์ฟมือสอง รองเท้าและกระเป๋ากอล์ฟ / ชั้น 1:&#xA;  รองเท้าวิ่งและรองเท้ากีฬา / ชั้น 2: เสื้อผ้าลำลอง บาสเกตบอล วอลเลย์บอล&#xA;  ว่ายน้ำ ฟิตเนส / ชั้น 3: ฟุตบอล เบสบอล เทนนิส แบดมินตัน ปิงปอง / ชั้น 4:&#xA;  เสื้อผ้าและกระเป๋าเอาต์ดอร์ เทรกกิง&lt;br/&gt;&lt;b&gt;สินค้าปลอดภาษี&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;รองรับ&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ&#xA;Alpen OSAKA&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;Instagram (กอล์ฟ):&#xA;https://www.instagram.com/alpenosaka.golf5/&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;Instagram (วิ่ง):&#xA;https://www.instagram.com/alpenosaka.running/&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;Instagram (เอาต์ดอร์):&#xA;https://www.instagram.com/alpenosaka.alpenoutdoors.fs/&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;X (Alpen OSAKA):&#xA;https://x.com/Alpen_OSAKA_JP&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>― ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบกอล์ฟและการวิ่ง สินค้าหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น พร้อมประสบการณ์ฟิตติ้งล่าสุด รวมอยู่ที่นี่แล้ว ―
บริษัท อัลเปน จำกัด ผู้จำหน่ายอุปกรณ์กีฬา จะเปิดร้านเรือธง “Alpen OSAKA” แห่งแรกในภูมิภาคคันไซอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2026 ณ อาคาร YANMAR FLYING-Y BUILDING (อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท Yanmar Holdings Co., Ltd.) ย่านชายามาจิ อูเมดะ เมืองโอซากา ร้านแห่งนี้เป็นร้านจำหน่ายสินค้ากีฬาเฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 จนถึงชั้น 4 อีกทั้งยังรองรับการซื้อสินค้าแบบปลอดภาษี (Tax-Free) จึงนับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของการท่องเที่ยวโอซากาที่อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้มาเยือน
ในบรรดาสินค้าของร้านซึ่งโดดเด่นอย่างยิ่งทั้งด้านพื้นที่ขายและความหลากหลาย หมวดที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ “กอล์ฟ” (ชั้น B1 และ B2) และ “การวิ่ง” (ชั้น 1) ด้วยอุปกรณ์ฟิตติ้งล่าสุดที่นำเข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และพนักงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์แข่งขันระดับประเทศประจำอยู่ที่ร้าน จึงมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าร้านเฉพาะทางทั่วไป นอกจากนี้ยังติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วร้าน สร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ในสนามกีฬาหรือสนามกอล์ฟจริง โดยมุ่งเป็นศูนย์รวมประสบการณ์กีฬารูปแบบใหม่ที่ทำให้การช้อปปิ้งกลายเป็นความบันเทิงในตัวเอง
ร้านตั้งอยู่ในทำเลชั้นเยี่ยมย่านชายามาจิ อูเมดะ ใจกลางย่านคิตะของโอซากา จึงแวะเข้าชมได้ง่ายระหว่างการช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยว ภายในร้านมีสินค้าที่ “หาซื้อได้เฉพาะที่นี่” มากมาย ทั้งไม้กอล์ฟรุ่นลิมิเต็ดระดับโลกที่ไม่มีวางจำหน่ายตามช่องทางปกติในญี่ปุ่น และสินค้าดีไซน์พิเศษเฉพาะ Alpen OSAKA จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้พบของที่ระลึกชิ้นพิเศษจากการเดินทาง
</p> <p><b>ชั้นกอล์ฟ
(ชั้น B1</b><b>・</b><b>B2)
― ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก รวมอุปกรณ์ที่นำเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและไม้กอล์ฟลิมิเต็ดระดับโลก</b></p><p>เปิดตัวมุม
“GOLF5 PRESTIGE” เป็นครั้งแรกในโอซากา
รวบรวมไม้กอล์ฟระดับไฮเอนด์และสินค้ารุ่นจำกัดที่ร้านกอล์ฟทั่วไปมีจำหน่ายไม่มากนัก
พร้อมบริการฟิตติ้งเฉพาะบุคคลขั้นสูงโดยช่างฟิตติ้งผู้ชำนาญ</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>อุปกรณ์ฟิตติ้งล่าสุด
ครั้งแรกในญี่ปุ่นและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ: </b>นอกจาก
TaylorMade Fitting Base แล้ว ยังมีการฟิตติ้งก้านไม้ด้วย “M-Tracer” ของ Epson
และเครื่องมือฟิตติ้งของ Odyssey ที่นำเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก พร้อมประสบการณ์ทดลองตีพร้อมปรับองศาลอฟท์และไลของพัตเตอร์
บริการพัตเตอร์แบบ uncut ที่รับได้ภายในวันเดียวกัน การฟิตติ้งพัตเตอร์ด้วย “SAM
PuttLab” และไม้ทดลองตีสำหรับผู้ถนัดซ้ายที่มีให้เลือกมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ไม้กอล์ฟหายากสุดพิเศษ
เฉพาะที่ Alpen OSAKA: </b>เพื่อฉลองการเปิดร้าน
ทางร้านนำเสนอสินค้าหายากที่แทบไม่มีโอกาสพบในต่างประเทศ อาทิ “HONMA Fuji 99”
ที่ผลิตเพียง 20 เซ็ตทั่วโลก (ไม่มีวางจำหน่ายตามช่องทางปกติในญี่ปุ่น)
และรุ่นที่ติดตั้งก้าน “Callaway QUANTUM” จำนวนจำกัด เป็นมุมที่อยากเชิญชวนแฟนกอล์ฟจากทั่วโลกซึ่งกำลังตามหาไม้กอล์ฟที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ไม้กอล์ฟมือสองกว่า 5,000 ก้าน
มากที่สุดแห่งหนึ่งในคันไซ: </b>ทดลองตีได้ทุกก้าน
พร้อมช่องทดลองตีแบบพิเศษที่ติดตั้งเครื่องวัดรุ่นล่าสุด “Detect”</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ช่างฟิตติ้งที่ได้รับการรับรองจาก
7 แบรนด์ประจำร้าน: </b>นอกจากช่างฟิตติ้งที่ได้รับการรับรองจาก
PING, TaylorMade, Callaway, Dunlop, Mizuno, ONOFF และ MAJESTY แล้ว
ยังมีช่างฟิตติ้งหญิงและช่างฟิตติ้งเฉพาะทางด้านไม้มือสองประจำอยู่
เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ</p><p><b>ชั้นวิ่ง
(ชั้น 1) ― บรรยากาศเสมือนลู่กรีฑาจริง ผสานเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุด</b></p><p>พื้นของพื้นที่ขายใช้วัสดุปูพื้นชนิดเดียวกับสนามกรีฑาจริง
(Yanmar Stadium Nagai) จำลองความรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่บนลู่วิ่งของจริง ส่วนจอ
LED ขนาดใหญ่สูง 2 เมตร ยาว 53.5 เมตร
ถ่ายทอดภาพอันทรงพลังพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีรองเท้ารุ่นล่าสุด</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งตัวจริงประจำร้าน:
</b>พนักงาน 3 คนที่มีผลงานการแข่งขันระดับประเทศ
คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนการวิ่งของลูกค้า</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>เครื่องวัดรูปเท้า 3 มิติ “My
Foot Craft”: </b>วัดลักษณะเท้าแบบสามมิติได้อย่างแม่นยำ
และแนะนำ “รองเท้าคู่ที่ใช่” หรือแผ่นรองในรองเท้าแบบสั่งทำ
จากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>สินค้าหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซ:
</b>รองเท้าและเสื้อผ้ากว่า 5,200 ชิ้น จาก 18
แบรนด์ มากกว่า 470 รหัสสินค้า รวมถึง On และ ASICS พร้อมรุ่นยอดนิยมอย่าง “On
Cloudmonster 3 Hyper” และ “HOKA Clifton Pro”</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>สินค้าพิเศษเฉพาะ Alpen OSAKA:
</b>เสื้อยืดรุ่นลิมิเต็ดธีมโอซากาจากแบรนด์การาจ
“Mountain Martial Arts” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นที่ระลึกของการเดินทางในญี่ปุ่น</p><p><b>รองรับการซื้อสินค้าปลอดภาษี
(Tax-Free) นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงมั่นใจได้</b></p><p>“Alpen
OSAKA” มีเคาน์เตอร์ปลอดภาษีไว้บริการอย่างครบครัน
ลูกค้าจึงช้อปปิ้งได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลกับขั้นตอนระหว่างการเดินทาง
การเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสมรรถนะสูงที่ใส่ใจคุณภาพ
ทั้งไม้กอล์ฟและรองเท้าวิ่งที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีของญี่ปุ่น
ในราคาปลอดภาษีได้ในคราวเดียว ถือเป็นความสนุกที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่น
ขอเชิญแวะมาเยี่ยมชมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวโอซากา</p><p><b>ห้ามพลาดชั้นเอาต์ดอร์และเทรกกิงที่กำลังเป็นที่พูดถึง
(ชั้น 4)</b></p><p>แบรนด์ของบริษัทเอง
“Alpen Mountains” เปิดตัวใหม่ที่นี่ เพื่อฉลองการกำเนิดของแบรนด์
จะมีการวางจำหน่าย “Trekking Bag 35 with Dyneema®” ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100
ใบทั่วโลก
พร้อมด้วยเสื้อผ้าสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพภูเขาที่ร้อนชื้นของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ยอดนิยมอย่าง The North Face, Columbia และ Mammut
ให้เลือกอย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การปีนเขาแบบจริงจังไปจนถึงการใช้งานในเมือง</p><p><b>ชั้นฟุตบอลและบาสเกตบอลก็ครบครันไม่แพ้กัน
(ชั้น 2</b><b>・</b><b>3)</b></p><p>มุมฟุตบอลบนชั้น
3 ปูพื้นด้วยหญ้าเทียมเต็มพื้นที่
ทำให้ลองสินค้าได้ด้วยความรู้สึกเหมือนลงเล่นจริง พร้อมชุดแข่งเรพลิกาจากกว่า 30
ทีม รวมถึง “เซเรโซ โอซากา” และสโมสรต่างประเทศยอดนิยมอย่าง “อาร์เซนอล”
ส่วนมุมบาสเกตบอลบนชั้น 2 ใช้พื้นไม้วัสดุเดียวกับสนามแข่ง NBA
สร้างบรรยากาศสมจริงราวกับอยู่ในสนามจริง และยังมีรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดจาก Nike และ
Jordan Brand วางจำหน่ายด้วย</p><p>ย่านอูเมดะของโอซากาเดินทางจากสนามบินได้สะดวก
และเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เป็นฐานสำหรับการท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง
ไม่ว่าจะเพื่อสร้างความทรงจำระหว่างการพำนัก
หรือเพื่อค้นหาสินค้าชิ้นโปรดที่จะใช้ได้ยาวนานแม้กลับถึงบ้านแล้ว ขอเชิญแวะมาที่
“Alpen OSAKA”</p><p>&nbsp;</p><p><b>■
คูปองส่วนลดพิเศษ 5%</b></p><p>บริษัทมอบคูปองส่วนลดพิเศษอัตรา
5% ซึ่งสามารถใช้ได้ไม่เพียงเฉพาะที่ “AlpenOSAKA” เท่านั้น
แต่ยังครอบคลุมถึงร้านค้าปลอดภาษีในเครือ Alpen Group อีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งนี้
ท่านสามารถแสดงคูปองผ่านลิงก์ด้านล่างเพื่อใช้สิทธิ์ได้เช่นกัน</p><p><a href="https://store.alpen-group.jp/campaign/group/coupon/001Th_press_release/coupon.jpg">https://store.alpen-group.jp/campaign/group/coupon/001Th_press_release/coupon.jpg</a></p><p>เงื่อนไขการใช้คูปอง</p><p>•วันหมดอายุ: 31 ธันวาคม 2569</p><p>•กรุณาแสดงคูปองบนหน้าจออุปกรณ์ของท่าน
ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินก่อนทำการชำระเงิน</p><p>•ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหรือส่วนลดอื่นได้</p><p>•สิทธิ์การยกเว้นภาษีสำหรับการซื้อสินค้ามูลค่าตั้งแต่&nbsp; 5,500 เยน (รวมภาษี) ขึ้นไป</p><p>•การขอรับสิทธิ์ยกเว้นภาษี
ผู้ซื้อต้องแสดงเอกสารยืนยันสถานะนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน
หนังสือเดินทาง บัตรโดยสาร หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง</p><p><b>ข้อมูลร้าน</b></p><p><b>ชื่อร้าน</b></p><p>Alpen
  OSAKA</p><p><b>ที่อยู่</b></p><p>ชั้น
  B2 – ชั้น 4 อาคาร YANMAR FLYING-Y BUILDING เลขที่ 1-32 ชายามาจิ เขตคิตะ
  เมืองโอซากา จังหวัดโอซากา</p><p><b>วันเปิดให้บริการ</b></p><p>วันศุกร์ที่
  7 สิงหาคม 2026</p><p><b>เวลาทำการ</b></p><p>10:00
  – 21:00 น.</p><p><b>การจัดวางแต่ละชั้น</b></p><p>ชั้น
  B2: ไม้กอล์ฟ / ชั้น B1: ไม้กอล์ฟมือสอง รองเท้าและกระเป๋ากอล์ฟ / ชั้น 1:
  รองเท้าวิ่งและรองเท้ากีฬา / ชั้น 2: เสื้อผ้าลำลอง บาสเกตบอล วอลเลย์บอล
  ว่ายน้ำ ฟิตเนส / ชั้น 3: ฟุตบอล เบสบอล เทนนิส แบดมินตัน ปิงปอง / ชั้น 4:
  เสื้อผ้าและกระเป๋าเอาต์ดอร์ เทรกกิง</p><p><b>สินค้าปลอดภาษี</b></p><p>รองรับ</p><p>&nbsp;</p><p><b>โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ
Alpen OSAKA</b></p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
Instagram (กอล์ฟ):
https://www.instagram.com/alpenosaka.golf5/</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
Instagram (วิ่ง):
https://www.instagram.com/alpenosaka.running/</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
Instagram (เอาต์ดอร์):
https://www.instagram.com/alpenosaka.alpenoutdoors.fs/</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
X (Alpen OSAKA):
https://x.com/Alpen_OSAKA_JP</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f6b09e86-e743-4ced-8e01-027930d35ac4/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/91011446-b513-42dd-b07a-7c7dd8df817d/4eab735f-eca0-44b8-a8c3-655af79ce4a3</guid>
      <pubDate>Mon, 10 Aug 2026 03:00:47 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>จากหน้าจอเดียวสู่ระบบทำงานร่วมกันแบบครบวงจร                                                                               Leaderhub นำประสบการณ์ระดับโลก ขับเคลื่อนการยกระดับสู่ดิจิทัลในไทย</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/72a91726-07d0-4eaa-9e13-2be058ef7aba/ae976cc6-82cf-4d4d-897d-684efda79867</link>
      <description>เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลก้าวเข้าสู่หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ การเรียนการสอน และการให้บริการสาธารณะ คุณค่าของเทคโนโลยีจึงไม่ได้วัดกันที่&amp;nbsp;&lt;b&gt;&#34;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;จำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น&#34;&lt;/b&gt;&amp;nbsp;อีกต่อไป แต่วัดกันที่ความสามารถในการยกระดับประสิทธิภาพของ&amp;nbsp;&lt;b&gt;การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจ&lt;/b&gt;&amp;nbsp;ได้อย่างแท้จริง&lt;br/&gt;ในห้องประชุมและห้องเรียนหลายแห่ง ภาพที่เราคุ้นเคยคือ โปรเจกเตอร์,&amp;nbsp;โทรทัศน์,&amp;nbsp;ไวท์บอร์ด,&amp;nbsp;คอมพิวเตอร์,&amp;nbsp;กล้องและไมโครโฟน ต่างทำงานแยกส่วนกัน ทำให้เชื่อมต่อมีความซับซ้อน ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้หลายระบบ และองค์กรยังต้องรับภาระด้าน “&lt;b&gt;การมีอุปกรณ์มากขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพจะสูงขึ้นเสมอไป&lt;/b&gt;&lt;b&gt;”&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Leaderhub แบรนด์เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันระดับโลก ต้องการนำเสนอให้ตลาดไทยมากกว่า &lt;br/&gt;จอแสดงผลอัจฉริยะ&amp;nbsp;Interactive&amp;nbsp;Flat Panel) เพียงหนึ่งเครื่อง แต่ยังต้องการนำเสนอเป็นระบบการทำงานร่วมกัน&lt;br/&gt;ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อสำนักงานดิจิทัล การศึกษายุคใหม่และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดความซับซ้อนของเทคโนโลยี และทำให้การนำเสนอ,&amp;nbsp;การสื่อสารและการตัดสินใจระหว่างผู้คนเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;&lt;b&gt;จากอุปกรณ์เดี่ยว สู่โครงสร้างพื้นฐานของการทำงานร่วมกัน&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;Leaderhub เชื่อว่าจอประชุมอัจฉริยะไม่ควรเป็นเพียงอุปกรณ์ที่เข้ามาทดแทนโทรทัศน์หรือโปรเจ็กเตอร์ แต่ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดิจิทัลของห้องประชุม,&amp;nbsp;ห้องเรียนและพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยมีจอประชุมอัจฉริยะเป็นหัวใจหลัก Leaderhub ได้รวมฟังก์ชันสำคัญไว้ในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลความละเอียด 4K, กระดานไวท์บอร์ดดิจิทัล, การแชร์หน้าจอแบบไร้สาย, การประชุมผ่านวิดีโอ, การเขียนคำอธิบายบนเอกสารและการแบ่งปันเนื้อหา&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;พนักงานสามารถแชร์หน้าจอจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานสามารถเขียน แสดงความคิดเห็น และปรับแก้แผนงานร่วมกันบนหน้าจอเดียว ขณะที่สมาชิกซึ่งอยู่ต่างพื้นที่ก็สามารถเข้าร่วม&lt;br/&gt;การประชุมและทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;เมื่อเชื่อมต่อกับกล้อง,&amp;nbsp;ไมโครโฟนแบบอาร์เรย์, Mini PC, ป้ายห้องประชุม, ระบบจอ LED และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ Leaderhub สามารถออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ จำนวนผู้ใช้งาน และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ห้องประชุมทั่วไป, ห้องประชุมผู้บริหาร, ห้องฝึกอบรมและห้องอเนกประสงค์ ไปจนถึงห้องเรียนอัจฉริยะ ลูกค้าจึงไม่ได้รับเพียงอุปกรณ์หลายชิ้นที่ทำงานแยกจากกัน แต่ได้รับระบบการทำงานร่วมกันที่ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ประสบการณ์ 16 ปี &lt;/b&gt;&lt;b&gt;กับการ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ให้บริการใน 82 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมจอแสดงผลอัจฉริยะ&amp;nbsp;ในปี 2010 Leaderhub ได้สะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา,&amp;nbsp;การผลิต,&amp;nbsp;การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน,&amp;nbsp;การควบคุมคุณภาพและการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Leaderhub ได้ขยายไปยัง 82&amp;nbsp;ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยนำไปใช้งานในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น การประชุมองค์กร,การเรียนการสอนในสถานศึกษา,&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ,&amp;nbsp;การแพทย์,&amp;nbsp;ธุรกิจค้าปลีก,&amp;nbsp;โรงแรมและศูนย์ฝึกอบรม&lt;br/&gt;เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าต่างขนาดและต่างอุตสาหกรรม Leaderhub ได้สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ทั้งจอแสดงผลอัจฉริยะสำหรับการประชุม (Interactive Flat Panel),&amp;nbsp;จอแสดงผลอัจฉริยะเพื่อการศึกษา,&amp;nbsp;ระบบจอแสดงผล LED, Mini PC, &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จอแสดงผลอัจฉริยะแบบเคลื่อนย้าย (Smart Screen) ตลอดจนอุปกรณ์เสริมสำหรับการประชุม&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;ธุรกิจ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;SME:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;สามารถเริ่มอัปเกรดระบบได้ง่ายๆ เริ่มต้นจากห้องประชุมเพียงห้องเดียว&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;องค์กรขนาดใหญ่&lt;/b&gt;: สามารถขยายการติดตั้งไปยังหลายห้องประชุม ,ศูนย์ฝึกอบรมและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;สถาบันการศึกษา&lt;/b&gt;: ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนผ่านฟังก์ชันการเขียนโต้ตอบ สื่อมัลติมีเดีย และการทำงาน&lt;br/&gt;ร่วมกันแบบทางไกล&lt;br/&gt;ด้วยเหตุนี้ ศักยภาพหลักของ Leaderhub ได้ยกระดับจากการเป็นเพียง &#34;&lt;b&gt;ผู้ให้บริการหน้าจอ&lt;/b&gt;&#34; ไปสู่ &#34;&lt;b&gt;การเข้าใจพื้นที่ การปรับให้เข้ากับบริบทการใช้งาน และการส่งมอบระบบที่สมบูรณ์แบบ&lt;/b&gt;&#34;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ผสานศักยภาพระดับโลกเข้ากับความต้องการของตลาดไทย&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;Leaderhub มองประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;br/&gt;แม้ว่าภาคการผลิต,&amp;nbsp;ค้าปลีก, การท่องเที่ยวและโรงแรม, การศึกษา รวมถึงธุรกิจบริการวิชาชีพของไทย กำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ลูกค้าแต่ละรายมีงบประมาณ สภาพพื้นที่ พื้นฐานทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ดังนั้น Leaderhub จึงไม่เลือกนำรูปแบบการขายจากตลาดอื่นมาใช้กับประเทศไทยโดยตรง แต่จะผสานความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา ห่วงโซ่อุปทาน และประสบการณ์โครงการระดับโลก เข้ากับช่องทางการจัดจำหน่าย ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและศักยภาพด้านบริการของพันธมิตรในประเทศไทย&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;สำหรับลูกค้าองค์กร&lt;/b&gt;&lt;b&gt;:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;Leaderhub มุ่งนำเสนอโซลูชันการประชุมอัจฉริยะและสำนักงานดิจิทัลที่ใช้งานง่าย ติดตั้งได้อย่างยืดหยุ่น และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;โรงเรียนและสถาบันฝึกอบรม:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;Leaderhub จะสนับสนุนการยกระดับพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการเรียน&lt;br/&gt;การสอนแบบโต้ตอบ การแชร์หน้าจอแบบไร้สาย และการทำงานร่วมกันผ่านสื่อมัลติมีเดีย&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;องค์กรขนาดใหญ่ โรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และลูกค้าโครงการ:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;Leaderhubจะทำงานร่วมกับ&lt;br/&gt;ผู้วางระบบในประเทศไทย ตั้งแต่การออกแบบโซลูชัน&amp;nbsp;การเลือกผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการดำเนินโครงการ&lt;br/&gt;ให้เหมาะกับพื้นที่จริง&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e1ecd4ed-035d-498a-a340-58f689647f36/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;บริการในประเทศ คือปัจจัยกำหนดคุณค่าในระยะยาว&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ความสำเร็จของโครงการดิจิทัลระดับองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าโซลูชันนั้นเหมาะกับพื้นที่จริงหรือไม่ ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้และใช้งานได้รวดเร็วเพียงใด รวมถึงมีบริการสนับสนุนหลังการติดตั้งอย่างทันท่วงทีหรือไม่&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;Leaderhub วางแผนพัฒนาระบบความร่วมมือในประเทศไทยเพื่อสร้างห่วงโซ่บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่&lt;br/&gt;การให้คำปรึกษาก่อนการขาย การออกแบบโซลูชัน การส่งมอบสินค้า การติดตั้งและตั้งค่า การอบรมการใช้งาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;พร้อมกันนี้ Leaderhub จะสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายและผู้วางระบบในประเทศไทยด้วยการฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ แม่แบบโซลูชัน สื่อการตลาด การสนับสนุนด้านเทคนิค และการทำงานร่วมกันในโครงการเพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถ&lt;br/&gt;เข้าสู่ตลาดการประชุมอัจฉริยะ การศึกษาอัจฉริยะ และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/33b2d8d7-951b-4529-b428-280fc656b82c/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;รองรับ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;3 &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พื้นที่ใช้งานหลักยุคดิจิทัล&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;ด้านสำนักงานองค์กร:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;Leaderhub ใช้จอประชุมอัจฉริยะเป็นศูนย์กลางของการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงการประชุม การนำเสนอ, การฝึกอบรม, และการสื่อสารทางไกล เพื่อช่วยลดเวลาใน&amp;nbsp;การเตรียมประชุมและลดความยุ่งยากจากการสลับใช้งานหลายอุปกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;ด้านการศึกษายุคใหม่:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;จอแสดงผลอัจฉริยะเพื่อการศึกษาสามารถรวมกระดานดำ โปรเจกเตอร์ และอุปกรณ์มัลติมีเดียต่างๆ ไว้ในเครื่องเดียว รองรับการเขียน การใส่คำอธิบาย และการเรียกใช้สื่อการสอน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมและนำเสนอผลงานได้มากขึ้น&lt;br/&gt;·&amp;nbsp;&lt;b&gt;ด้าน&lt;/b&gt;&lt;b&gt;พื้นที่เชิงพาณิชย์:&lt;/b&gt;&amp;nbsp;Leaderhub ผสานจอประชุมอัจฉริยะ ระบบจอ LED จออัจฉริยะแบบเคลื่อนที่และ Mini PC เพื่อรองรับการแสดงข้อมูลดิจิทัล,&amp;nbsp;การฝึกอบรมพนักงาน,&amp;nbsp;การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและการประชาสัมพันธ์&lt;br/&gt;ข้อมูลในโรงแรม ร้านค้าปลีก, โชว์รูมองค์กรและพื้นที่บริการสาธารณะ&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;แม้ทั้ง&amp;nbsp;3 พื้นที่จะมีความต้องการแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้พื้นที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นทำให้&lt;br/&gt;การสื่อสารตรงและง่ายขึ้น และเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้เป็นประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนความหมาย&lt;br/&gt;ที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล&amp;nbsp;ไม่ใช่การทำให้องค์กรมีเทคโนโลยีมากขึ้นแต่คือการทำให้&amp;nbsp;เทคโนโลยีสามารถ&lt;br/&gt;สนับสนุนผู้คนได้ดียิ่งขึ้น&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ในอนาคต Leaderhub จะนำประสบการณ์จากการดำเนินงานใน 82&amp;nbsp;ประเทศและภูมิภาคมาเป็นพื้นฐานใน&lt;br/&gt;การทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทย ลดอุปสรรคในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและช่วยให้องค์กรกับสถานศึกษาสามารถสร้างศักยภาพด้านการทำงาน&lt;br/&gt;ร่วมกันที่พร้อมสำหรับอนาคต&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลก้าวเข้าสู่หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ การเรียนการสอน และการให้บริการสาธารณะ คุณค่าของเทคโนโลยีจึงไม่ได้วัดกันที่&nbsp;<b>"</b><b>จำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น"</b>&nbsp;อีกต่อไป แต่วัดกันที่ความสามารถในการยกระดับประสิทธิภาพของ&nbsp;<b>การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจ</b>&nbsp;ได้อย่างแท้จริง</p><p>ในห้องประชุมและห้องเรียนหลายแห่ง ภาพที่เราคุ้นเคยคือ โปรเจกเตอร์,&nbsp;โทรทัศน์,&nbsp;ไวท์บอร์ด,&nbsp;คอมพิวเตอร์,&nbsp;กล้องและไมโครโฟน ต่างทำงานแยกส่วนกัน ทำให้เชื่อมต่อมีความซับซ้อน ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้หลายระบบ และองค์กรยังต้องรับภาระด้าน “<b>การมีอุปกรณ์มากขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพจะสูงขึ้นเสมอไป</b><b>”</b></p><p>Leaderhub แบรนด์เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันระดับโลก ต้องการนำเสนอให้ตลาดไทยมากกว่า </p><p>จอแสดงผลอัจฉริยะ&nbsp;Interactive&nbsp;Flat Panel) เพียงหนึ่งเครื่อง แต่ยังต้องการนำเสนอเป็นระบบการทำงานร่วมกัน</p><p>ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อสำนักงานดิจิทัล การศึกษายุคใหม่และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดความซับซ้อนของเทคโนโลยี และทำให้การนำเสนอ,&nbsp;การสื่อสารและการตัดสินใจระหว่างผู้คนเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</p><p><b>จากอุปกรณ์เดี่ยว สู่โครงสร้างพื้นฐานของการทำงานร่วมกัน</b><b></b></p><p>&nbsp;</p><p>Leaderhub เชื่อว่าจอประชุมอัจฉริยะไม่ควรเป็นเพียงอุปกรณ์ที่เข้ามาทดแทนโทรทัศน์หรือโปรเจ็กเตอร์ แต่ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดิจิทัลของห้องประชุม,&nbsp;ห้องเรียนและพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยมีจอประชุมอัจฉริยะเป็นหัวใจหลัก Leaderhub ได้รวมฟังก์ชันสำคัญไว้ในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลความละเอียด 4K, กระดานไวท์บอร์ดดิจิทัล, การแชร์หน้าจอแบบไร้สาย, การประชุมผ่านวิดีโอ, การเขียนคำอธิบายบนเอกสารและการแบ่งปันเนื้อหา</p><p>&nbsp;</p><p>พนักงานสามารถแชร์หน้าจอจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานสามารถเขียน แสดงความคิดเห็น และปรับแก้แผนงานร่วมกันบนหน้าจอเดียว ขณะที่สมาชิกซึ่งอยู่ต่างพื้นที่ก็สามารถเข้าร่วม</p><p>การประชุมและทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อเชื่อมต่อกับกล้อง,&nbsp;ไมโครโฟนแบบอาร์เรย์, Mini PC, ป้ายห้องประชุม, ระบบจอ LED และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ Leaderhub สามารถออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ จำนวนผู้ใช้งาน และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ห้องประชุมทั่วไป, ห้องประชุมผู้บริหาร, ห้องฝึกอบรมและห้องอเนกประสงค์ ไปจนถึงห้องเรียนอัจฉริยะ ลูกค้าจึงไม่ได้รับเพียงอุปกรณ์หลายชิ้นที่ทำงานแยกจากกัน แต่ได้รับระบบการทำงานร่วมกันที่ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p><b>ประสบการณ์ 16 ปี </b><b>กับการ</b><b>ให้บริการใน 82 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก</b><b></b></p><p>&nbsp;</p><p>นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมจอแสดงผลอัจฉริยะ&nbsp;ในปี 2010 Leaderhub ได้สะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา,&nbsp;การผลิต,&nbsp;การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน,&nbsp;การควบคุมคุณภาพและการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ</p><p>&nbsp;</p><p>ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Leaderhub ได้ขยายไปยัง 82&nbsp;ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยนำไปใช้งานในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น การประชุมองค์กร,การเรียนการสอนในสถานศึกษา,&nbsp;หน่วยงานราชการ,&nbsp;การแพทย์,&nbsp;ธุรกิจค้าปลีก,&nbsp;โรงแรมและศูนย์ฝึกอบรม</p><p>เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าต่างขนาดและต่างอุตสาหกรรม Leaderhub ได้สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ทั้งจอแสดงผลอัจฉริยะสำหรับการประชุม (Interactive Flat Panel),&nbsp;จอแสดงผลอัจฉริยะเพื่อการศึกษา,&nbsp;ระบบจอแสดงผล LED, Mini PC, &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จอแสดงผลอัจฉริยะแบบเคลื่อนย้าย (Smart Screen) ตลอดจนอุปกรณ์เสริมสำหรับการประชุม</p><p>&nbsp;</p><p>·&nbsp;<b>ธุรกิจ </b><b>SME:</b>&nbsp;สามารถเริ่มอัปเกรดระบบได้ง่ายๆ เริ่มต้นจากห้องประชุมเพียงห้องเดียว</p><p>·&nbsp;<b>องค์กรขนาดใหญ่</b>: สามารถขยายการติดตั้งไปยังหลายห้องประชุม ,ศูนย์ฝึกอบรมและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ</p><p>·&nbsp;<b>สถาบันการศึกษา</b>: ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนผ่านฟังก์ชันการเขียนโต้ตอบ สื่อมัลติมีเดีย และการทำงาน</p><p>ร่วมกันแบบทางไกล</p><p>ด้วยเหตุนี้ ศักยภาพหลักของ Leaderhub ได้ยกระดับจากการเป็นเพียง "<b>ผู้ให้บริการหน้าจอ</b>" ไปสู่ "<b>การเข้าใจพื้นที่ การปรับให้เข้ากับบริบทการใช้งาน และการส่งมอบระบบที่สมบูรณ์แบบ</b>"</p><p>&nbsp;</p><p><b>ผสานศักยภาพระดับโลกเข้ากับความต้องการของตลาดไทย</b><b></b></p><p>&nbsp;</p><p>Leaderhub มองประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p><p>แม้ว่าภาคการผลิต,&nbsp;ค้าปลีก, การท่องเที่ยวและโรงแรม, การศึกษา รวมถึงธุรกิจบริการวิชาชีพของไทย กำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ลูกค้าแต่ละรายมีงบประมาณ สภาพพื้นที่ พื้นฐานทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน</p><p>&nbsp;</p><p>ดังนั้น Leaderhub จึงไม่เลือกนำรูปแบบการขายจากตลาดอื่นมาใช้กับประเทศไทยโดยตรง แต่จะผสานความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา ห่วงโซ่อุปทาน และประสบการณ์โครงการระดับโลก เข้ากับช่องทางการจัดจำหน่าย ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและศักยภาพด้านบริการของพันธมิตรในประเทศไทย</p><p>&nbsp;</p><p>·&nbsp;<b>สำหรับลูกค้าองค์กร</b><b>:</b>&nbsp;Leaderhub มุ่งนำเสนอโซลูชันการประชุมอัจฉริยะและสำนักงานดิจิทัลที่ใช้งานง่าย ติดตั้งได้อย่างยืดหยุ่น และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน</p><p>&nbsp;</p><p>·&nbsp;<b>โรงเรียนและสถาบันฝึกอบรม:</b>&nbsp;Leaderhub จะสนับสนุนการยกระดับพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการเรียน</p><p>การสอนแบบโต้ตอบ การแชร์หน้าจอแบบไร้สาย และการทำงานร่วมกันผ่านสื่อมัลติมีเดีย</p><p>&nbsp;</p><p>·&nbsp;<b>องค์กรขนาดใหญ่ โรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และลูกค้าโครงการ:</b>&nbsp;Leaderhubจะทำงานร่วมกับ</p><p>ผู้วางระบบในประเทศไทย ตั้งแต่การออกแบบโซลูชัน&nbsp;การเลือกผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการดำเนินโครงการ</p><p>ให้เหมาะกับพื้นที่จริง</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e1ecd4ed-035d-498a-a340-58f689647f36/public" alt="Image" /><p><b>บริการในประเทศ คือปัจจัยกำหนดคุณค่าในระยะยาว</b><b></b></p><p>&nbsp;</p><p>ความสำเร็จของโครงการดิจิทัลระดับองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าโซลูชันนั้นเหมาะกับพื้นที่จริงหรือไม่ ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้และใช้งานได้รวดเร็วเพียงใด รวมถึงมีบริการสนับสนุนหลังการติดตั้งอย่างทันท่วงทีหรือไม่</p><p>&nbsp;</p><p>Leaderhub วางแผนพัฒนาระบบความร่วมมือในประเทศไทยเพื่อสร้างห่วงโซ่บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่</p><p>การให้คำปรึกษาก่อนการขาย การออกแบบโซลูชัน การส่งมอบสินค้า การติดตั้งและตั้งค่า การอบรมการใช้งาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>พร้อมกันนี้ Leaderhub จะสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายและผู้วางระบบในประเทศไทยด้วยการฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ แม่แบบโซลูชัน สื่อการตลาด การสนับสนุนด้านเทคนิค และการทำงานร่วมกันในโครงการเพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถ</p><p>เข้าสู่ตลาดการประชุมอัจฉริยะ การศึกษาอัจฉริยะ และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/33b2d8d7-951b-4529-b428-280fc656b82c/public" alt="Image" /><p><b>รองรับ </b><b>3 </b><b>พื้นที่ใช้งานหลักยุคดิจิทัล</b><b></b></p><p>·&nbsp;<b>ด้านสำนักงานองค์กร:</b>&nbsp;Leaderhub ใช้จอประชุมอัจฉริยะเป็นศูนย์กลางของการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงการประชุม การนำเสนอ, การฝึกอบรม, และการสื่อสารทางไกล เพื่อช่วยลดเวลาใน&nbsp;การเตรียมประชุมและลดความยุ่งยากจากการสลับใช้งานหลายอุปกรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>·&nbsp;<b>ด้านการศึกษายุคใหม่:</b>&nbsp;จอแสดงผลอัจฉริยะเพื่อการศึกษาสามารถรวมกระดานดำ โปรเจกเตอร์ และอุปกรณ์มัลติมีเดียต่างๆ ไว้ในเครื่องเดียว รองรับการเขียน การใส่คำอธิบาย และการเรียกใช้สื่อการสอน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมและนำเสนอผลงานได้มากขึ้น</p><p>·&nbsp;<b>ด้าน</b><b>พื้นที่เชิงพาณิชย์:</b>&nbsp;Leaderhub ผสานจอประชุมอัจฉริยะ ระบบจอ LED จออัจฉริยะแบบเคลื่อนที่และ Mini PC เพื่อรองรับการแสดงข้อมูลดิจิทัล,&nbsp;การฝึกอบรมพนักงาน,&nbsp;การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและการประชาสัมพันธ์</p><p>ข้อมูลในโรงแรม ร้านค้าปลีก, โชว์รูมองค์กรและพื้นที่บริการสาธารณะ</p><p>&nbsp;</p><p>แม้ทั้ง&nbsp;3 พื้นที่จะมีความต้องการแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้พื้นที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นทำให้</p><p>การสื่อสารตรงและง่ายขึ้น และเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้เป็นประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนความหมาย</p><p>ที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล&nbsp;ไม่ใช่การทำให้องค์กรมีเทคโนโลยีมากขึ้นแต่คือการทำให้&nbsp;เทคโนโลยีสามารถ</p><p>สนับสนุนผู้คนได้ดียิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>ในอนาคต Leaderhub จะนำประสบการณ์จากการดำเนินงานใน 82&nbsp;ประเทศและภูมิภาคมาเป็นพื้นฐานใน</p><p>การทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทย ลดอุปสรรคในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและช่วยให้องค์กรกับสถานศึกษาสามารถสร้างศักยภาพด้านการทำงาน</p><p>ร่วมกันที่พร้อมสำหรับอนาคต</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/748c7827-8f94-4397-b4eb-32b7897fb6f7/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/72a91726-07d0-4eaa-9e13-2be058ef7aba/ae976cc6-82cf-4d4d-897d-684efda79867</guid>
      <pubDate>Thu, 06 Aug 2026 01:30:38 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ห้ามพลาด! จัดทีมซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด สัมผัสกับ Marvel ผ่านการ์ดเกมลายเส้นสุดคลาสสิก จาก CARDFUN พร้อมกันทั่วประเทศ </title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/e4f95fc4-ab38-4c07-8b3f-6a53649e5200/4a7cd469-1bbb-4ea9-af72-58927598157a</link>
      <description>สาวก Marvel เตรียมตัวให้พร้อม! บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด (Kidz and Kitz) ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเทรดดิ้งการ์ดเกมและของเล่นสะสมในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันการ์ด Marvel สุดพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้ ผลงานการสร้างสรรจาก CARDFUN ค่ายการ์ดสะสมชั้นนำ เอาใจแฟนคลับทุกรุ่น ทุกวัย ชวนสาวกก้าวข้ามมิติจากการเป็นเพียงผู้ชม สู่การเป็น &#34;ผู้บัญชาการ&#34; ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่ และวายร้ายระดับตำนาน เพื่อเปิดศึกการ์ดแบทเทิลสุดมันส์&amp;nbsp; ตัวการ์ดโดดเด่นด้วยเสน่ห์งานศิลป์ และลายเส้นที่สวยงาม ที่แฟนทั่วโลกต้องหลงใหล&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ee347e92-133a-415e-9181-e59a48811358/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ก้าวข้ามขีดจำกัดจักรวาลมาร์เวล: พร้อมเปิดศึกดวลการ์ดสุดเร้าใจ&amp;nbsp;&lt;br/&gt;การ์ด Marvel คอลเลกชันใหม่จาก CARDFUN นี้นับเป็นการเปิดมิติใหม่ของการเสพป๊อปคัลเจอร์ ที่ผสมผสานคุณค่าทางศิลปะระดับการ์ดสะสมพรีเมียม เข้ากับความมันส์ของเกมการ์ดแบทเทิลเชิงกลยุทธ์ได้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ Fan Marvel ไม่ควรพลาด:&lt;br/&gt;ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายสุดแกร่ง (Build Your Ultimate Team): รวบรวมตัวละครระดับตำนานไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp; Spider-Man, Iron Man, Captain America, Thor, Wolverine ตลอดจนทีม Avengers และ X-Men ให้ผู้เล่นได้เลือกสรรและจัดทัพสร้างเด็คตามสไตล์ของตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัด&lt;br/&gt;งานผลิตสไตล์ CARDFUN คุณภาพพรีเมียม &amp;amp; เสน่ห์ลายเส้นศิลปะสุดคลาสสิก: โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการพิมพ์และเอฟเฟกต์การ์ดระดับพรีเมียมเอกลักษณ์เฉพาะของ Jason Anime ถ่ายทอดงานภาพ Marvel อันทรงคุณค่า ด้วยลายเส้นที่สวยงาม เปลี่ยนการ์ดทุกใบให้กลายเป็นชิ้นงานศิลปะสะสม (Collectible Art) ที่เหนือกาลเวลา&lt;br/&gt;ทะลวงสู่จักรวาล Marvel ผ่านการ์ดแบทเทิลสุดเร้าใจ: เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ดึงความสามารถและพลังแฝงของคาแรคเตอร์โปรดมาวางแผนกลยุทธ์ ชิงไหวชิงพริบ และสร้างโมเมนต์การต่อสู้ระดับมหากาพย์ในแบบฉบับของตัวเอง&lt;br/&gt;เสริมทักษะและการคิดเชิงกลยุทธ์: การ์ดเกมไม่เพียงแต่มอบความมันส์แบบทะลุปรอท แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนสร้างปฏิสัมพันธ์และกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนและครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม&lt;br/&gt;ยกระดับ Pop Culture สู่กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับทุกวัย &#34;การจับมือกับค่ายการ์ดสะสมชั้นนำอย่าง CARDFUN ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอการ์ดสะสมที่สวยงาม และการพิมพ์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แฟนๆ ได้เปิดประสาทสัมผัสในการโต้ตอบกับตัวละคร Marvel ผ่านการสวมบทบาทฟอร์มทีมเปิดศึกการ์ดแบทเทิล การ์ดเกมนี้จะเป็นสะพานเชื่อมจินตนาการ พร้อมช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวางกลยุทธ์ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมป๊อปคัลเจอร์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง&#34; — นายจรกฤตย์ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด กล่าว&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/eb6ebe6f-b7be-4fa4-8852-d70b7c85a9ff/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;พร้อมให้เป็นเจ้าของและเปิดศึกดวลการ์ดแล้ววันนี้! ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด และเก็บสะสมการ์ด Marvel จาก CARDFUN ได้กลางเดือน ส.ค. นี้ ณ ร้านค้าหนังสือชั้นนำ ร้านการ์ดเกมทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Kidz and Kitz บน Shopee, Lazada และ TikTok Shop&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;br/&gt;เจสัน เอนเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป (Jason Entertainment Group) คืออาณาจักรความบันเทิงและวัฒนธรรมชั้นนำระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบนิเวศ IP ครบวงจร ด้วยการครอบครองพอร์ตโฟลิโอ IP ระดับมหาชนมากกว่า 500 IP ที่ได้รับอนุญาต บริษัทได้สร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดการ์ดสะสมสำหรับผู้ใหญ่เป็นอันดับ 1 และก้าวขึ้นสู่แบรนด์การ์ดสะสมชั้นนำอันดับ 2 ของประเทศจีน พร้อมสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระยะยาวร่วมกับยักษ์ใหญ่ระดับสากล อย่าง Disney, Universal และค่ายความบันเทิง ระดับท็อปทั่วโลก&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e253d731-d27d-48db-9925-1380b836be0a/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลในการยกระดับป๊อปคัลเจอร์ เจสัน เอนเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป ได้ขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจผ่าน 7 ภูมิภาคหลักทั่วโลก ครอบคลุมกว่า 26 ประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การ์ดสะสม, การ์ดเกมต่อสู้ (TCG) ระดับโปร, ฟิกเกอร์ ไปจนถึง Art Toys และในปี 2026 นี้ บริษัทพร้อมประกาศศักดาบนเวทีโลกด้วยการจับมือกับ Marvel เปิดตัวโปรเจกต์ระดับมหากาพย์อย่าง Marvel Hero Rush ตอกย้ำความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อเชื่อมโยงแฟนคลับและส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าให้แก่ผู้เล่นทั่วทุกมุมโลก&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด ผู้นำตลาดการ์ดเกมในไทย จับมือ CARDFUN ปล่อยคอลเลกชัน "การ์ด Marvel ลิขสิทธิ์แท้" สุดพรีเมียม ชวนแฟนคลับทุกรุ่นก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้ชม สู่การเป็น "ผู้บัญชาการ" ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายระดับตำนาน ทั้ง Spider-Man, Iron Man, Avengers และ X-Men เพื่อเปิดศึกดวลกลยุทธ์สุดมันส์</p> <p>สาวก Marvel เตรียมตัวให้พร้อม! บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด (Kidz and Kitz) ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเทรดดิ้งการ์ดเกมและของเล่นสะสมในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันการ์ด Marvel สุดพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้ ผลงานการสร้างสรรจาก CARDFUN ค่ายการ์ดสะสมชั้นนำ เอาใจแฟนคลับทุกรุ่น ทุกวัย ชวนสาวกก้าวข้ามมิติจากการเป็นเพียงผู้ชม สู่การเป็น "ผู้บัญชาการ" ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่ และวายร้ายระดับตำนาน เพื่อเปิดศึกการ์ดแบทเทิลสุดมันส์&nbsp; ตัวการ์ดโดดเด่นด้วยเสน่ห์งานศิลป์ และลายเส้นที่สวยงาม ที่แฟนทั่วโลกต้องหลงใหล</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ee347e92-133a-415e-9181-e59a48811358/public" alt="Image" /><h3>ก้าวข้ามขีดจำกัดจักรวาลมาร์เวล: พร้อมเปิดศึกดวลการ์ดสุดเร้าใจ&nbsp;</h3><p>การ์ด Marvel คอลเลกชันใหม่จาก CARDFUN นี้นับเป็นการเปิดมิติใหม่ของการเสพป๊อปคัลเจอร์ ที่ผสมผสานคุณค่าทางศิลปะระดับการ์ดสะสมพรีเมียม เข้ากับความมันส์ของเกมการ์ดแบทเทิลเชิงกลยุทธ์ได้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ Fan Marvel ไม่ควรพลาด:</p><p>ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายสุดแกร่ง (Build Your Ultimate Team): รวบรวมตัวละครระดับตำนานไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น&nbsp; Spider-Man, Iron Man, Captain America, Thor, Wolverine ตลอดจนทีม Avengers และ X-Men ให้ผู้เล่นได้เลือกสรรและจัดทัพสร้างเด็คตามสไตล์ของตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัด</p><p>งานผลิตสไตล์ CARDFUN คุณภาพพรีเมียม &amp; เสน่ห์ลายเส้นศิลปะสุดคลาสสิก: โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการพิมพ์และเอฟเฟกต์การ์ดระดับพรีเมียมเอกลักษณ์เฉพาะของ Jason Anime ถ่ายทอดงานภาพ Marvel อันทรงคุณค่า ด้วยลายเส้นที่สวยงาม เปลี่ยนการ์ดทุกใบให้กลายเป็นชิ้นงานศิลปะสะสม (Collectible Art) ที่เหนือกาลเวลา</p><p>ทะลวงสู่จักรวาล Marvel ผ่านการ์ดแบทเทิลสุดเร้าใจ: เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ดึงความสามารถและพลังแฝงของคาแรคเตอร์โปรดมาวางแผนกลยุทธ์ ชิงไหวชิงพริบ และสร้างโมเมนต์การต่อสู้ระดับมหากาพย์ในแบบฉบับของตัวเอง</p><p>เสริมทักษะและการคิดเชิงกลยุทธ์: การ์ดเกมไม่เพียงแต่มอบความมันส์แบบทะลุปรอท แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนสร้างปฏิสัมพันธ์และกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนและครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม</p><p>ยกระดับ Pop Culture สู่กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับทุกวัย "การจับมือกับค่ายการ์ดสะสมชั้นนำอย่าง CARDFUN ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอการ์ดสะสมที่สวยงาม และการพิมพ์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แฟนๆ ได้เปิดประสาทสัมผัสในการโต้ตอบกับตัวละคร Marvel ผ่านการสวมบทบาทฟอร์มทีมเปิดศึกการ์ดแบทเทิล การ์ดเกมนี้จะเป็นสะพานเชื่อมจินตนาการ พร้อมช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวางกลยุทธ์ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมป๊อปคัลเจอร์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง" — นายจรกฤตย์ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด กล่าว</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/eb6ebe6f-b7be-4fa4-8852-d70b7c85a9ff/public" alt="Image" /><p>พร้อมให้เป็นเจ้าของและเปิดศึกดวลการ์ดแล้ววันนี้! ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด และเก็บสะสมการ์ด Marvel จาก CARDFUN ได้กลางเดือน ส.ค. นี้ ณ ร้านค้าหนังสือชั้นนำ ร้านการ์ดเกมทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Kidz and Kitz บน Shopee, Lazada และ TikTok Shop<br><br></p><p>เจสัน เอนเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป (Jason Entertainment Group) คืออาณาจักรความบันเทิงและวัฒนธรรมชั้นนำระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบนิเวศ IP ครบวงจร ด้วยการครอบครองพอร์ตโฟลิโอ IP ระดับมหาชนมากกว่า 500 IP ที่ได้รับอนุญาต บริษัทได้สร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดการ์ดสะสมสำหรับผู้ใหญ่เป็นอันดับ 1 และก้าวขึ้นสู่แบรนด์การ์ดสะสมชั้นนำอันดับ 2 ของประเทศจีน พร้อมสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระยะยาวร่วมกับยักษ์ใหญ่ระดับสากล อย่าง Disney, Universal และค่ายความบันเทิง ระดับท็อปทั่วโลก</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e253d731-d27d-48db-9925-1380b836be0a/public" alt="Image" /><p>ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลในการยกระดับป๊อปคัลเจอร์ เจสัน เอนเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป ได้ขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจผ่าน 7 ภูมิภาคหลักทั่วโลก ครอบคลุมกว่า 26 ประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การ์ดสะสม, การ์ดเกมต่อสู้ (TCG) ระดับโปร, ฟิกเกอร์ ไปจนถึง Art Toys และในปี 2026 นี้ บริษัทพร้อมประกาศศักดาบนเวทีโลกด้วยการจับมือกับ Marvel เปิดตัวโปรเจกต์ระดับมหากาพย์อย่าง Marvel Hero Rush ตอกย้ำความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อเชื่อมโยงแฟนคลับและส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าให้แก่ผู้เล่นทั่วทุกมุมโลก</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a7f7d267-b777-4825-a6cf-bcaceadc7267/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/e4f95fc4-ab38-4c07-8b3f-6a53649e5200/4a7cd469-1bbb-4ea9-af72-58927598157a</guid>
      <pubDate>Wed, 05 Aug 2026 04:14:39 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ถ่ายทอดภูมิปัญญาการหมักแบบญี่ปุ่นสู่ &#34;กิจวัตรการดูแลผิว&#34;แบรนด์ใหม่ “Qina”เปิดตัวเฟเชียลเซรัมสู่ตลาดโลก</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/b788263a-1c6d-44a2-9b42-7eae838ee5bf/c4793ca9-17de-469a-b89b-577793a8273e</link>
      <description>บริษัท COMBRIDGE &amp;amp; EB Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว / ประธานกรรมการบริหาร: Satoshi Shokuri) เปิดตัวแบรนด์ความงามใหม่ “Qina” พร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชิ้นแรกของแบรนด์ “Qina Serum” (Facial Serum ขนาด 30 มล. ราคา 3,980 เยน รวมภาษี) ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon, Qoo10 และ TikTok Shop &lt;br/&gt;Qina เปิดตัวคอนเซ็ปต์“ประกายความงามจากภายใน ที่หล่อหลอมด้วยวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น” พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ผสานภูมิปัญญาการหมักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับส่วนผสมที่ได้รับความสนใจจากงานวิจัยด้านสกินแคร์สมัยใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลผิวที่ก้าวไปไกลกว่ากิจวัตรประจำวัน เปลี่ยนช่วงเวลาการบำรุงผิวในทุกวันให้กลายเป็น “กิจวัตรแห่งการดูแลตัวเองเล็กๆ” แห่งการใส่ใจและดูแลตัวเองอย่างประณีต&lt;br/&gt;■คอนเซ็ปต์ของแบรนด์&lt;br&gt;ประกายความงามจากภายใน ที่หล่อหลอมด้วยวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น&lt;br&gt;Where Japanese Rituals Become Inner Glow&lt;br&gt;ในปัจจุบันแม้เราทุกคนต่างปรารถนาที่จะดูดีขึ้น แต่ท่ามกลางการใช้ฟิลเตอร์บนโซเชียลมีเดียและข้อมูลข่าวสารที่หลั่งไหลอย่างไม่สิ้นสุด เรากลับมักมองเห็นเพียงตัวเองที่ยังไม่ดีพออยู่เสมอ&lt;br&gt;Qina จึงตั้งคำถามต่อค่านิยมดังกล่าวว่า&lt;br&gt;“กิจวัตรการดูแลตัวเองไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวคุณ แต่คือการดูแลตัวตนของคุณในวันนี้ด้วยความใส่ใจ”&lt;br&gt;ญี่ปุ่นสืบทอดภูมิปัญญาในการดูแลตนเองมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการหมัก การให้คุณค่ากับความว่าง การใช้ชีวิตตามฤดูกาล หรือพิธีชงชา ซึ่งล้วนเป็นวิถีแห่งการดูแลตนเองที่มีความประณีต Qinaจึงนำภูมิปัญญาเหล่านี้มาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนกิจวัตรการดูแลผิวในแต่ละวันให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์&lt;br/&gt;■จุดกำเนิดของ Qina&lt;br&gt;Qina ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก โดยพัฒนาภายใต้โครงการสนับสนุนธุรกิจใหม่ภายในองค์กรMai Shibutani ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ด้านอีเวนต์และมีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการและงานอีเวนต์ในหลายประเทศทั่วโลก ประสบการณ์จากการได้สัมผัสวัฒนธรรมและค่านิยมที่หลากหลายทำให้เธอตระหนักว่าญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมความงามที่ควรค่าแก่การเผยแพร่สู่เวทีโลก&lt;br&gt;ในญี่ปุ่นผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลและบำรุงผิวอย่างพิถีพิถันมาอย่างยาวนาน การดูแลผิวไม่ใช่เพียงเพื่อความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาในการหันกลับมาดูแลตัวเองและสร้างความสงบให้กับจิตใจอีกด้วย จากประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศและการได้สัมผัสกับแบรนด์ความงามระดับโลกมากมาย ทำให้ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการดูแลความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลกยิ่งชัดเจนขึ้น จนนำไปสู่การก่อตั้งแบรนด์ Qina&lt;br&gt;ชื่อแบรนด์ “Qina” สะท้อนความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้ค่อยๆบ่มเพาะความงามในแบบของตนเองในทุกๆวัน ภารกิจของแบรนด์คือการนำแนวคิดด้านความงามที่สืบทอดกันมาในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาด้านการหมักหรือการนำส่วนผสมจากข้าวมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันและส่งต่อสู่ผู้คนทั่วโลก Qina มุ่งหวังให้ช่วงเวลาแห่งการดูแลผิวเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้ดูแลและให้คุณค่ากับตัวเอง พร้อมนำเสนอคุณค่าใหม่ของการดูแลตนเอง&lt;br/&gt;■ข้อความจาก Mai Shibutani โปรดิวเซอร์ของแบรนด์&lt;br&gt;การเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกทำให้ฉันรู้สึกว่าวงการความงามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขึ้นและใหม่ขึ้นอยู่เสมอ แต่ญี่ปุ่นกลับมีปรัชญาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือการค่อยๆทำอย่างพิถีพิถันและทำอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ซึ่งหนึ่งในสัญลักษณ์ของแนวคิดนี้ก็คือวัฒนธรรมการหมัก&lt;br&gt;เมื่อกลับมาญี่ปุ่นฉันจึงคิดว่าสิ่งที่อยากทำไม่ใช่การส่งออกคุณค่านี้ไปสู่โลกแต่คือการแบ่งปัน Qina มุ่งหวังที่จะเป็นแบรนด์ที่แบ่งปันภูมิปัญญาด้านการหมักที่สืบทอดมาในญี่ปุ่นและวัฒนธรรมการดูแลผิวอย่างพิถีพิถันในชีวิตประจำวันไปสู่ผู้คนทั่วโลก&lt;br&gt;ฉันเชื่อว่าความงามไม่ใช่สิ่งที่ได้มาในชั่วข้ามคืน แต่เป็นสิ่งที่ค่อยๆเติบโตจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวัน&lt;br/&gt;■เกี่ยวกับ Qina&lt;br&gt;Qina เป็นแบรนด์ความงามและการดูแลตนเองจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้โครงการสนับสนุนธุรกิจใหม่ภายในองค์กรของบริษัท COMBRIDGE &amp;amp; EB Co., Ltd.&lt;br&gt;ภายใต้แนวคิด “Where Japanese Rituals Become Inner Glow (ประกายความงามจากภายในที่เกิดจากวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น)” แบรนด์มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการดูแลความงาม เทคโนโลยีการหมัก และสุนทรียภาพด้านความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก&lt;br&gt;Qina ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าที่จะเติบโตเป็นแบรนด์ที่ช่วยยกระดับไลฟ์สไตล์ผ่านคอนเซ็ปต์ “Japanese Rituals” หรือวิถีการดูแลตนเองแบบญี่ปุ่น&lt;br&gt;ในอนาคต Qina มีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดในภูมิภาคลาตินอเมริกาเป็นหลัก เพื่อเดินหน้าความท้าทายครั้งใหม่ในการถ่ายทอดวัฒนธรรมความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก&lt;br/&gt;■สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์นี้&lt;br&gt;สำหรับสื่อมวลชนที่ประสงค์สัมภาษณ์ออนไลน์กับ Mai Shibutani โปรดิวเซอร์ของแบรนด์ ทางบริษัทสามารถจัดเตรียมล่ามให้ได้ กรุณาติดต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่าง&lt;br&gt;บริษัท: COMBRIDGE &amp;amp; EB Co., Ltd.&lt;br&gt;อีเมล: hello.qina@cb-eb.co.jp&lt;br&gt;เว็บไซต์แบรนด์: https://qina.tokyo&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/41712ad9-1cf2-4c5c-948e-435133835c27/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6601f4c6-f3a7-403b-81f3-1a62aedcfb1a/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e07b88ad-814c-4d6a-90ae-e79bdda131f8/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d7a7aea1-5f12-458f-b109-5849426d1f12/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>โปรดิวเซอร์ด้านอีเวนต์ Mai Shibutani ได้ตระหนักถึงคุณค่าของ J-Beauty ระหว่างการใช้ชีวิตในต่างประเทศและได้นำมุมมองด้าน “การออกแบบประสบการณ์” มาสร้างสรรค์เป็นกิจวัตรเล็กๆเพื่อการดูแลและโอบกอดตัวเอง 

</p> <p>บริษัท COMBRIDGE &amp; EB Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว / ประธานกรรมการบริหาร: Satoshi Shokuri) เปิดตัวแบรนด์ความงามใหม่ “Qina” พร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชิ้นแรกของแบรนด์ “Qina Serum” (Facial Serum ขนาด 30 มล. ราคา 3,980 เยน รวมภาษี) ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon, Qoo10 และ TikTok Shop </p><p>Qina เปิดตัวคอนเซ็ปต์“ประกายความงามจากภายใน ที่หล่อหลอมด้วยวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น” พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ผสานภูมิปัญญาการหมักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับส่วนผสมที่ได้รับความสนใจจากงานวิจัยด้านสกินแคร์สมัยใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลผิวที่ก้าวไปไกลกว่ากิจวัตรประจำวัน เปลี่ยนช่วงเวลาการบำรุงผิวในทุกวันให้กลายเป็น “กิจวัตรแห่งการดูแลตัวเองเล็กๆ” แห่งการใส่ใจและดูแลตัวเองอย่างประณีต</p><p>■คอนเซ็ปต์ของแบรนด์<br>ประกายความงามจากภายใน ที่หล่อหลอมด้วยวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น<br>Where Japanese Rituals Become Inner Glow<br>ในปัจจุบันแม้เราทุกคนต่างปรารถนาที่จะดูดีขึ้น แต่ท่ามกลางการใช้ฟิลเตอร์บนโซเชียลมีเดียและข้อมูลข่าวสารที่หลั่งไหลอย่างไม่สิ้นสุด เรากลับมักมองเห็นเพียงตัวเองที่ยังไม่ดีพออยู่เสมอ<br>Qina จึงตั้งคำถามต่อค่านิยมดังกล่าวว่า<br>“กิจวัตรการดูแลตัวเองไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวคุณ แต่คือการดูแลตัวตนของคุณในวันนี้ด้วยความใส่ใจ”<br>ญี่ปุ่นสืบทอดภูมิปัญญาในการดูแลตนเองมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการหมัก การให้คุณค่ากับความว่าง การใช้ชีวิตตามฤดูกาล หรือพิธีชงชา ซึ่งล้วนเป็นวิถีแห่งการดูแลตนเองที่มีความประณีต Qinaจึงนำภูมิปัญญาเหล่านี้มาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนกิจวัตรการดูแลผิวในแต่ละวันให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์</p><p>■จุดกำเนิดของ Qina<br>Qina ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก โดยพัฒนาภายใต้โครงการสนับสนุนธุรกิจใหม่ภายในองค์กรMai Shibutani ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ด้านอีเวนต์และมีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการและงานอีเวนต์ในหลายประเทศทั่วโลก ประสบการณ์จากการได้สัมผัสวัฒนธรรมและค่านิยมที่หลากหลายทำให้เธอตระหนักว่าญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมความงามที่ควรค่าแก่การเผยแพร่สู่เวทีโลก<br>ในญี่ปุ่นผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลและบำรุงผิวอย่างพิถีพิถันมาอย่างยาวนาน การดูแลผิวไม่ใช่เพียงเพื่อความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาในการหันกลับมาดูแลตัวเองและสร้างความสงบให้กับจิตใจอีกด้วย จากประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศและการได้สัมผัสกับแบรนด์ความงามระดับโลกมากมาย ทำให้ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการดูแลความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลกยิ่งชัดเจนขึ้น จนนำไปสู่การก่อตั้งแบรนด์ Qina<br>ชื่อแบรนด์ “Qina” สะท้อนความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้ค่อยๆบ่มเพาะความงามในแบบของตนเองในทุกๆวัน ภารกิจของแบรนด์คือการนำแนวคิดด้านความงามที่สืบทอดกันมาในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาด้านการหมักหรือการนำส่วนผสมจากข้าวมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันและส่งต่อสู่ผู้คนทั่วโลก Qina มุ่งหวังให้ช่วงเวลาแห่งการดูแลผิวเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้ดูแลและให้คุณค่ากับตัวเอง พร้อมนำเสนอคุณค่าใหม่ของการดูแลตนเอง</p><p>■ข้อความจาก Mai Shibutani โปรดิวเซอร์ของแบรนด์<br>การเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกทำให้ฉันรู้สึกว่าวงการความงามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขึ้นและใหม่ขึ้นอยู่เสมอ แต่ญี่ปุ่นกลับมีปรัชญาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือการค่อยๆทำอย่างพิถีพิถันและทำอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ซึ่งหนึ่งในสัญลักษณ์ของแนวคิดนี้ก็คือวัฒนธรรมการหมัก<br>เมื่อกลับมาญี่ปุ่นฉันจึงคิดว่าสิ่งที่อยากทำไม่ใช่การส่งออกคุณค่านี้ไปสู่โลกแต่คือการแบ่งปัน Qina มุ่งหวังที่จะเป็นแบรนด์ที่แบ่งปันภูมิปัญญาด้านการหมักที่สืบทอดมาในญี่ปุ่นและวัฒนธรรมการดูแลผิวอย่างพิถีพิถันในชีวิตประจำวันไปสู่ผู้คนทั่วโลก<br>ฉันเชื่อว่าความงามไม่ใช่สิ่งที่ได้มาในชั่วข้ามคืน แต่เป็นสิ่งที่ค่อยๆเติบโตจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวัน</p><p>■เกี่ยวกับ Qina<br>Qina เป็นแบรนด์ความงามและการดูแลตนเองจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้โครงการสนับสนุนธุรกิจใหม่ภายในองค์กรของบริษัท COMBRIDGE &amp; EB Co., Ltd.<br>ภายใต้แนวคิด “Where Japanese Rituals Become Inner Glow (ประกายความงามจากภายในที่เกิดจากวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น)” แบรนด์มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการดูแลความงาม เทคโนโลยีการหมัก และสุนทรียภาพด้านความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก<br>Qina ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าที่จะเติบโตเป็นแบรนด์ที่ช่วยยกระดับไลฟ์สไตล์ผ่านคอนเซ็ปต์ “Japanese Rituals” หรือวิถีการดูแลตนเองแบบญี่ปุ่น<br>ในอนาคต Qina มีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดในภูมิภาคลาตินอเมริกาเป็นหลัก เพื่อเดินหน้าความท้าทายครั้งใหม่ในการถ่ายทอดวัฒนธรรมความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก</p><p>■สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์นี้<br>สำหรับสื่อมวลชนที่ประสงค์สัมภาษณ์ออนไลน์กับ Mai Shibutani โปรดิวเซอร์ของแบรนด์ ทางบริษัทสามารถจัดเตรียมล่ามให้ได้ กรุณาติดต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่าง<br>บริษัท: COMBRIDGE &amp; EB Co., Ltd.<br>อีเมล: hello.qina@cb-eb.co.jp<br>เว็บไซต์แบรนด์: https://qina.tokyo</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/41712ad9-1cf2-4c5c-948e-435133835c27/public" alt="Image" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6601f4c6-f3a7-403b-81f3-1a62aedcfb1a/public" alt="Image" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e07b88ad-814c-4d6a-90ae-e79bdda131f8/public" alt="Image" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d7a7aea1-5f12-458f-b109-5849426d1f12/public" alt="Image" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/bd118065-b76f-4769-811a-d69b1d7d65ef/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/b788263a-1c6d-44a2-9b42-7eae838ee5bf/c4793ca9-17de-469a-b89b-577793a8273e</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Aug 2026 15:30:40 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>LPIXEL และ Konica Minolta ร่วมมือกันนำ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL” สู่ตลาดอาเซียน</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/d604bfcb-aa33-4426-8ed5-81dec83846d2/25028db9-f80e-42e9-b8c4-237bf7763092</link>
      <description>โตเกียว, กรกฎาคม 30, 2026 — LPIXEL Inc. (สำนักงานใหญ่: เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว; กรรมการผู้แทนและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: โทมิฮิสะ คามาดะ (Tomihisa Kamada); ต่อไปนี้เรียกว่า “LPIXEL”) ได้ลงนามในข้อตกลงแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายกับ Konica Minolta, Inc. (สำนักงานใหญ่: เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว; ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: โทชิมิตสึ ไทโกะ (Toshimitsu Taiko); ต่อไปนี้เรียกว่า “Konica Minolta”) เพื่อทำตลาดซีรีส์ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL” ซึ่งพัฒนาโดย LPIXEL ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;br/&gt;ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Konica Minolta จะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลกที่แข็งแกร่งของบริษัท เพื่อเริ่มทำตลาด “EIRL” ในเวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ และยกระดับคุณภาพการวินิจฉัยในสถานพยาบาลของแต่ละประเทศ&lt;br/&gt;Konica Minolta ให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์และบริการที่เกี่ยวข้องในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงภูมิภาคเอเชีย และมีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบเอกซเรย์และระบบ PACS ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บและบริหารจัดการภาพทางการแพทย์ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละประเทศ&lt;br/&gt;การผสานโซลูชันของ Konica Minolta เข้ากับ “EIRL” จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์&lt;br/&gt;“EIRL” ได้รับการอนุมัติให้เป็นเครื่องมือแพทย์แล้วใน 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งเป็น 3 ประเทศที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ รวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ (※1)&lt;br/&gt;LPIXEL จะใช้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเร่งขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย พร้อมมุ่งผลักดันให้ AI ทางการแพทย์กลายเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในสถานพยาบาลทั่วโลก&lt;br/&gt;※1 อ้างอิงข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 16 เมษายน 2026&lt;br/&gt;“AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ ‘EIRL’ ของ LPIXEL ได้รับการอนุมัติให้เป็นเครื่องมือแพทย์ใน 6 ประเทศอาเซียน”&lt;br/&gt;https://lpixel.net/en/news/press-release/2026/10051/&lt;br/&gt;ภูมิหลัง: การรับมือกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์และความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;br/&gt;ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขถือเป็นความท้าทายเร่งด่วน โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ระหว่างพื้นที่เมืองและชนบท รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแพทย์ที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง&lt;br/&gt;เมื่อเปรียบเทียบจำนวนแพทย์ต่อประชากร 1,000 คน ญี่ปุ่นมีแพทย์ 2.61 คน ขณะที่ประเทศไทยมีแพทย์ 0.93 คน เวียดนามมีแพทย์ 0.83 คน และอินโดนีเซียมีแพทย์ 0.70 คน ซึ่งในทั้ง 3 ประเทศมีจำนวนแพทย์เพียงประมาณหนึ่งในสามของญี่ปุ่น (※2)&lt;br/&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าการตรวจพบโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรค ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ภาระในการอ่านและวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ของแพทย์แต่ละคนกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัด ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพและการสร้างมาตรฐานให้แก่กระบวนการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์จึงกลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วน&lt;br/&gt;ที่ผ่านมา Konica Minolta ได้ขยายการให้บริการระบบวินิจฉัยภาพด้วยรังสีเอกซ์และระบบ PACS ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอโซลูชันที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงของสถานพยาบาล&lt;br/&gt;ในขณะเดียวกัน “EIRL” ของ LPIXEL ได้รับการติดตั้งใช้งานแล้วในสถานพยาบาลกว่า 1,200 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 47 จังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่น และมียอดการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์สะสมมากกว่า 16 ล้านครั้ง สะท้อนถึงประสบการณ์และผลงานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง&lt;br/&gt;ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะผสานจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อส่งเสริมการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ทั่วภูมิภาคเอเชีย&lt;br/&gt;※2 แหล่งข้อมูล: World Development Indicators 2024&lt;br/&gt;ปีของข้อมูลที่ใช้: เวียดนาม (2016), ไทยและญี่ปุ่น (2020), อินโดนีเซีย (2021)&lt;br/&gt;ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์&lt;br/&gt;LPIXEL Inc.&lt;br/&gt;ฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั่วโลก&lt;br/&gt;(Global Business Development Office)&lt;br/&gt;โทร: +81-3-6259-1713&lt;br/&gt;อีเมล: ml-global@lpixel.net&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ LPIXEL Inc.&lt;br/&gt;LPIXEL Inc. ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี AI สำหรับการวิเคราะห์ภาพในสาขาการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ&lt;br/&gt;บริษัทมุ่งสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วย ผ่านการพัฒนาและให้บริการ “EIRL” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในรูปแบบซอฟต์แวร์ที่เป็นเครื่องมือแพทย์ หรือ Software as a Medical Device (SaMD)&lt;br/&gt;“EIRL” เป็นซีรีส์ผลิตภัณฑ์ AI ที่ช่วยสนับสนุนการอ่านและวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ ทั้งภาพเอกซเรย์ (X-ray), CT, MRI และภาพจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ โดย ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 มียอดการวิเคราะห์ภาพสะสมมากกว่า 16 ล้านครั้ง&lt;br/&gt;นอกเหนือจากโซลูชันสำหรับการใช้งานในสถานพยาบาลแล้ว LPIXEL ยังให้บริการโซลูชันการวิเคราะห์ภาพที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการเฉพาะของบริษัทเภสัชกรรมและผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนายา ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการผลิต พร้อมช่วยเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ&lt;br/&gt;เว็บไซต์บริษัท:&lt;br/&gt;https://lpixel.net/en/&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL”&lt;br/&gt;“EIRL” เป็นซีรีส์ซอฟต์แวร์ AI สำหรับการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ที่พัฒนาโดย LPIXEL โดยรองรับการช่วยอ่านและวินิจฉัยภาพทางการแพทย์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ภาพเอกซเรย์ (X-ray), CT และ MRI ไปจนถึงภาพจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ช่วยยกระดับทั้งความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวินิจฉัย&lt;br/&gt;ปัจจุบัน “EIRL” ได้รับการติดตั้งใช้งานในสถานพยาบาลกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น และมียอดการวิเคราะห์ทางคลินิกสะสมมากกว่า 16 ล้านครั้ง ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026&lt;br/&gt;นอกจากนี้ “EIRL” ยังช่วยลดความเสี่ยงในการพลาดข้อสังเกตหรือความผิดปกติที่สำคัญจากภาพทางการแพทย์ เพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัยของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยลดภาระงานในการปฏิบัติงานทางคลินิก&lt;br/&gt;เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ “EIRL” สำหรับบุคลากรทางการแพทย์:&lt;br/&gt;https://eirl.ai/&lt;br/&gt;สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน&lt;br/&gt;LPIXEL Inc.&lt;br/&gt;ฝ่ายประชาสัมพันธ์&lt;br&gt;(Public Relations)&lt;br&gt;โทร: +81-3-6259-1713&lt;br&gt;อีเมล: pr@lpixel.net&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ca8bd86b-1e56-4318-ac3a-4e16d6b63c76/public&#34; alt=&#34;LPIXEL และ Konica Minolta ประกาศความร่วมมือเพื่อนำ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL” ไปให้บริการในภูมิภาคอาเซียน&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการดูแลสุขภาพ และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์ในตลาดเกิดใหม่</p> <p>โตเกียว, กรกฎาคม 30, 2026 — LPIXEL Inc. (สำนักงานใหญ่: เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว; กรรมการผู้แทนและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: โทมิฮิสะ คามาดะ (Tomihisa Kamada); ต่อไปนี้เรียกว่า “LPIXEL”) ได้ลงนามในข้อตกลงแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายกับ Konica Minolta, Inc. (สำนักงานใหญ่: เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว; ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: โทชิมิตสึ ไทโกะ (Toshimitsu Taiko); ต่อไปนี้เรียกว่า “Konica Minolta”) เพื่อทำตลาดซีรีส์ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL” ซึ่งพัฒนาโดย LPIXEL ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p><p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Konica Minolta จะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วโลกที่แข็งแกร่งของบริษัท เพื่อเริ่มทำตลาด “EIRL” ในเวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ และยกระดับคุณภาพการวินิจฉัยในสถานพยาบาลของแต่ละประเทศ</p><p>Konica Minolta ให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์และบริการที่เกี่ยวข้องในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงภูมิภาคเอเชีย และมีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบเอกซเรย์และระบบ PACS ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บและบริหารจัดการภาพทางการแพทย์ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละประเทศ</p><p>การผสานโซลูชันของ Konica Minolta เข้ากับ “EIRL” จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์</p><p>“EIRL” ได้รับการอนุมัติให้เป็นเครื่องมือแพทย์แล้วใน 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งเป็น 3 ประเทศที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ รวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ (※1)</p><p>LPIXEL จะใช้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเร่งขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย พร้อมมุ่งผลักดันให้ AI ทางการแพทย์กลายเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในสถานพยาบาลทั่วโลก</p><p>※1 อ้างอิงข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 16 เมษายน 2026</p><p>“AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ ‘EIRL’ ของ LPIXEL ได้รับการอนุมัติให้เป็นเครื่องมือแพทย์ใน 6 ประเทศอาเซียน”</p><p>https://lpixel.net/en/news/press-release/2026/10051/</p><p>ภูมิหลัง: การรับมือกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์และความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p><p>ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขถือเป็นความท้าทายเร่งด่วน โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ระหว่างพื้นที่เมืองและชนบท รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแพทย์ที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง</p><p>เมื่อเปรียบเทียบจำนวนแพทย์ต่อประชากร 1,000 คน ญี่ปุ่นมีแพทย์ 2.61 คน ขณะที่ประเทศไทยมีแพทย์ 0.93 คน เวียดนามมีแพทย์ 0.83 คน และอินโดนีเซียมีแพทย์ 0.70 คน ซึ่งในทั้ง 3 ประเทศมีจำนวนแพทย์เพียงประมาณหนึ่งในสามของญี่ปุ่น (※2)</p><p>ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าการตรวจพบโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรค ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ภาระในการอ่านและวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ของแพทย์แต่ละคนกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัด ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพและการสร้างมาตรฐานให้แก่กระบวนการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์จึงกลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วน</p><p>ที่ผ่านมา Konica Minolta ได้ขยายการให้บริการระบบวินิจฉัยภาพด้วยรังสีเอกซ์และระบบ PACS ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอโซลูชันที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงของสถานพยาบาล</p><p>ในขณะเดียวกัน “EIRL” ของ LPIXEL ได้รับการติดตั้งใช้งานแล้วในสถานพยาบาลกว่า 1,200 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 47 จังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่น และมียอดการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์สะสมมากกว่า 16 ล้านครั้ง สะท้อนถึงประสบการณ์และผลงานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง</p><p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะผสานจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อส่งเสริมการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ทั่วภูมิภาคเอเชีย</p><p>※2 แหล่งข้อมูล: World Development Indicators 2024</p><p>ปีของข้อมูลที่ใช้: เวียดนาม (2016), ไทยและญี่ปุ่น (2020), อินโดนีเซีย (2021)</p><p>ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์</p><p>LPIXEL Inc.</p><p>ฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั่วโลก</p><p>(Global Business Development Office)</p><p>โทร: +81-3-6259-1713</p><p>อีเมล: ml-global@lpixel.net</p><p>เกี่ยวกับ LPIXEL Inc.</p><p>LPIXEL Inc. ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี AI สำหรับการวิเคราะห์ภาพในสาขาการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ</p><p>บริษัทมุ่งสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วย ผ่านการพัฒนาและให้บริการ “EIRL” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในรูปแบบซอฟต์แวร์ที่เป็นเครื่องมือแพทย์ หรือ Software as a Medical Device (SaMD)</p><p>“EIRL” เป็นซีรีส์ผลิตภัณฑ์ AI ที่ช่วยสนับสนุนการอ่านและวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ ทั้งภาพเอกซเรย์ (X-ray), CT, MRI และภาพจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ โดย ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 มียอดการวิเคราะห์ภาพสะสมมากกว่า 16 ล้านครั้ง</p><p>นอกเหนือจากโซลูชันสำหรับการใช้งานในสถานพยาบาลแล้ว LPIXEL ยังให้บริการโซลูชันการวิเคราะห์ภาพที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการเฉพาะของบริษัทเภสัชกรรมและผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนายา ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการผลิต พร้อมช่วยเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ</p><p>เว็บไซต์บริษัท:</p><p>https://lpixel.net/en/</p><p>เกี่ยวกับ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL”</p><p>“EIRL” เป็นซีรีส์ซอฟต์แวร์ AI สำหรับการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ที่พัฒนาโดย LPIXEL โดยรองรับการช่วยอ่านและวินิจฉัยภาพทางการแพทย์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ภาพเอกซเรย์ (X-ray), CT และ MRI ไปจนถึงภาพจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ช่วยยกระดับทั้งความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวินิจฉัย</p><p>ปัจจุบัน “EIRL” ได้รับการติดตั้งใช้งานในสถานพยาบาลกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น และมียอดการวิเคราะห์ทางคลินิกสะสมมากกว่า 16 ล้านครั้ง ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026</p><p>นอกจากนี้ “EIRL” ยังช่วยลดความเสี่ยงในการพลาดข้อสังเกตหรือความผิดปกติที่สำคัญจากภาพทางการแพทย์ เพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัยของบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยลดภาระงานในการปฏิบัติงานทางคลินิก</p><p>เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ “EIRL” สำหรับบุคลากรทางการแพทย์:</p><p>https://eirl.ai/</p><p>สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน</p><p>LPIXEL Inc.</p><p>ฝ่ายประชาสัมพันธ์<br>(Public Relations)<br>โทร: +81-3-6259-1713<br>อีเมล: pr@lpixel.net</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ca8bd86b-1e56-4318-ac3a-4e16d6b63c76/public" alt="LPIXEL และ Konica Minolta ประกาศความร่วมมือเพื่อนำ AI ช่วยวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ “EIRL” ไปให้บริการในภูมิภาคอาเซียน" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/9ee03994-d221-4e9b-9b86-abc775c325ca/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/d604bfcb-aa33-4426-8ed5-81dec83846d2/25028db9-f80e-42e9-b8c4-237bf7763092</guid>
      <pubDate>Fri, 31 Jul 2026 04:00:17 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Neuron Digital เร่งขยายระบบนิเวศ จับมือ 3 ผู้นำอุตสาหกรรม ร่วมสร้างห่วงโซ่คุณค่า “ปัญญาประดิษฐ์สำหรับพื้นที่อาคาร” (Building Space Intelligence) ครอบคลุมทั่วประเทศจีน</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/65104e11-8894-4e1a-a37f-8579603951f3/ab175924-1f42-43a9-a1e0-ac9585450ac6</link>
      <description>10 กรกฎาคม 2026 — ในขณะที่ AI เชิงกายภาพ (Physical AI) และปัญญาประดิษฐ์เชิงพื้นที่ (Spatial Intelligence) กำลังพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ &lt;b&gt;Neuron Digital&lt;/b&gt; ได้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แพลตฟอร์ม เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครอบคลุม โดยล่าสุด &lt;b&gt;Neuron Digital&lt;/b&gt; ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ &lt;b&gt;Xbrother, Zonebond Group&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;Top Insight&lt;/b&gt; ซึ่งถือเป็นการเติมเต็ม 3 เสาหลักสำคัญของระบบนิเวศ อันได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ (Computing Infrastructure), การส่งเสริมทรัพยากรภาคอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยยกระดับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) จากขั้น &#34;การรับรู้และการตัดสินใจ&#34; ไปสู่ &#34;การปฏิบัติการครอบคลุมทุกโดเมน&#34;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d455146b-4e22-4a99-82c6-8053dc869601/public&#34; alt=&#34;Neuron Smart City&#34;/&gt;ความร่วมมือกับ Xbrother: เสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ พร้อมขยายตลาดคอมพิวติ้งอัจฉริยะสีเขียวทั่วโลก&lt;br/&gt;ในเซกเตอร์ AI และโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ Neuron Digital ได้ลงนามในข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมกับ Xbrother ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI+Computing ชั้นนำในประเทศ โดยความร่วมมือนี้ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาตลาดในประเทศ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ไปจนถึงการสำรวจเทคโนโลยี AI ระดับแนวหน้า&lt;br/&gt;ด้วยความเชี่ยวชาญเกือบ 3 ทศวรรษในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) Xbrother ได้ปรับใช้ระบบ DCIM เพื่อการประหยัดพลังงานด้วย AI ในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งในอุตสาหกรรมการเงิน อินเทอร์เน็ต และอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมแล้วมากกว่า 3.76 ล้านแร็ค ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ เทคโนโลยี AI แบบ Full-stack และช่องทางเครือข่ายทั่วโลกของ Neuron Digital จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญ ทั้งสองบริษัทจะจัดตั้งทีมทำงานร่วมกันเพื่อนำระบบจัดการประหยัดพลังงานและแพลตฟอร์ม IoT แบบเปิดของ Neuron Digital เข้าไปบูรณาการในโซลูชันเบ็ดเสร็จ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์สมาร์ตแคมปัสแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ปลายทางถึงปลายทาง (End-to-End) ในขณะเดียวกัน การอาศัยเครือข่ายการขายของ Neuron Digital ในฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยนำโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งอัจฉริยะสีเขียวออกสู่ตลาดสากล เพื่อขับเคลื่อนไปสู่วิสัยทัศน์ปี 2030 ในการสร้างศูนย์ข้อมูลและอาคารอัจฉริยะแบบ &#34;ไร้ผู้ดูแล&#34; (Unattended)&lt;br/&gt;ความร่วมมือกับ Zonebond Group: ปรับใช้ทรัพยากรระดับโลก และเชื่อมต่อก้าวสุดท้ายของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี&lt;br/&gt;ในด้านทรัพยากรอุตสาหกรรมและบริการต่างประเทศ Neuron Digital ได้สร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เชิงลึกกับ Zonebond (Shenzhen) Digital Information Services Co., Ltd. (Zonebond Group) ในฐานะผู้ให้บริการการดูแลตลอดวงจรชีวิตขององค์กร Zonebond ได้ดำเนินงานในพื้นที่อ่าวซานตง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) มานานกว่าทศวรรษ โดยได้สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางกับภาครัฐ นิคมอุตสาหกรรม และองค์กรขนาดใหญ่ ตลอดจนมีความสามารถโดดเด่นในการจับคู่โครงการและการสนับสนุนธุรกิจในต่างประเทศ&lt;br/&gt;หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือการบูรณาการ &#34;เทคโนโลยี + ทรัพยากร&#34; เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ภายใต้กลยุทธ์ขับเคลื่อนคู่ “การร่วมพัฒนาตลาดในประเทศและการกระจายสินค้าในต่างประเทศ” Neuron Digital จะใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารด้วย AI ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เข้าไปผสานรวมกับระบบของ Zonebond ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติตามบริบทท้องถิ่นและระบบคุณสมบัติการรับรอง ทั้งนี้ พันธมิตรทั้งสองได้ระบุโครงการความร่วมมือด้านหุ่นยนต์สำหรับการทำความสะอาดภายนอกอาคารและการขนส่งในโรงพยาบาลแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อทลายอุปสรรคระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับการนำไปใช้งานจริง และเร่งการเติบโตสู่ระดับสากลของเทคโนโลยี AI จากประเทศจีน&lt;br/&gt;การพัฒนาร่วมกับ Top Insight: เสริมขีดความสามารถการปฏิบัติการ และปิดลูป “สมองอาคาร + หุ่นยนต์”&lt;br/&gt;ตรงจุดตัดระหว่างปัญญาประดิษฐ์เชิงพื้นที่และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง Neuron Digital กับ Beijing Top Insight นึ้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง Top Insight เป็นองค์กรเทคโนโลยีระดับสูงแห่งชาติที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอัจฉริยะและการบริหารจัดการหุ่นยนต์หลายตัวร่วมกันสำหรับภาคอุตสาหกรรมทั่วไป โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ “Tianshu Matrix All-Domain Robot Intelligent Control Center All-in-One Machine” ที่ช่วยเชื่อมต่อโพรโทคอลข้ามผู้ผลิตหุ่นยนต์กระแสหลักหลายราย ทำให้หุ่นยนต์ต่างแบรนด์และต่างรูปแบบสามารถเข้าถึงและจัดสรรการทำงานร่วมกันได้อย่างอัจฉริยะ&lt;br/&gt;ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะเติมเต็มห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ &#34;การรับรู้พื้นที่&#34; ไปจนถึง &#34;การปฏิบัติการของหุ่นยนต์อัจฉริยะเชิงกายภาพ&#34; (Embodied Intelligent Robot Execution) โดยแพลตฟอร์ม Building AI “Spatial Brain” ของ Neuron Digital จะทำหน้าที่เป็น “สมองของอาคาร” คอยประมวลผลกลยุทธ์การทำงานแบบไดนามิกหลังจากรวบรวมข้อมูลจากระบบย่อยต่างๆ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยและระบบพลังงาน จากนั้นคำสั่งจะถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มควบคุมอัจฉริยะของ Top Insight เพื่อประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ สำหรับสถานการณ์ต่างๆ เช่น การทำความสะอาด การตรวจเช็ก และการส่งของ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันในเวอร์ชันภาษาอังกฤษคาดว่าจะพร้อมส่งมอบภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และด้วยการอาศัยเครือข่ายการขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Neuron Digital ผสานกับการสนับสนุนทางเทคนิคของ Top Insight ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันเร่งการใช้งานโซลูชันนี้ในวงกว้างในต่างประเทศ&lt;br/&gt;การผนึกกำลังระบบนิเวศ: จากจุดเริ่มต้นเฉพาะส่วน สู่ปัญญาประดิษฐ์เต็มห่วงโซ่&lt;br/&gt;จากรากฐานโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณที่สร้างร่วมกับ Xbrother ช่องทางการดำเนินงานในอุตสาหกรรมและเส้นทางสู่ต่างประเทศที่เปิดร่วมกับ Zonebond Group ไปจนถึงลูปการปฏิบัติการของหุ่นยนต์อัจฉริยะเชิงกายภาพที่สมบูรณ์ร่วมกับ Top Insight นั้น Neuron Digital กำลังดำเนินยุทธศาสตร์ระบบนิเวศแบบเปิด ส่งผลให้เกิดขีดความสามารถแบบ Full-stack ที่พร้อมสำหรับอนาคต ทั้งในด้าน &#34;การรับรู้ การตัดสินใจ การจัดสรร และการปฏิบัติการ&#34; สำหรับสมาร์ตแคมปัส ศูนย์คำนวณอัจฉริยะ และอาคารพาณิชย์&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4fef490e-d54c-49d1-ada2-7dbe01aac01b/public&#34; alt=&#34;Immersive Experience on Neuron Digital Twin&#34;/&gt;เกี่ยวกับ Neuron Digital | &lt;a href=&#34;https://www.neuroncloud.ai/&#34;&gt;https://www.neuroncloud.ai/&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;Neuron Digital คือพันธมิตรด้าน AI ที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ปัจจุบันดำเนินงานอยู่ในอาคารที่เป็นแลนด์มาร์กกว่า 800 แห่งทั่วเอเชีย และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ 1,000 แห่ง Neuron Digital เป็นพันธมิตรร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ชั้นนำของเอเชีย และได้รับความภาคภูมิใจจากการสนับสนุนโดย Arup ผู้นำด้านวิศวกรรมระดับโลก เราส่งมอบโซลูชันอาคารอัจฉริยะพลัง AI ที่ครอบคลุมและผ่านการพิสูจน์แล้วมากที่สุดในตลาด Neuron Digital ก้าวไปไกลกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม โดยการทลายขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ เพื่อส่งมอบความอัจฉริยะ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสมรรถนะในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะร่วมกำหนดนิยามใหม่ให้กับอนาคตของอาคารอัจฉริยะ&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>10 กรกฎาคม 2026 — ในขณะที่ AI เชิงกายภาพ (Physical AI) และปัญญาประดิษฐ์เชิงพื้นที่ (Spatial Intelligence) กำลังพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ Neuron Digital ได้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แพลตฟอร์ม เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครอบคลุม โดยล่าสุด Neuron Digital ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ Xbrother, Zonebond Group และ Top Insight ซึ่งถือเป็นการเติมเต็ม 3 เสาหลักสำคัญของระบบนิเวศ อันได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ (Computing Infrastructure), การส่งเสริมทรัพยากรภาคอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยยกระดับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) จากขั้น "การรับรู้และการตัดสินใจ" ไปสู่ "การปฏิบัติการครอบคลุมทุกโดเมน"</p> <p>10 กรกฎาคม 2026 — ในขณะที่ AI เชิงกายภาพ (Physical AI) และปัญญาประดิษฐ์เชิงพื้นที่ (Spatial Intelligence) กำลังพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ <b>Neuron Digital</b> ได้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แพลตฟอร์ม เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครอบคลุม โดยล่าสุด <b>Neuron Digital</b> ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ <b>Xbrother, Zonebond Group</b> และ <b>Top Insight</b> ซึ่งถือเป็นการเติมเต็ม 3 เสาหลักสำคัญของระบบนิเวศ อันได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ (Computing Infrastructure), การส่งเสริมทรัพยากรภาคอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยยกระดับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) จากขั้น "การรับรู้และการตัดสินใจ" ไปสู่ "การปฏิบัติการครอบคลุมทุกโดเมน"<br><br></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/d455146b-4e22-4a99-82c6-8053dc869601/public" alt="Neuron Smart City" /><h3>ความร่วมมือกับ Xbrother: เสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ พร้อมขยายตลาดคอมพิวติ้งอัจฉริยะสีเขียวทั่วโลก</h3><p>ในเซกเตอร์ AI และโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ Neuron Digital ได้ลงนามในข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมกับ Xbrother ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI+Computing ชั้นนำในประเทศ โดยความร่วมมือนี้ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาตลาดในประเทศ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ไปจนถึงการสำรวจเทคโนโลยี AI ระดับแนวหน้า</p><p>ด้วยความเชี่ยวชาญเกือบ 3 ทศวรรษในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) Xbrother ได้ปรับใช้ระบบ DCIM เพื่อการประหยัดพลังงานด้วย AI ในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งในอุตสาหกรรมการเงิน อินเทอร์เน็ต และอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมแล้วมากกว่า 3.76 ล้านแร็ค ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ เทคโนโลยี AI แบบ Full-stack และช่องทางเครือข่ายทั่วโลกของ Neuron Digital จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญ ทั้งสองบริษัทจะจัดตั้งทีมทำงานร่วมกันเพื่อนำระบบจัดการประหยัดพลังงานและแพลตฟอร์ม IoT แบบเปิดของ Neuron Digital เข้าไปบูรณาการในโซลูชันเบ็ดเสร็จ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์สมาร์ตแคมปัสแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ปลายทางถึงปลายทาง (End-to-End) ในขณะเดียวกัน การอาศัยเครือข่ายการขายของ Neuron Digital ในฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยนำโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งอัจฉริยะสีเขียวออกสู่ตลาดสากล เพื่อขับเคลื่อนไปสู่วิสัยทัศน์ปี 2030 ในการสร้างศูนย์ข้อมูลและอาคารอัจฉริยะแบบ "ไร้ผู้ดูแล" (Unattended)</p><h3>ความร่วมมือกับ Zonebond Group: ปรับใช้ทรัพยากรระดับโลก และเชื่อมต่อก้าวสุดท้ายของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี</h3><p>ในด้านทรัพยากรอุตสาหกรรมและบริการต่างประเทศ Neuron Digital ได้สร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เชิงลึกกับ Zonebond (Shenzhen) Digital Information Services Co., Ltd. (Zonebond Group) ในฐานะผู้ให้บริการการดูแลตลอดวงจรชีวิตขององค์กร Zonebond ได้ดำเนินงานในพื้นที่อ่าวซานตง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) มานานกว่าทศวรรษ โดยได้สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางกับภาครัฐ นิคมอุตสาหกรรม และองค์กรขนาดใหญ่ ตลอดจนมีความสามารถโดดเด่นในการจับคู่โครงการและการสนับสนุนธุรกิจในต่างประเทศ</p><p>หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือการบูรณาการ "เทคโนโลยี + ทรัพยากร" เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ภายใต้กลยุทธ์ขับเคลื่อนคู่ “การร่วมพัฒนาตลาดในประเทศและการกระจายสินค้าในต่างประเทศ” Neuron Digital จะใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารด้วย AI ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เข้าไปผสานรวมกับระบบของ Zonebond ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติตามบริบทท้องถิ่นและระบบคุณสมบัติการรับรอง ทั้งนี้ พันธมิตรทั้งสองได้ระบุโครงการความร่วมมือด้านหุ่นยนต์สำหรับการทำความสะอาดภายนอกอาคารและการขนส่งในโรงพยาบาลแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อทลายอุปสรรคระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับการนำไปใช้งานจริง และเร่งการเติบโตสู่ระดับสากลของเทคโนโลยี AI จากประเทศจีน</p><h3>การพัฒนาร่วมกับ Top Insight: เสริมขีดความสามารถการปฏิบัติการ และปิดลูป “สมองอาคาร + หุ่นยนต์”</h3><p>ตรงจุดตัดระหว่างปัญญาประดิษฐ์เชิงพื้นที่และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง Neuron Digital กับ Beijing Top Insight นึ้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง Top Insight เป็นองค์กรเทคโนโลยีระดับสูงแห่งชาติที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอัจฉริยะและการบริหารจัดการหุ่นยนต์หลายตัวร่วมกันสำหรับภาคอุตสาหกรรมทั่วไป โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ “Tianshu Matrix All-Domain Robot Intelligent Control Center All-in-One Machine” ที่ช่วยเชื่อมต่อโพรโทคอลข้ามผู้ผลิตหุ่นยนต์กระแสหลักหลายราย ทำให้หุ่นยนต์ต่างแบรนด์และต่างรูปแบบสามารถเข้าถึงและจัดสรรการทำงานร่วมกันได้อย่างอัจฉริยะ</p><p>ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะเติมเต็มห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ "การรับรู้พื้นที่" ไปจนถึง "การปฏิบัติการของหุ่นยนต์อัจฉริยะเชิงกายภาพ" (Embodied Intelligent Robot Execution) โดยแพลตฟอร์ม Building AI “Spatial Brain” ของ Neuron Digital จะทำหน้าที่เป็น “สมองของอาคาร” คอยประมวลผลกลยุทธ์การทำงานแบบไดนามิกหลังจากรวบรวมข้อมูลจากระบบย่อยต่างๆ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยและระบบพลังงาน จากนั้นคำสั่งจะถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มควบคุมอัจฉริยะของ Top Insight เพื่อประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ สำหรับสถานการณ์ต่างๆ เช่น การทำความสะอาด การตรวจเช็ก และการส่งของ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันในเวอร์ชันภาษาอังกฤษคาดว่าจะพร้อมส่งมอบภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และด้วยการอาศัยเครือข่ายการขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Neuron Digital ผสานกับการสนับสนุนทางเทคนิคของ Top Insight ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันเร่งการใช้งานโซลูชันนี้ในวงกว้างในต่างประเทศ</p><h3>การผนึกกำลังระบบนิเวศ: จากจุดเริ่มต้นเฉพาะส่วน สู่ปัญญาประดิษฐ์เต็มห่วงโซ่</h3><p>จากรากฐานโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณที่สร้างร่วมกับ Xbrother ช่องทางการดำเนินงานในอุตสาหกรรมและเส้นทางสู่ต่างประเทศที่เปิดร่วมกับ Zonebond Group ไปจนถึงลูปการปฏิบัติการของหุ่นยนต์อัจฉริยะเชิงกายภาพที่สมบูรณ์ร่วมกับ Top Insight นั้น Neuron Digital กำลังดำเนินยุทธศาสตร์ระบบนิเวศแบบเปิด ส่งผลให้เกิดขีดความสามารถแบบ Full-stack ที่พร้อมสำหรับอนาคต ทั้งในด้าน "การรับรู้ การตัดสินใจ การจัดสรร และการปฏิบัติการ" สำหรับสมาร์ตแคมปัส ศูนย์คำนวณอัจฉริยะ และอาคารพาณิชย์<br><br></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/4fef490e-d54c-49d1-ada2-7dbe01aac01b/public" alt="Immersive Experience on Neuron Digital Twin" /><h3>เกี่ยวกับ Neuron Digital | <a href="https://www.neuroncloud.ai/">https://www.neuroncloud.ai/</a></h3><p>Neuron Digital คือพันธมิตรด้าน AI ที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ปัจจุบันดำเนินงานอยู่ในอาคารที่เป็นแลนด์มาร์กกว่า 800 แห่งทั่วเอเชีย และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ 1,000 แห่ง Neuron Digital เป็นพันธมิตรร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ชั้นนำของเอเชีย และได้รับความภาคภูมิใจจากการสนับสนุนโดย Arup ผู้นำด้านวิศวกรรมระดับโลก เราส่งมอบโซลูชันอาคารอัจฉริยะพลัง AI ที่ครอบคลุมและผ่านการพิสูจน์แล้วมากที่สุดในตลาด Neuron Digital ก้าวไปไกลกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม โดยการทลายขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ เพื่อส่งมอบความอัจฉริยะ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสมรรถนะในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะร่วมกำหนดนิยามใหม่ให้กับอนาคตของอาคารอัจฉริยะ</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/63d10756-86ba-41ff-961e-887942535fa4/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/65104e11-8894-4e1a-a37f-8579603951f3/ab175924-1f42-43a9-a1e0-ac9585450ac6</guid>
      <pubDate>Mon, 27 Jul 2026 01:00:57 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>StayEngine ชี้ AI กำลังเปลี่ยน Customer Journey ของนักท่องเที่ยว พร้อมเผย 5 เทรนด์ธุรกิจที่พักไทย</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/63290255-8211-4904-b6f7-a74fb9f23e64/d0af8dd7-60ee-46d7-b840-26e8ffe929d6</link>
      <description>นนทบุรี, ประเทศไทย – กรกฎาคม 2569 — การเติบโตของ Generative AI กำลังเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการค้นหาที่พัก จากเดิมที่นักท่องเที่ยวมักค้นหาผ่าน Search Engine หรือแพลตฟอร์ม Online Travel Agency (OTA) สู่การใช้ผู้ช่วย AI เพื่อค้นหา เปรียบเทียบ และขอคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น&lt;br/&gt;การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการที่พักต้องให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของช่องทางการขาย ข้อมูลลูกค้า และประสบการณ์การจองผ่านเว็บไซต์ของตนเองมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคที่ AI จะเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว&lt;br/&gt;StayEngine ผู้พัฒนาระบบ Property Management System (PMS) และ Direct Booking Engine สำหรับโรงแรม วิลล่า และที่พักขนาดเล็กของไทย มองว่า การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงการมีที่พักอยู่บนแพลตฟอร์ม OTA แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการสร้างช่องทางการจองตรง ควบคู่กับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ&lt;br/&gt;จากแนวโน้มดังกล่าว StayEngine ได้สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจับตา ดังนี้&lt;br/&gt;1. AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวค้นหาและเลือกที่พัก&lt;br/&gt;AI กำลังเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการวางแผนเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้ผู้ช่วย AI เพื่อค้นหาที่พัก เปรียบเทียบตัวเลือก และขอคำแนะนำที่เหมาะกับงบประมาณหรือรูปแบบการเดินทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;สำหรับผู้ประกอบการ นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลครบถ้วน น่าเชื่อถือ และอัปเดตอยู่เสมอ จะมีโอกาสถูกค้นพบและถูกนำเสนอในคำตอบของ AI มากขึ้น&lt;br/&gt;2. เว็บไซต์ของที่พักกำลังเปลี่ยนจาก &#34;เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์&#34; สู่ &#34;ช่องทางสร้างรายได้&#34;&lt;br/&gt;เว็บไซต์ไม่ควรเป็นเพียงหน้ารวมข้อมูล รูปภาพ หรือช่องทางติดต่ออีกต่อไป แต่ควรสามารถรองรับการรับจอง การรับชำระเงิน และการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นผู้เข้าพักโดยตรง&lt;br/&gt;การมีช่องทางรับจองของตนเองยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป&lt;br/&gt;3. ข้อมูลลูกค้าจะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากขึ้น&lt;br/&gt;เมื่อธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลการจองและประวัติของลูกค้าได้ด้วยตนเอง ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้พัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าพัก สร้างการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำได้ในอนาคต&lt;br/&gt;4. ระบบที่เชื่อมต่อกันจะช่วยลดภาระการดำเนินงาน&lt;br/&gt;การบริหารการจอง การรับชำระเงิน ปฏิทินห้องพัก และการสื่อสารผ่านหลายระบบแยกจากกัน ทำให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อนและเพิ่มโอกาสเกิดข้อผิดพลาด ผู้ประกอบการจึงเริ่มมองหาระบบที่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ&lt;br/&gt;5. ธุรกิจที่พร้อมสำหรับ AI จะได้เปรียบในระยะยาว&lt;br/&gt;AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสร้างเนื้อหา แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ และการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่เตรียมเว็บไซต์ ข้อมูล และกระบวนการทำงานให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว&lt;br/&gt;&#34;AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ OTA หรือเว็บไซต์ของที่พัก แต่กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวค้นหาและตัดสินใจเลือกที่พัก ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางการจองของตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาเว็บไซต์และข้อมูลให้พร้อมสำหรับโลกที่ AI มีบทบาทมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ธุรกิจสามารถเป็นเจ้าของและต่อยอดได้ในระยะยาว&#34; ทีมงาน StayEngine กล่าว&lt;br/&gt;StayEngine ระบุว่า บริษัทกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว ผ่านระบบรับจองตรง (Direct Booking Engine) ระบบบริหารจัดการที่พัก (PMS) การรับชำระเงินผ่าน PromptPay QR และ Stripe ตลอดจนระบบแจ้งเตือนผ่าน LINE แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;br/&gt;นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ ระบบรายงานธุรกิจ การเชื่อมต่อปฏิทิน iCal การรองรับผู้ดูแลหลายคน และฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจที่พักไทยในอนาคต&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>StayEngine เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมที่พักไทย ชี้การเติบโตของ AI กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาและจองที่พัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ Direct Booking การเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า และการพัฒนาเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับยุค AI Search เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
</p> <p>นนทบุรี, ประเทศไทย – กรกฎาคม 2569 — การเติบโตของ Generative AI กำลังเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการค้นหาที่พัก จากเดิมที่นักท่องเที่ยวมักค้นหาผ่าน Search Engine หรือแพลตฟอร์ม Online Travel Agency (OTA) สู่การใช้ผู้ช่วย AI เพื่อค้นหา เปรียบเทียบ และขอคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น</p><p>การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการที่พักต้องให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของช่องทางการขาย ข้อมูลลูกค้า และประสบการณ์การจองผ่านเว็บไซต์ของตนเองมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคที่ AI จะเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว</p><p>StayEngine ผู้พัฒนาระบบ Property Management System (PMS) และ Direct Booking Engine สำหรับโรงแรม วิลล่า และที่พักขนาดเล็กของไทย มองว่า การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงการมีที่พักอยู่บนแพลตฟอร์ม OTA แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการสร้างช่องทางการจองตรง ควบคู่กับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ</p><p>จากแนวโน้มดังกล่าว StayEngine ได้สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจับตา ดังนี้</p><h2>1. AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวค้นหาและเลือกที่พัก</h2><p>AI กำลังเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการวางแผนเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้ผู้ช่วย AI เพื่อค้นหาที่พัก เปรียบเทียบตัวเลือก และขอคำแนะนำที่เหมาะกับงบประมาณหรือรูปแบบการเดินทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p>สำหรับผู้ประกอบการ นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลครบถ้วน น่าเชื่อถือ และอัปเดตอยู่เสมอ จะมีโอกาสถูกค้นพบและถูกนำเสนอในคำตอบของ AI มากขึ้น</p><h2>2. เว็บไซต์ของที่พักกำลังเปลี่ยนจาก "เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์" สู่ "ช่องทางสร้างรายได้"</h2><p>เว็บไซต์ไม่ควรเป็นเพียงหน้ารวมข้อมูล รูปภาพ หรือช่องทางติดต่ออีกต่อไป แต่ควรสามารถรองรับการรับจอง การรับชำระเงิน และการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นผู้เข้าพักโดยตรง</p><p>การมีช่องทางรับจองของตนเองยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป</p><h2>3. ข้อมูลลูกค้าจะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากขึ้น</h2><p>เมื่อธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลการจองและประวัติของลูกค้าได้ด้วยตนเอง ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้พัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าพัก สร้างการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำได้ในอนาคต</p><h2>4. ระบบที่เชื่อมต่อกันจะช่วยลดภาระการดำเนินงาน</h2><p>การบริหารการจอง การรับชำระเงิน ปฏิทินห้องพัก และการสื่อสารผ่านหลายระบบแยกจากกัน ทำให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อนและเพิ่มโอกาสเกิดข้อผิดพลาด ผู้ประกอบการจึงเริ่มมองหาระบบที่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ</p><h2>5. ธุรกิจที่พร้อมสำหรับ AI จะได้เปรียบในระยะยาว</h2><p>AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสร้างเนื้อหา แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ และการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่เตรียมเว็บไซต์ ข้อมูล และกระบวนการทำงานให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว</p><p>"AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ OTA หรือเว็บไซต์ของที่พัก แต่กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวค้นหาและตัดสินใจเลือกที่พัก ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางการจองของตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาเว็บไซต์และข้อมูลให้พร้อมสำหรับโลกที่ AI มีบทบาทมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ธุรกิจสามารถเป็นเจ้าของและต่อยอดได้ในระยะยาว" ทีมงาน StayEngine กล่าว</p><p>StayEngine ระบุว่า บริษัทกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว ผ่านระบบรับจองตรง (Direct Booking Engine) ระบบบริหารจัดการที่พัก (PMS) การรับชำระเงินผ่าน PromptPay QR และ Stripe ตลอดจนระบบแจ้งเตือนผ่าน LINE แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ ระบบรายงานธุรกิจ การเชื่อมต่อปฏิทิน iCal การรองรับผู้ดูแลหลายคน และฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจที่พักไทยในอนาคต</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ac186225-08a3-4bde-870d-0cd08fcbca5a/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/63290255-8211-4904-b6f7-a74fb9f23e64/d0af8dd7-60ee-46d7-b840-26e8ffe929d6</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Jul 2026 02:09:42 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Neuron Digital และ BSI ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อเร่งการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment)</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/65104e11-8894-4e1a-a37f-8579603951f3/3004432a-3f34-44bf-8f51-1fbb156750df</link>
      <description>7 กรกฎาคม 2026 – &lt;b&gt;Neuron Digital&lt;/b&gt; และสถาบันมาตรฐานอังกฤษ &lt;b&gt;(British Standards Institution หรือ BSI)&lt;/b&gt; ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อประสานความร่วมมือในโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ทั่วโลก ข้อตกลงนี้จะมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้งานจริงของแบบจำลองดิจิทัลแบบเรียลไทม์ (Live Digital Twins) ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในวงกว้าง เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของสินทรัพย์ ความยั่งยืน และผลลัพธ์ในระยะยาวตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์ที่ก่อสร้างขึ้น&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/59a45d44-e360-47ac-ba22-bfc9a4970366/public&#34; alt=&#34;ตัวแทนจากทั้ง BSI และ Neuron Digital เข้าร่วมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU)&#34;/&gt;ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความสามารถของ Neuron Digital ในด้านแพลตฟอร์มเปิดที่อิงตามระบบจัดกลุ่มข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Ontology-based Open Platform) โครงสร้างพื้นฐาน AI และเทคโนโลยี Digital Twin ที่นำมาประยุกต์ใช้ เข้ากับความเชี่ยวชาญของ BSI ในด้านมาตรฐาน การให้การรับรอง และความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถใช้ข้อมูลของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตัดสินใจได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น การลงนาม MoU ครั้งนี้จะใช้แนวทางที่เน้นผลลัพธ์เป็นอันดับแรก (Outcomes-First Approach) เพื่อศึกษาว่าข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เทคโนโลยีอัจฉริยะ และแนวทางดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ จะสามารถช่วยเหลือภาคส่วนนี้ในการรับมือกับความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดได้อย่างไร ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยคาร์บอน การสร้างความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน&lt;br/&gt;“เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Neuron Digital เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่จำเป็นอย่างยิ่งในภาคส่วนนี้” แอนดี บัตเตอร์ฟิลด์&lt;b&gt; (Andy Butterfield)&lt;/b&gt; กรรมการผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างระดับโลก (Global Built Environment) ของ BSI กล่าว “การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ผ่านแนวทางที่เน้นผลลัพธ์เป็นอันดับแรก ทำให้เรามีโอกาสที่จะปลดล็อกคุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าจากข้อมูลของอาคาร ปรับปรุงประสิทธิภาพของสินทรัพย์ และช่วยส่งมอบผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและโลกใบนี้”&lt;br/&gt;ภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเจ้าของสินทรัพย์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้บริการ และพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน ต่างต้องการข้อมูลที่มีความสอดคล้อง น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากขึ้น ผ่าน MoU ฉบับนี้ Neuron Digital และ BSI ตั้งใจที่จะแสวงหาโอกาสในการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ทั้งในส่วนของอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างในภาพรวม&lt;br/&gt;“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมค้นหาว่าความเชี่ยวชาญที่ผสมผสานกันของเราจะสามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระยะต่อไปนี้ได้อย่างไร” ชาห์ม บาร์ฮอม &lt;b&gt;(Shahm Barhom) &lt;/b&gt;กรรมการผู้จัดการฝ่ายการรับรองผลิตภัณฑ์ระดับโลก (Global Product Certification) ของ BSI กล่าวเสริม “การรวมเอานวัตกรรม การรับรองมาตรฐาน และความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าเข้าไว้ด้วยกัน จะช่วยให้เราสามารถสร้างความมั่นใจให้กับองค์กรต่าง ๆ ในเรื่องเทคโนโลยีและแนวทางที่จะเข้ามาขับเคลื่อนสินทรัพย์ให้มีความยั่งยืน ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”&lt;br/&gt;ข้อตกลงนี้ระบุว่า ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะสร้างความน่าเชื่อถือที่จำเป็นสำหรับการเปิดรับเทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย เพื่อนำพาอุตสาหกรรมก้าวข้ามขีดจำกัดจากการจัดการข้อมูลแบบคงที่ (Static) ไปสู่การจำลองภาพเสมือนจริงแบบโต้ตอบได้ในเวลาจริง (Real-Time, Interactive Virtual Modeling)&lt;br/&gt;“เราต้องการนำการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่น่าเชื่อถือมาสู่ภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างในระดับที่ขยายผลได้กว้างขวาง (At Scale)” โทมัส แปง &lt;b&gt;(Thomas Pang)&lt;/b&gt; ซีอีโอของ Neuron Digital กล่าว “เทคโนโลยี Live Digital Twin บนพื้นฐานออนโทโลยีของ Neuron Digital สามารถเปลี่ยนข้อมูลอาคารให้เป็นสถานการณ์จำลองโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ และด้วย AI ที่น่าเชื่อถือ เรากำลังก้าวข้ามผ่านแค่การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ไปสู่การสั่งการที่ปลอดภัย ทำให้ AI สามารถควบคุมการทำงานของอาคารได้จริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์มแบบเปิดที่สามารถนำไปใช้งานได้ทุกที่”&lt;br/&gt;การผสานนวัตกรรม การรับรอง และเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้าด้วยกันในความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มีความมั่นใจสูงสุดในการนำเครื่องมือที่จะมาพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตมาใช้งาน&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ Neuron Digital&lt;br/&gt;Neuron Digital คือพันธมิตรด้าน AI ที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับกลุ่มสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก ปัจจุบันระบบของ Neuron Digital เปิดใช้งานในอาคารแลนด์มาร์กกว่า 800 แห่งทั่วเอเชีย และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ 1,000 แห่ง โดย Neuron Digital ร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ชั้นนำของเอเชีย และได้รับการสนับสนุนอย่างภาคภูมิใจจาก Arup ผู้นำด้านวิศวกรรมระดับโลก เราส่งมอบโซลูชันอาคารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ครอบคลุมและผ่านการพิสูจน์แล้วว่าดีที่สุดในตลาด Neuron Digital ก้าวไปไกลกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม โดยผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลดล็อกระดับอัจฉริยภาพ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสมรรถนะในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะมากำหนดนิยามใหม่ให้กับอนาคตของอาคารอัจฉริยะ&lt;br/&gt;เว็บไซต์บริษัท: &lt;a href=&#34;https://www.neuroncloud.ai/&#34; target=&#34;_blank&#34;&gt;Transform Your Building with Smart Technology - Neuron Digital&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ BSI&lt;br/&gt;สถาบันมาตรฐานอังกฤษ (British Standards Institution หรือ BSI) เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงธุรกิจและมาตรฐานระดับโลก ซึ่งร่วมมือกับลูกค้ามากกว่า 77,500 รายทั่วโลกในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม BSI ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่องค์กรต่าง ๆ ในการเติบโต ผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรเหล่านั้นเพื่อจัดการกับประเด็นสำคัญของสังคม ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI และประเด็นอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเร่งการขับเคลื่อนไปสู่สังคมที่เป็นธรรมและโลกที่ยั่งยืน&lt;br/&gt;เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ BSI ได้รับการยอมรับในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและสังคม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิต ปัจจุบัน BSI ทำงานร่วมกับชุมชนผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มผู้บริโภค องค์กร และรัฐบาลทั่วโลกที่มีความแข็งแกร่งกว่า 15,000 ราย เพื่อส่งมอบเป้าหมายของสถาบันผ่านการช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายของตนเช่นกัน ทั้งนี้ BSI ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรให้ทำหน้าที่เป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ (National Standards Body) และเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของสหราชอาณาจักรในองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO), คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอนิกส์ (IEC) และองค์การมาตรฐานยุโรป (CEN, CENELEC และ ETSI)&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) Neuron Digital มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบถึงก้าวสำคัญครั้งใหม่ของเรา
เราได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ BSI (British Standards Institution) สถาบันมาตรฐานระดับโลก เพื่อผสานเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะของ Neuron เข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับสากลของ BSI
ความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าของเราได้อย่างไร?
ยกระดับความมั่นใจ: การรวมนวัตกรรม AI ของเราเข้ากับมาตรฐานการรับรองของ BSI ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีที่เรานำไปใช้กับอาคารของคุณนั้น มีความปลอดภัย แม่นยำ และน่าเชื่อถือสูงสุด
เพิ่มประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน: เรามุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงลึกผ่านเทคโนโลยี Live Digital Twin เพื่อลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และช่วยให้ท่านตัดสินใจบริหารจัดการอาคารได้อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด
ก้าวสู่ความเป็นผู้นำ: ความร่วมมือนี้ช่วยให้อาคารของท่านก้าวข้ามจากการเป็นอาคารทั่วไป ไปสู่การเป็นอาคารอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง
เราเชื่อมั่นว่าการผสานความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับอาคารและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p> <p>7 กรกฎาคม 2026 – <b>Neuron Digital</b> และสถาบันมาตรฐานอังกฤษ <b>(British Standards Institution หรือ BSI)</b> ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อประสานความร่วมมือในโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ทั่วโลก ข้อตกลงนี้จะมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้งานจริงของแบบจำลองดิจิทัลแบบเรียลไทม์ (Live Digital Twins) ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในวงกว้าง เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของสินทรัพย์ ความยั่งยืน และผลลัพธ์ในระยะยาวตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์ที่ก่อสร้างขึ้น</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/59a45d44-e360-47ac-ba22-bfc9a4970366/public" alt="ตัวแทนจากทั้ง BSI และ Neuron Digital เข้าร่วมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU)" /><p>ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความสามารถของ Neuron Digital ในด้านแพลตฟอร์มเปิดที่อิงตามระบบจัดกลุ่มข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Ontology-based Open Platform) โครงสร้างพื้นฐาน AI และเทคโนโลยี Digital Twin ที่นำมาประยุกต์ใช้ เข้ากับความเชี่ยวชาญของ BSI ในด้านมาตรฐาน การให้การรับรอง และความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถใช้ข้อมูลของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตัดสินใจได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น การลงนาม MoU ครั้งนี้จะใช้แนวทางที่เน้นผลลัพธ์เป็นอันดับแรก (Outcomes-First Approach) เพื่อศึกษาว่าข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เทคโนโลยีอัจฉริยะ และแนวทางดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ จะสามารถช่วยเหลือภาคส่วนนี้ในการรับมือกับความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดได้อย่างไร ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยคาร์บอน การสร้างความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน</p><p>“เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Neuron Digital เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่จำเป็นอย่างยิ่งในภาคส่วนนี้” แอนดี บัตเตอร์ฟิลด์<b> (Andy Butterfield)</b> กรรมการผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างระดับโลก (Global Built Environment) ของ BSI กล่าว “การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ผ่านแนวทางที่เน้นผลลัพธ์เป็นอันดับแรก ทำให้เรามีโอกาสที่จะปลดล็อกคุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าจากข้อมูลของอาคาร ปรับปรุงประสิทธิภาพของสินทรัพย์ และช่วยส่งมอบผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและโลกใบนี้”</p><p>ภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเจ้าของสินทรัพย์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้บริการ และพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน ต่างต้องการข้อมูลที่มีความสอดคล้อง น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากขึ้น ผ่าน MoU ฉบับนี้ Neuron Digital และ BSI ตั้งใจที่จะแสวงหาโอกาสในการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ทั้งในส่วนของอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างในภาพรวม</p><p>“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมค้นหาว่าความเชี่ยวชาญที่ผสมผสานกันของเราจะสามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระยะต่อไปนี้ได้อย่างไร” ชาห์ม บาร์ฮอม <b>(Shahm Barhom) </b>กรรมการผู้จัดการฝ่ายการรับรองผลิตภัณฑ์ระดับโลก (Global Product Certification) ของ BSI กล่าวเสริม “การรวมเอานวัตกรรม การรับรองมาตรฐาน และความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าเข้าไว้ด้วยกัน จะช่วยให้เราสามารถสร้างความมั่นใจให้กับองค์กรต่าง ๆ ในเรื่องเทคโนโลยีและแนวทางที่จะเข้ามาขับเคลื่อนสินทรัพย์ให้มีความยั่งยืน ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”</p><p>ข้อตกลงนี้ระบุว่า ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะสร้างความน่าเชื่อถือที่จำเป็นสำหรับการเปิดรับเทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย เพื่อนำพาอุตสาหกรรมก้าวข้ามขีดจำกัดจากการจัดการข้อมูลแบบคงที่ (Static) ไปสู่การจำลองภาพเสมือนจริงแบบโต้ตอบได้ในเวลาจริง (Real-Time, Interactive Virtual Modeling)</p><p>“เราต้องการนำการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่น่าเชื่อถือมาสู่ภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างในระดับที่ขยายผลได้กว้างขวาง (At Scale)” โทมัส แปง <b>(Thomas Pang)</b> ซีอีโอของ Neuron Digital กล่าว “เทคโนโลยี Live Digital Twin บนพื้นฐานออนโทโลยีของ Neuron Digital สามารถเปลี่ยนข้อมูลอาคารให้เป็นสถานการณ์จำลองโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ และด้วย AI ที่น่าเชื่อถือ เรากำลังก้าวข้ามผ่านแค่การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ไปสู่การสั่งการที่ปลอดภัย ทำให้ AI สามารถควบคุมการทำงานของอาคารได้จริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์มแบบเปิดที่สามารถนำไปใช้งานได้ทุกที่”</p><p>การผสานนวัตกรรม การรับรอง และเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้าด้วยกันในความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มีความมั่นใจสูงสุดในการนำเครื่องมือที่จะมาพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตมาใช้งาน</p><h3>เกี่ยวกับ Neuron Digital</h3><p>Neuron Digital คือพันธมิตรด้าน AI ที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับกลุ่มสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก ปัจจุบันระบบของ Neuron Digital เปิดใช้งานในอาคารแลนด์มาร์กกว่า 800 แห่งทั่วเอเชีย และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ 1,000 แห่ง โดย Neuron Digital ร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ชั้นนำของเอเชีย และได้รับการสนับสนุนอย่างภาคภูมิใจจาก Arup ผู้นำด้านวิศวกรรมระดับโลก เราส่งมอบโซลูชันอาคารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ครอบคลุมและผ่านการพิสูจน์แล้วว่าดีที่สุดในตลาด Neuron Digital ก้าวไปไกลกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม โดยผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปลดล็อกระดับอัจฉริยภาพ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสมรรถนะในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะมากำหนดนิยามใหม่ให้กับอนาคตของอาคารอัจฉริยะ</p><p>เว็บไซต์บริษัท: <a href="https://www.neuroncloud.ai/" target="_blank">Transform Your Building with Smart Technology - Neuron Digital</a></p><h3>เกี่ยวกับ BSI</h3><p>สถาบันมาตรฐานอังกฤษ (British Standards Institution หรือ BSI) เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงธุรกิจและมาตรฐานระดับโลก ซึ่งร่วมมือกับลูกค้ามากกว่า 77,500 รายทั่วโลกในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม BSI ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่องค์กรต่าง ๆ ในการเติบโต ผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรเหล่านั้นเพื่อจัดการกับประเด็นสำคัญของสังคม ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI และประเด็นอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเร่งการขับเคลื่อนไปสู่สังคมที่เป็นธรรมและโลกที่ยั่งยืน</p><p>เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ BSI ได้รับการยอมรับในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและสังคม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิต ปัจจุบัน BSI ทำงานร่วมกับชุมชนผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มผู้บริโภค องค์กร และรัฐบาลทั่วโลกที่มีความแข็งแกร่งกว่า 15,000 ราย เพื่อส่งมอบเป้าหมายของสถาบันผ่านการช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายของตนเช่นกัน ทั้งนี้ BSI ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรให้ทำหน้าที่เป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ (National Standards Body) และเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของสหราชอาณาจักรในองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO), คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอนิกส์ (IEC) และองค์การมาตรฐานยุโรป (CEN, CENELEC และ ETSI)</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/40c66cd7-c82e-4471-8565-ae91c9710377/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/65104e11-8894-4e1a-a37f-8579603951f3/3004432a-3f34-44bf-8f51-1fbb156750df</guid>
      <pubDate>Mon, 20 Jul 2026 03:27:56 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Öhlins พลิกโฉมความสง่างามแห่งการขับขี่ในเมือง ยกระดับความเหนือชั้นให้กับ Vespa Sprint, Primavera 150 และรุ่นอื่น ๆ ในซีรีส์</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/9d314d64-b123-4400-948f-5117d1a9b97c/0f9e6d59-82fa-425f-a477-c000218babc1</link>
      <description>&lt;b&gt;มิถุนายน&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;.&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ศ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;. 2569, &lt;/b&gt;&lt;b&gt;จังหวัดชลบุรี&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ประเทศไทย&lt;/b&gt;&lt;b&gt; - &lt;/b&gt;&lt;b&gt;บริษัท&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;เออห์ลินส์&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;เอเซีย&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;จำกัด&lt;/b&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;br/&gt;เออห์ลินส์ (Öhlins) ยกระดับความต้องการสู่ที่สุดแห่งความเหนือชั้นของชีวิตคนเมือง ด้วยการเปิดตัวชุดอัปเกรดระบบกันสะเทือนระดับพรีเมียม สำหรับสกู๊ตเตอร์ไอคอนิก Vespa Sprint 150, Primavera 150 รวมถึงรุ่นต่าง ๆ ด้วยการผสานวิศวกรรมขั้นสูงที่ได้รับการพิสูจน์จากสนามแข่งเข้ากับสุนทรียภาพแห่งดีไซน์ระดับไฮเอนด์ Öhlins พร้อมที่จะเปลี่ยนการเดินทางในทุก ๆ วันของคุณให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนแฟชั่น เพราะภาพลักษณ์ที่ดูดีคือส่วนหนึ่งของตัวตนคุณ โช้คอัพสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมเหล่านี้จึงพร้อมพาผู้ขับขี่ออกไปสัมผัสท้องถนนอย่างมีสไตล์ เหนือระดับ และเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างสมบูรณ์แบบ&lt;br/&gt;&lt;b&gt;จากจิตวิญญาณ&lt;/b&gt;&lt;b&gt; MotoGP &lt;/b&gt;&lt;b&gt;สู่ความเท่สไตล์สตรีทชิค&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ด้วยการส่งต่อเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นในสนามแข่งระดับโลกอย่าง MotoGP มาสู่ท้องถนนโดยตรง Öhlins พร้อมมอบความเสถียร การยึดเกาะถนน และความนุ่มนวลในการขับขี่ที่เหนือชั้นให้กับรถเวสป้า (Vespa) โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความสปอร์ตและความคล่องตัวไว้อย่างครบถ้วน นี่คือการอัปเกรดทางวิศวกรรมขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่มองหาความสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะการใช้งานที่ยอดเยี่ยม&lt;br/&gt;แต่งเติมเอกลักษณ์ให้เวสป้า (Vespa) คันโปรดด้วยสองตัวเลือกงานดีไซน์ระดับพรีเมียมที่แตกต่างอย่างมีสไตล์:&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เออห์ลินส์&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;แบล็คไลน์&lt;/b&gt;&lt;b&gt; (Öhlins Blackline): &lt;/b&gt;ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความเรียบหรูอย่างมีเอกลักษณ์โดยผสานเข้ากับงานดีไซน์เฉพาะตัวของตัวรถได้อย่างกลมกลืนแต่ยังคงความโดดเด่นสะดุดตาในทุกมุมมองมอบนิยามแห่งความเสถียรภายใต้แนวคิด &#34;น้อยแต่มาก&#34; (Minimalist)&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เออห์ลินส์&lt;/b&gt;&lt;b&gt; (Öhlins): &lt;/b&gt;โดดเด่นด้วยซับแทงค์แยก (Piggy-back Reservoir) สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับและจดจำจากผู้คนทั่วโลกงานออกแบบนี้ไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถสกู๊ตเตอร์อย่างทรงพลังแต่ยังช่วยเติมเต็มกลิ่นอายความหรูหราและจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจนและไม่มีใครเหมือน&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะด้วยวิศวกรรมขั้นสูง&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ยกระดับการขับขี่ไปอีกขั้นกับโช้คอัพ Öhlins สำหรับรถ Vespa ทุกรุ่น ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยี STX ขั้นสูง และโครงสร้างระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube) มาพร้อมกระบอกเก็บน้ำมันสำรองภายนอก (Piggyback Reservoir) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดดเด่นด้วยฟังก์ชันการปรับแต่งที่ครอบคลุมทั้งการปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) แรงหน่วงการยุบตัว (Compression) และการคืนตัว (Rebound) ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของแต่ละรุ่น การอัปเกรดเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งระบบกันสะเทือนให้ลงตัวกับน้ำหนัก สัมภาระ และสไตล์การขับขี่เฉพาะตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อมอบผลลัพธ์แห่งการขับขี่ที่เหนือชั้น การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และความนุ่มนวลสูงสุดในทุกเส้นทาง&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/602f1eaa-2053-44ab-8db4-bcb2f73a1921/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f81e2855-4162-42f6-b0dd-ecec182ca346/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลการจัดจำหน่าย&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ชุดอัปเกรดระบบกันสะเทือนเออห์ลินส์ (Öhlins) สำหรับรถ Vespa Sprint, Primavera 150 และรุ่นต่าง ๆ มีวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://bit.ly/press-kit-ohlins-vespa&#34;&gt;Download Press Kit&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p><b>มิถุนายน</b><b> </b><b>พ</b><b>.</b><b>ศ</b><b>. 2569, </b><b>จังหวัดชลบุรี</b><b> </b><b>ประเทศไทย</b><b> - </b><b>บริษัท</b><b> </b><b>เออห์ลินส์</b><b> </b><b>เอเซีย</b><b> </b><b>จำกัด</b> &nbsp; &nbsp; </p><p>เออห์ลินส์ (Öhlins) ยกระดับความต้องการสู่ที่สุดแห่งความเหนือชั้นของชีวิตคนเมือง ด้วยการเปิดตัวชุดอัปเกรดระบบกันสะเทือนระดับพรีเมียม สำหรับสกู๊ตเตอร์ไอคอนิก Vespa Sprint 150, Primavera 150 รวมถึงรุ่นต่าง ๆ ด้วยการผสานวิศวกรรมขั้นสูงที่ได้รับการพิสูจน์จากสนามแข่งเข้ากับสุนทรียภาพแห่งดีไซน์ระดับไฮเอนด์ Öhlins พร้อมที่จะเปลี่ยนการเดินทางในทุก ๆ วันของคุณให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนแฟชั่น เพราะภาพลักษณ์ที่ดูดีคือส่วนหนึ่งของตัวตนคุณ โช้คอัพสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมเหล่านี้จึงพร้อมพาผู้ขับขี่ออกไปสัมผัสท้องถนนอย่างมีสไตล์ เหนือระดับ และเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างสมบูรณ์แบบ</p><p><b>จากจิตวิญญาณ</b><b> MotoGP </b><b>สู่ความเท่สไตล์สตรีทชิค</b><b></b></p><p>ด้วยการส่งต่อเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นในสนามแข่งระดับโลกอย่าง MotoGP มาสู่ท้องถนนโดยตรง Öhlins พร้อมมอบความเสถียร การยึดเกาะถนน และความนุ่มนวลในการขับขี่ที่เหนือชั้นให้กับรถเวสป้า (Vespa) โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความสปอร์ตและความคล่องตัวไว้อย่างครบถ้วน นี่คือการอัปเกรดทางวิศวกรรมขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่มองหาความสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะการใช้งานที่ยอดเยี่ยม</p><p>แต่งเติมเอกลักษณ์ให้เวสป้า (Vespa) คันโปรดด้วยสองตัวเลือกงานดีไซน์ระดับพรีเมียมที่แตกต่างอย่างมีสไตล์:</p><p><b>เออห์ลินส์</b><b> </b><b>แบล็คไลน์</b><b> (Öhlins Blackline): </b>ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความเรียบหรูอย่างมีเอกลักษณ์โดยผสานเข้ากับงานดีไซน์เฉพาะตัวของตัวรถได้อย่างกลมกลืนแต่ยังคงความโดดเด่นสะดุดตาในทุกมุมมองมอบนิยามแห่งความเสถียรภายใต้แนวคิด "น้อยแต่มาก" (Minimalist)</p><p><b>เออห์ลินส์</b><b> (Öhlins): </b>โดดเด่นด้วยซับแทงค์แยก (Piggy-back Reservoir) สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับและจดจำจากผู้คนทั่วโลกงานออกแบบนี้ไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถสกู๊ตเตอร์อย่างทรงพลังแต่ยังช่วยเติมเต็มกลิ่นอายความหรูหราและจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจนและไม่มีใครเหมือน</p><p><b>ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะด้วยวิศวกรรมขั้นสูง</b><b></b></p><p>ยกระดับการขับขี่ไปอีกขั้นกับโช้คอัพ Öhlins สำหรับรถ Vespa ทุกรุ่น ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยี STX ขั้นสูง และโครงสร้างระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube) มาพร้อมกระบอกเก็บน้ำมันสำรองภายนอก (Piggyback Reservoir) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดดเด่นด้วยฟังก์ชันการปรับแต่งที่ครอบคลุมทั้งการปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) แรงหน่วงการยุบตัว (Compression) และการคืนตัว (Rebound) ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของแต่ละรุ่น การอัปเกรดเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งระบบกันสะเทือนให้ลงตัวกับน้ำหนัก สัมภาระ และสไตล์การขับขี่เฉพาะตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อมอบผลลัพธ์แห่งการขับขี่ที่เหนือชั้น การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และความนุ่มนวลสูงสุดในทุกเส้นทาง</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/602f1eaa-2053-44ab-8db4-bcb2f73a1921/public" alt="Image" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f81e2855-4162-42f6-b0dd-ecec182ca346/public" alt="Image" /><p><b>ข้อมูลการจัดจำหน่าย</b><b></b></p><p>ชุดอัปเกรดระบบกันสะเทือนเออห์ลินส์ (Öhlins) สำหรับรถ Vespa Sprint, Primavera 150 และรุ่นต่าง ๆ มีวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ</p><p><a href="https://bit.ly/press-kit-ohlins-vespa">Download Press Kit</a></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ad32ac0d-27b9-4e85-b8db-70b083d4383f/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/9d314d64-b123-4400-948f-5117d1a9b97c/0f9e6d59-82fa-425f-a477-c000218babc1</guid>
      <pubDate>Mon, 20 Jul 2026 02:20:02 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ALPEN RUN เปิดตัว “TOKYO SIGHTSEEING RUN TOUR” ชวนนักวิ่งและนักท่องเที่ยววิ่งชมแลนด์มาร์กดังของกรุงโตเกียวไปกับไกด์ 4 และ 6 สิงหาคมนี้</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/91011446-b513-42dd-b07a-7c7dd8df817d/46fa8583-0695-4cb2-a124-7cc876ab8f27</link>
      <description>&lt;b&gt;กรุงโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น&lt;/b&gt; – ALPEN RUN MEIJI PARK ร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักวิ่งภายใต้การดำเนินงานของบริษัท&#xA;Alpen Co., Ltd. ประกาศจัดกิจกรรม “TOKYO SIGHTSEEING RUN TOUR” ทัวร์วิ่งชมเมืองภายใต้แนวคิด&#xA;“YOUR RUN YOUR STORY”&#xA;เปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์และแก่นแท้ของกรุงโตเกียวผ่านการวิ่งไปพร้อมกับไกด์&#xA;โดยจัดขึ้น 2 รอบ ในวันอังคารที่ 4 และวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 (2026) เวลา&#xA;7:30 น. ถึงประมาณ 11:00 น. เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 กรกฎาคมนี้&lt;br/&gt;เส้นทางวิ่งเริ่มต้นจากสวนเมจิ (Meiji&#xA;Park) บริเวณหน้าร้าน ALPEN RUN ผ่านสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงของกรุงโตเกียว&#xA;ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวทาวเวอร์ สนามกีฬาแห่งชาติ และถนนต้นแปะก๊วย (Ginkgo Avenue)&#xA;อันงดงาม รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยจะวิ่งด้วยจังหวะสบาย ๆ&#xA;ที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้เข้าร่วม&#xA;ผู้ที่ไม่ใช่นักวิ่งจริงจังจึงสามารถร่วมสนุกได้อย่างไร้กังวล&lt;br/&gt;จุดเด่นของกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ &lt;b&gt;บริการรองเท้าวิ่งให้ยืมฟรี&lt;/b&gt;จากแบรนด์ยอดนิยม&#xA;เช่น “On” และรุ่นแนะนำอื่น ๆ จากทางร้าน&#xA;ให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองวิ่งจริงด้วยรองเท้าคู่ที่ตนเองเลือก&#xA;นอกจากนี้ทีมงานจะเก็บภาพบรรยากาศตลอดการวิ่งพร้อมภาพหมู่ และ&lt;b&gt;แชร์ภาพถ่ายให้ผู้เข้าร่วมภายในวันเดียวกัน&lt;/b&gt;ผ่านสมาร์ทโฟน&#xA;(AirDrop) อีกทั้งผู้เข้าร่วมทุกท่านยังจะได้รับ&lt;b&gt;คูปองส่วนลดมูลค่า 2,000 เยน&lt;/b&gt;สำหรับใช้ที่ร้านภายในวันเดียวกัน&#xA;และส่วนลดพิเศษ 500 เยนสำหรับการใช้บริการซาวน่าที่ “TOTOPA”&#xA;สถานบริการซึ่งตั้งอยู่ติดกับร้าน (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)&lt;br/&gt;รายละเอียดกิจกรรม&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;ชื่อกิจกรรม: &lt;/b&gt;TOKYO SIGHTSEEING RUN TOUR&#xA;(ALPEN RUN MEIJI PARK)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;วันและเวลา: &lt;/b&gt;รอบที่ 1 วันอังคารที่ 4&#xA;สิงหาคม 2569 / รอบที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 7:30 น. ถึงประมาณ&#xA;11:00 น. (เปิดเช็คอิน 7:00 น.)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;ระยะทาง: &lt;/b&gt;ประมาณ 10 กม. (วิ่งจังหวะสบาย&#xA;ๆ ปรับตามผู้เข้าร่วม)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;จำนวนที่รับ: &lt;/b&gt;จำกัดเพียง 20 ท่านแรก&#xA;(ตามลำดับการสมัครก่อน–หลัง)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;ค่าเข้าร่วม: &lt;/b&gt;10,000 เยน (ไม่รวมภาษี)&#xA;ชำระที่ร้านในวันจัดกิจกรรม (รองรับบัตรเครดิตและการชำระเงินผ่าน QR Code)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;ระยะเวลารับสมัคร: &lt;/b&gt;วันพุธที่ 1 – วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านแบบฟอร์มการสมัครบนหน้าเว็บกิจกรรม&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;สถานที่: &lt;/b&gt;ALPEN RUN MEIJI PARK – อาคาร&#xA;C, สวนเมจิแห่งมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Meiji Park), 5-7&#xA;คาซุมิงาโอกะมาจิ, เขตชินจูกุ, โตเกียว 160-0013&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;การเดินทาง: &lt;/b&gt;&lt;br/&gt;◦&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดิน 9 นาทีจากสถานี&#xA;“โคคุริตสึ-เคียวกิโจ (Kokuritsu-Kyogijo)” (รถไฟสายโทเอ โอเอโดะ)&lt;br/&gt;◦&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดิน 9 นาทีจากสถานี&#xA;“ไกเอมมาเอะ (Gaiemmae)” (รถไฟสายโตเกียวเมโทร กินซ่า)&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เว็บไซต์/หน้ารับสมัคร: &lt;a href=&#34;https://www.alpen-group.jp/store/event_reserve/alpenrun_tokyosightseeingruntour?admin=on&#34;&gt;https://www.alpen-group.jp/store/event_reserve/alpenrun_tokyosightseeingruntour?admin=on&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;หมายเหตุสำหรับผู้เข้าร่วม&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุณามาในชุดที่เหมาะสมสำหรับการวิ่ง&#xA;และเตรียมเครื่องดื่ม ผ้าเช็ดตัว รวมถึงเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนมาด้วยตนเอง&#xA;เนื่องจากฤดูร้อนของญี่ปุ่นมีอากาศร้อนจัด&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมจะดำเนินต่อไปแม้มีฝนตกเล็กน้อย&#xA;แต่อาจถูกยกเลิกในกรณีสภาพอากาศเลวร้าย โดยทางร้านจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉพาะผู้ที่ได้รับอีเมลยืนยันการเข้าร่วมเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะมีการถ่ายภาพและวิดีโอระหว่างกิจกรรมเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ของทางร้าน&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ ALPEN RUN MEIJI PARK&lt;br/&gt;ALPEN RUN MEIJI PARK คือร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักวิ่ง&#xA;ดำเนินงานโดยบริษัท Alpen Co., Ltd. ตั้งอยู่ภายในสวนเมจิแห่งมหานครโตเกียว&#xA;นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้า&#xA;ทางร้านยังจัดกิจกรรมวิ่งและกิจกรรมชุมชนสำหรับนักวิ่งอย่างต่อเนื่อง&lt;br/&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>วิ่งสบาย ๆ ระยะทางประมาณ 10 กม. จากสวนเมจิ ผ่านโตเกียวทาวเวอร์ สนามกีฬาแห่งชาติ และถนนต้นแปะก๊วยอันงดงาม พร้อมบริการรองเท้าวิ่งให้ยืมฟรีจากแบรนด์ชั้นนำ รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านแรก</p> <p><b>กรุงโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น</b> – ALPEN RUN MEIJI PARK ร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักวิ่งภายใต้การดำเนินงานของบริษัท
Alpen Co., Ltd. ประกาศจัดกิจกรรม “TOKYO SIGHTSEEING RUN TOUR” ทัวร์วิ่งชมเมืองภายใต้แนวคิด
“YOUR RUN YOUR STORY”
เปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์และแก่นแท้ของกรุงโตเกียวผ่านการวิ่งไปพร้อมกับไกด์
โดยจัดขึ้น 2 รอบ ในวันอังคารที่ 4 และวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 (2026) เวลา
7:30 น. ถึงประมาณ 11:00 น. เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 กรกฎาคมนี้</p><p>เส้นทางวิ่งเริ่มต้นจากสวนเมจิ (Meiji
Park) บริเวณหน้าร้าน ALPEN RUN ผ่านสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงของกรุงโตเกียว
ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวทาวเวอร์ สนามกีฬาแห่งชาติ และถนนต้นแปะก๊วย (Ginkgo Avenue)
อันงดงาม รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยจะวิ่งด้วยจังหวะสบาย ๆ
ที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้เข้าร่วม
ผู้ที่ไม่ใช่นักวิ่งจริงจังจึงสามารถร่วมสนุกได้อย่างไร้กังวล</p><p>จุดเด่นของกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ <b>บริการรองเท้าวิ่งให้ยืมฟรี</b>จากแบรนด์ยอดนิยม
เช่น “On” และรุ่นแนะนำอื่น ๆ จากทางร้าน
ให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองวิ่งจริงด้วยรองเท้าคู่ที่ตนเองเลือก
นอกจากนี้ทีมงานจะเก็บภาพบรรยากาศตลอดการวิ่งพร้อมภาพหมู่ และ<b>แชร์ภาพถ่ายให้ผู้เข้าร่วมภายในวันเดียวกัน</b>ผ่านสมาร์ทโฟน
(AirDrop) อีกทั้งผู้เข้าร่วมทุกท่านยังจะได้รับ<b>คูปองส่วนลดมูลค่า 2,000 เยน</b>สำหรับใช้ที่ร้านภายในวันเดียวกัน
และส่วนลดพิเศษ 500 เยนสำหรับการใช้บริการซาวน่าที่ “TOTOPA”
สถานบริการซึ่งตั้งอยู่ติดกับร้าน (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)</p><h2>รายละเอียดกิจกรรม</h2><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>ชื่อกิจกรรม: </b>TOKYO SIGHTSEEING RUN TOUR
(ALPEN RUN MEIJI PARK)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>วันและเวลา: </b>รอบที่ 1 วันอังคารที่ 4
สิงหาคม 2569 / รอบที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 7:30 น. ถึงประมาณ
11:00 น. (เปิดเช็คอิน 7:00 น.)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>ระยะทาง: </b>ประมาณ 10 กม. (วิ่งจังหวะสบาย
ๆ ปรับตามผู้เข้าร่วม)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>จำนวนที่รับ: </b>จำกัดเพียง 20 ท่านแรก
(ตามลำดับการสมัครก่อน–หลัง)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>ค่าเข้าร่วม: </b>10,000 เยน (ไม่รวมภาษี)
ชำระที่ร้านในวันจัดกิจกรรม (รองรับบัตรเครดิตและการชำระเงินผ่าน QR Code)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>ระยะเวลารับสมัคร: </b>วันพุธที่ 1 – วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านแบบฟอร์มการสมัครบนหน้าเว็บกิจกรรม</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>สถานที่: </b>ALPEN RUN MEIJI PARK – อาคาร
C, สวนเมจิแห่งมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Meiji Park), 5-7
คาซุมิงาโอกะมาจิ, เขตชินจูกุ, โตเกียว 160-0013</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>การเดินทาง: </b></p><p>◦&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เดิน 9 นาทีจากสถานี
“โคคุริตสึ-เคียวกิโจ (Kokuritsu-Kyogijo)” (รถไฟสายโทเอ โอเอโดะ)</p><p>◦&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เดิน 9 นาทีจากสถานี
“ไกเอมมาเอะ (Gaiemmae)” (รถไฟสายโตเกียวเมโทร กินซ่า)</p><p>&nbsp;</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เว็บไซต์/หน้ารับสมัคร: <a href="https://www.alpen-group.jp/store/event_reserve/alpenrun_tokyosightseeingruntour?admin=on">https://www.alpen-group.jp/store/event_reserve/alpenrun_tokyosightseeingruntour?admin=on</a></p><p>&nbsp;</p><h2>หมายเหตุสำหรับผู้เข้าร่วม</h2><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กรุณามาในชุดที่เหมาะสมสำหรับการวิ่ง
และเตรียมเครื่องดื่ม ผ้าเช็ดตัว รวมถึงเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนมาด้วยตนเอง
เนื่องจากฤดูร้อนของญี่ปุ่นมีอากาศร้อนจัด</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิจกรรมจะดำเนินต่อไปแม้มีฝนตกเล็กน้อย
แต่อาจถูกยกเลิกในกรณีสภาพอากาศเลวร้าย โดยทางร้านจะแจ้งให้ทราบทางอีเมล</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เฉพาะผู้ที่ได้รับอีเมลยืนยันการเข้าร่วมเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จะมีการถ่ายภาพและวิดีโอระหว่างกิจกรรมเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ของทางร้าน</p><h2>เกี่ยวกับ ALPEN RUN MEIJI PARK</h2><p>ALPEN RUN MEIJI PARK คือร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักวิ่ง
ดำเนินงานโดยบริษัท Alpen Co., Ltd. ตั้งอยู่ภายในสวนเมจิแห่งมหานครโตเกียว
นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้า
ทางร้านยังจัดกิจกรรมวิ่งและกิจกรรมชุมชนสำหรับนักวิ่งอย่างต่อเนื่อง</p><h2>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน</h2>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b4886823-edcd-4c59-b323-358515fcf6a3/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/91011446-b513-42dd-b07a-7c7dd8df817d/46fa8583-0695-4cb2-a124-7cc876ab8f27</guid>
      <pubDate>Thu, 16 Jul 2026 03:00:59 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ชวนคนรักน้องหมาอิ่มอร่อยกับ Sunday Brunch &amp; Bark ใจกลางสุขุมวิท พร้อมบุฟเฟต์สำหรับเพื่อนซี้สี่ขา</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/9d929428-33d5-41b7-a09e-a8158dc29dd0</link>
      <description>หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กิจกรรม ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก&#xA;จะกลับมาอีกครั้งในทุกๆวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เพื่อเชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมบรันช์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ&#xA;ในบรรยากาศสุดคึกคักและอบอุ่น&#xA;โดยผู้เข้าร่วมงานและสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจในกิจกรรมบรันช์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/064ade2e-c664-46c2-97af-0f00c2b9c233/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Pet Parents ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารบุฟเฟต์แบบไม่อั้นพร้อมสัตว์เลี้ยง&#xA;โดยเปิดโอกาสให้สามารถพาเพื่อนสี่ขามาร่วมบรันช์ได้โดยไม่ต้องเข้าพัก&#xA;และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง&#xA;ภายในงานเต็มไปด้วยเมนูบรันช์หลากหลาย เครื่องดื่มสดชื่น&#xA;และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของทั้งเจ้าของและสุนัข&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/825d36ac-6b52-4adf-9b0d-2ce4c3fb918c/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ในครั้งนี้ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา&#xA;เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ&#xA;Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for&#xA;whole dog” และ 4 Paws &amp;amp; A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย&#xA;ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.” สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด&#xA;ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์ ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ&#xA;มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ&#xA;เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ&#xA;กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5919a5e4-4294-4e85-ac5a-d8bc467fb7da/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กิจกรรม ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก&#xA;จะกลับมาอีกครั้งในทุกๆวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เพื่อเชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมบรันช์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ&#xA;ในบรรยากาศสุดคึกคักและอบอุ่น&#xA;โดยผู้เข้าร่วมงานและสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจในกิจกรรมบรันช์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/847b9b51-4952-46b0-8d81-f7ffcdd0068d/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Pet Parents ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารบุฟเฟต์แบบไม่อั้นพร้อมสัตว์เลี้ยง&#xA;โดยเปิดโอกาสให้สามารถพาเพื่อนสี่ขามาร่วมบรันช์ได้โดยไม่ต้องเข้าพัก&#xA;และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง&#xA;ภายในงานเต็มไปด้วยเมนูบรันช์หลากหลาย เครื่องดื่มสดชื่น&#xA;และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของทั้งเจ้าของและสุนัข&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;ในครั้งนี้ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา&#xA;เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ&#xA;Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for&#xA;whole dog” และ 4 Paws &amp;amp; A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย&#xA;ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.” สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด&#xA;ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์ ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ&#xA;มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ&#xA;เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ&#xA;กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5d74e7a4-b0bf-45e6-8e35-254879218b3b/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/&lt;br/&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-207-7000 หรืออีเมล Fb.Aloftbkk@alofthotels.com&lt;br/&gt;&amp;nbsp;ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่&lt;br/&gt;เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/&lt;br/&gt;อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/aloftbangkok/&lt;br/&gt;ไลน์: &lt;a href=&#34;https://lin.ee/sHUk8r8&#34;&gt;https://lin.ee/sHUk8r8&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>โรงแรมอลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสประสบการณ์ ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ในบ่ายวันอาทิตย์สุดชิลล์ เปิดโอกาสให้คุณพาสุนัขตัวโปรดมาร่วมรับประทานอาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพัก และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิทที่คึกคัก และใกล้รถไฟฟ้า กิจกรรมนี้มอบประสบการณ์วันอาทิตย์ที่ผ่อนคลายสำหรับทั้งเจ้าของและเพื่อนสี่ขา</p> <p>หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กิจกรรม ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก
จะกลับมาอีกครั้งในทุกๆวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เพื่อเชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมบรันช์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ
ในบรรยากาศสุดคึกคักและอบอุ่น
โดยผู้เข้าร่วมงานและสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจในกิจกรรมบรันช์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/064ade2e-c664-46c2-97af-0f00c2b9c233/public" alt="Image" /><p>กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Pet Parents ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารบุฟเฟต์แบบไม่อั้นพร้อมสัตว์เลี้ยง
โดยเปิดโอกาสให้สามารถพาเพื่อนสี่ขามาร่วมบรันช์ได้โดยไม่ต้องเข้าพัก
และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง
ภายในงานเต็มไปด้วยเมนูบรันช์หลากหลาย เครื่องดื่มสดชื่น
และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของทั้งเจ้าของและสุนัข</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/825d36ac-6b52-4adf-9b0d-2ce4c3fb918c/public" alt="Image" /><p>ในครั้งนี้ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา
เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ
Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for
whole dog” และ 4 Paws &amp; A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย
ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.” สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด
ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์ ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ
มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ
เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ
กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5919a5e4-4294-4e85-ac5a-d8bc467fb7da/public" alt="Image" /><p>หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กิจกรรม ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก
จะกลับมาอีกครั้งในทุกๆวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เพื่อเชิญชวนคนรักสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมบรันช์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ
ในบรรยากาศสุดคึกคักและอบอุ่น
โดยผู้เข้าร่วมงานและสัตว์เลี้ยงแสนรักได้ร่วมกันสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจในกิจกรรมบรันช์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/847b9b51-4952-46b0-8d81-f7ffcdd0068d/public" alt="Image" /><p>&nbsp;</p><p>กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Pet Parents ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารบุฟเฟต์แบบไม่อั้นพร้อมสัตว์เลี้ยง
โดยเปิดโอกาสให้สามารถพาเพื่อนสี่ขามาร่วมบรันช์ได้โดยไม่ต้องเข้าพัก
และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสัตว์เลี้ยง
ภายในงานเต็มไปด้วยเมนูบรันช์หลากหลาย เครื่องดื่มสดชื่น
และช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของทั้งเจ้าของและสุนัข</p><p>&nbsp;</p><p>ในครั้งนี้ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา
เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ
Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for
whole dog” และ 4 Paws &amp; A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย
ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.” สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด
ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์ ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ
มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ
เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ
กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง</p><p>&nbsp;</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/5d74e7a4-b0bf-45e6-8e35-254879218b3b/public" alt="Image" /><p>สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/</p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-207-7000 หรืออีเมล Fb.Aloftbkk@alofthotels.com</p><p>&nbsp;ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่</p><p>เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/</p><p>อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/aloftbangkok/</p><p>ไลน์: <a href="https://lin.ee/sHUk8r8">https://lin.ee/sHUk8r8</a></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/bdfb4589-5bc6-4f68-b388-ed33c6845ade/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/9d929428-33d5-41b7-a09e-a8158dc29dd0</guid>
      <pubDate>Wed, 15 Jul 2026 01:17:47 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Elevate Your Stay Above Bangkok with Renovated Rooms, Skyline Views, Daily Breakfast, and Free-Flow Drinks at W XYZ Bar</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/5fdbaac4-51af-4b41-b74c-50f06493ceaa</link>
      <description>Bangkok, Thailand – Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 introduces the all-new Breezy Package, designed for travelers seeking a more elevated stay experience in the heart of Bangkok. Combining stylish accommodations, panoramic skyline views, daily breakfast, and a complimentary 60-minute beverage free-flow experience, the package offers guests the perfect blend of comfort, convenience, and vibrant city living.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7ab13f89-bd22-48ab-929e-ef2cea9169d0/public&#34; alt=&#34;Breezy Room, High Floor&#34;/&gt;Available exclusively through direct booking channels, the Breezy Package features accommodations in the hotel&#39;s newly renovated Breezy Rooms, on higher floors with sweeping views of Bangkok&#39;s iconic skyline. Designed with contemporary interiors and modern comforts, the refreshed guestrooms provide a bright, welcoming space for both business and leisure travelers.&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.marriott.com/reservation/availability.mi?propertyCode=bkkal&amp;amp;cc=s4b&#34;&gt;Guests booking the Breezy Package can enjoy:&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;Accommodation in a newly renovated Breezy Room, on a high floor with panoramic Bangkok skyline views, Daily breakfast at Crave Restaurant. Complimentary 60-minute beverage free-flow experience at W XYZ Bar, Marriott Bonvoy member benefits, and points earning opportunities&lt;br/&gt;The newly renovated Breezy Rooms showcase Aloft&#39;s signature design-forward approach, featuring stylish furnishings, enhanced guest amenities, modern technology, and floor-to-ceiling windows that maximize natural light and city views. Whether guests are visiting Bangkok for work, a weekend getaway, or an extended stay, the Breezy Package delivers an upgraded experience that combines relaxation and social connection.&lt;br/&gt;The package also includes daily breakfast at Crave Restaurant, where guests can start their day with a variety of international and local favorites. In the evening, guests can unwind at the vibrant W XYZ Bar with a complimentary 60-minute beverage free-flow experience, making it the perfect way to relax after exploring the city or attending meetings.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b4f80f36-bee3-4ded-8cc4-ba4c20904fa5/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/baea23bf-27ff-44a2-b23d-cec089ea92e0/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;Conveniently located in the heart of Sukhumvit 11 and within walking distance of Nana BTS Station, Aloft Bangkok Sukhumvit 11 provides easy access to Bangkok&#39;s leading shopping, dining, nightlife, and business destinations, including Terminal 21, EmSphere, EmQuartier, and Queen Sirikit National Convention Center.&lt;br/&gt;The Breezy Package reflects the hotel&#39;s commitment to delivering memorable experiences that go beyond a traditional hotel stay, allowing guests to enjoy Bangkok from a fresh perspective high above the city with comfort, style, and exceptional value.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/80537ef4-f909-4644-890c-9f9676cc006c/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>Step into a refreshed stay designed for today’s travelers, featuring newly renovated rooms, elevated skyline views, and all the comforts you need to unwind, recharge, and explore Bangkok in style</p> <p>Bangkok, Thailand – Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 introduces the all-new Breezy Package, designed for travelers seeking a more elevated stay experience in the heart of Bangkok. Combining stylish accommodations, panoramic skyline views, daily breakfast, and a complimentary 60-minute beverage free-flow experience, the package offers guests the perfect blend of comfort, convenience, and vibrant city living.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7ab13f89-bd22-48ab-929e-ef2cea9169d0/public" alt="Breezy Room, High Floor" /><p>Available exclusively through direct booking channels, the Breezy Package features accommodations in the hotel's newly renovated Breezy Rooms, on higher floors with sweeping views of Bangkok's iconic skyline. Designed with contemporary interiors and modern comforts, the refreshed guestrooms provide a bright, welcoming space for both business and leisure travelers.</p><p><a href="https://www.marriott.com/reservation/availability.mi?propertyCode=bkkal&amp;cc=s4b">Guests booking the Breezy Package can enjoy:</a></p><p>Accommodation in a newly renovated Breezy Room, on a high floor with panoramic Bangkok skyline views, Daily breakfast at Crave Restaurant. Complimentary 60-minute beverage free-flow experience at W XYZ Bar, Marriott Bonvoy member benefits, and points earning opportunities</p><p>The newly renovated Breezy Rooms showcase Aloft's signature design-forward approach, featuring stylish furnishings, enhanced guest amenities, modern technology, and floor-to-ceiling windows that maximize natural light and city views. Whether guests are visiting Bangkok for work, a weekend getaway, or an extended stay, the Breezy Package delivers an upgraded experience that combines relaxation and social connection.</p><p>The package also includes daily breakfast at Crave Restaurant, where guests can start their day with a variety of international and local favorites. In the evening, guests can unwind at the vibrant W XYZ Bar with a complimentary 60-minute beverage free-flow experience, making it the perfect way to relax after exploring the city or attending meetings.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/b4f80f36-bee3-4ded-8cc4-ba4c20904fa5/public" alt="Image" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/baea23bf-27ff-44a2-b23d-cec089ea92e0/public" alt="Image" /><p>Conveniently located in the heart of Sukhumvit 11 and within walking distance of Nana BTS Station, Aloft Bangkok Sukhumvit 11 provides easy access to Bangkok's leading shopping, dining, nightlife, and business destinations, including Terminal 21, EmSphere, EmQuartier, and Queen Sirikit National Convention Center.</p><p>The Breezy Package reflects the hotel's commitment to delivering memorable experiences that go beyond a traditional hotel stay, allowing guests to enjoy Bangkok from a fresh perspective high above the city with comfort, style, and exceptional value.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/80537ef4-f909-4644-890c-9f9676cc006c/public" alt="Image" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ac61e55e-6dc1-4c56-8371-70c569b9d735/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/5fdbaac4-51af-4b41-b74c-50f06493ceaa</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Jul 2026 03:55:26 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Thailand&#39;s Tattoo Tourism Continues to Evolve as International Travelers Prioritize Quality and Artist Specialization</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/ac739a2d-2558-4fe0-b71f-8e2079ece112/0c7f2cf4-f296-492f-9f22-a870f5b5fb9f</link>
      <description>BANGKOK, THAILAND – July 13, 2026 — Thailand has earned a global reputation for its rich culture, hospitality, and world-renowned tourism industry. Alongside its traditional attractions, the country has also become an increasingly popular destination for travelers seeking high-quality custom tattoos. For many international visitors, a tattoo is no longer an impulse decision made while on holiday but a carefully planned experience that becomes a lasting reminder of their time in Thailand.&lt;br/&gt;As tattoo tourism continues to grow, international clients are becoming more selective about where they choose to get tattooed. Rather than focusing on price alone, many travelers now research artists well in advance, compare portfolios, read customer reviews, and look for studios that emphasize hygiene, communication, and artistic specialization.&lt;br/&gt;This shift reflects a broader change within the tattoo industry. Clients are increasingly choosing artists based on their expertise in specific styles, whether Japanese, realism, fine line, black and grey, ornamental, geometric, or traditional tattooing. Matching a client&#39;s idea with an artist who specializes in that style has become an important part of delivering consistent, high-quality results.&lt;br/&gt;California Ink Tattoo, with studios in Bangkok and Phuket, has observed this trend through its international clientele, many of whom arrange consultations and appointments before arriving in Thailand. By planning ahead, travelers can collaborate with artists on custom designs and schedule tattoo sessions around their holiday, allowing enough time for the design process, the tattoo itself, and professional aftercare before returning home.&lt;br/&gt;According to Adam, General Manager of California Ink Tattoo, international visitors are looking for more than exceptional artwork.&lt;br/&gt;&#34;Today&#39;s clients want confidence throughout the entire experience. They want to know they&#39;re working with an artist whose style matches their vision, that hygiene standards are taken seriously, and that they&#39;ll receive clear communication from the first consultation through to aftercare.&#34;&lt;br/&gt;Studios serving international visitors have responded by investing in stronger consultation processes, multilingual customer support, custom design development, and professional aftercare guidance. These improvements reflect the growing expectations of travelers who often spend considerable time researching their options before booking.&lt;br/&gt;As Thailand&#39;s creative and tourism industries continue to develop, tattoo studios are becoming an important part of the visitor experience, combining artistic craftsmanship with meaningful personal stories. For many travelers, a professionally designed tattoo has become more than a souvenir—it is a permanent reminder of a memorable journey.&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>Growing demand for custom tattoos is encouraging travelers to place greater emphasis on artist expertise, studio standards, and the overall customer experience.</p> <p>BANGKOK, THAILAND – July 13, 2026 — Thailand has earned a global reputation for its rich culture, hospitality, and world-renowned tourism industry. Alongside its traditional attractions, the country has also become an increasingly popular destination for travelers seeking high-quality custom tattoos. For many international visitors, a tattoo is no longer an impulse decision made while on holiday but a carefully planned experience that becomes a lasting reminder of their time in Thailand.</p><p>As tattoo tourism continues to grow, international clients are becoming more selective about where they choose to get tattooed. Rather than focusing on price alone, many travelers now research artists well in advance, compare portfolios, read customer reviews, and look for studios that emphasize hygiene, communication, and artistic specialization.</p><p>This shift reflects a broader change within the tattoo industry. Clients are increasingly choosing artists based on their expertise in specific styles, whether Japanese, realism, fine line, black and grey, ornamental, geometric, or traditional tattooing. Matching a client's idea with an artist who specializes in that style has become an important part of delivering consistent, high-quality results.</p><p>California Ink Tattoo, with studios in Bangkok and Phuket, has observed this trend through its international clientele, many of whom arrange consultations and appointments before arriving in Thailand. By planning ahead, travelers can collaborate with artists on custom designs and schedule tattoo sessions around their holiday, allowing enough time for the design process, the tattoo itself, and professional aftercare before returning home.</p><p>According to Adam, General Manager of California Ink Tattoo, international visitors are looking for more than exceptional artwork.</p><p>"Today's clients want confidence throughout the entire experience. They want to know they're working with an artist whose style matches their vision, that hygiene standards are taken seriously, and that they'll receive clear communication from the first consultation through to aftercare."</p><p>Studios serving international visitors have responded by investing in stronger consultation processes, multilingual customer support, custom design development, and professional aftercare guidance. These improvements reflect the growing expectations of travelers who often spend considerable time researching their options before booking.</p><p>As Thailand's creative and tourism industries continue to develop, tattoo studios are becoming an important part of the visitor experience, combining artistic craftsmanship with meaningful personal stories. For many travelers, a professionally designed tattoo has become more than a souvenir—it is a permanent reminder of a memorable journey.</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/f852029a-53d9-4fca-b318-741722cac617/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/ac739a2d-2558-4fe0-b71f-8e2079ece112/0c7f2cf4-f296-492f-9f22-a870f5b5fb9f</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 11:44:12 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Eat Out with Marriott Bonvoy Campaign: Live Market Seafood Dinner Buffet from THB 890 Net</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/2cd0549d-add6-425f-8b0d-d978b4197cd3</link>
      <description>Bangkok, Thailand – Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 invites seafood lovers and food enthusiasts to discover its refreshed Live Market Seafood Dinner Buffet, now available from just THB 890 net per person as part of the Eat Out with Marriott Bonvoy campaign.&lt;br/&gt;Taking place at Crave Restaurant, the hotel&#39;s vibrant all-day dining destination, the buffet showcases a market-style dining experience featuring premium seafood, live cooking stations, international favorites, and locally inspired dishes, offering exceptional value in the heart of Bangkok&#39;s bustling Sukhumvit district.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e656691b-e271-4ffe-9d15-7fc729698ab6/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;Designed for both locals and travelers seeking one of the best seafood buffet experiences in Bangkok, the Live Market Seafood Dinner Buffet celebrates fresh ingredients and interactive dining. Guests can enjoy a wide selection of seafood on ice, including prawns, mussels, squid, and seasonal seafood selections, alongside chef-curated specialties prepared fresh at live stations.&lt;br/&gt;The buffet also features grilled favorites, Thai specialties, international cuisine, fresh salads, handcrafted desserts, and rotating seasonal dishes, ensuring every visit offers something new to discover.&lt;br/&gt;&#34;At Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11, we&#39;re always looking for new ways to bring people together through memorable dining experiences,&#34;Our Live Market Seafood Dinner Buffet combines quality, variety, and value, making it one of the most exciting seafood dining experiences in Sukhumvit.&#34;&lt;br/&gt;As part of the Eat Out with Marriott Bonvoy campaign, Marriott Bonvoy members can enjoy exclusive dining privileges while earning points on eligible spending. Guests who are not yet members can join Marriott Bonvoy free of charge to unlock member benefits and access future dining and travel offers across Marriott Bonvoy&#39;s global portfolio.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3a486cd2-00b0-4faa-b7a0-bbf68c515e89/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;Conveniently located near Nana BTS Station, Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 is a vibrant lifestyle hotel known for its stylish design, social atmosphere, and dynamic food and beverage experiences. The Live Market Seafood Dinner Buffet is perfect for family gatherings, celebrations, after-work dining, and weekend indulgence.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/04920d4b-85b2-44b0-abdd-4dfe8701b0e8/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>Fresh Seafood, Live Cooking Stations, and Exclusive Marriott Bonvoy Dining Benefits in the Heart of Sukhumvit</p> <p>Bangkok, Thailand – Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 invites seafood lovers and food enthusiasts to discover its refreshed Live Market Seafood Dinner Buffet, now available from just THB 890 net per person as part of the Eat Out with Marriott Bonvoy campaign.</p><p>Taking place at Crave Restaurant, the hotel's vibrant all-day dining destination, the buffet showcases a market-style dining experience featuring premium seafood, live cooking stations, international favorites, and locally inspired dishes, offering exceptional value in the heart of Bangkok's bustling Sukhumvit district.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e656691b-e271-4ffe-9d15-7fc729698ab6/public" alt="Image" /><p>Designed for both locals and travelers seeking one of the best seafood buffet experiences in Bangkok, the Live Market Seafood Dinner Buffet celebrates fresh ingredients and interactive dining. Guests can enjoy a wide selection of seafood on ice, including prawns, mussels, squid, and seasonal seafood selections, alongside chef-curated specialties prepared fresh at live stations.</p><p>The buffet also features grilled favorites, Thai specialties, international cuisine, fresh salads, handcrafted desserts, and rotating seasonal dishes, ensuring every visit offers something new to discover.</p><p>"At Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11, we're always looking for new ways to bring people together through memorable dining experiences,"Our Live Market Seafood Dinner Buffet combines quality, variety, and value, making it one of the most exciting seafood dining experiences in Sukhumvit."</p><p>As part of the Eat Out with Marriott Bonvoy campaign, Marriott Bonvoy members can enjoy exclusive dining privileges while earning points on eligible spending. Guests who are not yet members can join Marriott Bonvoy free of charge to unlock member benefits and access future dining and travel offers across Marriott Bonvoy's global portfolio.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3a486cd2-00b0-4faa-b7a0-bbf68c515e89/public" alt="Image" /><p>Conveniently located near Nana BTS Station, Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 is a vibrant lifestyle hotel known for its stylish design, social atmosphere, and dynamic food and beverage experiences. The Live Market Seafood Dinner Buffet is perfect for family gatherings, celebrations, after-work dining, and weekend indulgence.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/04920d4b-85b2-44b0-abdd-4dfe8701b0e8/public" alt="Image" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/68ebd546-3152-49a3-a70a-b0b41ac3ae52/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/2cd0549d-add6-425f-8b0d-d978b4197cd3</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 09:21:46 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Enhancing Corrosion Protection and Operational Safety for Thailand&#39;s Marine Industry</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/b104ec77-b358-4f3b-a535-8fd7feb7a728/6687d9f9-d090-4751-8b56-625e6b3b5567</link>
      <description>Corrosion remains one of the most significant challenges&#xA;facing marine and offshore operations. Constant exposure to seawater, humidity,&#xA;and aggressive environmental conditions can accelerate equipment deterioration,&#xA;increase maintenance costs, and reduce operational efficiency. As Thailand&#39;s&#xA;maritime and shipbuilding sectors continue to expand, selecting reliable&#xA;corrosion-resistant hardware has become an increasingly important investment&#xA;for long-term asset performance.&lt;br/&gt;Tekun Hardware is supporting this industry transition by&#xA;introducing Singapore-proven marine hardware solutions designed to improve&#xA;durability, workplace safety, and operational efficiency across shipbuilding,&#xA;port infrastructure, offshore engineering, and vessel maintenance projects.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Reliable Hardware Designed for Demanding Environments&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Marine operations require equipment capable of performing&#xA;consistently under challenging conditions. From cutting and welding equipment&#xA;to industrial safety products and specialized accessories, Tekun&#39;s product&#xA;portfolio is developed to support heavy-duty industrial applications where&#xA;reliability directly affects productivity.&lt;br/&gt;Several of the company&#39;s products are manufactured in&#xA;accordance with internationally recognized EN-ISO safety standards and undergo&#xA;strict quality control processes before reaching customers. This quality-first&#xA;approach reflects the operational expectations established within Singapore&#39;s&#xA;highly regulated marine industry.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/123c21e6-39c1-4024-9e43-1514c754af41/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;Addressing Industry Challenges Through Practical&#xA;Solutions&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Corrosion management extends beyond protective coatings. It&#xA;begins with selecting durable equipment designed for harsh operating&#xA;environments.&lt;br/&gt;By supplying professional-grade marine hardware,&#xA;corrosion-resistant accessories, and certified industrial equipment, Tekun&#xA;helps customers reduce premature equipment replacement, improve maintenance&#xA;efficiency, and support safer working conditions throughout project lifecycles.&lt;br/&gt;For engineering contractors, shipyards, and maintenance&#xA;teams operating under tight project schedules, dependable equipment contributes&#xA;to minimizing operational interruptions and improving long-term cost&#xA;efficiency.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Local Commitment Backed by Regional Experience&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;With extensive experience serving Singapore&#39;s marine and&#xA;offshore industries, Tekun understands the operational standards expected by&#xA;leading shipyards and industrial operators.&lt;br/&gt;The company&#39;s expansion into Thailand represents more than&#xA;geographical growth. It reflects a commitment to transferring proven industry&#xA;practices while adapting to local customer requirements. Through localized&#xA;technical support, responsive service, and 24-hour customer assistance, Tekun&#xA;aims to become a trusted long-term partner for Thailand&#39;s maritime sector.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a0c037b2-afde-4327-8f4e-bec70cc627da/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;Looking Ahead&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;As Southeast Asia&#39;s marine industry continues modernizing,&#xA;companies increasingly require suppliers capable of delivering consistent&#xA;quality, international standards, and responsive technical support.&lt;br/&gt;By combining Singapore-grade manufacturing standards with&#xA;localized customer service, Tekun continues contributing to safer, more&#xA;efficient, and more reliable marine operations throughout Thailand&#39;s growing&#xA;maritime industry.&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;About Tekun Hardware&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Tekun Hardware is a Singapore-based supplier of professional&#xA;industrial and marine hardware solutions, serving customers across the marine,&#xA;offshore, shipbuilding, manufacturing, and engineering industries. Backed by&#xA;years of industry experience, Tekun offers a comprehensive portfolio of cutting&#xA;and grinding solutions, welding equipment, safety products, marine accessories,&#xA;and explosion-proof tools that meet the demanding requirements of industrial&#xA;applications.&lt;br/&gt;Committed to quality, reliability, and customer&#xA;satisfaction, Tekun combines internationally recognized manufacturing standards&#xA;with responsive technical support and value-added services. As the company&#xA;expands its presence in Thailand, Tekun remains dedicated to providing&#xA;localized solutions that help customers improve operational efficiency,&#xA;workplace safety, and long-term equipment performance.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Contact Information&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Tekun Hardware Pte. Ltd.&lt;/b&gt;&#xA;&lt;br&gt;Website: &lt;a href=&#34;http://www.tekun-hardware.com&#34;&gt;www.tekun-hardware.com&lt;/a&gt;&#xA;&lt;br&gt;Email: &lt;a href=&#34;mailto:tekunhardware@gmail.com&#34;&gt;tekunhardware@gmail.com&lt;/a&gt;&#xA;&#xA;&#xA;&#xA;&#xA;&#xA;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>Corrosion remains one of the most significant challenges
facing marine and offshore operations. Constant exposure to seawater, humidity,
and aggressive environmental conditions can accelerate equipment deterioration,
increase maintenance costs, and reduce operational efficiency. As Thailand's
maritime and shipbuilding sectors continue to expand, selecting reliable
corrosion-resistant hardware has become an increasingly important investment
for long-term asset performance.</p><p>Tekun Hardware is supporting this industry transition by
introducing Singapore-proven marine hardware solutions designed to improve
durability, workplace safety, and operational efficiency across shipbuilding,
port infrastructure, offshore engineering, and vessel maintenance projects.</p><p><b>Reliable Hardware Designed for Demanding Environments</b></p><p>Marine operations require equipment capable of performing
consistently under challenging conditions. From cutting and welding equipment
to industrial safety products and specialized accessories, Tekun's product
portfolio is developed to support heavy-duty industrial applications where
reliability directly affects productivity.</p><p>Several of the company's products are manufactured in
accordance with internationally recognized EN-ISO safety standards and undergo
strict quality control processes before reaching customers. This quality-first
approach reflects the operational expectations established within Singapore's
highly regulated marine industry.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/123c21e6-39c1-4024-9e43-1514c754af41/public" alt="Image" /><p><b>Addressing Industry Challenges Through Practical
Solutions</b></p><p>Corrosion management extends beyond protective coatings. It
begins with selecting durable equipment designed for harsh operating
environments.</p><p>By supplying professional-grade marine hardware,
corrosion-resistant accessories, and certified industrial equipment, Tekun
helps customers reduce premature equipment replacement, improve maintenance
efficiency, and support safer working conditions throughout project lifecycles.</p><p>For engineering contractors, shipyards, and maintenance
teams operating under tight project schedules, dependable equipment contributes
to minimizing operational interruptions and improving long-term cost
efficiency.</p><p><b>Local Commitment Backed by Regional Experience</b></p><p>With extensive experience serving Singapore's marine and
offshore industries, Tekun understands the operational standards expected by
leading shipyards and industrial operators.</p><p>The company's expansion into Thailand represents more than
geographical growth. It reflects a commitment to transferring proven industry
practices while adapting to local customer requirements. Through localized
technical support, responsive service, and 24-hour customer assistance, Tekun
aims to become a trusted long-term partner for Thailand's maritime sector.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a0c037b2-afde-4327-8f4e-bec70cc627da/public" alt="Image" /><p><b>Looking Ahead</b></p><p>As Southeast Asia's marine industry continues modernizing,
companies increasingly require suppliers capable of delivering consistent
quality, international standards, and responsive technical support.</p><p>By combining Singapore-grade manufacturing standards with
localized customer service, Tekun continues contributing to safer, more
efficient, and more reliable marine operations throughout Thailand's growing
maritime industry.</p><p>&nbsp;</p><p><b>About Tekun Hardware</b></p><p>Tekun Hardware is a Singapore-based supplier of professional
industrial and marine hardware solutions, serving customers across the marine,
offshore, shipbuilding, manufacturing, and engineering industries. Backed by
years of industry experience, Tekun offers a comprehensive portfolio of cutting
and grinding solutions, welding equipment, safety products, marine accessories,
and explosion-proof tools that meet the demanding requirements of industrial
applications.</p><p>Committed to quality, reliability, and customer
satisfaction, Tekun combines internationally recognized manufacturing standards
with responsive technical support and value-added services. As the company
expands its presence in Thailand, Tekun remains dedicated to providing
localized solutions that help customers improve operational efficiency,
workplace safety, and long-term equipment performance.</p><p><b>&nbsp;</b></p><p><b>Contact Information</b></p><p><b>Tekun Hardware Pte. Ltd.</b>
<br>Website: <a href="http://www.tekun-hardware.com">www.tekun-hardware.com</a>
<br>Email: <a href="mailto:tekunhardware@gmail.com">tekunhardware@gmail.com</a>





</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3818010b-5ae9-45cc-b24f-8eac94334d54/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/b104ec77-b358-4f3b-a535-8fd7feb7a728/6687d9f9-d090-4751-8b56-625e6b3b5567</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 06:51:51 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Tekun Brings Singapore-Grade Marine Hardware Solutions to Thailand&#39;s Shipbuilding and Maritime Industry</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/b104ec77-b358-4f3b-a535-8fd7feb7a728/25e50659-00be-4d33-8f2b-0cbd5703df0a</link>
      <description>As Thailand continues investing in maritime infrastructure,&#xA;offshore engineering, and ship maintenance capabilities, the demand for&#xA;reliable industrial hardware and internationally recognized safety standards&#xA;has become increasingly important. Leveraging decades of experience serving&#xA;Singapore&#39;s marine industry, Tekun Hardware is expanding its commitment to&#xA;Thailand by delivering professional marine hardware solutions tailored to local&#xA;operational requirements.&lt;br/&gt;Singapore has long established itself as one of the world&#39;s&#xA;leading maritime hubs, where strict quality control, operational efficiency,&#xA;and workplace safety are fundamental industry requirements. Drawing upon this&#xA;experience, Tekun has developed a comprehensive portfolio of marine hardware&#xA;products widely used across shipbuilding, ship repair, offshore engineering,&#xA;and heavy industrial applications.&lt;br/&gt;The company&#39;s product range includes cutting and grinding&#xA;discs, welding equipment, cutting torches, safety products, marine accessories,&#xA;and explosion-proof industrial tools. Selected product lines are manufactured&#xA;under stringent quality management systems and comply with internationally&#xA;recognized EN-ISO safety standards, supporting customers&#39; requirements for&#xA;quality consistency and operational reliability.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Supporting Thailand&#39;s Growing Marine Sector&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Thailand&#39;s shipyards and port operators are increasingly&#xA;focused on improving productivity while reducing maintenance downtime. Marine&#xA;environments expose equipment to high humidity, saltwater, and harsh operating&#xA;conditions, making corrosion protection and durable industrial hardware&#xA;essential factors in long-term asset performance.&lt;br/&gt;Rather than simply supplying products, Tekun works with&#xA;customers to recommend suitable hardware solutions based on specific&#xA;operational environments. This consultative approach helps engineering teams&#xA;improve equipment reliability while maintaining compliance with industry safety&#xA;requirements.&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1ad23d88-7135-422b-9b50-4a65ec505023/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;b&gt;Singapore Standards with Localized Service&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Recognizing the operational needs of Thailand&#39;s maritime&#xA;industry, Tekun combines Singapore&#39;s quality standards with localized technical&#xA;support and responsive customer service.&lt;br/&gt;The company also provides 24-hour service support for&#xA;customers requiring timely assistance during ship repair schedules and&#xA;maintenance operations, where project delays can directly impact operational&#xA;costs.&lt;br/&gt;&#34;Our objective is to provide more than hardware,&#34;&#xA;said a Tekun representative. &#34;We aim to become a reliable technical&#xA;partner by bringing proven Singapore marine industry experience into Thailand&#xA;while understanding the practical needs of local shipyards and industrial&#xA;customers.&#34;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Building Long-Term Industry Partnerships&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;As Thailand strengthens its position within Southeast Asia&#39;s&#xA;maritime economy, demand for dependable industrial suppliers is expected to&#xA;continue growing. Tekun believes sustainable partnerships are built through&#xA;consistent product quality, professional technical support, and a long-term&#xA;commitment to customer success.&lt;br/&gt;By combining internationally recognized manufacturing&#xA;standards with localized service capabilities, Tekun continues supporting&#xA;shipbuilding, marine engineering, and industrial maintenance companies seeking&#xA;reliable hardware solutions for demanding operating environments.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;About Tekun Hardware&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;Tekun Hardware is a Singapore-based supplier of professional&#xA;industrial and marine hardware solutions, serving customers across the marine,&#xA;offshore, shipbuilding, manufacturing, and engineering industries. Backed by&#xA;years of industry experience, Tekun offers a comprehensive portfolio of cutting&#xA;and grinding solutions, welding equipment, safety products, marine accessories,&#xA;and explosion-proof tools that meet the demanding requirements of industrial&#xA;applications.&lt;br/&gt;Committed to quality, reliability, and customer&#xA;satisfaction, Tekun combines internationally recognized manufacturing standards&#xA;with responsive technical support and value-added services. As the company&#xA;expands its presence in Thailand, Tekun remains dedicated to providing&#xA;localized solutions that help customers improve operational efficiency,&#xA;workplace safety, and long-term equipment performance.&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Contact Information&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;Tekun Hardware Pte. Ltd.&lt;/b&gt;&#xA;&lt;br&gt;Website: &lt;a href=&#34;http://www.tekun-hardware.com&#34;&gt;www.tekun-hardware.com&lt;/a&gt;&#xA;&lt;br&gt;Email: &lt;a href=&#34;mailto:tekunhardware@gmail.com&#34;&gt;tekunhardware@gmail.com&lt;/a&gt;&#xA;&#xA;&#xA;&#xA;&#xA;&#xA;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>As Thailand continues investing in maritime infrastructure,
offshore engineering, and ship maintenance capabilities, the demand for
reliable industrial hardware and internationally recognized safety standards
has become increasingly important. Leveraging decades of experience serving
Singapore's marine industry, Tekun Hardware is expanding its commitment to
Thailand by delivering professional marine hardware solutions tailored to local
operational requirements.</p><p>Singapore has long established itself as one of the world's
leading maritime hubs, where strict quality control, operational efficiency,
and workplace safety are fundamental industry requirements. Drawing upon this
experience, Tekun has developed a comprehensive portfolio of marine hardware
products widely used across shipbuilding, ship repair, offshore engineering,
and heavy industrial applications.</p><p>The company's product range includes cutting and grinding
discs, welding equipment, cutting torches, safety products, marine accessories,
and explosion-proof industrial tools. Selected product lines are manufactured
under stringent quality management systems and comply with internationally
recognized EN-ISO safety standards, supporting customers' requirements for
quality consistency and operational reliability.</p><p><b>Supporting Thailand's Growing Marine Sector</b></p><p>Thailand's shipyards and port operators are increasingly
focused on improving productivity while reducing maintenance downtime. Marine
environments expose equipment to high humidity, saltwater, and harsh operating
conditions, making corrosion protection and durable industrial hardware
essential factors in long-term asset performance.</p><p>Rather than simply supplying products, Tekun works with
customers to recommend suitable hardware solutions based on specific
operational environments. This consultative approach helps engineering teams
improve equipment reliability while maintaining compliance with industry safety
requirements.</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1ad23d88-7135-422b-9b50-4a65ec505023/public" alt="Image" /><p><b>Singapore Standards with Localized Service</b></p><p>Recognizing the operational needs of Thailand's maritime
industry, Tekun combines Singapore's quality standards with localized technical
support and responsive customer service.</p><p>The company also provides 24-hour service support for
customers requiring timely assistance during ship repair schedules and
maintenance operations, where project delays can directly impact operational
costs.</p><p>"Our objective is to provide more than hardware,"
said a Tekun representative. "We aim to become a reliable technical
partner by bringing proven Singapore marine industry experience into Thailand
while understanding the practical needs of local shipyards and industrial
customers."</p><p><b>Building Long-Term Industry Partnerships</b></p><p>As Thailand strengthens its position within Southeast Asia's
maritime economy, demand for dependable industrial suppliers is expected to
continue growing. Tekun believes sustainable partnerships are built through
consistent product quality, professional technical support, and a long-term
commitment to customer success.</p><p>By combining internationally recognized manufacturing
standards with localized service capabilities, Tekun continues supporting
shipbuilding, marine engineering, and industrial maintenance companies seeking
reliable hardware solutions for demanding operating environments.</p><p><b>About Tekun Hardware</b></p><p>Tekun Hardware is a Singapore-based supplier of professional
industrial and marine hardware solutions, serving customers across the marine,
offshore, shipbuilding, manufacturing, and engineering industries. Backed by
years of industry experience, Tekun offers a comprehensive portfolio of cutting
and grinding solutions, welding equipment, safety products, marine accessories,
and explosion-proof tools that meet the demanding requirements of industrial
applications.</p><p>Committed to quality, reliability, and customer
satisfaction, Tekun combines internationally recognized manufacturing standards
with responsive technical support and value-added services. As the company
expands its presence in Thailand, Tekun remains dedicated to providing
localized solutions that help customers improve operational efficiency,
workplace safety, and long-term equipment performance.</p><p><b>&nbsp;</b></p><p><b>Contact Information</b></p><p><b>Tekun Hardware Pte. Ltd.</b>
<br>Website: <a href="http://www.tekun-hardware.com">www.tekun-hardware.com</a>
<br>Email: <a href="mailto:tekunhardware@gmail.com">tekunhardware@gmail.com</a>





</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/0087dbaa-e5dc-44b7-80f0-d805d054e515/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/b104ec77-b358-4f3b-a535-8fd7feb7a728/25e50659-00be-4d33-8f2b-0cbd5703df0a</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 06:48:45 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title> เฉลิมฉลองเทศกาลพิเศษของคุณด้วยปาร์ตี้แพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/62030aea-b4ce-464c-a917-3d7b3ebcde89</link>
      <description>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – โรงแรมอลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ขอเชิญคุณมาสร้างค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองสุดพิเศษกับ &#xA;&lt;b&gt;&lt;i&gt;Party Package&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&amp;nbsp;กับแพ็กเกจที่ผสมผสานดีไซน์ห้องพักสไตล์โมเดิร์นเข้ากับบรรยากาศแห่งความสนุกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด งานเลี้ยงสังสรรค์ หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ห้องสวีทดีไซน์สุดชิคของโรงแรมสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัว เพื่อมอบประสบการณ์การเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7cefefa1-0231-46f0-bcb6-b951bcc44b74/public&#34; alt=&#34;Vibrant Suite&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/971f97b8-7392-460a-8ed1-057086c20cd7/public&#34; alt=&#34;Suite Living Room&#34;/&gt;เปลี่ยนทุกโมเมนต์พิเศษให้กลายเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำใจกลางสุขุมวิท พร้อมเลือกบรรยากาศในสไตล์ที่เป็นคุณจาก Stylish Suite, Vibrant Suite หรือ Savvy Suite เริ่มต้นเพียง 999 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมบุฟเฟต์นานาชาติที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มความอร่อยตลอดค่ำคืน ห้องสวีททุกห้องได้รับการตกแต่งด้วยดีไซน์ร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของอลอฟท์ พร้อมพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานได้อย่างยืดหยุ่น และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อสร้างประสบการณ์ปาร์ตี้ในแบบเฉพาะตัวของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ โรงแรมตั้งอยู่บนทำเลใจกลางสุขุมวิท พร้อมมอบความสะดวกสบายด้วยที่จอดรถฟรี การเดินทางที่เชื่อมต่อทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT รวมถึงบริการรถชัตเทิลบัสของโรงแรม&lt;br/&gt;ยกระดับงานฉลองของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นกับสิทธิประโยชน์&#xA;&lt;b&gt;&lt;i&gt;Xtra You Need&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&#xA;ที่มาพร้อมแอดออนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ยกเว้นค่าเปิดขวดเครื่องดื่ม บริการตกแต่งห้อง ดีเจ รวมถึงที่พัก 1 คืนพร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ให้คุณเลือกเติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองได้ในสไตล์ที่ต้องการ&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/0a69dcd0-9929-4f3c-8b12-badc523bfd35/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/931cc81b-eb0b-428f-b9e5-9d71366275c0/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;สำรองแพ็กเกจได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 และจัดงานภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อรับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ&lt;br/&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองแพ็กเกจได้ที่&#xA;โทร. +66 (0)2 207 7000 หรือ อีเมล &lt;a href=&#34;mailto:bkkalsales@marriott.com&#34;&gt;bkkalsales@marriott.com&lt;/a&gt; &lt;br/&gt;ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่น&#xA;และข้อมูลข่าวสารของทางโรงแรมได้ที่&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เฟซบุ๊ก&lt;/b&gt;&lt;b&gt;:&lt;/b&gt; &lt;a href=&#34;https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/&#34;&gt;https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/&lt;/a&gt; &lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;อินสตาแกรม&lt;/b&gt;&lt;b&gt;: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://www.instagram.com/aloftbangkok/&#34;&gt;https://www.instagram.com/aloftbangkok/&lt;/a&gt; &lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ไลน์&lt;/b&gt;&lt;b&gt;: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://lin.ee/sHUk8r8&#34;&gt;https://lin.ee/sHUk8r8&lt;/a&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>โรงแรมอลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ชวนคุณยกระดับทุกการเฉลิมฉลองให้พิเศษกว่าที่เคยกับ Party Package แพ็กเกจปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานห้องสวีทดีไซน์โมเดิร์น บรรยากาศสนุกสนาน และบริการครบครันไว้ในที่เดียว พร้อมแอดออนสุดพิเศษที่จะช่วยเติมเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสุข เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจใจกลางสุขุมวิทอย่างสมบูรณ์แบบ</p> <p>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – โรงแรมอลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ขอเชิญคุณมาสร้างค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองสุดพิเศษกับ 
<b><i>Party Package</i></b>&nbsp;กับแพ็กเกจที่ผสมผสานดีไซน์ห้องพักสไตล์โมเดิร์นเข้ากับบรรยากาศแห่งความสนุกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด งานเลี้ยงสังสรรค์ หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ห้องสวีทดีไซน์สุดชิคของโรงแรมสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัว เพื่อมอบประสบการณ์การเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/7cefefa1-0231-46f0-bcb6-b951bcc44b74/public" alt="Vibrant Suite" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/971f97b8-7392-460a-8ed1-057086c20cd7/public" alt="Suite Living Room" /><p>เปลี่ยนทุกโมเมนต์พิเศษให้กลายเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำใจกลางสุขุมวิท พร้อมเลือกบรรยากาศในสไตล์ที่เป็นคุณจาก Stylish Suite, Vibrant Suite หรือ Savvy Suite เริ่มต้นเพียง 999 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมบุฟเฟต์นานาชาติที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มความอร่อยตลอดค่ำคืน ห้องสวีททุกห้องได้รับการตกแต่งด้วยดีไซน์ร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของอลอฟท์ พร้อมพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานได้อย่างยืดหยุ่น และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อสร้างประสบการณ์ปาร์ตี้ในแบบเฉพาะตัวของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ โรงแรมตั้งอยู่บนทำเลใจกลางสุขุมวิท พร้อมมอบความสะดวกสบายด้วยที่จอดรถฟรี การเดินทางที่เชื่อมต่อทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT รวมถึงบริการรถชัตเทิลบัสของโรงแรม</p><p>ยกระดับงานฉลองของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้นกับสิทธิประโยชน์
<b><i>Xtra You Need</i></b>
ที่มาพร้อมแอดออนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ยกเว้นค่าเปิดขวดเครื่องดื่ม บริการตกแต่งห้อง ดีเจ รวมถึงที่พัก 1 คืนพร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ให้คุณเลือกเติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองได้ในสไตล์ที่ต้องการ</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/0a69dcd0-9929-4f3c-8b12-badc523bfd35/public" alt="Image" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/931cc81b-eb0b-428f-b9e5-9d71366275c0/public" alt="Image" /><p>สำรองแพ็กเกจได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 และจัดงานภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อรับสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ</p><p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองแพ็กเกจได้ที่
โทร. +66 (0)2 207 7000 หรือ อีเมล <a href="mailto:bkkalsales@marriott.com">bkkalsales@marriott.com</a> </p><p>ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่น
และข้อมูลข่าวสารของทางโรงแรมได้ที่</p><p><b>เฟซบุ๊ก</b><b>:</b> <a href="https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/">https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/</a> <b></b></p><p><b>อินสตาแกรม</b><b>: </b><a href="https://www.instagram.com/aloftbangkok/">https://www.instagram.com/aloftbangkok/</a> <b></b></p><p><b>ไลน์</b><b>: </b><a href="https://lin.ee/sHUk8r8">https://lin.ee/sHUk8r8</a><b></b></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ed227dda-8350-475e-8d2d-5e4dd5215560/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/23cc8f47-e497-4b73-a580-aa70dcbf5a5d/62030aea-b4ce-464c-a917-3d7b3ebcde89</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Jul 2026 02:17:33 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ASUENE Achieves TGO Certification in Thailand, Enabling TGO-Compliant Carbon Accounting, Reporting, and Sustainability Disclosure</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/a97a0d24-2509-11ee-93d7-0a58a9feac02/1b09877c-eba9-475c-8d82-21c1db3408bc</link>
      <description>ASUENE Inc. announced that its sustainability AI platform, ASUENE, provided through its Thailand subsidiary, ASUENE (THAILAND) Co., Ltd., has obtained the Carbon Footprint Platform for Organization Certification from the Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO), a public organization under the Government of Thailand.&lt;br/&gt;With this certification, ASUENE has been validated and registered under TGO&#39;s Carbon Footprint Platform for Organization criteria. This enables Japanese and local companies operating in Thailand to conduct GHG emissions accounting and reporting in compliance with TGO requirements while streamlining sustainability disclosures aligned with global standards.&lt;br/&gt;Background of the TGO Certification&lt;br/&gt;The Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO) is a public organization established by the Government of Thailand to promote GHG management and emissions reduction initiatives. TGO develops methodologies, emissions factors, and reporting frameworks for GHG accounting and reporting, while also operating certification programs to enhance the reliability and standardization of corporate emissions management.&lt;br/&gt;As sustainability disclosure requirements and GHG emissions management become increasingly important worldwide, Thailand is also advancing policies and frameworks to support its transition toward a low-carbon economy. Interest in carbon accounting, emissions reporting, and sustainability disclosure continues to grow among businesses operating in the country.&lt;br/&gt;Thailand is one of ASEAN’s largest manufacturing hubs and hosts a significant number of Japanese companies across industries such as automotive, electronics, chemicals, and food production. As global companies increasingly require emissions transparency across their supply chains, establishing robust GHG management and reporting systems has become an important business priority for both multinational and local companies in Thailand.&lt;br/&gt;In response to these market needs, ASUENE (THAILAND) has pursued TGO certification to support Japanese and local companies operating in Thailand. Through this certification, ASUENE is now recognized as a platform that supports GHG emissions accounting and reporting in accordance with TGO requirements, enabling companies to address local reporting requirements while advancing sustainability disclosures aligned with global standards.&lt;br/&gt;ASUENE Company Profile&lt;br/&gt;ASUENE Inc. is a Sustainability AI Company in Japan with the mission of ”Changing the world for the next generation”. We provide &#34;ASUENE&#34;, the world&#39;s leading carbon accounting platform for GHG measurement, reduction, and reporting powered by advanced AI,and we contribute to the net zero society.&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>ASUENE Inc. announced that its sustainability AI platform, ASUENE, provided through its Thailand subsidiary, ASUENE (THAILAND) Co., Ltd., has obtained the Carbon Footprint Platform for Organization Certification from the Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO), a public organization under the Government of Thailand.</p><p>With this certification, ASUENE has been validated and registered under TGO's Carbon Footprint Platform for Organization criteria. This enables Japanese and local companies operating in Thailand to conduct GHG emissions accounting and reporting in compliance with TGO requirements while streamlining sustainability disclosures aligned with global standards.</p><h2>Background of the TGO Certification</h2><p>The Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO) is a public organization established by the Government of Thailand to promote GHG management and emissions reduction initiatives. TGO develops methodologies, emissions factors, and reporting frameworks for GHG accounting and reporting, while also operating certification programs to enhance the reliability and standardization of corporate emissions management.</p><p>As sustainability disclosure requirements and GHG emissions management become increasingly important worldwide, Thailand is also advancing policies and frameworks to support its transition toward a low-carbon economy. Interest in carbon accounting, emissions reporting, and sustainability disclosure continues to grow among businesses operating in the country.</p><p>Thailand is one of ASEAN’s largest manufacturing hubs and hosts a significant number of Japanese companies across industries such as automotive, electronics, chemicals, and food production. As global companies increasingly require emissions transparency across their supply chains, establishing robust GHG management and reporting systems has become an important business priority for both multinational and local companies in Thailand.</p><p>In response to these market needs, ASUENE (THAILAND) has pursued TGO certification to support Japanese and local companies operating in Thailand. Through this certification, ASUENE is now recognized as a platform that supports GHG emissions accounting and reporting in accordance with TGO requirements, enabling companies to address local reporting requirements while advancing sustainability disclosures aligned with global standards.</p><h2>ASUENE Company Profile</h2><p>ASUENE Inc. is a Sustainability AI Company in Japan with the mission of ”Changing the world for the next generation”. We provide "ASUENE", the world's leading carbon accounting platform for GHG measurement, reduction, and reporting powered by advanced AI,and we contribute to the net zero society.</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/34220385-ebfb-46f0-bf89-807a2276c519/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/a97a0d24-2509-11ee-93d7-0a58a9feac02/1b09877c-eba9-475c-8d82-21c1db3408bc</guid>
      <pubDate>Wed, 08 Jul 2026 01:00:37 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO สู่ Data-Driven Business จากธุรกิจเกษตรสู่บริษัทอาหารระดับโลกด้วย SAP และ NEXUS</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/d97e019e-2c39-11ee-a4fb-0a58a9feac02/25a3ea0e-7391-4524-bd4e-484e96e7f7b7</link>
      <description>ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ การเติบโตไม่ได้เกิดจากกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถขององค์กรในการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งซัพพลายเชน ตัดสินใจได้เร็ว และเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน&lt;br/&gt;นี่คือโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” CEO ของบริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด หรือ LACO กำลังขับเคลื่อน เพื่อยกระดับองค์กรจากธุรกิจเกษตรที่มีรากฐานแข็งแกร่ง สู่บริษัทอาหารระดับโลกที่ใช้ข้อมูลเป็นกลไกหลักในการเติบโต หลังจากบริษัทเติบโตจากธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรมากว่า 33 ปี โดยมีรากฐานจากการส่งเสริมการปลูก Edamame หรือถั่วแระญี่ปุ่น ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรในภาคเหนือของไทย และขยายสู่การส่งออกไปยังญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย และอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก&lt;br/&gt;คุณอภิรักษ์อธิบายเป้าหมายครั้งนี้ในฐานะการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของ LACO ว่า “วันนี้ เป้าหมายของ LACO ไม่ใช่เพียงการต่อยอดจาก Frozen Edamame ไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Crispy Edamame และ Ready-to-Eat Food แต่คือการยกระดับองค์กรสู่การเป็น Global Food Company ที่มีข้อมูลเป็นแกนกลางของการบริหารธุรกิจของเรา”&lt;br/&gt;จาก สู่ Data-to-Decision: เมื่อ Data กลายเป็นกลยุทธ์หลักของ LACO ไม่ใช่แค่ระบบสนับสนุนอีกต่อไป&lt;br/&gt;สำหรับคุณอภิรักษ์ การเปลี่ยนผ่านของ LACO เริ่มจากการมองเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวก ความปลอดภัย และความโปร่งใสของแหล่งที่มา ขณะที่ธุรกิจต้องเผชิญความผันผวนด้านวัตถุดิบ ภูมิอากาศ ซัพพลายเชน และความต้องการของตลาดโลกหนึ่งในจุดแข็งของ LACO คือการเชื่อมโยงกับเกษตรกรและวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ในยุคที่ตลาดโลกให้ความสำคัญกับ Traceability และ ESG ความสัมพันธ์กับต้นน้ำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ข้อมูลจากต้นน้ำต้องถูกเชื่อมเข้ากับระบบการผลิต คุณภาพ การขาย และผู้บริโภคในบริบทนี้ “ข้อมูล” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่ใช้บันทึกผลการดำเนินงาน แต่เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการเติบโตได้เร็วขึ้น การใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud&amp;nbsp; จึงช่วยยกระดับแนวคิด Farm-to-Table ให้ก้าวไปอีกขั้น คือการเปลี่ยนข้อมูลตลอดซัพพลายเชนให้เป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง&lt;br/&gt;นี่คือหัวใจของ Data-Driven LACO: การเปลี่ยนข้อมูลจากฟาร์ม โรงงาน และตลาด ให้กลายเป็น Insight สำหรับการวางแผนธุรกิจ การสร้างนวัตกรรม และการบริหารความเสี่ยงทำไม SAP จึงเป็น Digital Core พื้นฐานของ Data-Driven Organization LACO&lt;br/&gt;การเลือกใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud ของ LACO จึงเป็นมากกว่าการอัปเกรดระบบ ERP แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร โดย SAP โซลูชันมาตรฐานระดับโลก ถูกวางให้เป็น Digital Core ที่เชื่อมข้อมูลระหว่างทุกส่วนงาน เพื่อให้การทำงานขององค์กรเป็นระบบเดียวกันมากขึ้น ลดข้อจำกัดจากข้อมูลที่แยกส่วน และช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจบนข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง เรียลไทม์ มากขึ้น&lt;br/&gt;สำหรับ LACO นี่คือรากฐานของการเป็น Data-Driven Business ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เพราะองค์กรอาหารยุคใหม่ต้องบริหารทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกร วัตถุดิบ โรงงาน คุณภาพสินค้า การขาย การส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภคเมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกัน ธุรกิจจะสามารถต่อยอดสู่ Traceability, ESG, AI และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ&lt;br/&gt;NEXUS กับบทบาท Strategic Implementation Partner&lt;br/&gt;อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีระดับโลกจะสร้างผลลัพธ์ได้จริงก็ต่อเมื่อถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจจริง นี่คือเหตุผลที่ NEXUS มีบทบาทสำคัญในฐานะ Strategic Implementation Partner ของ LACO&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;LACO เชื่อมั่นใน NEXUS จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาและวางระบบ ERP และ SAP S/4HANA ในธุรกิจที่หลากหลายและมีขนาดแตกต่างกัน โดย NEXUS จะทำงานร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน LACO เพื่อวางระบบให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจทั้งในวันนี้และอนาคต&lt;br/&gt;ในเชิงกลยุทธ์ บทบาทของ NEXUS จึงไม่ใช่เพียงการติดตั้งระบบ แต่คือการช่วยแปลงวิสัยทัศน์ของ LACO ให้กลายเป็น Operating Model ที่เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และการทำงานจริงขององค์กร&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ การเติบโตไม่ได้เกิดจากกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถขององค์กรในการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งซัพพลายเชน ตัดสินใจได้เร็ว และเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน</p><p>นี่คือโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” CEO ของบริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด หรือ LACO กำลังขับเคลื่อน เพื่อยกระดับองค์กรจากธุรกิจเกษตรที่มีรากฐานแข็งแกร่ง สู่บริษัทอาหารระดับโลกที่ใช้ข้อมูลเป็นกลไกหลักในการเติบโต หลังจากบริษัทเติบโตจากธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรมากว่า 33 ปี โดยมีรากฐานจากการส่งเสริมการปลูก Edamame หรือถั่วแระญี่ปุ่น ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรในภาคเหนือของไทย และขยายสู่การส่งออกไปยังญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไทย และอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก</p><p>คุณอภิรักษ์อธิบายเป้าหมายครั้งนี้ในฐานะการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของ LACO ว่า “วันนี้ เป้าหมายของ LACO ไม่ใช่เพียงการต่อยอดจาก Frozen Edamame ไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Crispy Edamame และ Ready-to-Eat Food แต่คือการยกระดับองค์กรสู่การเป็น Global Food Company ที่มีข้อมูลเป็นแกนกลางของการบริหารธุรกิจของเรา”</p><p>จาก สู่ Data-to-Decision: เมื่อ Data กลายเป็นกลยุทธ์หลักของ LACO ไม่ใช่แค่ระบบสนับสนุนอีกต่อไป</p><p>สำหรับคุณอภิรักษ์ การเปลี่ยนผ่านของ LACO เริ่มจากการมองเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวก ความปลอดภัย และความโปร่งใสของแหล่งที่มา ขณะที่ธุรกิจต้องเผชิญความผันผวนด้านวัตถุดิบ ภูมิอากาศ ซัพพลายเชน และความต้องการของตลาดโลกหนึ่งในจุดแข็งของ LACO คือการเชื่อมโยงกับเกษตรกรและวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ในยุคที่ตลาดโลกให้ความสำคัญกับ Traceability และ ESG ความสัมพันธ์กับต้นน้ำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ข้อมูลจากต้นน้ำต้องถูกเชื่อมเข้ากับระบบการผลิต คุณภาพ การขาย และผู้บริโภคในบริบทนี้ “ข้อมูล” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่ใช้บันทึกผลการดำเนินงาน แต่เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการเติบโตได้เร็วขึ้น การใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud&nbsp; จึงช่วยยกระดับแนวคิด Farm-to-Table ให้ก้าวไปอีกขั้น คือการเปลี่ยนข้อมูลตลอดซัพพลายเชนให้เป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง</p><p>นี่คือหัวใจของ Data-Driven LACO: การเปลี่ยนข้อมูลจากฟาร์ม โรงงาน และตลาด ให้กลายเป็น Insight สำหรับการวางแผนธุรกิจ การสร้างนวัตกรรม และการบริหารความเสี่ยงทำไม SAP จึงเป็น Digital Core พื้นฐานของ Data-Driven Organization LACO</p><p>การเลือกใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud ของ LACO จึงเป็นมากกว่าการอัปเกรดระบบ ERP แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร โดย SAP โซลูชันมาตรฐานระดับโลก ถูกวางให้เป็น Digital Core ที่เชื่อมข้อมูลระหว่างทุกส่วนงาน เพื่อให้การทำงานขององค์กรเป็นระบบเดียวกันมากขึ้น ลดข้อจำกัดจากข้อมูลที่แยกส่วน และช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจบนข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง เรียลไทม์ มากขึ้น</p><p>สำหรับ LACO นี่คือรากฐานของการเป็น Data-Driven Business ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เพราะองค์กรอาหารยุคใหม่ต้องบริหารทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกร วัตถุดิบ โรงงาน คุณภาพสินค้า การขาย การส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภคเมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกัน ธุรกิจจะสามารถต่อยอดสู่ Traceability, ESG, AI และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ</p><p>NEXUS กับบทบาท Strategic Implementation Partner</p><p>อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีระดับโลกจะสร้างผลลัพธ์ได้จริงก็ต่อเมื่อถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจจริง นี่คือเหตุผลที่ NEXUS มีบทบาทสำคัญในฐานะ Strategic Implementation Partner ของ LACO</p><p>&nbsp;</p><p>LACO เชื่อมั่นใน NEXUS จากประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาและวางระบบ ERP และ SAP S/4HANA ในธุรกิจที่หลากหลายและมีขนาดแตกต่างกัน โดย NEXUS จะทำงานร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน LACO เพื่อวางระบบให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจทั้งในวันนี้และอนาคต</p><p>ในเชิงกลยุทธ์ บทบาทของ NEXUS จึงไม่ใช่เพียงการติดตั้งระบบ แต่คือการช่วยแปลงวิสัยทัศน์ของ LACO ให้กลายเป็น Operating Model ที่เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และการทำงานจริงขององค์กร</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/efc1b8a7-ce5b-48a9-a1c8-7bc262f6b420/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/d97e019e-2c39-11ee-a4fb-0a58a9feac02/25a3ea0e-7391-4524-bd4e-484e96e7f7b7</guid>
      <pubDate>Mon, 06 Jul 2026 14:51:22 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Hakuba Mountain Lounge Iwatake ร้านเช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดคะแนนรีวิว Google 4.9 เปิดรับจองฤดูหนาว 2026–2027 แล้ว</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/86510e76-c6bf-4229-bdf2-396b2bd0df29/9b1b9a28-3f05-4cac-9af8-4fea4c481bff</link>
      <description>ร้านเช่าสกีและสโนว์บอร์ด Hakuba Mountain Lounge Iwatake ในหมู่บ้านฮาคุบะ จังหวัดนากาโนะ ได้เปิดรับจองล่วงหน้าสำหรับฤดูหนาว 2026–2027 แล้ว&lt;br/&gt;หมู่บ้านฮาคุบะเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวนากาโนะในปี 1998 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี เพื่อสัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นเหนือ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง HAKUBA MOUNTAIN HARBOR &lt;br/&gt;ตัวร้านตั้งอยู่ห่างจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort โดยใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาที ซึ่งเป็นร้านเช่าอุปกรณ์ที่สะดวกต่อการเดินทางไปยังลานสกี&lt;br/&gt;นอกจากนี้ การจองที่พักในฮาคุบะสำหรับฤดูหนาวมักเปิดให้จองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคมของทุกปี และเนื่องจากเป็นพื้นที่ยอดนิยม วันเข้าพักในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงมักถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว&lt;br/&gt;■ เปิดให้บริการสู่ปีที่ 3 พร้อมคะแนนรีวิว Google 4.9 &lt;br/&gt;Hakuba Mountain Lounge Iwatake กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการเปิดให้บริการในฤดูกาล 2026–2027&lt;br/&gt;ปัจจุบันร้านได้รับคะแนนรีวิว 4.9 จาก 5 คะแนนบน Google จากรีวิวทั้งหมด 129 รายการ&lt;br/&gt;ลูกค้าทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริการที่เป็นมิตรของพนักงาน การอธิบายข้อมูลที่เข้าใจง่าย สภาพอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้ลานสกี&lt;br/&gt;รีวิวบนGoogle&lt;br/&gt;https://www.google.com/search?sca_esv=01b16418dc22f4d7&amp;amp;sxsrf=ANbL-n6576_729-U9-VL1H7id1e4WunGYw:1781319993531&amp;amp;si=AL3DRZEsmMGCryMMFSHJ3StBhOdZ2-6yYkXd_doETEE1&lt;br/&gt;ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นของฮาคุบะ เช่น ช่วงปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน การจองร้านเช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดอาจทำได้ยากกว่าปกติ โดยในแต่ละปีทางร้านมักได้รับการจองเต็มล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงวันยอดนิยมและอุปกรณ์ขนาดมาตรฐาน ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำการจองทันทีเมื่อกำหนดวันเดินทางได้แล้ว&lt;br/&gt;แนะนำร้าน &lt;br/&gt;■ รองเท้าบูตรุ่นใหม่สำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง &lt;br/&gt;สำหรับฤดูกาล 2026–2027 ทางร้านได้เพิ่มรองเท้าสกีบูตรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสบายในการใช้งาน เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้เล่นระดับกลาง&lt;br/&gt;โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการสวมใส่ ความกระชับพอดี และการปรับแต่งที่ง่าย ผู้ที่เพิ่งเริ่มเล่นสกีหรือผู้ที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศบนลานหิมะมานาน สามารถรับคำแนะนำจากพนักงานในการเลือกขนาดและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับระดับการเล่นได้&lt;br/&gt;ชุดสกี ชุดสโนว์บอร์ด และชุดเสื้อผ้าสำหรับเล่นหิมะ มีให้บริการในราคาเริ่มต้นชุดละ 4,300 เยนต่อวัน&lt;br/&gt;ในฐานะร้านเช่าอุปกรณ์ที่บริหารงานโดยชาวญี่ปุ่น ทางร้านให้ความสำคัญกับการกำหนดราคาที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่ใส่ใจและเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกท่าน&lt;br/&gt; ■ บริการ Quick Rental ตั้งเป้าดำเนินการตั้งแต่ลงทะเบียนจนรับอุปกรณ์ภายใน 30 นาที&lt;br/&gt;เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลาบนลานสกีอย่างคุ้มค่าที่สุด ทางร้านได้เริ่มให้บริการ Quick Rental รูปแบบใหม่ โดยตั้งเป้าให้กระบวนการตั้งแต่การลงทะเบียนที่หน้าร้านจนถึงการลองและรับอุปกรณ์แล้วเสร็จภายใน 30 นาที&lt;br/&gt;การจองล่วงหน้าผ่าน Gmail บนเว็บไซต์ของร้าน จะช่วยให้ขั้นตอนการรับบริการในวันใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;※ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจเกิน 30 นาที ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของลูกค้า จำนวนผู้ใช้บริการ และการปรับขนาดอุปกรณ์&lt;br/&gt;■ ชุดเช่าสำหรับเล่นสกีและสโนว์บอร์ดที่เลือกสไตล์ได้ด้วยตัวเองราวกับเลือกซื้อในบูติก &lt;br/&gt;ร้านเช่าอุปกรณ์ทั่วไปบางแห่งอาจจัดเตรียมชุดสำหรับลูกค้าไว้ล่วงหน้า แต่ที่Hakuba Mountain Lounge Iwatake นั้นลูกค้าสามารถเลือกชุดสกีและสโนว์บอร์ดจากคอลเลกชันที่จัดแสดงภายในร้านได้ด้วยตนเอง&lt;br/&gt;ทางร้านมอบประสบการณ์การเลือกชุดในสไตล์บูติก ที่ไม่เพียงคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย แต่ยังช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพบนลานหิมะและเก็บความทรงจำจากการเดินทางอีกด้วย&lt;br/&gt;【ข้อมูลร้าน】&lt;br/&gt;ชื่อร้าน: Hakuba Mountain Lounge Iwatake&lt;br&gt;เว็บไซต์: https://hakubamountainiwatake.hp.peraichi.com/english&lt;br&gt;ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 白馬マウンテンラウンジ岩岳ที่อยู่: 12027-1 Hokujo, Hakuba Village, Kitaazumi District, Nagano Prefecture 399-9301&lt;br&gt;การเดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort&lt;br&gt;ติดต่อสอบถาม : jamrental009@gmail.com&lt;br/&gt;【สาขาในเครือ】&lt;br/&gt;■ Hakuba Mountain Lounge Happo&lt;br/&gt;ร้านเช่าอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีขนส่ง Hakuba Happo Bus Terminal เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังฮาคุบะด้วยรถบัสด่วนจากโตเกียว&lt;br&gt;เว็บไซต์: https://hakubamountainlounge.hp.peraichi.com/&lt;br/&gt;■ Hakuba Mountain Lounge Iimori&lt;br/&gt;ร้านเช่าอุปกรณ์ใกล้พื้นที่ ABLE Hakuba Goryu IIMORI ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและครอบครัว ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน 1 ของ Hakuba Sun Valley Hotel&lt;br&gt;เว็บไซต์ : https://sk1dh.hp.peraichi.com/&lt;br&gt;เว็บไซต์รวมของทั้ง 3 สาขา : https://hakuba-mountain-rental.com&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1bfb5d49-ba64-413f-b3c5-9354c771d977/public&#34; alt=&#34;บริการ Quick Rental ช่วยลดเวลารอคิวด้วยการจองล่วงหน้า&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ce444ed2-579a-4427-b039-9ceabaff4b09/public&#34; alt=&#34;รองเท้าสกี BOA รุ่นใหม่ล่าสุด&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/78ef0ebb-2fdb-4f2e-8467-126f22fbc3a0/public&#34; alt=&#34;ภายนอกร้านและบรรยากาศหิมะ&#34;/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/60aee17c-a06c-42b7-ae21-2968f859c627/public&#34; alt=&#34;บริการเลือกชุดเช่าด้วยตนเอง&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>ร้านเช่าสกีและสโนว์บอร์ดในพื้นที่ฮาคุบะ อิวาตาเกะ ซึ่งกำลังเข้าสู่ปีที่ 3 ของการดำเนินงาน เปิดตัวรองเท้าบูตรุ่นใหม่ พร้อมยกระดับบริการเช่าแบบรวดเร็ว โดยตั้งเป้าให้ลูกค้าสามารถรับอุปกรณ์ได้ภายใน 30 นาที ร้านตั้งอยู่ห่างจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort เพียงเดินประมาณ 2 นาที และขณะนี้ได้เปิดรับการจองล่วงหน้าแล้ว
</p> <p>ร้านเช่าสกีและสโนว์บอร์ด Hakuba Mountain Lounge Iwatake ในหมู่บ้านฮาคุบะ จังหวัดนากาโนะ ได้เปิดรับจองล่วงหน้าสำหรับฤดูหนาว 2026–2027 แล้ว</p><p>หมู่บ้านฮาคุบะเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวนากาโนะในปี 1998 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี เพื่อสัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นเหนือ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง HAKUBA MOUNTAIN HARBOR </p><p>ตัวร้านตั้งอยู่ห่างจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort โดยใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาที ซึ่งเป็นร้านเช่าอุปกรณ์ที่สะดวกต่อการเดินทางไปยังลานสกี</p><p>นอกจากนี้ การจองที่พักในฮาคุบะสำหรับฤดูหนาวมักเปิดให้จองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคมของทุกปี และเนื่องจากเป็นพื้นที่ยอดนิยม วันเข้าพักในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงมักถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว</p><p>■ เปิดให้บริการสู่ปีที่ 3 พร้อมคะแนนรีวิว Google 4.9 </p><p>Hakuba Mountain Lounge Iwatake กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการเปิดให้บริการในฤดูกาล 2026–2027</p><p>ปัจจุบันร้านได้รับคะแนนรีวิว 4.9 จาก 5 คะแนนบน Google จากรีวิวทั้งหมด 129 รายการ</p><p>ลูกค้าทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ร่วมแบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริการที่เป็นมิตรของพนักงาน การอธิบายข้อมูลที่เข้าใจง่าย สภาพอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้ลานสกี</p><p>รีวิวบนGoogle</p><p>https://www.google.com/search?sca_esv=01b16418dc22f4d7&amp;sxsrf=ANbL-n6576_729-U9-VL1H7id1e4WunGYw:1781319993531&amp;si=AL3DRZEsmMGCryMMFSHJ3StBhOdZ2-6yYkXd_doETEE1</p><p>ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นของฮาคุบะ เช่น ช่วงปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน การจองร้านเช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดอาจทำได้ยากกว่าปกติ โดยในแต่ละปีทางร้านมักได้รับการจองเต็มล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงวันยอดนิยมและอุปกรณ์ขนาดมาตรฐาน ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำการจองทันทีเมื่อกำหนดวันเดินทางได้แล้ว</p><p>แนะนำร้าน </p><p>■ รองเท้าบูตรุ่นใหม่สำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง </p><p>สำหรับฤดูกาล 2026–2027 ทางร้านได้เพิ่มรองเท้าสกีบูตรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสบายในการใช้งาน เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้เล่นระดับกลาง</p><p>โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการสวมใส่ ความกระชับพอดี และการปรับแต่งที่ง่าย ผู้ที่เพิ่งเริ่มเล่นสกีหรือผู้ที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศบนลานหิมะมานาน สามารถรับคำแนะนำจากพนักงานในการเลือกขนาดและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับระดับการเล่นได้</p><p>ชุดสกี ชุดสโนว์บอร์ด และชุดเสื้อผ้าสำหรับเล่นหิมะ มีให้บริการในราคาเริ่มต้นชุดละ 4,300 เยนต่อวัน</p><p>ในฐานะร้านเช่าอุปกรณ์ที่บริหารงานโดยชาวญี่ปุ่น ทางร้านให้ความสำคัญกับการกำหนดราคาที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่ใส่ใจและเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกท่าน</p><p> ■ บริการ Quick Rental ตั้งเป้าดำเนินการตั้งแต่ลงทะเบียนจนรับอุปกรณ์ภายใน 30 นาที</p><p>เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลาบนลานสกีอย่างคุ้มค่าที่สุด ทางร้านได้เริ่มให้บริการ Quick Rental รูปแบบใหม่ โดยตั้งเป้าให้กระบวนการตั้งแต่การลงทะเบียนที่หน้าร้านจนถึงการลองและรับอุปกรณ์แล้วเสร็จภายใน 30 นาที</p><p>การจองล่วงหน้าผ่าน Gmail บนเว็บไซต์ของร้าน จะช่วยให้ขั้นตอนการรับบริการในวันใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</p><p>※ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจเกิน 30 นาที ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของลูกค้า จำนวนผู้ใช้บริการ และการปรับขนาดอุปกรณ์</p><p>■ ชุดเช่าสำหรับเล่นสกีและสโนว์บอร์ดที่เลือกสไตล์ได้ด้วยตัวเองราวกับเลือกซื้อในบูติก </p><p>ร้านเช่าอุปกรณ์ทั่วไปบางแห่งอาจจัดเตรียมชุดสำหรับลูกค้าไว้ล่วงหน้า แต่ที่Hakuba Mountain Lounge Iwatake นั้นลูกค้าสามารถเลือกชุดสกีและสโนว์บอร์ดจากคอลเลกชันที่จัดแสดงภายในร้านได้ด้วยตนเอง</p><p>ทางร้านมอบประสบการณ์การเลือกชุดในสไตล์บูติก ที่ไม่เพียงคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย แต่ยังช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพบนลานหิมะและเก็บความทรงจำจากการเดินทางอีกด้วย</p><p>【ข้อมูลร้าน】</p><p>ชื่อร้าน: Hakuba Mountain Lounge Iwatake<br>เว็บไซต์: https://hakubamountainiwatake.hp.peraichi.com/english<br>ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 白馬マウンテンラウンジ岩岳ที่อยู่: 12027-1 Hokujo, Hakuba Village, Kitaazumi District, Nagano Prefecture 399-9301<br>การเดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจาก Hakuba Iwatake Mountain Resort<br>ติดต่อสอบถาม : jamrental009@gmail.com</p><p>【สาขาในเครือ】</p><p>■ Hakuba Mountain Lounge Happo</p><p>ร้านเช่าอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีขนส่ง Hakuba Happo Bus Terminal เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังฮาคุบะด้วยรถบัสด่วนจากโตเกียว<br>เว็บไซต์: https://hakubamountainlounge.hp.peraichi.com/</p><p>■ Hakuba Mountain Lounge Iimori</p><p>ร้านเช่าอุปกรณ์ใกล้พื้นที่ ABLE Hakuba Goryu IIMORI ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและครอบครัว ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน 1 ของ Hakuba Sun Valley Hotel<br>เว็บไซต์ : https://sk1dh.hp.peraichi.com/<br>เว็บไซต์รวมของทั้ง 3 สาขา : https://hakuba-mountain-rental.com<br><br></p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/1bfb5d49-ba64-413f-b3c5-9354c771d977/public" alt="บริการ Quick Rental ช่วยลดเวลารอคิวด้วยการจองล่วงหน้า" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/ce444ed2-579a-4427-b039-9ceabaff4b09/public" alt="รองเท้าสกี BOA รุ่นใหม่ล่าสุด" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/78ef0ebb-2fdb-4f2e-8467-126f22fbc3a0/public" alt="ภายนอกร้านและบรรยากาศหิมะ" /><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/60aee17c-a06c-42b7-ae21-2968f859c627/public" alt="บริการเลือกชุดเช่าด้วยตนเอง" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3ea61170-cfba-4f1d-aa9a-4204c70a54c0/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/86510e76-c6bf-4229-bdf2-396b2bd0df29/9b1b9a28-3f05-4cac-9af8-4fea4c481bff</guid>
      <pubDate>Thu, 02 Jul 2026 02:00:10 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ประเทศไทยร่วมเป ็ นส่วนหนึ่งของมหกรรมแสดงสินค้าถุงมือยางนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในกรุงกัวลาลัมเปอร์</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/2500041b-52ba-4aa9-9867-bb8638f9aecc/1f5c3bbe-873a-4ff6-b48e-ee3e137365d4</link>
      <description>กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 30 มิถุนายน 2569 — กำรประชุมและนิทรรศกำรถุงมือยำงนำนำชำติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) ภำยใต้แนวคิด “การประสานนวัตกรรม: ก าหนดอนาคตใหม่ของระบบนิเวศถุงมือ” สร้ำงอีกหนึ่งหมุดหมำยส ำคัญด้วยยอด จองพื้นที่จัดแสดงสินค้ำกว่ำ 600 บูธ จำกผู้ประกอบกำรและองค์กรชั้นน ำใน 15 ประเทศและภูมิภาค อำทิ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนำม สิงคโปร์ จีน เกำหลีใต้ ซำอุดีอำระเบีย สหรัฐอเมริกำ และสหรำชอำณำจักร ส่งผลให้ IRGCE 2026 กลำยเป็นงำนที่มี ขนำดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2545 ควำมส ำเร็จดังกล่ำวสะท้อนถึงควำมเชื่อมั่นและกำรตอบรับอย่ำงแข็งแกร่ง จำกอุตสำหกรรมถุงมือยำงทั่วโลก โดยคำดว่ำกำรจัดงำนในปีนี้จะมีผู้เข้ำร่วมกำรประชุมมำกกว่ำ 1,000 คน และผู้เข้ำชมงำนกว่ำ 10,000 คน จำก มากกว่า 70 ประเทศ&lt;br/&gt;งำนประชุมและนิทรรศกำรถุงมือยำงนำนำชำติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) จัดโดย สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย (Malaysian Rubber Glove Manufacturers Association: MARGMA) โดยมี สภาอุตสาหกรรมยางแห่งมาเลเซีย (Malaysian Rubber Council: MRC) ร่วมเป็นเจ้ำภำพ มีก ำหนดจัดขึ้นระหว่ำงวันที่ 8–10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Convention Centre: KLCC) กรุงกัวลำลัมเปอร์ ประเทศมำเลเซีย&lt;br/&gt;ไฮไลต์ส ำคัญของกำรจัดงำนในปีนี้คือกำรเปิดตัว INNOVATE@IRGCETalk เวทีแลกเปลี่ยนองค์ควำมรู้รูปแบบใหม่ที่มุ่งน ำเสน แนวคิดและนวัตกรรมล ้ำสมัยจำกผู้เชี่ยวชำญระดับโลก ครอบคลุมประเด็นส ำคัญด้ำนวัสดุแห่งอนำคต (Advanced Materials) กำรผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และกำรผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Manufacturing)&lt;br/&gt;กำรประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจำกวิทยำกรชั้นน ำทั้งจำกในประเทศและต่ำงประเทศ โดยมี วิทยากรปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speakers) จ ำนวน 6 ท่าน รวมถึง ดร. โรเบิร์ต จี. แฮมิลตัน (Dr. Robert G. Hamilton) ศำสตรำจำรย์ด้ำนเวชศำสตร์และพยำธิ วิทยำจำกมหำวิทยำลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกำ ร่วมถ่ำยทอดองค์ควำมรู้และมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทำงของ อุตสำหกรรมถุงมือยำงในอนำคต นอกจำกนี้ ภำยในงำนยังมีวิทยำกรผู้ทรงคุณวุฒิอีก 36 ท่าน จำกหลำกหลำยสำขำ ร่วมน ำเสนอ ประเด็นส ำคัญที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่ำของระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำง&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/9c6d128a-f283-4f74-85c8-a9cc1732147c/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ก่อนกำรจัดงำน ได้มีกำรจัดพิธีเปิดงำนอย่ำงไม่เป็นทำงกำร (Soft Launch) พร้อมพิธีลงนำมบันทึกควำมเข้ำใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ร่วมกับพันธมิตรผู้สนับสนุน โดยได้รับเกียรติจำก ดำโต๊ะ ดร. ไซรอสซำนี โมฮัมหมัด นอร์ อธิบดีกรม ยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) เป็นประธำนในพิธี ในนำมของ ดำโต๊ะ เซอรี ดร. นอไรนี อำหมัด รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรปลูกพืชและสินค้ำโภคภัณฑ์ของมำเลเซีย กำรสนับสนุนจำกกระทรวงฯ ในครั้งนี้สะท้อนถึงควำม มุ่งมั่นอย่ำงต่อเนื่องของรัฐบำลมำเลเซียในกำรยกระดับขีดควำมสำมำรถและเสริมสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของ อุตสำหกรรมถุงมือยำง&lt;br/&gt;อุตสำหกรรมถุงมือยำงของมำเลเซียยังคงเป็นหนึ่งในภำคอุตสำหกรรมหลักที่สร้ำงมูลค่ำกำรส่งออกให้แก่ประเทศ พร้อมเดินหน้ำ พัฒนำศักยภำพสู่ห่วงโซ่คุณค่ำที่มีมูลค่ำสูงขึ้น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจำกกำรลงทุนด้ำนกำรวิจัยและพัฒนำ (R&amp;amp;D) กำร ประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ กำรพัฒนำศักยภำพบุคลำกร กำรส่งเสริมกระบวนกำรผลิตที่ยั่งยืน ตลอดจนกำรบูรณำกำรควำม ร่วมมือระหว่ำงภำคต้นน ้ำและปลำยน ้ำอย่ำงใกล้ชิด ทั้งนี้ ควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของอุตสำหกรรมในอนำคตจะตั้งอยู่บน รำกฐำนส ำคัญ ได้แก่ คุณภำพ นวัตกรรม ประสิทธิภำพกำรผลิต ควำมยั่งยืน และควำมเชื่อมั่นจำกตลำดโลก&lt;br/&gt;กำรจัดงำน IRGCE 2026 ยังตอกย ้ำถึงควำมส ำคัญของควำมร่วมมืออย่ำงต่อเนื่องระหว่ำงภำคอุตสำหกรรม หน่วยงำนภำครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภำคส่วน ในกำรร่วมกันสร้ำงระบบนิเวศที่เอื้อต่อกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืนในระยะยำว โดย สมำคมผู้ผลิต ถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) สภำอุตสำหกรรมยำงแห่งมำเลเซีย (MRC) และ กรมยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (MRB) ได้ร่วมกัน ผลักดันโครงกำรเชิงยุทธศำสตร์ที่มุ่งสู่อนำคต อำทิ โครงกำร Made in Malaysia Gloves และโครงกำรด้ำนควำมยั่งยืนใน หลำกหลำยมิติ เพื่อยกระดับมำตรฐำนอุตสำหกรรม เสริมสร้ำงควำมยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทำน ตลอดจนสร้ำงควำมเชื่อมั่นและ ควำมน่ำเชื่อถือของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในตลำดโลก&lt;br/&gt;ท่ำมกลำงควำมส ำคัญที่เพิ่มขึ้นของกำรตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทำน (Supply Chain Traceability) กำรยกระดับควำมโปร่งใสและกำรก ำกับดูแลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นจึงกลำยเป็นปัจจัยส ำคัญต่อกำรพัฒนำอุตสำหกรรมถุงมือยำงอย่ำงยั่งยืน ใน บริบทดังกล่ำว ระบบกำรออกใบอนุญำตส ำหรับผู้ผลิตถุงมือยำงของ กรมยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) ยังคงมีบทบำทส ำคัญในกำรรักษำมำตรฐำนสำกล ตลอดจนเสริมสร้ำงควำมน่ำเชื่อถือ และขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน ของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในตลำดโลก&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a859f701-1dec-4a38-8a25-b5cbc3a096e6/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ด้ำน นำยอูน คิม ฮุง ประธำน สมำคมผู้ผลิตถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) กล่ำวว่ำ ภำคอุตสำหกรรมก ำลังเผชิญกับ สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจที่ท้ำทำยมำกยิ่งขึ้น จำกกำรแข่งขันในตลำดโลกที่ทวีควำมรุนแรง ควำมคำดหวังด้ำนกำรปฏิบัติตำม กฎระเบียบที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบที่มีควำมซับซ้อนมำกขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตยังต้องรับมือกับกำร ตรวจสอบจำกนำนำประเทศที่เข้มงวดขึ้นในประเด็นด้ำนคุณภำพ กำรตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทำน มำตรฐำนแรงงำน และกำรด ำเนินธุรกิจอย่ำงยั่งยืน&lt;br/&gt;“อุตสำหกรรมถุงมือยำงในปัจจุบันก ำลังด ำเนินธุรกิจภำยใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปอย่ำงมำก ควำมส ำเร็จในอดีตเพียงอย่ำงเดียว ไม่อำจรับประกันควำมสำมำรถในกำรแข่งขันในอนำคตได้ มำเลเซียจึงจ ำเป็นต้องเดินหน้ำสร้ำงควำมแตกต่ำงอย่ำงต่อเนื่อง โดย ยึดมั่นในคุณภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ กำรปฏิบัติตำมมำตรฐำนและข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบ ตลอดจนกำรสร้ำงควำมไว้วำงใจจำกตลำดโลก” นำยอูนกล่ำว&lt;br/&gt;นำยอูนกล่ำวเพิ่มเติมว่ำ ตลอดระยะเวลำที่ผ่ำนมำ IRGCE ได้ก้ำวขึ้นเป็นเวทีระดับนำนำชำติที่รวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำกทุก ภำคส่วนของระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำงเข้ำไว้ด้วยกัน พร้อมท ำหน้ำที่เป็นแพลตฟอร์มส ำคัญในกำรแลกเปลี่ยนองค์ควำมรู้ ถ่ำยทอดนวัตกรรม สร้ำงควำมร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และร่วมก ำหนดทิศทำงอนำคตของอุตสำหกรรมถุงมือยำงในระดับโลก นอกจำกนี้ MARGMA ยังให้ควำมส ำคัญกับกำรพัฒนำบุคลำกรคุณภำพเพื่อรองรับกำรเติบโตของอุตสำหกรรมในอนำคต โดยมุ่ง ส่งเสริมควำมร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่ำงภำคอุตสำหกรรมและสถำบันกำรศึกษำ ล่ำสุด MARGMA ได้ร่วมมือกับ มหำวิทยำลัยโมนำช มำเลเซีย (Monash University Malaysia) เปิดตัวหลักสูตรปริญญำโทเฉพำะทำงด้ำนเทคโนโลยีคอลลอยด์และลำเท็กซ์ (Master&#39;s Programme in Colloid and Latex Technology) เพื่อพัฒนำบุคลำกรที่มีควำมเชี่ยวชำญเฉพำะด้ำนและตอบสนองต่อ ควำมต้องกำรของอุตสำหกรรมในระยะยำว ควำมร่วมมือดังกล่ำวสะท้อนถึงควำมมุ่งมั่นในกำรเสริมสร้ำงศักยภำพด้ำน วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีของอุตสำหกรรมถุงมือยำง ผ่ำนกำรพัฒนำควำมเชี่ยวชำญเชิงลึกในสำขำวิทยำศำสตร์วัสดุ กำรเพิ่ม ประสิทธิภำพกระบวนกำรผลิต กำรพัฒนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และกำรยกระดับประสิทธิภำพด้ำนควำมยั่งยืน&lt;br/&gt;เพื่อรักษำควำมแข็งแกร่งและตอกย ้ำควำมเป็นผู้น ำของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในเวทีโลก MARGMA ได้ก ำหนดกรอบ ยุทธศำสตร์ส ำคัญ 4 ด้ำน เพื่อขับเคลื่อนกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืนและยกระดับขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันในระยะยำว ได้แก่&lt;br/&gt;• สร้างความแตกต่างในตลาดโลก (Global Differentiation): ตอกย ้ำภำพลักษณ์ของมำเลเซียในฐำนะแหล่งผลิตถุงมือ ยำงคุณภำพสูงที่ได้รับควำมไว้วำงใจจำกตลำดโลก โดยให้ควำมส ำคัญกับคุณภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ กำรปฏิบัติตำม มำตรฐำนและข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบ มำกกว่ำกำรแข่งขันด้ำนรำคำ&lt;br/&gt;• ขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technical Advancement): เสริมสร้ำงควำมได้เปรียบด้ำนเทคนิคผ่ำนกำร ลงทุนอย่ำงต่อเนื่องในระบบอัตโนมัติ วิทยำศำสตร์วัสดุ กำรเพิ่มประสิทธิภำพกระบวนกำรผลิต และเทคโนโลยีกำรผลิต ที่ยั่งยืน&lt;br/&gt;• พัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศแห่งองค์ความรู้ (Talent and Knowledge Ecosystem): ส่งเสริมควำมร่วมมือ ระหว่ำงภำคอุตสำหกรรมและสถำบันกำรศึกษำ เพื่อยกระดับศักยภำพด้ำนกำรวิจัย พัฒนำบุคลำกรที่มีทักษะขั้นสูงและสร้ำงก ำลังคนคุณภำพรองรับกำรเติบโ ของอุตสำหกรรมในอนำคต&lt;br/&gt;• ยกระดับมาตรฐานด้าน ESG และความยั่งยืน (ESG and Sustainable Practices): ผลักดันมำตรฐำนอุตสำหกรรมในด้ำนกำรก ำกับดูแลแรงงำน กำรจัดหำวัตถุดิบอย่ำงมีควำมรับผิดชอบ และกำรสร้ำงควำมโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทำน เพื่อรองรับควำมคำดหวังของผู้ซื้อทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงข้อก ำหนดด้ำนกำรเข้ำถึงตลำดในระดับสำกล&lt;br/&gt;กำรตอบรับอย่ำงล้นหลำมต่อพิธีลงนำมควำมร่วมมือกับผู้สนับสนุน (Sponsor Signing Ceremony) สะท้อนถึงควำมเชื่อมั่นอย่ำง แข็งแกร่งของภำคอุตสำหกรรมที่มีต่อ IRGCE 2026 ตลอดจนตอกย ้ำบทบำทของประเทศมำเลเซียในฐำนะศูนย์กลำงส ำคัญของ ระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลก ในโอกำสนี้ MARGMA ขอแสดงควำมขอบคุณอย่ำงจริงใจต่อผู้สนับสนุนทุกภำคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนกำรจัดงำน การประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026)&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e94e70fe-a716-4d39-bd51-e8885ce6877e/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;ผู้สนับสนุนระดับทอง (Gold Sponsors) ประกอบด้วย:&lt;br/&gt;• Hartalega NGC Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Kossan Latex Industries Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Reebow Intelligent Equipment (M) Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Supermax Glove Manufacturing Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Tiong Tat Printing Industries Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Top Glove Sdn Bhd&lt;br/&gt;ผู้สนับสนุนระดับเงิน (Silver Sponsors) ประกอบด้วย:&lt;br/&gt;• CCM Polymers Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Koon Seng Sdn Bhd&lt;br/&gt;ผู้สนับสนุนระดับบรอนซ์ (Bronze Sponsors) ประกอบด้วย:&lt;br/&gt;• Anhui INTCO Medical Products Co., Ltd.&lt;br/&gt;• Gas Malaysia Energy and Services Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Lexis Chemical Sdn Bhd&lt;br/&gt;• Sri Trang Gloves (Thailand) Public Company Limited&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/176af0ac-37d3-49c5-8513-8c5fadf4ca9b/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;พิธีลงนำมบันทึกควำมเข้ำใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ระหว่ำง สมำคมผู้ผลิตถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) และ สภำอุตสำหกรรมยำงแห่งมำเลเซีย (MRC) สะท้อนถึงควำมร่วมมือและควำมมุ่งมั่นร่วมกันในกำรผลักดัน ควำมส ำเร็จของ IRGCE 2026 พร้อมทั้งตอกย ้ำบทบำทของประเทศมำเลเซียในฐำนะศูนย์กลำงส ำคัญของอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลก&lt;br/&gt;กำรจัดงำนครั้งนี้ได้รับกำรสนับสนุนจำกหน่วยงำนภำครัฐและองค์กรชั้นน ำของมำเลเซีย ได้แก่ คณะกรรมกำรยำงแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) กระทรวงกำรลงทุน กำรค้ำ และอุตสำหกรรม (Ministry of Investment, Trade and Industry: MITI) บรรษัทพัฒนำกำรค้ำต่ำงประเทศของมำเลเซีย (Malaysia External Trade Development Corporation: MATRADE) ส ำนักงำนส่งเสริมกำรจัดประชุมและนิทรรศกำรแห่งมำเลเซีย (Malaysia Convention &amp;amp; Exhibition Bureau: MyCEB) และ สถำบันพลำสติกและยำงแห่งมำเลเซีย (Plastics and Rubber Institute Malaysia: PRIM) ซึ่งล้วนมีบทบำทส ำคัญในกำร สนับสนุนกำรพัฒนำอุตสำหกรรมและยกระดับศักยภำพของมำเลเซียสู่กำรเป็นศูนย์กลำงอุตสำหกรรมถุงมือยำงในระดับ นำนำชำติ&lt;br/&gt;ด้วยกำรมีส่วนร่วมอย่ำงแข็งขันจำกภำคอุตสำหกรรม ควำมร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่ำงพันธมิตรจำกหลำกหลำยภำคส่วน และกำร สนับสนุนอย่ำงต่อเนื่องจำกหน่วยงำนภำครัฐและสถำบันที่เกี่ยวข้อง การประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) จึงพร้อมก้ำวสู่กำรเป็นเวทีส ำคัญที่ทรงอิทธิพลที่สุดนับตั้งแต่มีกำรจัดงำนมำ พร้อมตอกย ้ำบทบำทของ ประเทศมำเลเซียในฐำนะผู้น ำอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลกที่เปี่ยมด้วยศักยภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ และควำมพร้อมในกำร ขับเคลื่อนอุตสำหกรรมสู่อนำคตอย่ำงยั่งยืน&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3696538e-659d-4d76-9683-a5a81b4dcbb3/public&#34; alt=&#34;Image&#34;/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>IRGCE 2026 ครั้งที่ 12 ประสบความส าเร็จด้วยยอดจองบูธทะลุ 600 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการทั่วโลก
ก่อนเปิ ดงานเดือนกันยายน</p> <p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 30 มิถุนายน 2569 — กำรประชุมและนิทรรศกำรถุงมือยำงนำนำชำติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) ภำยใต้แนวคิด “การประสานนวัตกรรม: ก าหนดอนาคตใหม่ของระบบนิเวศถุงมือ” สร้ำงอีกหนึ่งหมุดหมำยส ำคัญด้วยยอด จองพื้นที่จัดแสดงสินค้ำกว่ำ 600 บูธ จำกผู้ประกอบกำรและองค์กรชั้นน ำใน 15 ประเทศและภูมิภาค อำทิ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนำม สิงคโปร์ จีน เกำหลีใต้ ซำอุดีอำระเบีย สหรัฐอเมริกำ และสหรำชอำณำจักร ส่งผลให้ IRGCE 2026 กลำยเป็นงำนที่มี ขนำดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2545 ควำมส ำเร็จดังกล่ำวสะท้อนถึงควำมเชื่อมั่นและกำรตอบรับอย่ำงแข็งแกร่ง จำกอุตสำหกรรมถุงมือยำงทั่วโลก โดยคำดว่ำกำรจัดงำนในปีนี้จะมีผู้เข้ำร่วมกำรประชุมมำกกว่ำ 1,000 คน และผู้เข้ำชมงำนกว่ำ 10,000 คน จำก มากกว่า 70 ประเทศ</p><p>งำนประชุมและนิทรรศกำรถุงมือยำงนำนำชำติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) จัดโดย สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย (Malaysian Rubber Glove Manufacturers Association: MARGMA) โดยมี สภาอุตสาหกรรมยางแห่งมาเลเซีย (Malaysian Rubber Council: MRC) ร่วมเป็นเจ้ำภำพ มีก ำหนดจัดขึ้นระหว่ำงวันที่ 8–10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Convention Centre: KLCC) กรุงกัวลำลัมเปอร์ ประเทศมำเลเซีย</p><p>ไฮไลต์ส ำคัญของกำรจัดงำนในปีนี้คือกำรเปิดตัว INNOVATE@IRGCETalk เวทีแลกเปลี่ยนองค์ควำมรู้รูปแบบใหม่ที่มุ่งน ำเสน แนวคิดและนวัตกรรมล ้ำสมัยจำกผู้เชี่ยวชำญระดับโลก ครอบคลุมประเด็นส ำคัญด้ำนวัสดุแห่งอนำคต (Advanced Materials) กำรผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และกำรผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Manufacturing)</p><p>กำรประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจำกวิทยำกรชั้นน ำทั้งจำกในประเทศและต่ำงประเทศ โดยมี วิทยากรปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speakers) จ ำนวน 6 ท่าน รวมถึง ดร. โรเบิร์ต จี. แฮมิลตัน (Dr. Robert G. Hamilton) ศำสตรำจำรย์ด้ำนเวชศำสตร์และพยำธิ วิทยำจำกมหำวิทยำลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกำ ร่วมถ่ำยทอดองค์ควำมรู้และมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทำงของ อุตสำหกรรมถุงมือยำงในอนำคต นอกจำกนี้ ภำยในงำนยังมีวิทยำกรผู้ทรงคุณวุฒิอีก 36 ท่าน จำกหลำกหลำยสำขำ ร่วมน ำเสนอ ประเด็นส ำคัญที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่ำของระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำง</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/9c6d128a-f283-4f74-85c8-a9cc1732147c/public" alt="Image" /><p>ก่อนกำรจัดงำน ได้มีกำรจัดพิธีเปิดงำนอย่ำงไม่เป็นทำงกำร (Soft Launch) พร้อมพิธีลงนำมบันทึกควำมเข้ำใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ร่วมกับพันธมิตรผู้สนับสนุน โดยได้รับเกียรติจำก ดำโต๊ะ ดร. ไซรอสซำนี โมฮัมหมัด นอร์ อธิบดีกรม ยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) เป็นประธำนในพิธี ในนำมของ ดำโต๊ะ เซอรี ดร. นอไรนี อำหมัด รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรปลูกพืชและสินค้ำโภคภัณฑ์ของมำเลเซีย กำรสนับสนุนจำกกระทรวงฯ ในครั้งนี้สะท้อนถึงควำม มุ่งมั่นอย่ำงต่อเนื่องของรัฐบำลมำเลเซียในกำรยกระดับขีดควำมสำมำรถและเสริมสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของ อุตสำหกรรมถุงมือยำง</p><p>อุตสำหกรรมถุงมือยำงของมำเลเซียยังคงเป็นหนึ่งในภำคอุตสำหกรรมหลักที่สร้ำงมูลค่ำกำรส่งออกให้แก่ประเทศ พร้อมเดินหน้ำ พัฒนำศักยภำพสู่ห่วงโซ่คุณค่ำที่มีมูลค่ำสูงขึ้น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจำกกำรลงทุนด้ำนกำรวิจัยและพัฒนำ (R&amp;D) กำร ประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ กำรพัฒนำศักยภำพบุคลำกร กำรส่งเสริมกระบวนกำรผลิตที่ยั่งยืน ตลอดจนกำรบูรณำกำรควำม ร่วมมือระหว่ำงภำคต้นน ้ำและปลำยน ้ำอย่ำงใกล้ชิด ทั้งนี้ ควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของอุตสำหกรรมในอนำคตจะตั้งอยู่บน รำกฐำนส ำคัญ ได้แก่ คุณภำพ นวัตกรรม ประสิทธิภำพกำรผลิต ควำมยั่งยืน และควำมเชื่อมั่นจำกตลำดโลก</p><p>กำรจัดงำน IRGCE 2026 ยังตอกย ้ำถึงควำมส ำคัญของควำมร่วมมืออย่ำงต่อเนื่องระหว่ำงภำคอุตสำหกรรม หน่วยงำนภำครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภำคส่วน ในกำรร่วมกันสร้ำงระบบนิเวศที่เอื้อต่อกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืนในระยะยำว โดย สมำคมผู้ผลิต ถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) สภำอุตสำหกรรมยำงแห่งมำเลเซีย (MRC) และ กรมยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (MRB) ได้ร่วมกัน ผลักดันโครงกำรเชิงยุทธศำสตร์ที่มุ่งสู่อนำคต อำทิ โครงกำร Made in Malaysia Gloves และโครงกำรด้ำนควำมยั่งยืนใน หลำกหลำยมิติ เพื่อยกระดับมำตรฐำนอุตสำหกรรม เสริมสร้ำงควำมยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทำน ตลอดจนสร้ำงควำมเชื่อมั่นและ ควำมน่ำเชื่อถือของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในตลำดโลก</p><p>ท่ำมกลำงควำมส ำคัญที่เพิ่มขึ้นของกำรตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทำน (Supply Chain Traceability) กำรยกระดับควำมโปร่งใสและกำรก ำกับดูแลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นจึงกลำยเป็นปัจจัยส ำคัญต่อกำรพัฒนำอุตสำหกรรมถุงมือยำงอย่ำงยั่งยืน ใน บริบทดังกล่ำว ระบบกำรออกใบอนุญำตส ำหรับผู้ผลิตถุงมือยำงของ กรมยำงพำรำแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) ยังคงมีบทบำทส ำคัญในกำรรักษำมำตรฐำนสำกล ตลอดจนเสริมสร้ำงควำมน่ำเชื่อถือ และขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน ของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในตลำดโลก</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/a859f701-1dec-4a38-8a25-b5cbc3a096e6/public" alt="Image" /><p>ด้ำน นำยอูน คิม ฮุง ประธำน สมำคมผู้ผลิตถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) กล่ำวว่ำ ภำคอุตสำหกรรมก ำลังเผชิญกับ สภำพแวดล้อมทำงธุรกิจที่ท้ำทำยมำกยิ่งขึ้น จำกกำรแข่งขันในตลำดโลกที่ทวีควำมรุนแรง ควำมคำดหวังด้ำนกำรปฏิบัติตำม กฎระเบียบที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบที่มีควำมซับซ้อนมำกขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตยังต้องรับมือกับกำร ตรวจสอบจำกนำนำประเทศที่เข้มงวดขึ้นในประเด็นด้ำนคุณภำพ กำรตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทำน มำตรฐำนแรงงำน และกำรด ำเนินธุรกิจอย่ำงยั่งยืน</p><p>“อุตสำหกรรมถุงมือยำงในปัจจุบันก ำลังด ำเนินธุรกิจภำยใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปอย่ำงมำก ควำมส ำเร็จในอดีตเพียงอย่ำงเดียว ไม่อำจรับประกันควำมสำมำรถในกำรแข่งขันในอนำคตได้ มำเลเซียจึงจ ำเป็นต้องเดินหน้ำสร้ำงควำมแตกต่ำงอย่ำงต่อเนื่อง โดย ยึดมั่นในคุณภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ กำรปฏิบัติตำมมำตรฐำนและข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบ ตลอดจนกำรสร้ำงควำมไว้วำงใจจำกตลำดโลก” นำยอูนกล่ำว</p><p>นำยอูนกล่ำวเพิ่มเติมว่ำ ตลอดระยะเวลำที่ผ่ำนมำ IRGCE ได้ก้ำวขึ้นเป็นเวทีระดับนำนำชำติที่รวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำกทุก ภำคส่วนของระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำงเข้ำไว้ด้วยกัน พร้อมท ำหน้ำที่เป็นแพลตฟอร์มส ำคัญในกำรแลกเปลี่ยนองค์ควำมรู้ ถ่ำยทอดนวัตกรรม สร้ำงควำมร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และร่วมก ำหนดทิศทำงอนำคตของอุตสำหกรรมถุงมือยำงในระดับโลก นอกจำกนี้ MARGMA ยังให้ควำมส ำคัญกับกำรพัฒนำบุคลำกรคุณภำพเพื่อรองรับกำรเติบโตของอุตสำหกรรมในอนำคต โดยมุ่ง ส่งเสริมควำมร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่ำงภำคอุตสำหกรรมและสถำบันกำรศึกษำ ล่ำสุด MARGMA ได้ร่วมมือกับ มหำวิทยำลัยโมนำช มำเลเซีย (Monash University Malaysia) เปิดตัวหลักสูตรปริญญำโทเฉพำะทำงด้ำนเทคโนโลยีคอลลอยด์และลำเท็กซ์ (Master's Programme in Colloid and Latex Technology) เพื่อพัฒนำบุคลำกรที่มีควำมเชี่ยวชำญเฉพำะด้ำนและตอบสนองต่อ ควำมต้องกำรของอุตสำหกรรมในระยะยำว ควำมร่วมมือดังกล่ำวสะท้อนถึงควำมมุ่งมั่นในกำรเสริมสร้ำงศักยภำพด้ำน วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีของอุตสำหกรรมถุงมือยำง ผ่ำนกำรพัฒนำควำมเชี่ยวชำญเชิงลึกในสำขำวิทยำศำสตร์วัสดุ กำรเพิ่ม ประสิทธิภำพกระบวนกำรผลิต กำรพัฒนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และกำรยกระดับประสิทธิภำพด้ำนควำมยั่งยืน</p><p>เพื่อรักษำควำมแข็งแกร่งและตอกย ้ำควำมเป็นผู้น ำของอุตสำหกรรมถุงมือยำงมำเลเซียในเวทีโลก MARGMA ได้ก ำหนดกรอบ ยุทธศำสตร์ส ำคัญ 4 ด้ำน เพื่อขับเคลื่อนกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืนและยกระดับขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันในระยะยำว ได้แก่</p><p>• สร้างความแตกต่างในตลาดโลก (Global Differentiation): ตอกย ้ำภำพลักษณ์ของมำเลเซียในฐำนะแหล่งผลิตถุงมือ ยำงคุณภำพสูงที่ได้รับควำมไว้วำงใจจำกตลำดโลก โดยให้ควำมส ำคัญกับคุณภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ กำรปฏิบัติตำม มำตรฐำนและข้อก ำหนดด้ำนกฎระเบียบ มำกกว่ำกำรแข่งขันด้ำนรำคำ</p><p>• ขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technical Advancement): เสริมสร้ำงควำมได้เปรียบด้ำนเทคนิคผ่ำนกำร ลงทุนอย่ำงต่อเนื่องในระบบอัตโนมัติ วิทยำศำสตร์วัสดุ กำรเพิ่มประสิทธิภำพกระบวนกำรผลิต และเทคโนโลยีกำรผลิต ที่ยั่งยืน</p><p>• พัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศแห่งองค์ความรู้ (Talent and Knowledge Ecosystem): ส่งเสริมควำมร่วมมือ ระหว่ำงภำคอุตสำหกรรมและสถำบันกำรศึกษำ เพื่อยกระดับศักยภำพด้ำนกำรวิจัย พัฒนำบุคลำกรที่มีทักษะขั้นสูงและสร้ำงก ำลังคนคุณภำพรองรับกำรเติบโ ของอุตสำหกรรมในอนำคต</p><p>• ยกระดับมาตรฐานด้าน ESG และความยั่งยืน (ESG and Sustainable Practices): ผลักดันมำตรฐำนอุตสำหกรรมในด้ำนกำรก ำกับดูแลแรงงำน กำรจัดหำวัตถุดิบอย่ำงมีควำมรับผิดชอบ และกำรสร้ำงควำมโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทำน เพื่อรองรับควำมคำดหวังของผู้ซื้อทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงข้อก ำหนดด้ำนกำรเข้ำถึงตลำดในระดับสำกล</p><p>กำรตอบรับอย่ำงล้นหลำมต่อพิธีลงนำมควำมร่วมมือกับผู้สนับสนุน (Sponsor Signing Ceremony) สะท้อนถึงควำมเชื่อมั่นอย่ำง แข็งแกร่งของภำคอุตสำหกรรมที่มีต่อ IRGCE 2026 ตลอดจนตอกย ้ำบทบำทของประเทศมำเลเซียในฐำนะศูนย์กลำงส ำคัญของ ระบบนิเวศอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลก ในโอกำสนี้ MARGMA ขอแสดงควำมขอบคุณอย่ำงจริงใจต่อผู้สนับสนุนทุกภำคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนกำรจัดงำน การประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026)</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/e94e70fe-a716-4d39-bd51-e8885ce6877e/public" alt="Image" /><p>ผู้สนับสนุนระดับทอง (Gold Sponsors) ประกอบด้วย:</p><p>• Hartalega NGC Sdn Bhd</p><p>• Kossan Latex Industries Sdn Bhd</p><p>• Reebow Intelligent Equipment (M) Sdn Bhd</p><p>• Supermax Glove Manufacturing Sdn Bhd</p><p>• Tiong Tat Printing Industries Sdn Bhd</p><p>• Top Glove Sdn Bhd</p><p>ผู้สนับสนุนระดับเงิน (Silver Sponsors) ประกอบด้วย:</p><p>• CCM Polymers Sdn Bhd</p><p>• Koon Seng Sdn Bhd</p><p>ผู้สนับสนุนระดับบรอนซ์ (Bronze Sponsors) ประกอบด้วย:</p><p>• Anhui INTCO Medical Products Co., Ltd.</p><p>• Gas Malaysia Energy and Services Sdn Bhd</p><p>• Lexis Chemical Sdn Bhd</p><p>• Sri Trang Gloves (Thailand) Public Company Limited</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/176af0ac-37d3-49c5-8513-8c5fadf4ca9b/public" alt="Image" /><p>พิธีลงนำมบันทึกควำมเข้ำใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ระหว่ำง สมำคมผู้ผลิตถุงมือยำงแห่งมำเลเซีย (MARGMA) และ สภำอุตสำหกรรมยำงแห่งมำเลเซีย (MRC) สะท้อนถึงควำมร่วมมือและควำมมุ่งมั่นร่วมกันในกำรผลักดัน ควำมส ำเร็จของ IRGCE 2026 พร้อมทั้งตอกย ้ำบทบำทของประเทศมำเลเซียในฐำนะศูนย์กลำงส ำคัญของอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลก</p><p>กำรจัดงำนครั้งนี้ได้รับกำรสนับสนุนจำกหน่วยงำนภำครัฐและองค์กรชั้นน ำของมำเลเซีย ได้แก่ คณะกรรมกำรยำงแห่งมำเลเซีย (Malaysian Rubber Board: MRB) กระทรวงกำรลงทุน กำรค้ำ และอุตสำหกรรม (Ministry of Investment, Trade and Industry: MITI) บรรษัทพัฒนำกำรค้ำต่ำงประเทศของมำเลเซีย (Malaysia External Trade Development Corporation: MATRADE) ส ำนักงำนส่งเสริมกำรจัดประชุมและนิทรรศกำรแห่งมำเลเซีย (Malaysia Convention &amp; Exhibition Bureau: MyCEB) และ สถำบันพลำสติกและยำงแห่งมำเลเซีย (Plastics and Rubber Institute Malaysia: PRIM) ซึ่งล้วนมีบทบำทส ำคัญในกำร สนับสนุนกำรพัฒนำอุตสำหกรรมและยกระดับศักยภำพของมำเลเซียสู่กำรเป็นศูนย์กลำงอุตสำหกรรมถุงมือยำงในระดับ นำนำชำติ</p><p>ด้วยกำรมีส่วนร่วมอย่ำงแข็งขันจำกภำคอุตสำหกรรม ควำมร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่ำงพันธมิตรจำกหลำกหลำยภำคส่วน และกำร สนับสนุนอย่ำงต่อเนื่องจำกหน่วยงำนภำครัฐและสถำบันที่เกี่ยวข้อง การประชุมและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (12th IRGCE 2026) จึงพร้อมก้ำวสู่กำรเป็นเวทีส ำคัญที่ทรงอิทธิพลที่สุดนับตั้งแต่มีกำรจัดงำนมำ พร้อมตอกย ้ำบทบำทของ ประเทศมำเลเซียในฐำนะผู้น ำอุตสำหกรรมถุงมือยำงระดับโลกที่เปี่ยมด้วยศักยภำพ ควำมน่ำเชื่อถือ และควำมพร้อมในกำร ขับเคลื่อนอุตสำหกรรมสู่อนำคตอย่ำงยั่งยืน</p><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/3696538e-659d-4d76-9683-a5a81b4dcbb3/public" alt="Image" />]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/68e1742b-7df1-4c10-ba64-2b65b23f3c5e/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/2500041b-52ba-4aa9-9867-bb8638f9aecc/1f5c3bbe-873a-4ff6-b48e-ee3e137365d4</guid>
      <pubDate>Wed, 01 Jul 2026 02:23:41 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>เปิดขายแพ็คเกจอย่างเป็นทางการแล้ว วันนี้ ! สำหรับ Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]  พร้อม แพ็กเกจ แบบเริ่มต้น Two-Song Version</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/9942c39c-a124-4567-84a6-d871cc9fad80/ceb08c3c-ae4b-4283-acfc-36f745e370b7</link>
      <description>คอนเทนต์ รูปแบบ VR Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day] ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง NEXST Inc. (“NEXST”) บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตมินาโตะ กรุงโตเกียว และเกิร์ลกรุ๊ป K-pop 4 สมาชิกมากความสามารถ KISS OF LIFE ได้เปิดจำหน่ายรอบ General Sales แล้วตั้งแต่ 29 มิถุนายน&lt;br/&gt;คอนเทนต์ดังกล่าวพร้อมให้รับชมแล้วทั้งใน Standard Version ซึ่งประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 4 เพลง และ Two-Song Version ซึ่งประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 2 เพลง โดยผู้ที่ซื้อเวอร์ชันใด เวอร์ชันหนึ่ง จะได้รับสิทธิพิเศษเป็นการ์ดภาพดิจิทัล “PhotoEX” แบบสุ่ม 1 ใบ&lt;br/&gt;คอนเทนต์ VR นี้รวบรวมการแสดงทั้งหมด 4 เพลงจาก KISS OF LIFE Japan Debut Tour [Lucky Day] คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมาเพื่อเฉลิมฉลองการเดบิวต์อย่างเป็นทางการของวงในประเทศญี่ปุ่น&lt;br/&gt;Line up ประกอบด้วย “Lucky” เพลงออริจินัลภาษาญี่ปุ่น, “Igloo” เพลงแนว R&amp;amp;B Hip-Hop ที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์, “Tell Me” เพลงที่มียอดสตรีมบน Spotify ทะลุ 200,000 ครั้งภายในเวลาเพียง 2 วันหลังเปิดตัว และ “W.House” บทเพลงที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางดนตรีสไตล์ R&amp;amp;B อันมีระดับของวงได้อย่างลงตัว&lt;br/&gt;คอนเทนต์ VR นี้มอบประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยความสมจริงและความดื่มด่ำ ราวกับผู้ชมได้ยืนอยู่แถวหน้าของการแสดงสด ผู้ใช้สามารถขยับอุปกรณ์หรือปัดหน้าจอเพื่อสำรวจพื้นที่การแสดงแบบ 180 องศา ได้อย่างอิสระ พร้อมติดตามเมมเบอร์คนโปรดผ่านมุมมองของตนเอง&lt;br/&gt;สัมผัสประสบการณ์การรับชมคอนเสิร์ตในรูปแบบใหม่ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมดื่มด่ำไปกับสีหน้าท่าทางอันละเอียดอ่อน ลมหายใจ และบรรยากาศภายในสถานที่จัดการแสดงของศิลปิน ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงในทุกมิติ&lt;br/&gt;เตรียมพบกับ SNS Campaign! ร่วมลุ้นรับการ์ดดิจิทัล “PhotoEX” แบบสุ่มเพิ่มเติมผ่านการจับรางวัล&lt;br/&gt;เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว Xmersive เตรียมจัด SNS Campaign สุดพิเศษ โดยในช่วงระยะเวลากิจกรรม ผู้ติดตามบัญชีทางการของ Xmersive (@NEXST_ENT)ที่ซื้อคอนเทนต์ และโพสต์ความประทับใจบน X พร้อมติดแฮชแท็กทั้งสองรายการ “#XmersiveでKIOFをもっと近くに” และ “#GetCloserToKIOFwithXmersive” จะได้รับสิทธิเข้าร่วมลุ้นรางวัลผ่านการจับรางวัล ผู้โชคดีจำนวน 30 ท่าน จะได้รับการ์ดภาพดิจิทัล “PhotoEX” แบบสุ่มเพิ่มเติม จำนวน 1 ใบ&lt;br/&gt;&lt;b&gt;รายละเอียดกิจกรรม&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันนี้ถึง วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2026 เวลา 23:59 น. (JST)&lt;br/&gt;แบบฟอร์มเข้าร่วมกิจกรรม: https://forms.gle/Zmyg6MEAz1R4XJd59&lt;br/&gt;&lt;b&gt;หมายเหตุ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากโพสต์บน X แล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องกรอกข้อมูลและส่งแบบฟอร์มสมัครผ่านลิงก์ด้านบน โดยกรุณากรอกข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วนก่อนส่งแบบฟอร์ม&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โปรดทราบว่า การ์ดดิจิทัล PhotoEX ที่ได้รับเพิ่มเติมจากกิจกรรม อาจเป็นลายเดียวกับการ์ดที่ได้รับเป็นสิทธิพิเศษเมื่อซื้อคอนเทนต์&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมนี้สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ซื้อ Standard Version (เวอร์ชันที่ประกอบด้วยเพลงทั้ง 4 เพลง) เท่านั้น ผู้ที่ซื้อ Two-Song Version จะไม่มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมนี้&lt;br/&gt;ข้อมูลการจำหน่ายแพ็กเกจ Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]&lt;br/&gt;ชื่อคอนเทนต์ Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]&lt;br/&gt;&lt;b&gt;[ Standard Version ]&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;วันเริ่มจำหน่าย: วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 เวลา 12:00 น. (JST)&lt;br/&gt;ราคา: USD 29.99&lt;br/&gt;เพลงที่รวมอยู่ในคอนเทนต์&lt;br/&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Lucky&lt;br/&gt;2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Igloo&lt;br/&gt;3. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Tell Me&lt;br/&gt;4. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; W.House&lt;br/&gt;&lt;b&gt;[ Two-Song Version ]&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;วันเริ่มจำหน่าย: วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 เวลา 12:00 น. (JST)&lt;br/&gt;ราคา: USD 6.99&lt;br/&gt;เพลงที่รวมอยู่ในคอนเทนต์&lt;br/&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Lucky&lt;br/&gt;2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Igloo&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;สิทธิพิเศษ PhotoEX Digital Photo Card&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เมื่อซื้อคอนเทนต์ 1 รายการทั้งรูปแบบ 2 แบบ Standard หรือ Two-Song รับฟรี!! PhotoEX Digital Photo Card แบบสุ่ม จำนวน 1 ใบ *¹&lt;br/&gt;*¹&amp;nbsp; Digital Photo Card&lt;br/&gt;· &amp;nbsp; &#x9;ลายของการ์ดจะถูกสุ่มและไม่สามารถเลือกได้&lt;br/&gt;· &amp;nbsp; &#x9;กรณีซื้อหลายรายการ ผู้ซื้อจะได้รับ PhotoEX Digital Photo Card ตามจำนวนรายการที่ซื้อ&lt;br/&gt;&lt;b&gt;สภาพแวดล้อมที่รองรับในการใช้งาน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ระบบปฏิบัติการที่รองรับ&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; iOS 12 ขึ้นไป&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Android 9 ขึ้นไป&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Meta Quest 3&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Meta Quest 3S&lt;br/&gt;อุปกรณ์ขั้นต่ำที่รองรับ&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; iPhone SE (รุ่นที่ 2)&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; CPU: Snapdragon 835&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หน่วยความจำ (RAM): 4 GB&lt;br/&gt;ระบบปฏิบัติการที่แนะนำ&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; iOS 15 ขึ้นไป&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Android 10 ขึ้นไป&lt;br/&gt;อุปกรณ์ที่แนะนำ&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; iPhone 13&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; CPU: Snapdragon 870&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หน่วยความจำ (RAM): 8 GB&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พื้นที่ให้บริการ (Distribution Areas)&lt;br/&gt;เปิดให้บริการทั่วโลก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการให้บริการของแต่ละประเทศหรือภูมิภาค ผ่าน App Store, Google Play Store และ Meta Horizon Store&lt;br/&gt;ภาษาที่รองรับ (Supported Languages)&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาษาอังกฤษ&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาษาญี่ปุ่น&lt;br/&gt;ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับ Smartphone&amp;nbsp; “Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]”&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; App Store (iOS): https://apps.apple.com/us/app/nexst-xmersive/id6755710177&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Google Play Store: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nexst.xmersive&lt;br/&gt;ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับ Meta Quest ของ “Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]”&lt;br/&gt;Meta Horizon Store: https://www.meta.com/ja-jp/experiences/nexst-xmersive/24745267431805007/&lt;br/&gt;ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “PhotoEX”&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; App Store (iOS): https://apps.apple.com/us/app/nexst-photoex/id6756226101&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &#x9;Google Play Store: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nexst.photoex&lt;br/&gt;ช่องทางอย่างเป็นทางการ&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &#x9;Xmersive Official Website: https://xmersive.nexst.inc/&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &#x9;Xmersive Official X: https://x.com/NEXST_ENT&lt;br/&gt;• &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &#x9;NEXST Official X: https://x.com/NEXST_AI&lt;br/&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคอนเทนต์ VR แอปพลิเคชัน หรือการสั่งซื้อ กรุณาติดต่อ NEXST Inc. ทางอีเมล contact@nexst.incXmersive: แพลตฟอร์ม VR LIVE ยุคใหม่ ที่ยกระดับประสบการณ์เสมือนจริง&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6f588f64-6b11-4e63-a676-7f84a01497b6/public&#34; alt=&#34;Xmersive&#34;/&gt;Xmersive คือแอปพลิเคชันที่ให้ประสบการณ์คอนเสิร์ตเสมือนจริง (Virtual Reality Live Experience) ที่ก้าวข้ามการรับชมการแสดงสดแบบเดิม ๆ มอบประสบการณ์สมจริงระดับสูงที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับศิลปินมายืนอยู่ตรงหน้า&lt;br/&gt;ด้วยวิดีโอ VR ความละเอียดสูงแบบ 180 องศา Xmersive ได้มอบประสบการณ์ทางอารมณ์ในรูปแบบใหม่ที่ปรับเข้ากับทุกสภาพแวดล้อมการรับชม และเมื่อรับชมผ่าน VR Head-Mounted Display ผู้ชมจะได้สัมผัสวิดีโอ Ultra High Definition ความละเอียดสูงกว่า 8K ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน&lt;br/&gt;Xmersive สร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าการนั่งแถวหน้าสุดในสถานที่จัดการแสดงสด ใกล้จนให้ความรู้สึกราวกับได้สบตากับศิลปินโดยตรง ผู้ใช้จะได้ดื่มด่ำกับความสมจริงอันทรงพลัง เสมือนว่าสมาชิกกำลังแสดงอยู่บนเวทีเพื่อคุณโดยเฉพาะ&lt;br/&gt;Official Website : https://xmersive.nexst.inc/&lt;br/&gt;Official X Account : https://x.com/NEXST_ ENT&lt;br/&gt;ทำความรู้จักกับ NEXST&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/cfeda32f-226d-4c58-9413-5fd6921527a7/public&#34; alt=&#34;NEXST Inc.&#34;/&gt;&lt;b&gt;ก้าวข้ามทุกประสบการณ์แฟนคลับแบบเดิม สู่ความบันเทิงแห่งยุคใหม่&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ที่ NEXST เราสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น ด้วยการผสานโลกจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน เรามุ่งปลุกเร้าความรู้สึกแห่ง “ความรัก” และ “แพสชัน” ที่มีต่อความบันเทิงในทุกมิติ พร้อมขยายความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น เราพร้อมร่วมมือกับศิลปิน แฟน ๆ และผู้ใช้ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของความบันเทิง&lt;br/&gt;Official Website: https://nexst.inc　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　 Official X Account&amp;nbsp; : https://x.com/NEXST_ENT　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　 Official Instagram Account&amp;nbsp; : https://www.instagram.com/nexst_official　&lt;br/&gt;KISS OF LIFE&lt;br/&gt;&lt;img style=&#34;max-width:100%;height:auto;&#34; src=&#34;https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/644be56b-8b60-4e6d-985f-44ef4edbfed4/public&#34; alt=&#34;KISS OF LIFE&#34;/&gt;KISS OF LIFE คือเกิร์ลกรุ๊ประดับนานาชาติ ประกอบด้วยสมาชิก JULIE, NATTY, BELLE และ HANEUL ชื่อวง KISS OF LIFE สื่อถึงแนวคิดในการ “เติมลมหายใจใหม่ให้ผู้คนผ่านดนตรีที่สดใหม่ และปลุกความตื่นเต้นให้กับชีวิต”&lt;br/&gt;วงได้รับความสนใจจากคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกได้อย่างงดงามผ่านการแสดงคุณภาพสูงใน KISS OF LIFE 1ST WORLD TOUR [KISS ROAD] ซึ่งเริ่มต้นที่ประเทศเกาหลีในเดือนตุลาคม 2024 ก่อนเดินทางไปเปิดการแสดงในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย&lt;br/&gt;ด้วยความสามารถด้านการร้องอันโดดเด่นและสไตล์การแสดงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบ Hip Performance ซึ่งถ่ายทอดผ่านเวทีและคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ KISS OF LIFE ยังคงสร้างความคาดหวังและความตื่นเต้นให้กับกิจกรรมในอนาคตของพวกเธออย่างต่อเนื่อง.&lt;br/&gt;Official X Account：https://x.com/KISSOFLIFE_S2&lt;br/&gt;Official IG Account：https://www.instagram.com/kissoflife_s2/&lt;br/&gt;Official YouTube Account：https://www.youtube.com/@KISSOFLIFE_official&lt;br/&gt;Official TikTok Account : https://www.tiktok.com/@kissoflife_official&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p>คอนเทนต์ รูปแบบ VR Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day] ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง NEXST Inc. (“NEXST”) บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตมินาโตะ กรุงโตเกียว และเกิร์ลกรุ๊ป K-pop 4 สมาชิกมากความสามารถ KISS OF LIFE ได้เปิดจำหน่ายรอบ General Sales แล้วตั้งแต่ 29 มิถุนายน</p><p>คอนเทนต์ดังกล่าวพร้อมให้รับชมแล้วทั้งใน Standard Version ซึ่งประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 4 เพลง และ Two-Song Version ซึ่งประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 2 เพลง โดยผู้ที่ซื้อเวอร์ชันใด เวอร์ชันหนึ่ง จะได้รับสิทธิพิเศษเป็นการ์ดภาพดิจิทัล “PhotoEX” แบบสุ่ม 1 ใบ</p><p>คอนเทนต์ VR นี้รวบรวมการแสดงทั้งหมด 4 เพลงจาก KISS OF LIFE Japan Debut Tour [Lucky Day] คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมาเพื่อเฉลิมฉลองการเดบิวต์อย่างเป็นทางการของวงในประเทศญี่ปุ่น</p><p>Line up ประกอบด้วย “Lucky” เพลงออริจินัลภาษาญี่ปุ่น, “Igloo” เพลงแนว R&amp;B Hip-Hop ที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์, “Tell Me” เพลงที่มียอดสตรีมบน Spotify ทะลุ 200,000 ครั้งภายในเวลาเพียง 2 วันหลังเปิดตัว และ “W.House” บทเพลงที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางดนตรีสไตล์ R&amp;B อันมีระดับของวงได้อย่างลงตัว</p><p>คอนเทนต์ VR นี้มอบประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยความสมจริงและความดื่มด่ำ ราวกับผู้ชมได้ยืนอยู่แถวหน้าของการแสดงสด ผู้ใช้สามารถขยับอุปกรณ์หรือปัดหน้าจอเพื่อสำรวจพื้นที่การแสดงแบบ 180 องศา ได้อย่างอิสระ พร้อมติดตามเมมเบอร์คนโปรดผ่านมุมมองของตนเอง</p><p>สัมผัสประสบการณ์การรับชมคอนเสิร์ตในรูปแบบใหม่ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมดื่มด่ำไปกับสีหน้าท่าทางอันละเอียดอ่อน ลมหายใจ และบรรยากาศภายในสถานที่จัดการแสดงของศิลปิน ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงในทุกมิติ</p><h2>เตรียมพบกับ SNS Campaign! ร่วมลุ้นรับการ์ดดิจิทัล “PhotoEX” แบบสุ่มเพิ่มเติมผ่านการจับรางวัล</h2><p>เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว Xmersive เตรียมจัด SNS Campaign สุดพิเศษ โดยในช่วงระยะเวลากิจกรรม ผู้ติดตามบัญชีทางการของ Xmersive (@NEXST_ENT)ที่ซื้อคอนเทนต์ และโพสต์ความประทับใจบน X พร้อมติดแฮชแท็กทั้งสองรายการ “#XmersiveでKIOFをもっと近くに” และ “#GetCloserToKIOFwithXmersive” จะได้รับสิทธิเข้าร่วมลุ้นรางวัลผ่านการจับรางวัล ผู้โชคดีจำนวน 30 ท่าน จะได้รับการ์ดภาพดิจิทัล “PhotoEX” แบบสุ่มเพิ่มเติม จำนวน 1 ใบ</p><p><b>รายละเอียดกิจกรรม</b></p><p>ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันนี้ถึง วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2026 เวลา 23:59 น. (JST)</p><p>แบบฟอร์มเข้าร่วมกิจกรรม: https://forms.gle/Zmyg6MEAz1R4XJd59</p><p><b>หมายเหตุ</b></p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หลังจากโพสต์บน X แล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องกรอกข้อมูลและส่งแบบฟอร์มสมัครผ่านลิงก์ด้านบน โดยกรุณากรอกข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วนก่อนส่งแบบฟอร์ม</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โปรดทราบว่า การ์ดดิจิทัล PhotoEX ที่ได้รับเพิ่มเติมจากกิจกรรม อาจเป็นลายเดียวกับการ์ดที่ได้รับเป็นสิทธิพิเศษเมื่อซื้อคอนเทนต์</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กิจกรรมนี้สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ซื้อ Standard Version (เวอร์ชันที่ประกอบด้วยเพลงทั้ง 4 เพลง) เท่านั้น ผู้ที่ซื้อ Two-Song Version จะไม่มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมนี้</p><h2>ข้อมูลการจำหน่ายแพ็กเกจ Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]</h2><p>ชื่อคอนเทนต์ Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]</p><p><b>[ Standard Version ]</b></p><p>วันเริ่มจำหน่าย: วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 เวลา 12:00 น. (JST)</p><p>ราคา: USD 29.99</p><p>เพลงที่รวมอยู่ในคอนเทนต์</p><p>1. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Lucky</p><p>2. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Igloo</p><p>3. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Tell Me</p><p>4. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; W.House</p><p><b>[ Two-Song Version ]</b></p><p>วันเริ่มจำหน่าย: วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 เวลา 12:00 น. (JST)</p><p>ราคา: USD 6.99</p><p>เพลงที่รวมอยู่ในคอนเทนต์</p><p>1. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Lucky</p><p>2. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Igloo</p><p><b>&nbsp;สิทธิพิเศษ PhotoEX Digital Photo Card</b></p><p>เมื่อซื้อคอนเทนต์ 1 รายการทั้งรูปแบบ 2 แบบ Standard หรือ Two-Song รับฟรี!! PhotoEX Digital Photo Card แบบสุ่ม จำนวน 1 ใบ *¹</p><p>*¹&nbsp; Digital Photo Card</p><p>· &nbsp; 	ลายของการ์ดจะถูกสุ่มและไม่สามารถเลือกได้</p><p>· &nbsp; 	กรณีซื้อหลายรายการ ผู้ซื้อจะได้รับ PhotoEX Digital Photo Card ตามจำนวนรายการที่ซื้อ</p><p><b>สภาพแวดล้อมที่รองรับในการใช้งาน</b></p><p>ระบบปฏิบัติการที่รองรับ</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; iOS 12 ขึ้นไป</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Android 9 ขึ้นไป</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Meta Quest 3</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Meta Quest 3S</p><p>อุปกรณ์ขั้นต่ำที่รองรับ</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; iPhone SE (รุ่นที่ 2)</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; CPU: Snapdragon 835</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หน่วยความจำ (RAM): 4 GB</p><p>ระบบปฏิบัติการที่แนะนำ</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; iOS 15 ขึ้นไป</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Android 10 ขึ้นไป</p><p>อุปกรณ์ที่แนะนำ</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; iPhone 13</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; CPU: Snapdragon 870</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หน่วยความจำ (RAM): 8 GB</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พื้นที่ให้บริการ (Distribution Areas)</p><p>เปิดให้บริการทั่วโลก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการให้บริการของแต่ละประเทศหรือภูมิภาค ผ่าน App Store, Google Play Store และ Meta Horizon Store</p><p>ภาษาที่รองรับ (Supported Languages)</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภาษาอังกฤษ</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภาษาญี่ปุ่น</p><p>ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับ Smartphone&nbsp; “Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]”</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; App Store (iOS): https://apps.apple.com/us/app/nexst-xmersive/id6755710177</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Google Play Store: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nexst.xmersive</p><p>ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับ Meta Quest ของ “Xmersive: KISS OF LIFE from Japan Debut Tour [Lucky Day]”</p><p>Meta Horizon Store: https://www.meta.com/ja-jp/experiences/nexst-xmersive/24745267431805007/</p><p>ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “PhotoEX”</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; App Store (iOS): https://apps.apple.com/us/app/nexst-photoex/id6756226101</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 	Google Play Store: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nexst.photoex</p><p>ช่องทางอย่างเป็นทางการ</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 	Xmersive Official Website: https://xmersive.nexst.inc/</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 	Xmersive Official X: https://x.com/NEXST_ENT</p><p>• &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 	NEXST Official X: https://x.com/NEXST_AI</p><h2>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคอนเทนต์ VR แอปพลิเคชัน หรือการสั่งซื้อ กรุณาติดต่อ NEXST Inc. ทางอีเมล contact@nexst.incXmersive: แพลตฟอร์ม VR LIVE ยุคใหม่ ที่ยกระดับประสบการณ์เสมือนจริง</h2><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/6f588f64-6b11-4e63-a676-7f84a01497b6/public" alt="Xmersive" /><p>Xmersive คือแอปพลิเคชันที่ให้ประสบการณ์คอนเสิร์ตเสมือนจริง (Virtual Reality Live Experience) ที่ก้าวข้ามการรับชมการแสดงสดแบบเดิม ๆ มอบประสบการณ์สมจริงระดับสูงที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับศิลปินมายืนอยู่ตรงหน้า</p><p>ด้วยวิดีโอ VR ความละเอียดสูงแบบ 180 องศา Xmersive ได้มอบประสบการณ์ทางอารมณ์ในรูปแบบใหม่ที่ปรับเข้ากับทุกสภาพแวดล้อมการรับชม และเมื่อรับชมผ่าน VR Head-Mounted Display ผู้ชมจะได้สัมผัสวิดีโอ Ultra High Definition ความละเอียดสูงกว่า 8K ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน</p><p>Xmersive สร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าการนั่งแถวหน้าสุดในสถานที่จัดการแสดงสด ใกล้จนให้ความรู้สึกราวกับได้สบตากับศิลปินโดยตรง ผู้ใช้จะได้ดื่มด่ำกับความสมจริงอันทรงพลัง เสมือนว่าสมาชิกกำลังแสดงอยู่บนเวทีเพื่อคุณโดยเฉพาะ</p><p>Official Website : https://xmersive.nexst.inc/</p><p>Official X Account : https://x.com/NEXST_ ENT</p><h2>ทำความรู้จักกับ NEXST</h2><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/cfeda32f-226d-4c58-9413-5fd6921527a7/public" alt="NEXST Inc." /><p><b>ก้าวข้ามทุกประสบการณ์แฟนคลับแบบเดิม สู่ความบันเทิงแห่งยุคใหม่</b></p><p>ที่ NEXST เราสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น ด้วยการผสานโลกจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน เรามุ่งปลุกเร้าความรู้สึกแห่ง “ความรัก” และ “แพสชัน” ที่มีต่อความบันเทิงในทุกมิติ พร้อมขยายความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น เราพร้อมร่วมมือกับศิลปิน แฟน ๆ และผู้ใช้ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของความบันเทิง</p><p>Official Website: https://nexst.inc　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　 Official X Account&nbsp; : https://x.com/NEXST_ENT　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　 Official Instagram Account&nbsp; : https://www.instagram.com/nexst_official　</p><h2>KISS OF LIFE</h2><img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/644be56b-8b60-4e6d-985f-44ef4edbfed4/public" alt="KISS OF LIFE" /><p>KISS OF LIFE คือเกิร์ลกรุ๊ประดับนานาชาติ ประกอบด้วยสมาชิก JULIE, NATTY, BELLE และ HANEUL ชื่อวง KISS OF LIFE สื่อถึงแนวคิดในการ “เติมลมหายใจใหม่ให้ผู้คนผ่านดนตรีที่สดใหม่ และปลุกความตื่นเต้นให้กับชีวิต”</p><p>วงได้รับความสนใจจากคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกได้อย่างงดงามผ่านการแสดงคุณภาพสูงใน KISS OF LIFE 1ST WORLD TOUR [KISS ROAD] ซึ่งเริ่มต้นที่ประเทศเกาหลีในเดือนตุลาคม 2024 ก่อนเดินทางไปเปิดการแสดงในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย</p><p>ด้วยความสามารถด้านการร้องอันโดดเด่นและสไตล์การแสดงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบ Hip Performance ซึ่งถ่ายทอดผ่านเวทีและคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ KISS OF LIFE ยังคงสร้างความคาดหวังและความตื่นเต้นให้กับกิจกรรมในอนาคตของพวกเธออย่างต่อเนื่อง.</p><p>Official X Account：https://x.com/KISSOFLIFE_S2</p><p>Official IG Account：https://www.instagram.com/kissoflife_s2/</p><p>Official YouTube Account：https://www.youtube.com/@KISSOFLIFE_official</p><p>Official TikTok Account : https://www.tiktok.com/@kissoflife_official</p><p>&nbsp;</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/176ceb6d-b486-4cc8-a403-813507ee71f1/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/9942c39c-a124-4567-84a6-d871cc9fad80/ceb08c3c-ae4b-4283-acfc-36f745e370b7</guid>
      <pubDate>Mon, 29 Jun 2026 05:00:41 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ในปี 2025 AI กลายเป็นพื้นผิวการโจมตี ในปี 2026 OrcaRouter ทำให้การป้องกันเป็นของฟรี</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/cc24febe-b707-4f66-8dd9-ffb7564a0c9c/b4b60fa9-a0ca-46d6-82d5-1ddce1a363ed</link>
      <description>&lt;b&gt;Prompt injection คือความเสี่ยงอันดับ 1&#xA;ของแอปพลิเคชัน LLM ในเวลานี้ และไม่สามารถแพตช์ได้ วันนี้ OrcaRouter Security&#xA;Research เปิดให้ใช้ Firewall สำหรับเอเจนต์และ Guardrails&#xA;ขาเข้า/ขาออกฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคน: ใช้ API key เดิม สลับสวิตช์เดียวในคอนโซล&#xA;โดยไม่ต้องแก้โค้ด&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;สิงคโปร์ — 18 มิถุนายน 2026 — &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/&#34;&gt;OrcaRouter&lt;/a&gt; เกตเวย์ LLM ที่เข้ากันได้กับ&#xA;OpenAI วันนี้ได้เผยแพร่&lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/whitepapers/ai-threat-report-2026&#34;&gt;&lt;i&gt;รายงานภัยคุกคาม&#xA;AI ประจำปี 2026&lt;/i&gt;&lt;/a&gt; และเปิดให้ใช้ระบบควบคุมความปลอดภัยหลักสองตัวฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคน&#xA;ได้แก่ &lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/security/firewall/overview&#34;&gt;Firewall&lt;/a&gt;&#xA;สำหรับเอเจนต์ และ &lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/security/guardrails/overview&#34;&gt;Guardrails&lt;/a&gt; ขาเข้า/ขาออก&#xA;ไม่มีอะไรต้องอินทิเกรตและไม่มีอะไรต้องซื้อ ทีมงานเพียงผูกระบบควบคุมเข้ากับ API&#xA;key ที่ใช้อยู่แล้วและสลับสวิตช์เดียว&lt;br/&gt;&lt;i&gt;รายงานภัยคุกคาม AI ประจำปี&#xA;2026 — 14 ความเสี่ยงสำคัญใน 4 หมวดภัยคุกคาม&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ข้อสรุปของรายงานนี้ตรงไปตรงมา: ระบบ AI&#xA;ของคุณคือพื้นผิวการโจมตีของคุณในตอนนี้&#xA;และองค์กรส่วนใหญ่มองไม่เห็นการโจมตีที่เกิดกับตน&lt;/b&gt; ข้อมูลเทเลเมทรีจากแอปพลิเคชัน&#xA;LLM ที่ใช้งานจริงแสดงว่าการโจมตีที่สำเร็จใช้เวลาเฉลี่ย 42 วินาที โดย 90%&#xA;ของการโจมตีทำให้ข้อมูลอ่อนไหวรั่วไหล (Pillar Security) การโจมตีแบบ prompt&#xA;injection เพิ่มขึ้น 340% เมื่อเทียบปีต่อปี (OWASP, ไตรมาส 1 ปี 2026) และ 13% ขององค์กรเคยถูกเจาะผ่านโมเดลหรือแอปพลิเคชัน&#xA;AI แล้ว — โดย 97% ในจำนวนนั้นไม่มีการควบคุมการเข้าถึง AI ขั้นพื้นฐาน (IBM,&#xA;2025)&lt;br/&gt;&lt;i&gt;โดย OrcaRouter Security Research ·&#xA;มิถุนายน 2026&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;ในเดือนมิถุนายน 2025 ผู้โจมตีได้ขโมยข้อมูลองค์กรออกจาก Microsoft 365&#xA;Copilot เหยื่อไม่ได้ทำอะไรผิด — ไม่ได้คลิกลิงก์ ไม่ได้เปิดไฟล์แนบ&#xA;ไม่ได้อนุมัติพรอมต์ใด ๆ เขาเพียงได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง ผู้ช่วย AI&#xA;ของเขาอ่านอีเมลนั้นในภายหลังและทำตามคำสั่งที่ซ่อนอยู่ภายใน การโจมตีนี้ซึ่ง Aim&#xA;Security เปิดเผยในชื่อ EchoLeak (CVE-2025-32711)&#xA;ได้รวบรวมข้อมูลบริบทอ่อนไหวจากเมล ไฟล์ และประวัติแชต แล้วลักลอบส่งออกผ่าน URL&#xA;รูปภาพที่โหลดอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคลิกแม้แต่ครั้งเดียว&lt;br/&gt;EchoLeak ไม่ใช่กรณีผิดปกติที่เกิดขึ้นโดด ๆ &lt;b&gt;แต่มันคือการชิมลาง&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ปีที่การโจมตีกลายเป็นแบบเอเจนต์ —&#xA;และการรั่วไหลขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม&lt;br/&gt;บันทึกเหตุการณ์ในปี 2026&#xA;อ่านดูเหมือนการทดสอบความทนทานของทุกสมมติฐานที่ใช้สร้างระบบความปลอดภัยขององค์กร:&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Chat &amp;amp; Ask AI&lt;/b&gt; ปล่อยให้ข้อความแชตส่วนตัวราว 300 ล้านข้อความจากผู้ใช้กว่า 25&#xA;ล้านคนถูกเปิดเผย เนื่องจากการตั้งค่า Firebase ผิดพลาด (404 Media; Malwarebytes,&#xA;ม.ค. 2026)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Sears Home Services&lt;/b&gt; เปิดเผยบันทึกแชต AI และไฟล์บันทึกการโทร 3.7 ล้านรายการ — ชื่อ&#xA;ที่อยู่ อีเมล — ครอบคลุมช่วงปี 2024–2026 (ExpressVPN; Cybernews, มี.ค. 2026)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;CVE-2026-39987&lt;/b&gt;: ผู้โจมตีนำช่องโหว่เดียวนี้ในเครื่องมือโน้ตบุ๊ก marimo&#xA;มาเชื่อมกับเอเจนต์ LLM ที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งดึงข้อมูลรับรองบนคลาวด์ ดึงคีย์&#xA;SSH จาก AWS Secrets Manager และขโมยฐานข้อมูล PostgreSQL&#xA;ภายในทั้งชุดออกไปภายในเวลาไม่ถึงสองนาที (Sysdig; The Hacker News, พ.ค. 2026)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Microsoft &amp;amp; Salesforce&lt;/b&gt; ต่างก็ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ข้อมูลรั่วในเอเจนต์ AI ใน CVE-2026-21520&#xA;ฟิลด์ SharePoint ที่ถูกวางยาได้ชักนำ Copilot&#xA;ให้ส่งอีเมลข้อมูลลูกค้าไปยังผู้โจมตี —&#xA;และข้อมูลก็ออกไปแม้ว่ากลไกความปลอดภัยจะแจ้งเตือนการโจมตีแล้วก็ตาม (Dark&#xA;Reading)&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Denial-of-wallet&lt;/b&gt; — เอเจนต์ที่ถูกยึดหรือทำงานพังจนควบคุมไม่ได้ซึ่งเพียงแค่ใช้จ่าย —&#xA;ถูกพบว่าเผาเงินวันละ 46,000 ดอลลาร์ (Sysdig, “LLMjacking”) ไม่มีข้อมูลใดถูกขโมย&#xA;เหลือไว้เพียงใบเรียกเก็บเงิน&lt;br/&gt;&lt;i&gt;สามปีของเหตุการณ์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ&#xA;งานวิจัย และกฎระเบียบ — ปี 2023 ถึง 2026&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;เหตุใดสแตกปัจจุบันของคุณจึงมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย&lt;br/&gt;ความปลอดภัยแบบดั้งเดิมตั้งสมมติฐานว่ามีเส้นแบ่ง: ภายในเชื่อถือได้&#xA;ภายนอกเชื่อถือไม่ได้ และวางการควบคุมไว้ที่รอยต่อ&#xA;แต่โมเดลภาษาทำให้เส้นแบ่งนั้นสลายไป&#xA;เพราะอินพุตของโมเดลก็คือการเขียนโปรแกรมให้มันด้วย ทุกอีเมล เอกสาร หน้าเว็บ&#xA;และผลลัพธ์จากเครื่องมือที่เอเจนต์อ่าน อาจมีคำสั่งที่มันจะทำตามแฝงอยู่&#xA;ไม่มีกลไกทั่วไปที่เชื่อถือได้ซึ่งทำให้โมเดลในปัจจุบันแยก&#xA;‘เนื้อหาที่ต้องประมวลผล’ ออกจาก ‘คำสั่งที่ต้องเชื่อฟัง’ ได้&lt;br/&gt;นี่คือเหตุผลที่ prompt injection ครองอันดับ 1 ใน OWASP Top 10&#xA;สำหรับแอปพลิเคชัน LLM — และเหตุผลที่มันจะไม่ถูก “แพตช์” แบบเดียวกับ buffer&#xA;overflow เพราะมันเป็นคุณสมบัติเชิงโครงสร้างของตัวสื่อเอง web application&#xA;firewall ของคุณตรวจสอบคำขอแล้วเห็นเป็นการเรียก API ที่ถูกต้องสมบูรณ์&#xA;แต่การโจมตีอยู่ในถ้อยคำ&#xA;การตรวจสอบรายคำขอของคุณผ่านได้ทุกขั้นตอนของการโจมตีแบบลูกโซ่&#xA;เพราะความเสียหายอยู่ในลำดับเหตุการณ์ — ปริมาณ การกระทำซ้ำ และการใช้จ่ายตามเวลา&#xA;— ไม่ใช่ในการเรียกครั้งใดครั้งหนึ่ง&lt;br/&gt;ข้อสรุปนี้ฟังดูไม่สบายใจแต่ชัดเจน: ความปลอดภัยของ AI&#xA;ไม่ใช่ปัญหาการฝึกโมเดล แต่เป็นปัญหาเชิงสถาปัตยกรรม —&#xA;และแก้ได้ด้วยวินัยแบบเดียวกับที่องค์กรใช้กับระบบโปรดักชันอื่น ๆ อยู่แล้ว&lt;br/&gt;&lt;i&gt;14 ความเสี่ยงสำคัญใน 4 หมวด:&#xA;ระนาบเนื้อหา ระนาบการกระทำ เศรษฐกิจ และความเชื่อถือ &amp;amp; ห่วงโซ่อุปทาน&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;การป้องกันคือเรื่องสถาปัตยกรรม: สองระนาบ หกชั้น ที่เกตเวย์&lt;br/&gt;การโจมตีทุกแบบข้างต้นสำเร็จเมื่อเจอสิทธิ์ที่ไม่ถูกจำกัด&#xA;และล้มเหลวเมื่อเจอสิทธิ์ที่ถูกจำกัด ควบคุม และตรวจสอบ&#xA;การจะสกัดกั้นมันได้ต้องควบคุมสองระนาบที่แยกจากกัน:&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ระนาบเนื้อหา&lt;/b&gt; — สิ่งที่โมเดลอ่านและเขียน นี่คือหน้าที่ของ &lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/security/guardrails/overview&#34;&gt;Guardrails&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ระนาบการกระทำ&lt;/b&gt; — สิ่งที่เอเจนต์ทำ: เครื่องมือที่มันเรียกใช้ เครือข่ายที่มันเข้าถึง&#xA;และเงินที่มันใช้จ่าย นี่คือหน้าที่ของ &lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/security/firewall/overview&#34;&gt;Firewall&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดมักข้ามทั้งสองระนาบ:&#xA;การฉีดคำสั่งเข้ามาในรูปของเนื้อหา แล้วถูกแปลงเป็นเงินในรูปของการกระทำ&#xA;OrcaRouter จึงวางหกชั้นที่เป็นอิสระและตรวจสอบได้ไว้ระหว่างคำขอกับความเสียใจ:&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;ตัวตนที่ถูกจำกัดขอบเขต&lt;/b&gt; — เอเจนต์แต่ละตัวเรียกผ่านคีย์ของตัวเองที่ระบุโมเดลที่อนุญาต รายการ&#xA;IP ที่อนุญาต เพดานค่าใช้จ่ายที่ตายตัว และวันหมดอายุ&#xA;คำขอที่อยู่นอกขอบเขตจะถูกตัดทิ้งก่อนที่จะมีการอ่านเนื้อหาใด ๆ&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Guardrails ขาเข้า&lt;/b&gt; — กฎต่อต้าน injection และ jailbreak&#xA;การตรวจจับและปิดบังข้อมูลส่วนบุคคล การบล็อกความลับ และตัวตัดสินเชิงความหมายแบบ&#xA;LLM ที่จับสิ่งที่ regex จับไม่ได้&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Firewall การกระทำ&lt;/b&gt; — ทุกการเรียกเครื่องมือ ทุก MCP dispatch และทุก network egress&#xA;จะถูกตัดสินตามนโยบายปฏิเสธโดยปริยายที่จัดลำดับไว้ ด้วยหกคำตัดสิน: allow, audit,&#xA;deny, sanitize, pending-approval และ cap-cost&#xA;เอเจนต์ที่ถูกยึดจะเข้าถึงเครื่องมือ โฮสต์ หรือเงินที่คุณไม่เคยระบุไว้ไม่ได้&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;Guardrails ขาออก&lt;/b&gt; — คำตอบจะถูกคัดกรองตอนส่งออกเพื่อหาเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย&#xA;ข้อมูลส่วนบุคคล และความลับ พร้อมการตรวจสอบ grounding นี่คือชั้นที่ดักจับ URL&#xA;ขโมยข้อมูลของ EchoLeak ก่อนที่มันจะออกไป&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;การตรวจจับความผิดปกติ&lt;/b&gt; — เส้นฐานพฤติกรรมจะชี้สิ่งที่กฎตายตัวคาดเดาไม่ได้: การเรียกเดิมซ้ำ&#xA;ๆ ถี่ ๆ ในกรอบเวลาสั้น การใช้จ่ายที่พุ่งสูงเทียบกับเส้นฐานที่เรียนรู้ไว้&#xA;หรือการเปลี่ยนจากเครื่องมือหนึ่งไปอีกเครื่องมือที่เวิร์กสเปซไม่เคยทำมาก่อน&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;บันทึกตรวจสอบที่ลงนาม&lt;/b&gt; — ทุกการจับคู่ คำตัดสิน การอนุมัติ และการเปลี่ยนนโยบาย&#xA;จะถูกบันทึกในร่องรอยที่ตรวจจับการแก้ไขได้&#xA;จัดสัมพันธ์ตามรอบการทำงานของเอเจนต์และเซสชัน และส่งออกเป็นหลักฐานได้&lt;br/&gt;คุณสมบัติที่ชี้ขาดคือ ตำแหน่งที่วาง ระบบควบคุมเหล่านี้อยู่ที่เกตเวย์&#xA;บนเส้นทางของคำขอ จึงผูกกับข้อมูลรับรองแทนที่จะผูกกับโค้ดแอปพลิเคชัน —&#xA;บังคับใช้ได้ทุกทีมและทุกเฟรมเวิร์ก โดยไม่ต้องเขียนเอเจนต์ใหม่&lt;br/&gt;&lt;i&gt;ความชุกที่พบเทียบกับผลกระทบที่อาจเกิดต่อธุรกิจ&#xA;จัดวางตามระนาบภัยคุกคาม&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;เราไม่ตรวจการบ้านตัวเอง&lt;br/&gt;คำกล่าวอ้างด้านความปลอดภัยมีค่าเท่ากับหลักฐานที่อยู่เบื้องหลังเป๊ะ ๆ&#xA;OrcaRouter จึงเปิดเผยหลักฐานของตนต่อสาธารณะ Guardrails และ Firewall&#xA;มาพร้อมชุดประเมินผลที่ให้คะแนนเทียบกับคลังข้อมูล red-team แบบโอเพนซอร์สกว่า 80&#xA;ชุด — ทุกชุดมีการอ้างอิงและระบุสัญญาอนุญาต:&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;HarmBench&lt;/b&gt; (MIT; ICML 2024), JailbreakBench (NeurIPS 2024) และ AdvBench (Zou&#xA;et al., 2023) สำหรับความทนทานต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตรายและการ jailbreak;&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;garak ของ NVIDIA&lt;/b&gt; (Apache-2.0) เครื่องสแกนช่องโหว่ LLM แบบโอเพนซอร์ส&#xA;สำหรับการโจมตีแบบ injection และ encoding;&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;AgentDojo&lt;/b&gt; (NeurIPS 2024) — เกณฑ์มาตรฐานการทำ prompt injection&#xA;ต่อเอเจนต์ที่สถาบันความปลอดภัย AI ของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรใช้ในการทำ&#xA;red-teaming ร่วมกัน — เพื่อประเมิน Firewall ของระนาบการกระทำโดยเฉพาะ;&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&#xA;&lt;b&gt;TruthfulQA&lt;/b&gt; และอื่น ๆ สำหรับ grounding และอาการหลอน&lt;br/&gt;OrcaRouter ผสานเครื่องมือโอเพนซอร์สเข้าไว้โดยตรง: OSV สำหรับ CVE ของ&#xA;dependency และ Semgrep สำหรับโค้ดที่ผ่านเข้ามาในพรอมต์ ไม่มีกล่องดำ ไม่มีคำว่า&#xA;“เชื่อใจเราเถอะ”&lt;br/&gt;สร้างมาเพื่อการตรวจสอบที่กำลังจะมาถึง&lt;br/&gt;ในวันที่ 2 สิงหาคม 2026 กฎหมาย EU AI Act จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ&#xA;และ “ขอดูหลักฐาน” จะเข้ามาแทนที่ “แค่บอกมา”&#xA;ในฐานะมาตรฐานพื้นฐานด้านการกำกับดูแล&#xA;สัญชาตญาณเรื่องหลักฐานแบบเดียวกันนี้กำลังแพร่เข้าสู่ขอบเขต SOC 2&#xA;แบบสอบถามประกันภัยไซเบอร์ และการตรวจสอบการจัดซื้อ OrcaRouter&#xA;มาพร้อมชุดกรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด 36 ชุด — รวมถึง OWASP LLM Top 10, NIST AI&#xA;RMF, ISO/IEC 42001, EU AI Act, SOC 2, HIPAA, PCI DSS และ GDPR —&#xA;ที่แปลงการควบคุมให้เป็นรูปธรรมในเวิร์กสเปซของคุณและสร้างหลักฐานที่ลงนาม&#xA;ชั้นควบคุมที่วางไว้ดีเพียงชั้นเดียวสร้างหลักฐานรับรองให้ทั้งหมดได้ในคราวเดียว&lt;br/&gt;สิ่งที่เปิดตัววันนี้ — และเหตุใดจึงฟรี&lt;br/&gt;&lt;b&gt;OrcaRouter Firewall + Guardrails ฟรีแล้วสำหรับผู้ใช้ทุกคน ใช้ API&#xA;key เดิม สลับสวิตช์เดียวในคอนโซลของคุณ ไม่ต้องแก้โค้ดใด ๆ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;OrcaRouter ตั้งใจทำให้มันฟรี ข้อมูลในรายงานชัดเจนไม่กำกวม:&#xA;การห้ามโดยไม่มีเส้นทางที่ปูไว้ให้กลับทำให้เกิด shadow AI มากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง —&#xA;และ shadow AI เป็นต้นเหตุของการละเมิดข้อมูลหนึ่งในห้าครั้งอยู่แล้ว&#xA;โดยมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม 670,000 ดอลลาร์ (IBM, 2025) ทางแก้ที่ได้ผลเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์พอ&#xA;ๆ กับเทคนิค: ทำให้เส้นทางที่มีการกำกับดูแลเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด&#xA;ระบบควบคุมที่คุณต้องจ่ายเพิ่ม ต้องอินทิเกรตด้วยมือ&#xA;และต้องไปชี้แจงต่อคณะกรรมการงบประมาณ คือระบบควบคุมที่ทีมส่วนใหญ่จะข้ามไป&lt;br/&gt;ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องอินทิเกรตและไม่มีอะไรต้องซื้อ คุณเพียงผูก&#xA;Guardrails และนโยบาย Firewall เข้ากับคีย์ที่คุณใช้อยู่แล้ว&#xA;และทำตามแนวทางการเปิดใช้งานที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว: สังเกต&#xA;(รันในโหมดตรวจสอบและปล่อยให้ทราฟฟิกจริงเขียนเส้นฐาน), เงา (รันนโยบายจริงในโหมด&#xA;‘จะบล็อก’ จนกว่าผลบวกลวงจะเข้าใกล้ศูนย์), แล้วจึง บังคับใช้ (เปิดคำตัดสินแบบสด&#xA;ๆ โดยสงวนการอนุมัติของมนุษย์ไว้สำหรับสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้จริง ๆ)&#xA;ทีมส่วนใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ในไม่กี่สัปดาห์ — และเปิดใช้ระบบควบคุมต่อไป&lt;br/&gt;บทสรุป&lt;br/&gt;ภูมิทัศน์ภัยคุกคามปี 2026 ไม่ใช่เหตุผลให้ชะลอการนำ AI มาใช้&#xA;แต่มันคือคู่มือปฏิบัติการเพื่อให้รอดพ้นจากมัน&#xA;การโจมตีทุกแบบในรายงานนี้เอาชนะสิทธิ์ที่ไม่ถูกจำกัด&#xA;และพ่ายแพ้ต่อสิทธิ์ที่ถูกจำกัด ควบคุม และตรวจสอบ —&#xA;และคุณสมบัตินี้สร้างได้แล้วในตอนนี้ ที่เกตเวย์ ภายในไม่กี่สัปดาห์ และฟรี&lt;br/&gt;&lt;b&gt;อ่านรายงานฉบับเต็ม: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/whitepapers/ai-threat-report-2026&#34;&gt;&lt;i&gt;รายงานภัยคุกคาม&#xA;AI ประจำปี 2026&lt;/i&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ·&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;b&gt;เปิดใช้งาน: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/&#34;&gt;OrcaRouter&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&amp;nbsp;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เกี่ยวกับ OrcaRouter&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/&#34;&gt;OrcaRouter&lt;/a&gt; คือเกตเวย์ LLM&#xA;ที่เข้ากันได้กับ OpenAI จาก Continuum AI Pte. Ltd. (สิงคโปร์)&#xA;ซึ่งกำหนดเส้นทางครอบคลุมโมเดลกว่า 200 ตัว ลดต้นทุนได้ราว 40%&#xA;มีโอเวอร์เฮดการกำหนดเส้นทางต่ำกว่าหนึ่งมิลลิวินาที และไม่มีการบวกเพิ่มค่าโทเค็น&#xA;มีรุ่นโฮสต์เองชื่อ OrcaRouter-Lite ให้ใช้ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>OrcaRouter เผยแพร่ The AI Threat Report 2026 และเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนใช้ Firewall สำหรับเอเจนต์ และ Guardrails อินพุต/เอาต์พุต ได้ฟรี โดยใช้ API key เดิม เปิดสวิตช์เดียว ไม่ต้องแก้โค้ด รายงานชี้ว่าระบบ AI ได้กลายเป็นพื้นผิวการโจมตี (attack surface) เสียเอง และ prompt injection คือความเสี่ยงอันดับหนึ่งของแอปพลิเคชัน LLM ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถแก้ด้วยการแพตช์ได้ คำตอบของ OrcaRouter คือเชิงสถาปัตยกรรม นั่นคือการควบคุมที่ระดับเกตเวย์ซึ่งผูกกับข้อมูลรับรอง (credentials) และบังคับใช้ได้โดยไม่ต้องเขียนเอเจนต์ใหม่</p> <p><b>Prompt injection คือความเสี่ยงอันดับ 1
ของแอปพลิเคชัน LLM ในเวลานี้ และไม่สามารถแพตช์ได้ วันนี้ OrcaRouter Security
Research เปิดให้ใช้ Firewall สำหรับเอเจนต์และ Guardrails
ขาเข้า/ขาออกฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคน: ใช้ API key เดิม สลับสวิตช์เดียวในคอนโซล
โดยไม่ต้องแก้โค้ด</b></p><p><b>สิงคโปร์ — 18 มิถุนายน 2026 — </b><a href="https://www.orcarouter.ai/">OrcaRouter</a> เกตเวย์ LLM ที่เข้ากันได้กับ
OpenAI วันนี้ได้เผยแพร่<a href="https://docs.orcarouter.ai/whitepapers/ai-threat-report-2026"><i>รายงานภัยคุกคาม
AI ประจำปี 2026</i></a> และเปิดให้ใช้ระบบควบคุมความปลอดภัยหลักสองตัวฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคน
ได้แก่ <a href="https://docs.orcarouter.ai/security/firewall/overview">Firewall</a>
สำหรับเอเจนต์ และ <a href="https://docs.orcarouter.ai/security/guardrails/overview">Guardrails</a> ขาเข้า/ขาออก
ไม่มีอะไรต้องอินทิเกรตและไม่มีอะไรต้องซื้อ ทีมงานเพียงผูกระบบควบคุมเข้ากับ API
key ที่ใช้อยู่แล้วและสลับสวิตช์เดียว</p><p><i>รายงานภัยคุกคาม AI ประจำปี
2026 — 14 ความเสี่ยงสำคัญใน 4 หมวดภัยคุกคาม</i></p><p><b>ข้อสรุปของรายงานนี้ตรงไปตรงมา: ระบบ AI
ของคุณคือพื้นผิวการโจมตีของคุณในตอนนี้
และองค์กรส่วนใหญ่มองไม่เห็นการโจมตีที่เกิดกับตน</b> ข้อมูลเทเลเมทรีจากแอปพลิเคชัน
LLM ที่ใช้งานจริงแสดงว่าการโจมตีที่สำเร็จใช้เวลาเฉลี่ย 42 วินาที โดย 90%
ของการโจมตีทำให้ข้อมูลอ่อนไหวรั่วไหล (Pillar Security) การโจมตีแบบ prompt
injection เพิ่มขึ้น 340% เมื่อเทียบปีต่อปี (OWASP, ไตรมาส 1 ปี 2026) และ 13% ขององค์กรเคยถูกเจาะผ่านโมเดลหรือแอปพลิเคชัน
AI แล้ว — โดย 97% ในจำนวนนั้นไม่มีการควบคุมการเข้าถึง AI ขั้นพื้นฐาน (IBM,
2025)</p><p><i>โดย OrcaRouter Security Research ·
มิถุนายน 2026</i></p><p>ในเดือนมิถุนายน 2025 ผู้โจมตีได้ขโมยข้อมูลองค์กรออกจาก Microsoft 365
Copilot เหยื่อไม่ได้ทำอะไรผิด — ไม่ได้คลิกลิงก์ ไม่ได้เปิดไฟล์แนบ
ไม่ได้อนุมัติพรอมต์ใด ๆ เขาเพียงได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง ผู้ช่วย AI
ของเขาอ่านอีเมลนั้นในภายหลังและทำตามคำสั่งที่ซ่อนอยู่ภายใน การโจมตีนี้ซึ่ง Aim
Security เปิดเผยในชื่อ EchoLeak (CVE-2025-32711)
ได้รวบรวมข้อมูลบริบทอ่อนไหวจากเมล ไฟล์ และประวัติแชต แล้วลักลอบส่งออกผ่าน URL
รูปภาพที่โหลดอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคลิกแม้แต่ครั้งเดียว</p><p>EchoLeak ไม่ใช่กรณีผิดปกติที่เกิดขึ้นโดด ๆ <b>แต่มันคือการชิมลาง</b></p><h2>ปีที่การโจมตีกลายเป็นแบบเอเจนต์ —
และการรั่วไหลขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม</h2><p>บันทึกเหตุการณ์ในปี 2026
อ่านดูเหมือนการทดสอบความทนทานของทุกสมมติฐานที่ใช้สร้างระบบความปลอดภัยขององค์กร:</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Chat &amp; Ask AI</b> ปล่อยให้ข้อความแชตส่วนตัวราว 300 ล้านข้อความจากผู้ใช้กว่า 25
ล้านคนถูกเปิดเผย เนื่องจากการตั้งค่า Firebase ผิดพลาด (404 Media; Malwarebytes,
ม.ค. 2026)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Sears Home Services</b> เปิดเผยบันทึกแชต AI และไฟล์บันทึกการโทร 3.7 ล้านรายการ — ชื่อ
ที่อยู่ อีเมล — ครอบคลุมช่วงปี 2024–2026 (ExpressVPN; Cybernews, มี.ค. 2026)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>CVE-2026-39987</b>: ผู้โจมตีนำช่องโหว่เดียวนี้ในเครื่องมือโน้ตบุ๊ก marimo
มาเชื่อมกับเอเจนต์ LLM ที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งดึงข้อมูลรับรองบนคลาวด์ ดึงคีย์
SSH จาก AWS Secrets Manager และขโมยฐานข้อมูล PostgreSQL
ภายในทั้งชุดออกไปภายในเวลาไม่ถึงสองนาที (Sysdig; The Hacker News, พ.ค. 2026)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Microsoft &amp; Salesforce</b> ต่างก็ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ข้อมูลรั่วในเอเจนต์ AI ใน CVE-2026-21520
ฟิลด์ SharePoint ที่ถูกวางยาได้ชักนำ Copilot
ให้ส่งอีเมลข้อมูลลูกค้าไปยังผู้โจมตี —
และข้อมูลก็ออกไปแม้ว่ากลไกความปลอดภัยจะแจ้งเตือนการโจมตีแล้วก็ตาม (Dark
Reading)</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Denial-of-wallet</b> — เอเจนต์ที่ถูกยึดหรือทำงานพังจนควบคุมไม่ได้ซึ่งเพียงแค่ใช้จ่าย —
ถูกพบว่าเผาเงินวันละ 46,000 ดอลลาร์ (Sysdig, “LLMjacking”) ไม่มีข้อมูลใดถูกขโมย
เหลือไว้เพียงใบเรียกเก็บเงิน</p><p><i>สามปีของเหตุการณ์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
งานวิจัย และกฎระเบียบ — ปี 2023 ถึง 2026</i></p><h2>เหตุใดสแตกปัจจุบันของคุณจึงมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย</h2><p>ความปลอดภัยแบบดั้งเดิมตั้งสมมติฐานว่ามีเส้นแบ่ง: ภายในเชื่อถือได้
ภายนอกเชื่อถือไม่ได้ และวางการควบคุมไว้ที่รอยต่อ
แต่โมเดลภาษาทำให้เส้นแบ่งนั้นสลายไป
เพราะอินพุตของโมเดลก็คือการเขียนโปรแกรมให้มันด้วย ทุกอีเมล เอกสาร หน้าเว็บ
และผลลัพธ์จากเครื่องมือที่เอเจนต์อ่าน อาจมีคำสั่งที่มันจะทำตามแฝงอยู่
ไม่มีกลไกทั่วไปที่เชื่อถือได้ซึ่งทำให้โมเดลในปัจจุบันแยก
‘เนื้อหาที่ต้องประมวลผล’ ออกจาก ‘คำสั่งที่ต้องเชื่อฟัง’ ได้</p><p>นี่คือเหตุผลที่ prompt injection ครองอันดับ 1 ใน OWASP Top 10
สำหรับแอปพลิเคชัน LLM — และเหตุผลที่มันจะไม่ถูก “แพตช์” แบบเดียวกับ buffer
overflow เพราะมันเป็นคุณสมบัติเชิงโครงสร้างของตัวสื่อเอง web application
firewall ของคุณตรวจสอบคำขอแล้วเห็นเป็นการเรียก API ที่ถูกต้องสมบูรณ์
แต่การโจมตีอยู่ในถ้อยคำ
การตรวจสอบรายคำขอของคุณผ่านได้ทุกขั้นตอนของการโจมตีแบบลูกโซ่
เพราะความเสียหายอยู่ในลำดับเหตุการณ์ — ปริมาณ การกระทำซ้ำ และการใช้จ่ายตามเวลา
— ไม่ใช่ในการเรียกครั้งใดครั้งหนึ่ง</p><p>ข้อสรุปนี้ฟังดูไม่สบายใจแต่ชัดเจน: ความปลอดภัยของ AI
ไม่ใช่ปัญหาการฝึกโมเดล แต่เป็นปัญหาเชิงสถาปัตยกรรม —
และแก้ได้ด้วยวินัยแบบเดียวกับที่องค์กรใช้กับระบบโปรดักชันอื่น ๆ อยู่แล้ว</p><p><i>14 ความเสี่ยงสำคัญใน 4 หมวด:
ระนาบเนื้อหา ระนาบการกระทำ เศรษฐกิจ และความเชื่อถือ &amp; ห่วงโซ่อุปทาน</i></p><h2>การป้องกันคือเรื่องสถาปัตยกรรม: สองระนาบ หกชั้น ที่เกตเวย์</h2><p>การโจมตีทุกแบบข้างต้นสำเร็จเมื่อเจอสิทธิ์ที่ไม่ถูกจำกัด
และล้มเหลวเมื่อเจอสิทธิ์ที่ถูกจำกัด ควบคุม และตรวจสอบ
การจะสกัดกั้นมันได้ต้องควบคุมสองระนาบที่แยกจากกัน:</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ระนาบเนื้อหา</b> — สิ่งที่โมเดลอ่านและเขียน นี่คือหน้าที่ของ <a href="https://docs.orcarouter.ai/security/guardrails/overview">Guardrails</a></p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ระนาบการกระทำ</b> — สิ่งที่เอเจนต์ทำ: เครื่องมือที่มันเรียกใช้ เครือข่ายที่มันเข้าถึง
และเงินที่มันใช้จ่าย นี่คือหน้าที่ของ <a href="https://docs.orcarouter.ai/security/firewall/overview">Firewall</a></p><p>เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดมักข้ามทั้งสองระนาบ:
การฉีดคำสั่งเข้ามาในรูปของเนื้อหา แล้วถูกแปลงเป็นเงินในรูปของการกระทำ
OrcaRouter จึงวางหกชั้นที่เป็นอิสระและตรวจสอบได้ไว้ระหว่างคำขอกับความเสียใจ:</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>ตัวตนที่ถูกจำกัดขอบเขต</b> — เอเจนต์แต่ละตัวเรียกผ่านคีย์ของตัวเองที่ระบุโมเดลที่อนุญาต รายการ
IP ที่อนุญาต เพดานค่าใช้จ่ายที่ตายตัว และวันหมดอายุ
คำขอที่อยู่นอกขอบเขตจะถูกตัดทิ้งก่อนที่จะมีการอ่านเนื้อหาใด ๆ</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Guardrails ขาเข้า</b> — กฎต่อต้าน injection และ jailbreak
การตรวจจับและปิดบังข้อมูลส่วนบุคคล การบล็อกความลับ และตัวตัดสินเชิงความหมายแบบ
LLM ที่จับสิ่งที่ regex จับไม่ได้</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Firewall การกระทำ</b> — ทุกการเรียกเครื่องมือ ทุก MCP dispatch และทุก network egress
จะถูกตัดสินตามนโยบายปฏิเสธโดยปริยายที่จัดลำดับไว้ ด้วยหกคำตัดสิน: allow, audit,
deny, sanitize, pending-approval และ cap-cost
เอเจนต์ที่ถูกยึดจะเข้าถึงเครื่องมือ โฮสต์ หรือเงินที่คุณไม่เคยระบุไว้ไม่ได้</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>Guardrails ขาออก</b> — คำตอบจะถูกคัดกรองตอนส่งออกเพื่อหาเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย
ข้อมูลส่วนบุคคล และความลับ พร้อมการตรวจสอบ grounding นี่คือชั้นที่ดักจับ URL
ขโมยข้อมูลของ EchoLeak ก่อนที่มันจะออกไป</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>การตรวจจับความผิดปกติ</b> — เส้นฐานพฤติกรรมจะชี้สิ่งที่กฎตายตัวคาดเดาไม่ได้: การเรียกเดิมซ้ำ
ๆ ถี่ ๆ ในกรอบเวลาสั้น การใช้จ่ายที่พุ่งสูงเทียบกับเส้นฐานที่เรียนรู้ไว้
หรือการเปลี่ยนจากเครื่องมือหนึ่งไปอีกเครื่องมือที่เวิร์กสเปซไม่เคยทำมาก่อน</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>บันทึกตรวจสอบที่ลงนาม</b> — ทุกการจับคู่ คำตัดสิน การอนุมัติ และการเปลี่ยนนโยบาย
จะถูกบันทึกในร่องรอยที่ตรวจจับการแก้ไขได้
จัดสัมพันธ์ตามรอบการทำงานของเอเจนต์และเซสชัน และส่งออกเป็นหลักฐานได้</p><p>คุณสมบัติที่ชี้ขาดคือ ตำแหน่งที่วาง ระบบควบคุมเหล่านี้อยู่ที่เกตเวย์
บนเส้นทางของคำขอ จึงผูกกับข้อมูลรับรองแทนที่จะผูกกับโค้ดแอปพลิเคชัน —
บังคับใช้ได้ทุกทีมและทุกเฟรมเวิร์ก โดยไม่ต้องเขียนเอเจนต์ใหม่</p><p><i>ความชุกที่พบเทียบกับผลกระทบที่อาจเกิดต่อธุรกิจ
จัดวางตามระนาบภัยคุกคาม</i></p><h2>เราไม่ตรวจการบ้านตัวเอง</h2><p>คำกล่าวอ้างด้านความปลอดภัยมีค่าเท่ากับหลักฐานที่อยู่เบื้องหลังเป๊ะ ๆ
OrcaRouter จึงเปิดเผยหลักฐานของตนต่อสาธารณะ Guardrails และ Firewall
มาพร้อมชุดประเมินผลที่ให้คะแนนเทียบกับคลังข้อมูล red-team แบบโอเพนซอร์สกว่า 80
ชุด — ทุกชุดมีการอ้างอิงและระบุสัญญาอนุญาต:</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>HarmBench</b> (MIT; ICML 2024), JailbreakBench (NeurIPS 2024) และ AdvBench (Zou
et al., 2023) สำหรับความทนทานต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตรายและการ jailbreak;</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>garak ของ NVIDIA</b> (Apache-2.0) เครื่องสแกนช่องโหว่ LLM แบบโอเพนซอร์ส
สำหรับการโจมตีแบบ injection และ encoding;</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>AgentDojo</b> (NeurIPS 2024) — เกณฑ์มาตรฐานการทำ prompt injection
ต่อเอเจนต์ที่สถาบันความปลอดภัย AI ของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรใช้ในการทำ
red-teaming ร่วมกัน — เพื่อประเมิน Firewall ของระนาบการกระทำโดยเฉพาะ;</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;
<b>TruthfulQA</b> และอื่น ๆ สำหรับ grounding และอาการหลอน</p><p>OrcaRouter ผสานเครื่องมือโอเพนซอร์สเข้าไว้โดยตรง: OSV สำหรับ CVE ของ
dependency และ Semgrep สำหรับโค้ดที่ผ่านเข้ามาในพรอมต์ ไม่มีกล่องดำ ไม่มีคำว่า
“เชื่อใจเราเถอะ”</p><h2>สร้างมาเพื่อการตรวจสอบที่กำลังจะมาถึง</h2><p>ในวันที่ 2 สิงหาคม 2026 กฎหมาย EU AI Act จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ
และ “ขอดูหลักฐาน” จะเข้ามาแทนที่ “แค่บอกมา”
ในฐานะมาตรฐานพื้นฐานด้านการกำกับดูแล
สัญชาตญาณเรื่องหลักฐานแบบเดียวกันนี้กำลังแพร่เข้าสู่ขอบเขต SOC 2
แบบสอบถามประกันภัยไซเบอร์ และการตรวจสอบการจัดซื้อ OrcaRouter
มาพร้อมชุดกรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด 36 ชุด — รวมถึง OWASP LLM Top 10, NIST AI
RMF, ISO/IEC 42001, EU AI Act, SOC 2, HIPAA, PCI DSS และ GDPR —
ที่แปลงการควบคุมให้เป็นรูปธรรมในเวิร์กสเปซของคุณและสร้างหลักฐานที่ลงนาม
ชั้นควบคุมที่วางไว้ดีเพียงชั้นเดียวสร้างหลักฐานรับรองให้ทั้งหมดได้ในคราวเดียว</p><h2>สิ่งที่เปิดตัววันนี้ — และเหตุใดจึงฟรี</h2><p><b>OrcaRouter Firewall + Guardrails ฟรีแล้วสำหรับผู้ใช้ทุกคน ใช้ API
key เดิม สลับสวิตช์เดียวในคอนโซลของคุณ ไม่ต้องแก้โค้ดใด ๆ</b></p><p>OrcaRouter ตั้งใจทำให้มันฟรี ข้อมูลในรายงานชัดเจนไม่กำกวม:
การห้ามโดยไม่มีเส้นทางที่ปูไว้ให้กลับทำให้เกิด shadow AI มากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง —
และ shadow AI เป็นต้นเหตุของการละเมิดข้อมูลหนึ่งในห้าครั้งอยู่แล้ว
โดยมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม 670,000 ดอลลาร์ (IBM, 2025) ทางแก้ที่ได้ผลเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์พอ
ๆ กับเทคนิค: ทำให้เส้นทางที่มีการกำกับดูแลเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด
ระบบควบคุมที่คุณต้องจ่ายเพิ่ม ต้องอินทิเกรตด้วยมือ
และต้องไปชี้แจงต่อคณะกรรมการงบประมาณ คือระบบควบคุมที่ทีมส่วนใหญ่จะข้ามไป</p><p>ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องอินทิเกรตและไม่มีอะไรต้องซื้อ คุณเพียงผูก
Guardrails และนโยบาย Firewall เข้ากับคีย์ที่คุณใช้อยู่แล้ว
และทำตามแนวทางการเปิดใช้งานที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว: สังเกต
(รันในโหมดตรวจสอบและปล่อยให้ทราฟฟิกจริงเขียนเส้นฐาน), เงา (รันนโยบายจริงในโหมด
‘จะบล็อก’ จนกว่าผลบวกลวงจะเข้าใกล้ศูนย์), แล้วจึง บังคับใช้ (เปิดคำตัดสินแบบสด
ๆ โดยสงวนการอนุมัติของมนุษย์ไว้สำหรับสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้จริง ๆ)
ทีมส่วนใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ในไม่กี่สัปดาห์ — และเปิดใช้ระบบควบคุมต่อไป</p><h2>บทสรุป</h2><p>ภูมิทัศน์ภัยคุกคามปี 2026 ไม่ใช่เหตุผลให้ชะลอการนำ AI มาใช้
แต่มันคือคู่มือปฏิบัติการเพื่อให้รอดพ้นจากมัน
การโจมตีทุกแบบในรายงานนี้เอาชนะสิทธิ์ที่ไม่ถูกจำกัด
และพ่ายแพ้ต่อสิทธิ์ที่ถูกจำกัด ควบคุม และตรวจสอบ —
และคุณสมบัตินี้สร้างได้แล้วในตอนนี้ ที่เกตเวย์ ภายในไม่กี่สัปดาห์ และฟรี</p><p><b>อ่านรายงานฉบับเต็ม: </b><a href="https://docs.orcarouter.ai/whitepapers/ai-threat-report-2026"><i>รายงานภัยคุกคาม
AI ประจำปี 2026</i></a>&nbsp;&nbsp;&nbsp; ·&nbsp;&nbsp;&nbsp; <b>เปิดใช้งาน: </b><a href="https://www.orcarouter.ai/">OrcaRouter</a></p><p>&nbsp;</p><p><b>เกี่ยวกับ OrcaRouter</b></p><p><a href="https://www.orcarouter.ai/">OrcaRouter</a> คือเกตเวย์ LLM
ที่เข้ากันได้กับ OpenAI จาก Continuum AI Pte. Ltd. (สิงคโปร์)
ซึ่งกำหนดเส้นทางครอบคลุมโมเดลกว่า 200 ตัว ลดต้นทุนได้ราว 40%
มีโอเวอร์เฮดการกำหนดเส้นทางต่ำกว่าหนึ่งมิลลิวินาที และไม่มีการบวกเพิ่มค่าโทเค็น
มีรุ่นโฮสต์เองชื่อ OrcaRouter-Lite ให้ใช้ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/df38064e-aea9-4371-b258-3cc4bc76c64e/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/cc24febe-b707-4f66-8dd9-ffb7564a0c9c/b4b60fa9-a0ca-46d6-82d5-1ddce1a363ed</guid>
      <pubDate>Fri, 19 Jun 2026 12:36:47 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>ทางเลือกแทน Fable 5: OrcaRouter เปิดตัว Routing DSL มอบประสิทธิภาพระดับ Claude Fable 5 ในต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/cc24febe-b707-4f66-8dd9-ffb7564a0c9c/8abc02bc-4e6b-4308-9854-5bf708588f53</link>
      <description>นับตั้งแต่การเข้าถึง Claude Fable 5&#xA;ถูกระงับภายใต้คำสั่งควบคุมการส่งออกเมื่อไม่นานมานี้&#xA;นักพัฒนาจำนวนมากต่างค้นหาคำว่า “Fable 5 banned” และมองหาทางเลือกแทน Fable 5&#xA;ที่เชื่อถือได้ วันนี้ &lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/&#34;&gt;OrcaRouter&lt;/a&gt; ได้ให้คำตอบนั้น บริษัทเปิดตัว &lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion&#34;&gt;Routing DSL&lt;/a&gt; เฟรมเวิร์กการกำหนดเส้นทางแบบเขียนโปรแกรมได้&#xA;ที่ให้นักพัฒนากำหนดด้วยโค้ดได้อย่างแม่นยำว่าคำขอ AI แต่ละรายการจะถูกประเมิน&#xA;กำหนดเส้นทาง ผสานรวม และปรับให้เหมาะสมอย่างไรในโมเดลกว่า 200 ตัว&#xA;ผลการประเมินภายในเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถเทียบเท่าโมเดลระดับแนวหน้าอย่าง&#xA;Claude Fable 5 ได้ ทำให้ OrcaRouter เป็นทางเลือกแทน Fable 5&#xA;ที่ใช้งานได้จริงสำหรับทีมที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวโมเดลโดยตรง&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;“ความฉลาดที่เหนือกว่ามาจากการประสานการทำงาน&#xA;ไม่ใช่แค่การทำให้โมเดลใหญ่ขึ้น”&lt;/i&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;“เมื่อการเข้าถึง Fable 5 ถูกระงับ&#xA;ทีมงานไม่ได้สูญเสียแค่โมเดลหนึ่งตัว แต่สูญเสียทั้งระดับความสามารถไปเลย”&#xA;[ตำแหน่ง] [ชื่อโฆษก] จาก OrcaRouter กล่าว “Routing DSL&#xA;คืนความสามารถระดับนั้นกลับมา แทนที่จะมีทางเลือกแทน Fable 5&#xA;แบบตายตัวเพียงทางเดียว คุณจะได้กลยุทธ์: ประกอบโมเดลเฉพาะทาง รันแบบขนาน&#xA;ยกระดับเฉพาะพรอมป์ที่ยาก และได้ผลลัพธ์ระดับ Fable 5 ในต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว”&lt;br/&gt;ทำไมนักพัฒนาจึงค้นหาทางเลือกแทน&#xA;Fable 5&lt;br/&gt;สำหรับหลายทีม “Fable 5 banned”&#xA;ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว แต่เป็นเหตุขัดข้องในการใช้งานจริง (production incident)&#xA;เวิร์กโหลดที่สร้างขึ้นรอบ Claude Fable 5 จำเป็นต้องมีทางเลือกแทน Fable 5&#xA;ที่เทียบเท่าด้านคุณภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่นานหลายเดือน Routing DSL&#xA;ถูกออกแบบมาเพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ แทนที่จะสลับจากโมเดลหนึ่งไปอีกโมเดลหนึ่ง&#xA;มันช่วยให้นักพัฒนาประกอบประสิทธิภาพระดับ Fable 5 ขึ้นมาจากโมเดลกว่า 200&#xA;ตัวที่ยังใช้งานได้&lt;br/&gt;การกำหนดเส้นทางในรูปแบบโค้ด&#xA;ไม่ใช่การตั้งค่า&lt;br/&gt;ต่างจากการเลือกโมเดลแบบตายตัว Routing&#xA;DSL เปิดให้ทีมงานกำหนดตรรกะการกำหนดเส้นทางด้วยไวยากรณ์ YAML และ CEL&#xA;ที่เรียบง่าย โดยเลือกโมเดลแบบไดนามิกได้ตามความซับซ้อนของพรอมป์ ประเภทงาน&#xA;ความหน่วง เป้าหมายด้านต้นทุน นโยบายความปลอดภัย และกฎทางธุรกิจที่กำหนดเอง ด้วยการตั้งค่าเพียงไม่กี่บรรทัด&#xA;นักพัฒนาสามารถ:&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งคำขอที่ไม่ซับซ้อนไปยังโมเดลโอเพนซอร์สที่มีประสิทธิภาพ&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกระดับพรอมป์ที่ยากไปยังโมเดลระดับแนวหน้าโดยอัตโนมัติ&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รันหลายโมเดลพร้อมกันแล้วผสานผลลัพธ์ที่ดีที่สุด&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งค่าลำดับการสำรอง&#xA;(fallback) และนโยบายด้านความน่าเชื่อถือ&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้ guardrail&#xA;และกฎการกำกับดูแลก่อนการประมวลผล&lt;br/&gt;•&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรับให้เหมาะสมตามต้นทุน&#xA;คุณภาพ ความหน่วง หรือเป้าหมายที่กำหนดเอง&lt;br/&gt;&lt;i&gt;อาร์บิเตอร์&#xA;(arbiter) ของ Routing DSL: ผลลัพธ์จากหลายโมเดลถูกผสานเป็นคำตอบเดียวอย่างไร&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;Routing DSL ถูกผนวกเข้าไว้ใน AI&#xA;Gateway ของ OrcaRouter โดยตรง และรองรับโมเดลชั้นนำกว่า 200&#xA;ตัวผ่านเอ็นด์พอยต์เดียวที่เข้ากันได้กับ OpenAI — &lt;b&gt;พร้อมต้นทุนที่ลดลงราว 40%&#xA;ค่าโอเวอร์เฮดการกำหนดเส้นทางต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และไม่มีการบวกเพิ่มค่า token&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ความฉลาดระดับ Fable&#xA;5 ผ่านการประสานการทำงาน&lt;br/&gt;แทนที่จะจ่ายค่าโมเดลราคาแพงเพียงตัวเดียวในทุกคำขอ&#xA;Routing DSL ช่วยให้นักพัฒนาผสานโมเดลเฉพาะทางและการประมวลผลแบบขนาน&#xA;โดยจัดสรรการประมวลผลเฉพาะจุดที่ให้ผลลัพธ์ด้านคุณภาพที่วัดผลได้&#xA;ผลการประเมินภายในเบื้องต้นชี้ว่ากลยุทธ์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันสามารถเข้าถึงประสิทธิภาพระดับ&#xA;Claude Fable 5 ได้ในต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว นับเป็นสิ่งที่ใกล้เคียง Fable 5&#xA;มากที่สุดสำหรับนักพัฒนาจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงโมเดลโดยตรงได้อีกต่อไป&#xA;คำถามจึงเปลี่ยนจาก “เลือกโมเดลไหน?” ไปเป็น “ใช้กลยุทธ์ใด?”&lt;br/&gt;&lt;i&gt;ต้นทุนแบบผสมเทียบกับการรันทุกโมเดล&#xA;(full panel) ในทุกคำขอ จำแนกตามสัดส่วนของพรอมป์ที่ยาก&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;ชั้นใหม่ในสแต็กของ&#xA;AI&lt;br/&gt;เมื่อระบบ AI มีความเป็นเอเจนต์&#xA;(agentic) มากขึ้น การกำหนดเส้นทางไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนการตั้งค่าอีกต่อไป&#xA;แต่กำลังกลายเป็นตรรกะของแอปพลิเคชันเอง Routing DSL นำเสนอ control plane&#xA;แบบเขียนโปรแกรมได้สำหรับงาน AI: จุดเดียวที่ใช้กำหนดว่าความฉลาดควรถูกประกอบ กำกับดูแล&#xA;และปรับให้เหมาะสมอย่างไรในสภาพแวดล้อมจริง&lt;br/&gt;เมื่อรวมกับเอนจินการกำหนดเส้นทางแบบปรับตัวได้&#xA;แพลตฟอร์ม observability, guardrail, การควบคุมการกำกับดูแล และ Agent Firewall&#xA;ของ OrcaRouter แล้ว Routing DSL มอบแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวให้องค์กรสร้างระบบ AI&#xA;ที่เชื่อถือได้และคุ้มค่าต้นทุนในระดับสเกล รวมถึงทางเลือกแทน Fable 5&#xA;ที่ยืดหยุ่นและไม่พึ่งพาโมเดลที่ถูกจำกัดเพียงตัวเดียว&lt;br/&gt;การเปิดให้ใช้งาน&lt;br/&gt;Routing DSL พร้อมให้ผู้ใช้ OrcaRouter&#xA;ทุกคนใช้งานได้ทันที&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เอกสารประกอบ: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://docs.orcarouter.ai/routing/routing-dsl&#34;&gt;docs.orcarouter.ai/routing/routing-dsl&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion&#34;&gt;OrcaRouter Fable 5 Fusion API&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion-mini&#34;&gt;OrcaRouter Fable 5 Fusion Mini API&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion-flash&#34;&gt;OrcaRouter Fable 5 Fusion Flash API&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เรียนรู้เพิ่มเติม: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai&#34;&gt;orcarouter.ai&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;บทวิเคราะห์เชิงเทคนิค: &lt;/b&gt;&lt;a href=&#34;https://www.orcarouter.ai/blog/model-fusion-in-production-inside-orcarouter-fusion-and-the-routing-dsl&#34;&gt;Model Fusion in Production&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;เกี่ยวกับ&#xA;OrcaRouter&lt;br/&gt;OrcaRouter คือ AI Gateway&#xA;ที่เข้ากันได้กับ OpenAI ให้นักพัฒนาใช้ API key&#xA;เดียวและเอ็นด์พอยต์เดียวเข้าถึงโมเดล AI ชั้นนำกว่า 200 ตัว&#xA;พร้อมการกำหนดเส้นทางแบบปรับตัวได้และคุ้มต้นทุนที่สุด&#xA;สำหรับทีมที่มองหาทางเลือกแทน Fable 5 OrcaRouter รวมการลดต้นทุนราว 40%&#xA;ค่าโอเวอร์เฮดต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และการไม่บวกเพิ่มค่า token ไว้ด้วยกัน&#xA;อีกทั้งยังมีเวอร์ชันที่โฮสต์เองได้ภายใต้ลิขสิทธิ์ MIT (OrcaRouter-Lite)&#xA;OrcaRouter พัฒนาโดย Continuum AI Pte. Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[<p>OrcaRouter ซึ่งพัฒนาโดย Continuum AI Pte. Ltd. ที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ได้เปิดตัว Routing DSL เฟรมเวิร์กการกำหนดเส้นทางที่เขียนโปรแกรมได้ ในฐานะทางเลือกแทน Fable 5 สำหรับนักพัฒนาที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการส่งออก Claude Fable 5 แทนที่จะเปลี่ยนไปใช้โมเดลเพียงตัวเดียว Routing DSL ช่วยให้ทีมจัดการโมเดลกว่า 200 ตัวด้วยนิพจน์ YAML และ CEL โดยกำหนดเส้นทางตามความซับซ้อนของพรอมต์ ประเภทงาน เวลาแฝง ต้นทุน และนโยบายความปลอดภัย รันหลายโมเดลพร้อมกันและรวมผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ระบบนี้ผนวกอยู่ใน AI Gateway ของ OrcaRouter ที่เข้ากันได้กับ OpenAI ให้ต้นทุนต่ำลงราว 40% โอเวอร์เฮดการกำหนดเส้นทางต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และไม่มีการบวกเพิ่มค่าโทเค็น โดยการประเมินภายในเบื้องต้นชี้ว่าสามารถเทียบเท่าประสิทธิภาพระดับ Fable 5 ได้ในต้นทุนที่ถูกกว่ามาก พร้อมให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ OrcaRouter ทุกคน</p> <p>นับตั้งแต่การเข้าถึง Claude Fable 5
ถูกระงับภายใต้คำสั่งควบคุมการส่งออกเมื่อไม่นานมานี้
นักพัฒนาจำนวนมากต่างค้นหาคำว่า “Fable 5 banned” และมองหาทางเลือกแทน Fable 5
ที่เชื่อถือได้ วันนี้ <a href="https://www.orcarouter.ai/">OrcaRouter</a> ได้ให้คำตอบนั้น บริษัทเปิดตัว <a href="https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion">Routing DSL</a> เฟรมเวิร์กการกำหนดเส้นทางแบบเขียนโปรแกรมได้
ที่ให้นักพัฒนากำหนดด้วยโค้ดได้อย่างแม่นยำว่าคำขอ AI แต่ละรายการจะถูกประเมิน
กำหนดเส้นทาง ผสานรวม และปรับให้เหมาะสมอย่างไรในโมเดลกว่า 200 ตัว
ผลการประเมินภายในเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถเทียบเท่าโมเดลระดับแนวหน้าอย่าง
Claude Fable 5 ได้ ทำให้ OrcaRouter เป็นทางเลือกแทน Fable 5
ที่ใช้งานได้จริงสำหรับทีมที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวโมเดลโดยตรง</p><p><b><i>“ความฉลาดที่เหนือกว่ามาจากการประสานการทำงาน
ไม่ใช่แค่การทำให้โมเดลใหญ่ขึ้น”</i></b></p><p>“เมื่อการเข้าถึง Fable 5 ถูกระงับ
ทีมงานไม่ได้สูญเสียแค่โมเดลหนึ่งตัว แต่สูญเสียทั้งระดับความสามารถไปเลย”
[ตำแหน่ง] [ชื่อโฆษก] จาก OrcaRouter กล่าว “Routing DSL
คืนความสามารถระดับนั้นกลับมา แทนที่จะมีทางเลือกแทน Fable 5
แบบตายตัวเพียงทางเดียว คุณจะได้กลยุทธ์: ประกอบโมเดลเฉพาะทาง รันแบบขนาน
ยกระดับเฉพาะพรอมป์ที่ยาก และได้ผลลัพธ์ระดับ Fable 5 ในต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว”</p><h1>ทำไมนักพัฒนาจึงค้นหาทางเลือกแทน
Fable 5</h1><p>สำหรับหลายทีม “Fable 5 banned”
ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว แต่เป็นเหตุขัดข้องในการใช้งานจริง (production incident)
เวิร์กโหลดที่สร้างขึ้นรอบ Claude Fable 5 จำเป็นต้องมีทางเลือกแทน Fable 5
ที่เทียบเท่าด้านคุณภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่นานหลายเดือน Routing DSL
ถูกออกแบบมาเพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ แทนที่จะสลับจากโมเดลหนึ่งไปอีกโมเดลหนึ่ง
มันช่วยให้นักพัฒนาประกอบประสิทธิภาพระดับ Fable 5 ขึ้นมาจากโมเดลกว่า 200
ตัวที่ยังใช้งานได้</p><h1>การกำหนดเส้นทางในรูปแบบโค้ด
ไม่ใช่การตั้งค่า</h1><p>ต่างจากการเลือกโมเดลแบบตายตัว Routing
DSL เปิดให้ทีมงานกำหนดตรรกะการกำหนดเส้นทางด้วยไวยากรณ์ YAML และ CEL
ที่เรียบง่าย โดยเลือกโมเดลแบบไดนามิกได้ตามความซับซ้อนของพรอมป์ ประเภทงาน
ความหน่วง เป้าหมายด้านต้นทุน นโยบายความปลอดภัย และกฎทางธุรกิจที่กำหนดเอง ด้วยการตั้งค่าเพียงไม่กี่บรรทัด
นักพัฒนาสามารถ:</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่งคำขอที่ไม่ซับซ้อนไปยังโมเดลโอเพนซอร์สที่มีประสิทธิภาพ</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ยกระดับพรอมป์ที่ยากไปยังโมเดลระดับแนวหน้าโดยอัตโนมัติ</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; รันหลายโมเดลพร้อมกันแล้วผสานผลลัพธ์ที่ดีที่สุด</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตั้งค่าลำดับการสำรอง
(fallback) และนโยบายด้านความน่าเชื่อถือ</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ใช้ guardrail
และกฎการกำกับดูแลก่อนการประมวลผล</p><p>•&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปรับให้เหมาะสมตามต้นทุน
คุณภาพ ความหน่วง หรือเป้าหมายที่กำหนดเอง</p><p><i>อาร์บิเตอร์
(arbiter) ของ Routing DSL: ผลลัพธ์จากหลายโมเดลถูกผสานเป็นคำตอบเดียวอย่างไร</i></p><p>Routing DSL ถูกผนวกเข้าไว้ใน AI
Gateway ของ OrcaRouter โดยตรง และรองรับโมเดลชั้นนำกว่า 200
ตัวผ่านเอ็นด์พอยต์เดียวที่เข้ากันได้กับ OpenAI — <b>พร้อมต้นทุนที่ลดลงราว 40%
ค่าโอเวอร์เฮดการกำหนดเส้นทางต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และไม่มีการบวกเพิ่มค่า token</b></p><h1>ความฉลาดระดับ Fable
5 ผ่านการประสานการทำงาน</h1><p>แทนที่จะจ่ายค่าโมเดลราคาแพงเพียงตัวเดียวในทุกคำขอ
Routing DSL ช่วยให้นักพัฒนาผสานโมเดลเฉพาะทางและการประมวลผลแบบขนาน
โดยจัดสรรการประมวลผลเฉพาะจุดที่ให้ผลลัพธ์ด้านคุณภาพที่วัดผลได้
ผลการประเมินภายในเบื้องต้นชี้ว่ากลยุทธ์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันสามารถเข้าถึงประสิทธิภาพระดับ
Claude Fable 5 ได้ในต้นทุนเพียงเศษเสี้ยว นับเป็นสิ่งที่ใกล้เคียง Fable 5
มากที่สุดสำหรับนักพัฒนาจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงโมเดลโดยตรงได้อีกต่อไป
คำถามจึงเปลี่ยนจาก “เลือกโมเดลไหน?” ไปเป็น “ใช้กลยุทธ์ใด?”</p><p><i>ต้นทุนแบบผสมเทียบกับการรันทุกโมเดล
(full panel) ในทุกคำขอ จำแนกตามสัดส่วนของพรอมป์ที่ยาก</i></p><h1>ชั้นใหม่ในสแต็กของ
AI</h1><p>เมื่อระบบ AI มีความเป็นเอเจนต์
(agentic) มากขึ้น การกำหนดเส้นทางไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนการตั้งค่าอีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็นตรรกะของแอปพลิเคชันเอง Routing DSL นำเสนอ control plane
แบบเขียนโปรแกรมได้สำหรับงาน AI: จุดเดียวที่ใช้กำหนดว่าความฉลาดควรถูกประกอบ กำกับดูแล
และปรับให้เหมาะสมอย่างไรในสภาพแวดล้อมจริง</p><p>เมื่อรวมกับเอนจินการกำหนดเส้นทางแบบปรับตัวได้
แพลตฟอร์ม observability, guardrail, การควบคุมการกำกับดูแล และ Agent Firewall
ของ OrcaRouter แล้ว Routing DSL มอบแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวให้องค์กรสร้างระบบ AI
ที่เชื่อถือได้และคุ้มค่าต้นทุนในระดับสเกล รวมถึงทางเลือกแทน Fable 5
ที่ยืดหยุ่นและไม่พึ่งพาโมเดลที่ถูกจำกัดเพียงตัวเดียว</p><h1>การเปิดให้ใช้งาน</h1><p>Routing DSL พร้อมให้ผู้ใช้ OrcaRouter
ทุกคนใช้งานได้ทันที</p><p><b>เอกสารประกอบ: </b><a href="https://docs.orcarouter.ai/routing/routing-dsl">docs.orcarouter.ai/routing/routing-dsl</a></p><p><a href="https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion">OrcaRouter Fable 5 Fusion API</a></p><p><a href="https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion-mini">OrcaRouter Fable 5 Fusion Mini API</a></p><p><a href="https://www.orcarouter.ai/models/orcarouter/fusion-flash">OrcaRouter Fable 5 Fusion Flash API</a></p><p><b>เรียนรู้เพิ่มเติม: </b><a href="https://www.orcarouter.ai">orcarouter.ai</a></p><p><b>บทวิเคราะห์เชิงเทคนิค: </b><a href="https://www.orcarouter.ai/blog/model-fusion-in-production-inside-orcarouter-fusion-and-the-routing-dsl">Model Fusion in Production</a></p><h1>เกี่ยวกับ
OrcaRouter</h1><p>OrcaRouter คือ AI Gateway
ที่เข้ากันได้กับ OpenAI ให้นักพัฒนาใช้ API key
เดียวและเอ็นด์พอยต์เดียวเข้าถึงโมเดล AI ชั้นนำกว่า 200 ตัว
พร้อมการกำหนดเส้นทางแบบปรับตัวได้และคุ้มต้นทุนที่สุด
สำหรับทีมที่มองหาทางเลือกแทน Fable 5 OrcaRouter รวมการลดต้นทุนราว 40%
ค่าโอเวอร์เฮดต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และการไม่บวกเพิ่มค่า token ไว้ด้วยกัน
อีกทั้งยังมีเวอร์ชันที่โฮสต์เองได้ภายใต้ลิขสิทธิ์ MIT (OrcaRouter-Lite)
OrcaRouter พัฒนาโดย Continuum AI Pte. Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์</p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/2f4fc19f-c512-44be-adc9-8c283f6c5b44/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/cc24febe-b707-4f66-8dd9-ffb7564a0c9c/8abc02bc-4e6b-4308-9854-5bf708588f53</guid>
      <pubDate>Fri, 19 Jun 2026 12:31:41 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title>Öhlins เปิดตัวโช้คอัพหลัง STX46  ยกระดับสมรรถนะ Honda Forza 750 และ X-ADV 750</title>
      <link>https://vritimes.com/th/articles/9d314d64-b123-4400-948f-5117d1a9b97c/c24a9b17-3d03-45fd-afab-ffe512d16fb4</link>
      <description>&lt;b&gt;มิถุนายน&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;พ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;.&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ศ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;. 2569, &lt;/b&gt;&lt;b&gt;จังหวัดชลบุรี&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ประเทศไทย&lt;/b&gt;&lt;b&gt; - &lt;/b&gt;&lt;b&gt;บริษัท&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;เออห์ลินส์&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;เอเซีย&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;จำกัด&lt;/b&gt; ประกาศเปิดตัวระบบกันสะเทือนหลังสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด Öhlins HO 531 ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถสกู๊ตเตอร์ Honda Forza 750 (รุ่นจำหน่ายทั่วโลก) และ X-ADV 750 (รุ่นจำหน่ายในเอเชีย) นวัตกรรมใหม่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อนำความแม่นยำระดับสนามแข่งมาสู่รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ (Maxi-Scooter) ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่เหนือชั้น ความแม่นยำสูงสุด และความนุ่มนวลระดับพรีเมียมในทุกการเดินทาง&lt;br/&gt;ตอบรับนิยามใหม่แห่งการขับขี่ทั้งในเมืองและการเดินทางไกล เมื่อสมรรถนะของสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่ถูกท้าทายไปอีกขั้น ‘เออห์ลินส์’ (Öhlins) พร้อมนำเสนอระบบกันสะเทือนระดับเวิลด์คลาส ที่ช่วยหลอมรวมผู้ขับขี่และตัวรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน มอบเสถียรภาพสูงสุดและการเข้าโค้งที่แม่นยำอย่างเหนือชั้นในทุกเส้นทาง&lt;br/&gt;&lt;b&gt;เทคโนโลยี&lt;/b&gt;&lt;b&gt; Monotube &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ขั้นสูง&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ออกแบบมาเพื่อ&lt;/b&gt;&lt;b&gt; Maxi-Scooter &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ทั้งสำหรับการใช้งานบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน&lt;/b&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;และการขับขี่สไตล์ผจญภัยอย่างไร้ขีดจำกัด&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins HO 531 รุ่นใหม่นี้ พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม STX46 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะ คุณภาพ และความทนทาน สำหรับ Honda Forza 750 และ X-ADV 750 (รุ่นจำหน่ายในเอเชีย) ด้วยโครงสร้างระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube) พร้อมซับแทงค์ภายในตัว (Internal Reservoir) ทำให้ STX46 สามารถตอบสนองการซับแรงกระแทกได้อย่างสม่ำเสมอ และระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่&lt;br/&gt;นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์สไตล์การขับขี่และน้ำหนักบรรทุกที่แตกต่างกัน โช้คอัพรุ่นนี้จึงมาพร้อมกับตัวปรับรีบาวด์ (Rebound Damping) ในตัว และยังมีตัวปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) ด้วยระบบรีโมทไฮดรอลิก (Remote Hydraulic Adjuster) ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อรองรับการตั้งค่าสำหรับผู้โดยสาร การบรรทุกสัมภาระหนัก หรือการลุยเส้นทางขรุขระ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลทางเทคนิค&lt;/b&gt;&lt;b&gt; (Technical Specifications):&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;•&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;รหัสสินค้า&lt;/b&gt;&lt;b&gt;:&lt;/b&gt; HO 531&#x9;&lt;br/&gt;• &lt;b&gt;เทคโนโลยี&lt;/b&gt;&lt;b&gt;:&lt;/b&gt;เทคโนโลยี STX, ซับแทงค์ภายในตัว (Internal Reservoir), ระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube)&#x9;&lt;br/&gt;•&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;b&gt;ความยาวรวม&lt;/b&gt;&lt;b&gt;:&lt;/b&gt; 301 มม.&#x9;&lt;br/&gt;• &lt;b&gt;ระยะยืด&lt;/b&gt;&lt;b&gt;-&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ยุบ&lt;/b&gt; (&lt;b&gt;Stroke):&lt;/b&gt; 53 มม.&#x9;&lt;br/&gt;• &lt;b&gt;การตั้งค่า&lt;/b&gt;&lt;b&gt;:&lt;/b&gt; การปรับรีบาวด์ (Rebound Damping) ในตัว และการปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) ด้วยระบบรีโมทไฮดรอลิก (Remote Hydraulic Adjuster)&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลการจัดจำหน่าย&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins HO 531 มีวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการติดตั้งและรับบริการสนับสนุนด้านเทคนิค ผู้ขับขี่ควรติดต่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ (Öhlins Service Center) ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;a href=&#34;https://bit.ly/press-kit-ho-531&#34;&gt;Download Full Press Kit&lt;/a&gt;&lt;br&gt;&lt;br/&gt;</description>
      <content:encoded><![CDATA[ <p><b>มิถุนายน</b><b> </b><b>พ</b><b>.</b><b>ศ</b><b>. 2569, </b><b>จังหวัดชลบุรี</b><b> </b><b>ประเทศไทย</b><b> - </b><b>บริษัท</b><b> </b><b>เออห์ลินส์</b><b> </b><b>เอเซีย</b><b> </b><b>จำกัด</b> ประกาศเปิดตัวระบบกันสะเทือนหลังสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด Öhlins HO 531 ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถสกู๊ตเตอร์ Honda Forza 750 (รุ่นจำหน่ายทั่วโลก) และ X-ADV 750 (รุ่นจำหน่ายในเอเชีย) นวัตกรรมใหม่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อนำความแม่นยำระดับสนามแข่งมาสู่รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ (Maxi-Scooter) ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่เหนือชั้น ความแม่นยำสูงสุด และความนุ่มนวลระดับพรีเมียมในทุกการเดินทาง</p><p>ตอบรับนิยามใหม่แห่งการขับขี่ทั้งในเมืองและการเดินทางไกล เมื่อสมรรถนะของสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่ถูกท้าทายไปอีกขั้น ‘เออห์ลินส์’ (Öhlins) พร้อมนำเสนอระบบกันสะเทือนระดับเวิลด์คลาส ที่ช่วยหลอมรวมผู้ขับขี่และตัวรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน มอบเสถียรภาพสูงสุดและการเข้าโค้งที่แม่นยำอย่างเหนือชั้นในทุกเส้นทาง</p><p><b>เทคโนโลยี</b><b> Monotube </b><b>ขั้นสูง</b><b> </b><b>ออกแบบมาเพื่อ</b><b> Maxi-Scooter </b><b>ทั้งสำหรับการใช้งานบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน</b><b> </b><b>และการขับขี่สไตล์ผจญภัยอย่างไร้ขีดจำกัด</b><b></b></p><p>ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins HO 531 รุ่นใหม่นี้ พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม STX46 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะ คุณภาพ และความทนทาน สำหรับ Honda Forza 750 และ X-ADV 750 (รุ่นจำหน่ายในเอเชีย) ด้วยโครงสร้างระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube) พร้อมซับแทงค์ภายในตัว (Internal Reservoir) ทำให้ STX46 สามารถตอบสนองการซับแรงกระแทกได้อย่างสม่ำเสมอ และระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่</p><p>นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์สไตล์การขับขี่และน้ำหนักบรรทุกที่แตกต่างกัน โช้คอัพรุ่นนี้จึงมาพร้อมกับตัวปรับรีบาวด์ (Rebound Damping) ในตัว และยังมีตัวปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) ด้วยระบบรีโมทไฮดรอลิก (Remote Hydraulic Adjuster) ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อรองรับการตั้งค่าสำหรับผู้โดยสาร การบรรทุกสัมภาระหนัก หรือการลุยเส้นทางขรุขระ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ</p><p><b>ข้อมูลทางเทคนิค</b><b> (Technical Specifications):</b></p><p>•<b> </b><b>รหัสสินค้า</b><b>:</b> HO 531	</p><p>• <b>เทคโนโลยี</b><b>:</b>เทคโนโลยี STX, ซับแทงค์ภายในตัว (Internal Reservoir), ระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube)	</p><p>•<b> </b><b>ความยาวรวม</b><b>:</b> 301 มม.	</p><p>• <b>ระยะยืด</b><b>-</b><b>ยุบ</b> (<b>Stroke):</b> 53 มม.	</p><p>• <b>การตั้งค่า</b><b>:</b> การปรับรีบาวด์ (Rebound Damping) ในตัว และการปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) ด้วยระบบรีโมทไฮดรอลิก (Remote Hydraulic Adjuster)</p><p><b>ข้อมูลการจัดจำหน่าย</b><b></b></p><p>ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins HO 531 มีวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการติดตั้งและรับบริการสนับสนุนด้านเทคนิค ผู้ขับขี่ควรติดต่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ (Öhlins Service Center) ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น<br><br><a href="https://bit.ly/press-kit-ho-531">Download Full Press Kit</a><br></p>]]></content:encoded>
      <enclosure url="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/prd/cdbefb0c-f648-4402-86a6-2cbaa2525390/public" length="0" type="image/avif"></enclosure>
      <guid>https://vritimes.com/th/articles/9d314d64-b123-4400-948f-5117d1a9b97c/c24a9b17-3d03-45fd-afab-ffe512d16fb4</guid>
      <pubDate>Tue, 16 Jun 2026 01:30:46 +0000</pubDate>
    </item>
  </channel>
</rss>